“ท่านแม่เ้าคะ ข้าอยากออกไปจากเผ่าหงส์เพลิง เราไปที่ใดก็ได้ สี่ทะเลแปดดินแดน ต้องมีสักแห่งที่เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข ข้าไม่หวังเป็หนึ่งในใต้หล้า ข้าเพียง้าความสงบเท่านั้น เราไปจากที่นี่เถิดเ้าค่ะ” สาวงามอาภรณ์ขาวหนุนตักมารดา เกศาสีขาวถูกมือเรียวสางให้อย่างอ่อนโยน อายุห้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปีในโลกของเทพเซียนลักษณะภายนอกกลับคล้ายคลึงดรุณีน้อยวัยสิบห้าปี ดวงตาดอกท้อจ้องมองมารดาด้วยความอ้อนวอนหวังว่าท่านจะเห็นด้วยกับความคิดของตนเอง
“รอปรึกษาท่านพ่อของเ้าก่อน ดีหรือไม่” ป๋ายเหมยฮวาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นพยายามปลอบโยนบุตรสาว ดวงตาทอแววเศร้าสลดเมื่อคิดถึงบทสนทนาของนางกับสามีเมื่อคืน
ป๋ายฮวาน้อยพลิกตัวเงยหน้าขึ้นไปมองมารดาเอียงคอเล็กน้อย
“ทำไมเ้าคะ เราไปหาท่านตาดีหรือไม่ ข้าไม่เคยไปเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเลย ตอนนี้ข้าสามารถออกไปจากเผ่าหงส์เพลิงได้แล้ว เราหนีไปจากที่นี่เถิดนะเ้าคะ” เสียงออดอ้อนใสปานกระดิ่ง แต่ไม่สามารถทำให้ป๋ายเหมยคลายความกังวลได้เลย
“เราจะไม่คุยเื่นี้อีก” มารดาตอบก่อนจะทำท่าลุกขึ้นเดินหนี ทำให้ป๋ายฮวาน้อยจำใจลุกขึ้นนั่งตาม ดวงตากลมโตจ้องมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ
“ท่านมีเื่กังวลอะไรหรือเ้าคะ”
ป๋ายเหมยฮวาเม้มปากลำบากใจมองหน้าบุตรสาวครู่หนึ่ง แววตาแฝงความอาลัยรัก “เชื่อแม่สักครั้งเถิด” มือเรียวลูบผมขาวอย่างเบามือก่อนจะตัดใจเดินจากไป
“ทำไมยิ่งข้าเติบใหญ่ ท่านแม่ก็ยิ่งเผยความกังวลมากยิ่งขึ้น มีปัญหาอะไรที่ไม่สามารถบอกข้าได้อีกหรือ”
สาวงามบ่นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะั้แ่นางอายุครบสามพันปี นั่นเป็วันเกิดครั้งแรกที่ท่านตาเดินทางมาหานางที่เผ่าหงส์เพลิงด้วยตนเอง ทันทีที่มองเห็นนางท่านตาก็รีบเรียกบิดามารดาออกไปคุยด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอย่างรวดเร็ว นับจากนั้นแววตาของท่านแม่ที่ใช้มองนางก็แฝงความกังวลออกมาตลอดเวลา
บางครั้งขอบตาของท่านแม่ก็แดงระเรื่อราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้ ตอนนั้นนางยังเป็เด็กจึงไม่เข้าใจ จนกระทั่งนางเติบใหญ่จึงรู้ว่าบางทีเื่ที่ท่านตาบอกท่านแม่ในวันนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับชะตาชีวิตนางเอง
ป๋ายฮวาตัดสินใจแอบเดินตามหลังมารดาเพราะทนความอยากรู้ไม่ได้ “ฮึก” เสียงสะอื้นร้องไห้จากภายในห้องทำให้ดรุณีน้อยชะงักเท้าด้วยความข้องใจ
....มารดาร้องไห้อย่างนั้นหรือ….
“ลิขิต์ ยากจะเปลี่ยนแปลง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่านกลางเสียงสะอื้นของมารดา นั่นคือเสียงของท่านพ่อเฟิ่งหลี่เสียง บิดาที่เคารพรักที่สุดของนางไม่ใช่หรือ
ป๋ายฮวาน้อยเอียงคอทวนคำพูดของบิดาในใจรอบหนึ่ง “ลิขิต์”
“ฮึก แต่ข้าทำใจไม่ได้ ข้าเลี้ยงนางมาจนเติบใหญ่ หกพันปีมีครั้งใดบ้างที่นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ ต้องถูกองค์หญิงใหญ่กลั่นแกล้ง ยังต้องถอยก้าวแล้วก้าวเล่าให้องค์าาเผ่าหงส์เพลิง ความสุขของนางอยู่แห่งหนใด ครั้นอายุครบหกพันปี สามารถหนีพ้นนรกแห่งนี้แล้ว ท่านพ่อกลับทำนายดวงชะตาของนางว่าอายุครบหกพันปี พบด่านเคราะห์์ ยากข้ามผ่าน ตายเก้ารอดหนึ่ง ข้าไหนเลยจะทำใจได้ ฮือ” ป๋ายเหมยฮวาสะอื้นร้องไห้ซบอกสามีด้วยความทุกข์ใจเมื่อคิดถึงด่านเคราะห์ของบุตรสาวที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
บิดาของนาง าาคนปัจจุบันของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเพียงทำนายได้ว่า บุตรสาวของนางต้องพบด่านเคราะห์์ โดยไม่รู้ว่าด่านเคราะห์นี้เกี่ยวกับเื่อะไร รู้เพียงว่าฐานะของนางแม้แต่าาปีศาจยังไม่สามารถทำนายออกมาได้ าาเผ่าจิ้งจอกเก้าหางพยายามเบิกเนตรดูดวงชะตาของป๋ายฮวา ผลสุดท้ายกระอักเืพลังถดถอยต้องพักรักษาตัวนับร้อยปี
“ความผิดของข้าเอง เพราะกฎของเผ่าหงส์เพลิง เพราะอาคมของบรรพบุรุษจึงทำให้นางไม่สามารถออกจากเผ่าหงส์เพลิงได้ เพราะข้ามันขี้ขลาด ไม่มีความสามารถเอง จึงไม่สามารถปกป้องและให้ความเป็ธรรมแก่ภรรยาและลูก ข้าผิดเอง.... ต้องให้พวกเ้าสองคนลำบากแล้ว” เฟิ่งหลี่เสียงพูดด้วยเสียงแหบพร่า
ป๋ายเหมยฮวากอดสามีตัวเองด้วยความเศร้าใจ “ไหนเลยจะโทษท่านพี่ได้ ใครบ้างที่สามารถเลือกเกิดได้” นางบอกพลางกุมมือสามีไว้แน่นเพราะรู้ดีว่าหลี่เสียงโทษตัวเองมากแค่ไหนที่เกิดมามีพลังเซียนเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่นางก็ยังตัดสินใจติดตามผู้ชายคนนี้มาอยู่เผ่าหงส์เพลิง
องค์หญิงสุดรักของาาเผ่าจิ้งจอกเก้าหางยอมติดตามองค์ชายปลายแถวกลับมาอาศัยอยู่เผ่าหงส์เพลิง นอกจากความรักแล้วก็ไร้เหตุผลอื่นมาอธิบาย
“์ลิขิต อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” ป๋ายเหมยฮวาหลับตาทั้งที่คิ้วยังขมวดจนเป็ปม แม้จะพูดเช่นนั้นเพื่อให้ตัวเองสบายใจ แต่ในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้บุตรสาวของนางผ่านด่านเคราะห์นี้ไปได้ด้วยเถิด
....ตายเก้ารอดหนึ่ง ใช่ว่าไม่มีโอกาสรอดเลย...
ป๋ายฮวายืนนิ่งด้วยความใ ใบหน้าซีดเผือด เมื่อรับรู้เื่ราวเกี่ยวกับดวงชะตาของตนเอง ด่านเคราะห์ของนาง ด่านเคราะห์อะไรอีกเล่า ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อคิดว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
หากไม่มีนาง บิดามารดาจะปวดใจเพียงใด อาภรณ์ขาวไหวพริ้วตามแรงลม เกศาขาวถูกม้วนด้วยปิ่นไข่มุกเรืองแสงชิ้นโปรด ดรุณีน้อยถอยหลังหนีด้วยความใเพราะไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเื่นี้ได้อย่างไร
“เพล้ง” น่าเสียดายเพราะไม่ทันมองทำให้ถอยหลังชนแจกันด้านข้าง
“ป๋ายฮวา” บิดามารดาซึ่งกำลังกอดกันอย่างเศร้าใจหันหน้ามาพร้อมกันทันทีที่ได้ยินเสียงแจกันแตก ก่อนจะเห็นชายอาภรณ์ขาวของใครบางคนวิ่งหนีจากไป เหลือไว้เพียงเศษแจกันที่แตกละเอียดเท่านั้น
“ปัง” เสียงปิดประตูห้องนอนดัง สาวงามผมขาวทรุดนั่งลงหน้าประตู กอดเข่าตัวเองแน่นเพราะใกับเื่ด่านเคราะห์ที่ต้องเผชิญ ใช่ว่านางกลัวความตาย นางเพียงใเท่านั้น แผนการชีวิตของนางมีมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่นางอยากไปเที่ยว ตำนานเื่เล่าที่นางอยากไปััด้วยตัวเอง แต่ความจริงกลับบอกว่านางจะไม่สามารถทำตามความปรารถนาเ่าั้ได้แล้ว และหากนางเป็อะไรไป บิดาและมารดาของนางจะทำอย่างไร
“ปังๆๆ” เสียงเคาะประตูพร้อมเสียงะโจากด้านนอก “ป๋ายฮวา เปิดประตู”
“ไม่ได้” เสียงเล็กบอกตัวเองพร้อมส่ายหน้าไปมา มือเล็กจิกเข่าตัวเองจนเล็บยาวจิกลงไปเกิดาแ ริมฝีปากบางกัดกันแน่นจนแดงก่ำ นางไม่สามารถทำให้บิดามารดาเป็กังวลได้ ชีวิตหกพันปีมานี้แม้จะมีเื่ราวมากมาย แต่ความรักและความสุขที่ได้รับจากบิดามารดาก็สามารถลบความทุกข์เ่าั้ได้
เคราะห์์ยากข้ามผ่าน หากไม่สามารถผ่านไปได้ ก็ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น กังวลไปก็ยิ่งทำร้ายบิดตามารดาที่รักนางมากยิ่งกว่าตัวท่านเสียอีก นางไม่สามารถทำร้ายพวกเขาได้อีกแล้ว
ดรุณีน้อยเปิดประตูอย่างเชื่องช้า มือเล็กจัดชายกระโปรงของตัวเองอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาดอกท้อยิ้มหวานจนมองเห็นลักยิ้มที่มีข้างเดียวบนแก้มด้านขวาอย่างชัดเจน
“ท่านพ่อท่านแม่” เสียงหวานเรียกทั้งสองคนใสปานกระดิ่งบนยอดเขาคุนหลุน
ป๋ายเหมายฮวาและเฟิ่งหลี่เสียงมองบุตรสาวตัวเองด้วยดวงตาแดงก่ำ ทั้งภูมิใจทั้งปวดใจ ไม่รู้จะกล่าวคำใดออกมาได้แต่ยืนอ้ำอึ้งอยู่หน้าประตู “เ้า....” ป๋ายเหมยฮวาพูดออกมาได้เพียงเท่านั้นก่อนจะกลืนก้อนสะอึกเงียบไปด้วยขอบตาที่ค่อยๆ แดงระเรื่อ
“ลูกทราบแล้ว จะเกิดอะไรก็ให้มันเกิดเถิด ลูกไม่มีสิ่งใดต้องกลัว หวังเพียงว่าท่านพ่อและท่านแม่คลายความกังวล ตายเก้ารอดหนึ่ง ยังมีทางรอดอยู่ไม่ใช่หรือเ้าคะ” ป๋ายฮวาบอกด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่มีความกังวลเกี่ยวกับชะตาชีวิตของตัวเอง
“แต่แม่ทำใจไม่ได้ ฮึก” ป๋ายเหมยฮวายิ่งมองเห็นบุตรสาวเข้มแข็งก็ยิ่งปวดใจมากเท่านั้น มือเรียวยาวดึงร่างอาภรณ์ขาวเข้ามากอดแน่นพลางสะอื้นร้องไห้ด้วยความเสียใจเพราะกลัวชะตาชีวิตในวันข้างหน้าเหลือเกิด
“หวังว่า์จะเหลือทางรอดให้เราบ้าง” เฟิ่งหลี่เสียงเอ่ยเสียงเบาก่อนจะกอดภรรยาและบุตรสาวไว้แน่น
....คืนนั้น……
“เฮ้ออออออ”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อข้ามผ่านเที่ยงคืนมาแล้ว ตอนนี้นางอายุครบหกพันปี รู้สึกคล้ายอะไรบางอย่างที่ผูกนางไว้ปลดผนึกออกจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะถอนหายใจเมื่อคิดได้ว่าผนึกของบรรพบุรุษคลายออกแล้ว และตอนนี้นางก็เป็อิสระจากเผ่าหงส์เพลิงแล้วเช่นกัน
“ด่านเคราะห์์ หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น มิสู้ใช้ชีวิตตามใจตัวเองสักครั้งเถิด” สาวงามในชุดนอนสีขาวพลิกกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะตัดสินใจเก็บของใส่ห่อผ้าและเตรียมตัวหนีออกจากเผ่าหงส์เพลิง
สี่ทะเลแปดดินแดน นางอยากออกไปสำรวจด้วยตนเองสักครั้ง เพราะนับั้แ่เกิดมานางไม่เคยออกจากเขตแดนของเผ่าหงส์เพลิงเลย
มือเรียววางซองจดหมายไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ ก่อนจะแอบหนีออกไปในยามค่ำคืนเพราะคิดว่าคงไม่มีใครรู้ ในใจหวังว่าบิดาและมารดาคงไม่โกรธที่นางตัดสินใจเช่นนี้ ดวงจันทร์สีส้มกลมโตดวงใหญ่เหนือศีรษะส่องแสงสว่างทอดยาวจนมองเห็นเส้นทางได้ในตอนกลางคืน กลุ่มดาวมากมายนับล้านดวงล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าวันนี้เป็เวรยามของเทพเซียนท่านใดดูแล เหตุใดวันนี้ท้องฟ้าจึงสว่างมากกว่าทุกวัน
สองเงาสีดำหน้าประตูทอดยาวเคียงคู่กันมองส่งดรุณีน้อยอาภรณ์ขาวซึ่งกำลังจะค่อยๆ หายไปจากสายตาท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่างนำทางให้หงส์ขาวตัวเดียวของสี่ทะเลแปดดินแดนเดินทางออกจากเผ่าหงส์เพลิงครั้งแรก
“พวกเราทำถูกแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ” หญิงสาวหันไปถามสามีพร้อมกำจดหมายของบุตรสาวด้วยความกังวล
“ตายเก้ารอดหนึ่ง มีเพียงตัวนางเองเท่านั้นที่สามารถฝ่าฟันด่านเคราะห์ของตัวเองได้” เฟิ่งหลี่เสียงตอบพร้อมถอนหายใจด้วยความกังวลเช่นกัน
...ทางด้านเฟิ่งป๋ายฮวา…
เมื่อออกมาจากวังหิมะหยกก็เดินเข้าป่าทันที นางจำได้ว่าทางตำหนักของท่านปู่เล็กมีเส้นทางออกจากเผ่าหงส์เพลิง สาวงามรีบวิ่งเพราะกลัวว่าหากถึงยามเช้า บิดามารดาจะรู้ตัวก่อน
“เหนือสุดอุดรเผ่า์ เยื้องไปอีกนิดเดียวก็เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง เดินไปทางเหนือใช่หรือไม่นะ” ป๋ายฮวาบ่นพึมพำพลางเงยหน้ามองหาดวงดาวท่ามกลางความมืดและเดินไปทางทิศเหนือเพื่อไปยังเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ป๋ายฮวาหยุดเท้าก่อนจะมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ด่านเคราะห์ของนางคงไม่มาเร็วนักหรอกใช่หรือไม่ นางยังไม่ได้เดินทางออกจากเผ่าหงส์เพลิงเลยนะ
ป๋ายฮวาหยุดฝีเท้ามองรอบตัวด้วยความกังวล
“ใคร” หญิงสาวตวาดถามในป่าลึกทั้งสองข้างทาง ก่อนจะรีบเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะอีกเพียงเล็กน้อยก็เข้าสู่ดินแดนของเผ่า์แล้ว หากเรียกเมฆมงคลและเหาะขึ้นหมู่เมฆไป แม้ทหาร์จะใแต่หากยืนยันตัวตนว่าผ่านทางมาเท่านั้น เผ่า์คงไม่เอาความองค์หญิงน้อยเช่นนางมากนักหรอก