บุรุษผู้เ็าแข็งกร้าวยากจะเข้าถึงคนนี้กลับเผยความอ่อนโยนที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ฉู่จวินหลันอดผ่อนคลายลงไม่ได้และเผลอคิดอยากหยอกล้อให้เขาเผยสีหน้าอื่นออกมา
“คราก่อนข้าบอกให้ท่านแสดงละครแสร้งโง่ให้ข้าดูวันนี้ท่านคิดได้แล้วหรือ”
“ไม่ใช่”
“ไม่ได้แสร้งโง่หรือยังคิดไม่ออกเล่า”
“ข้อแรก”
ฉู่จวินหลันถูกท่าทีจริงจังแต่ตอบสั้นๆของเขาทำให้หลุดหัวเราะ
“ดูเหมือนข้าจะเข้าใจวิธีพูดของท่านขึ้นบ้างแล้ว”นางเอนกายพิงเสาเตียงปาปู้ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน “ท่านไม่ใช่คนพูดน้อยแต่ไม่ชอบเอ่ยคำที่คิดว่าไร้ประโยชน์ ั้แ่วันที่เราพบกันจนถึงบัดนี้ท่านเคยเอ่ยวาจาที่ไร้สาระหรือไม่”
เซียวซวี่ส่ายหน้าแล้วกล่าวเสียงเบา“ไม่เคย”
“ข้ารู้ท่านเป็เช่นนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะกับข้า” ฉู่จวินหลันยืดตัวนั่งหลังตรง“ข้าถึงอยากรู้นัก เวลาท่าน ‘แสร้งโง่’ นั้นจะเป็เช่นไร”
สีหน้าของเซียวซวี่ที่เมื่อครู่ยังดูอ่อนโยนพลันตึงเครียดขึ้นมาเขาลุกยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมจะจากไป
ฉู่จวินหลันเพียงมองแผ่นหลังของเขานิ่งๆไม่ได้ลุกตามแต่อย่างไร
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่สมบัติเ่าั้”เซียวซวี่หยุดฝีเท้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับมา “จะไม่มีใครมา่ชิงจากเ้าได้”
“แม้แต่เื่นี้ท่านก็รู้?ดูท่าท่านให้ความสนใจเื่ของข้ามากทีเดียวนะ”ฉู่จวินหลันเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขาลอบวางสายสืบไว้รอบกายนางมากเพียงใด
เซียวซวี่เม้มปากก่อนจะกล่าวต่อ“ส่วนสาวใช้ใหม่สี่คนในเรือน หากเ้าไม่ชอบ ข้าหาวิธีจัดการแทนเ้าได้”
ฉู่จวินหลันยังคงยิ้มงดงามสายตาพินิจมองสีหน้าของเขาอย่างถี่ถ้วน จนแน่ใจว่าเป็ความห่วงใยจริงไม่ได้เสแสร้ง จึงเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
มนุษย์ไม่ใช่ต้นไม้ใบหญ้านางเองก็หาใช่คนหัวใจเหล็กกล้า แม้เพิ่งรู้จักไม่นาน เื้ัยังไม่กระจ่างแต่ก็ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกได้ว่านางััถึงความจริงใจของเซียวซวี่
“เื่ของสาวใช้สี่คนนั้นยังไม่สำคัญข้าเพียงไม่อยากรีบไล่ออกเท่านั้น เก็บไว้บางทีอาจมีประโยชน์แต่มีเื่หนึ่งอยากรบกวนท่าน”
“ว่ามา”เซียวซวี่หมุนกายกลับมา หยุดยืนห่างจากฉู่จวินหลันเพียงสามก้าว
“ข้ามีสาวใช้คนหนึ่งนามว่าจื่อย่วนเดิมสกุลฉาง ปีนี้อายุสิบแปด รูปร่างเล็ก หน้าตางดงาม ใต้หางตาขวามีปานเล็กๆหนึ่งจุด ตอนที่ข้ายังนอนหลับไม่ได้สติ นางพยายามคุ้มครองข้าแต่ถูกอนุหวังหาเื่ขายไป ตอนนี้ก็เกือบครึ่งปีแล้วนางเติบโตมากับข้าเสมือนพี่น้องแท้ๆ หากไม่ใช่เพราะข้า นางคงไม่เคราะห์ร้ายเช่นนี้ข้าอยากหาตัวนาง แต่กำลังข้ามีจำกัด ไม่รู้ว่าท่านจะช่วยได้หรือไม่”
เซียวซวี่ประหลาดใจไม่น้อยที่ฉู่จวินหลันเอ่ยปากขอเื่เช่นนี้ตามที่เขารู้มา ปัญหาที่นางกำลังเผชิญมีอยู่มากมาย ทว่าสิ่งที่นางขอให้ช่วยกลับเป็การช่วยตามหาสาวใช้ที่ถูกขายไปเมื่อครึ่งปีก่อนแต่ในเมื่อพวกเขาตกลงร่วมมือกันแล้ว หากนางร้องขอสิ่งใด เขาย่อมไม่มีวันเพิกเฉย
“ได้”เซียวซวี่ตอบรับพลางพยักหน้า ดวงตาที่มองฉู่จวินหลันลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ฉู่จวินหลันลุกขึ้นยืนยิ้มให้เขาแล้วยอบกายคารวะอย่างจริงจัง “ขอบคุณท่านมาก”
“ไม่จำเป็ต้องขอบคุณ”สายตาของเซียวซวี่พลันกวาดผ่านเรือนร่างอรชรของนาง ใบหน้าแข็งตึงก่อนหมุนกายเดินจากไป
ฉู่จวินหลันมองแผ่นหลังที่เหมือนหลบหนีอย่างน่าขันของเขาพลางหัวเราะแ่เบา “เจอกันคราหน้า อย่าลืมแสดงละครแสร้งโง่ให้ข้าดูอีกนะ”
เสียงหน้าต่างด้านหลังเปิดปิดวูบหนึ่งเงาร่างของเขาก็เลือนหายไปในความมืด
ทางด้านนอกห้องจื่อเยียนที่ตื่นแล้วผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการหลับใหล ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเงยหน้ามองฉู่จวินหลัน
“คุณหนูสาม...”
ฉู่จวินหลันเอื้อมมือแตะศีรษะนางเบาๆ“วางใจเถิด ต้องหาจื่อย่วนเจอแน่”
“เ้าค่ะ”จื่อเยียนพยักหน้าหนักแน่น
ทว่าทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้มีเพียงตามหาตัวให้พบไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ตาม
รุ่งขึ้นหลังฟื้นจากอาการหน้ามืดฉู่จวินหลันก็ไปยังเรือนของฉู่หวาถิงเพื่อฝังเข็มให้เขา
“พี่ชายใหญ่ท่านยังจำเื่ที่ท่านแม่เสียชีวิตได้หรือไม่ว่าเกิดขึ้นเมื่อใดเ้าคะ”ปลายนิ้วเรียวหมุนเข็มเงินเบาๆ เพื่อประสานพลังภายในเข็มเงินที่ปักอยู่ข้างหูฉู่หวาถิงส่งเสียงกังวาน
ฉู่หวาถิงตอบ “ย่อมจำได้ปีจิ่งหงที่เจ็ดเดือนสิบสอง วันนั้นหิมะตกหนักทั่วเมืองหลวง ท่านแม่ล้มในสวนดอกไม้ศีรษะกระแทกเข้ากับกองหินเทียมก็เลย...”
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นฉู่หวาถิงพลันกำมือแน่น “ตอนนั้นข้ายังเล็กนัก ความทรงจำไม่ชัดเจนจำได้เพียงว่าเื่นี้วุ่นวายมาก ถึงขั้นที่ทางการเข้ามาตรวจสอบด้วยตนเองสุดท้ายศาลซุ่นเทียนตัดสินว่าท่านแม่พลาดพลั้งลื่นล้มศีรษะฟาดกองหินเทียมเป็เพียงอุบัติเหตุเท่านั้น ภายหลังหินกองนั้นถูกมองว่าอัปมงคลจึงเปลี่ยนเป็หินไท่หูแทน แล้วก็ปรับปรุงจัดสวนใหม่ทั้งหมด”
“การปรับปรุงใหม่เป็ความคิดของท่านพ่อหรือเ้าคะ”
“เกรงว่าจะเป็เช่นนั้น”
“ท่านยังจำได้หรือไม่ว่าคนที่ตรวจสอบเื่นี้ในตอนนั้นเป็ใคร”
“หลันหลันเ้าคิดจะสืบเื่ในอดีตหรือ” ฉู่หวาถิงไม่ตอบ หากแต่ย้อนถามกลับไป
ฉู่จวินหลันปักเข็มอย่างคล่องแคล่วก่อนตอบโดยไม่ปิดบัง“ใช่ แต่ก่อนข้าไม่มีพลังจะทำได้ บัดนี้เมื่อมีแล้ว ย่อมต้องสืบให้กระจ่าง อนุหวังอนุซุน และอนุซูทำเื่สกปรกไว้มากแม้การตายของท่านแม่หรือดวงตาของท่านจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกนางข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้ลอยนวล ความผิดย่อมมีคนก่อข้าจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายพวกเรารอดไปแม้แต่คนเดียว”
ฉู่หวาถิงหันมาทางน้องสาวพลางคิ้วขมวดแน่น“หลันหลัน เื่พวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่สตรีเช่นเ้าควรเข้าไปพัวพัน ข้าจะหาทางสืบเองส่วนเ้าเพียงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขห้ามเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้เด็ดขาด”
“พี่ชายใหญ่ข้าซาบซึ้งในความหวังดีของท่าน” ฉู่จวินหลันยิ้มพลางถอนเข็มให้เขาน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น “แต่ท่านวางใจเถิด ข้าไม่มีวันทิ้งท่านไว้ข้างหลังท่านแม่คือมารดาของเรา หากท่านแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุจริง ความจริงก็ควรถูกเปิดเผยหาไม่แล้วพวกเราก็จะอยู่กับความสงสัยไปตลอดชีวิตแต่หากท่านแม่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนั้นแค้นนี้ก็ต้องให้เราสองพี่น้องช่วยชำระ”
น้องสาวเปลี่ยนไปเป็คนที่แข็งแกร่งมั่นใจถึงเพียงนี้แม้ฉู่หวาถิงจะมองไม่เห็นเพียงได้ยินเสียงก็ยังััได้ถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านจากนาง
นั่นคือความมั่นใจอันแข็งแกร่งที่แผ่ไปยังผู้คนรอบข้างราวกับเพียงแค่ได้อยู่ใกล้นาง ทุกเื่ล้วนไม่ใช่เื่ยากทุกสิ่งล้วนสามารถทำสำเร็จได้
ฉู่หวาถิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่สุดท้ายก็คลี่ยิ้ม “เ้าพูดถูก ท่านแม่คือมารดาของพวกเรา เื่ของท่านแม่ย่อมต้องให้เราสองคนจัดการ”
ทันใดนั้นเองในลานเรือนก็ก้องด้วยเสียงฝีเท้า ตามมาด้วยเสียงจื่อเยียนบ่นด้วยความไม่พอใจ“คุณหนูสาม พวกเขารังแกกันเกินไปแล้วเ้าค่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงโกรธถึงเพียงนี้” ฉู่จวินหลันกล่าวพลางเก็บเข็มเงิน
จื่อเยียนทำปากยื่น“อนุหวังเตรียมของอย่างเครื่องประทินโฉมและเครื่องประดับต่างๆไว้ให้คุณหนูกับคุณชายทั้งหลายเพื่อใส่ไปงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์บ่าวจึงไปเอาในส่วนของคุณหนู แต่พวกเขาไม่ยอมให้คนที่ดูแลห้องคลังยังกล่าวเหน็บว่า ‘นายของเ้าเงินทองก็มีมาก จะมาหวังของในจวนนี้ไปทำไมอยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาเองสิ’ บ่าวเห็นคุณหนูรองกับคุณชายสี่ล้วนได้ของมากมายแต่ท่านกับคุณชายใหญ่กลับไม่ได้สักอย่าง อนุหวังผูกใจเจ็บเื่สมบัติเลยจงใจไม่ยอมให้ของแก่ท่านเ้าค่ะ!”