จุดเริ่มต้นของฉันคือคืนนั้น คืนที่ฉันกับคิมูระซังทะเลาะกันจนฉันพาตัวเองมานั่งห่อเหี่ยวอยู่ย่านบาร์โฮสต์และเห็นสามหนุ่มเดินเข้ามาก่อนจะเริ่มคิดนอกลู่นอกทางแต่เพราะความซื่อสัตย์ฉันจึงไม่เคยทำให้มันเกิดขึ้นจริงสักที
แล้วคืนนี้มันก็เป็อีกครั้งที่เราทะเลาะกันรุนแรงจากเื่ไร้สาระและดูไร้เหตุผลจนฉันสับสนไปหมดสามีคนนั้นของฉันคงตายไปแล้วจริงๆ
“ว้าวพวกเขาหล่อดีนะหุ่นดีกว่าตาแก่ที่บ้านอีกสูงยาวดูดีทั้งสามคนเลย”ฉันนั่งพึมพำเหมือนคนบ้าต่อด้วยความคิดพิเรนทร์
‘ตรงนั้นจะยาวหรือเปล่านะ’
“บ้า ไม่ได้สิฉันต้องซื่อสัตย์กับสามี”
สามหนุ่มเดินผ่านหน้าไปขณะที่ฉันแสร้งมองทางอื่นดูท่าทางพวกเขาจะเป็เด็กมหาลัยที่มาหางานพิเศษทำ การแต่งตัวดูสะอาดสะอ้าน
‘เห็นแล้วก็รู้สึกดีคงไม่ผิดถ้าแค่มองหรือจินตนาการ’
ฉันสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นทันทีบอกตัวเองว่า แม้แต่จินตนาการก็ไม่ได้เด็ดขาดแต่ก็ไม่วายที่ความคิดบ้าๆนั้นแล่นเข้ามา
‘มาหาเงินสินะ จะเป็ยังไงถ้าหากว่าฉันมีเซ็กซ์กับชายหนุ่มสามคนนั้นในเวลาเดียวกันเขาจะคิดยังไงแล้วจะรู้สึกตัวไหมว่าตนไม่มีน้ำยาเอาแต่นอนอ้างว่าเหนื่อยจากการทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูภรรยาแบบฉันบ้า บ้าสิ้นดีภรรยาแบบฉันมันเป็ยังไงนะ หน้าที่ฉันไม่เคยบกพร่อง’
“ไม่สิถึงเราจะโกรธเขาแค่ไหนเราก็คิดกับคนอื่นแบบนั้นไม่ได้มันผิดนะริกะ”
ฉันพึมพำถกเถียงบอกกับตัวเองว่าแต่งงานแล้วให้เลิกคิดเื่แบบนั้นความคิดผิดบาปบ้าๆ นั่นไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่แต่งงานมีครอบครัวเป็หลักเป็ฐาน
“อ้าวรุ่นพี่ซากุราอิ มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”
เสียงที่คุ้นหูเรียกฉันจากด้านหลังจนต้องหันไปมองเขาคนนั้นเป็รุ่นน้องสมัยเรียนมหาลัยอายุเราห่างกันสองปี รุ่นน้องผู้ที่สาวๆหลายคณะกรี๊ดกันสุดใจ อาสึกะ เคียวยะ
“อาสึกะ นายมาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“ผมสิต้องถามรุ่นพี่มานั่งทำอะไรหน้าบาร์โฮสต์นี่ล่ะครับ”
“คือ..ฉัน..”
ฉันไม่รู้จะตอบเขาไปยังไงดีเพื่อไม่ให้รุ่นน้องสงสัยและเพื่อให้เกียรติสามี
“นายยังไม่บอกฉันเลยนะ”
ฉันรีบเฉไฉหลีกเลี่ยงการตอบเื่ของตัวเองและไม่้าให้รุ่นน้องรู้ถึงปัญหาครอบครัวกับชายที่ฉันเลือกกลัวว่าเขาจะแอบหัวเราะเยาะและสมน้ำหน้าเพราะหนึ่งในชายที่ฉันปฏิเสธตอนนั้นก็มีเขาด้วย
“โธ่รุ่นพี่ลืมแล้วเหรอว่าผมเป็ดีเจคอยเปิดเพลงในบาร์โฮสต์นี่ให้หนุ่มสาวได้แสดงกัน”
“จริงสิฉันลืมเื่นั้นไปเลยอะไรกันงานพิเศษั้แ่สมัยเรียนกลายเป็งานประจำไปแล้วเหรอ”
“ช่วยไม่ได้นี่ครับเงินมันดีบางทีผมก็ไปรับบทเป็โฮสต์เองแต่มันก็ยังคงเป็งานพิเศษของผมนะ”
“แล้วงานประจำของนายคืออะไรล่ะ”
“ไม่มีเลย”
“อ้าว”
“ฮ่าๆๆ ผมไม่ชอบตอกบัตรตอนง่วงนอนน่ะเลยเลือกงานนี้พอบาร์ปิดผมก็ไปสตรีมเกมก็ได้เงินค่าขนมนิดหน่อยครับ ผมชอบงานสบายน่ะรุ่นพี่อยากเข้าไปข้างในไหมครับ”
“คือฉัน...”
“ไปเถอะไปนั่งหลังบูธดีเจผมเลี้ยงเองถ้ารุ่นพี่อยากดื่มอยู่ข้างนอกเดี๋ยวเป็หวัดหรือใครมาลากไปผมคงช่วยอะไรไม่ได้นะผมไม่อยากเจอรุ่นพี่ลงข่าวหน้าหนึ่งด้วยภาพที่ถูกเซนเซอร์หรอก”
“ตาบ้า ปากเสียจริง”
“ฮ่าๆๆ ไปกันเถอะครับ”
“ก็ได้” ทันทีที่รับคำเขาก็ยื่นมือมาฉันมองใบหน้ายิ้มแย้มของเขาแล้วก็ลดสายตาลงมามองมือ กรอกสายตามองด้านข้างก่อนตัดสินใจจับมือเขาลุกขึ้นตามแรงดึงแล้วเดินตามเขาเข้าด้านใน
แสงสีและเสียงเพลงคลอเบาๆเด็กบริกรและหนุ่มบาร์โฮสต์เดินกันให้ขวักไขว่ไฟวูบวาบหลากสีสลับกันเปล่งแสงแต่ละจุดตรงนั้นทีตรงนี้ทีสปอตไลต์สีน้ำเงินและสีม่วงช่างทำให้เกิดกลิ่นอายคลุกกรุ่นไปด้วยกามารมณ์โต๊ะแต่ละโต๊ะยั้วเยี้ยไปด้วยแมงดาตัวเมียที่เข้ามาหาความรื่นเริงและอาจได้สมสู่กับแมงดาตัวผู้หญิงสาวหลายคนหันมามองฉันที่ถูกจูงมือเข้าด้านใน