บทที่ 24: เสียโฉม
รถพยาบาลมาถึงที่หน้าร้านอาหารฝรั่งอย่างรวดเร็ว
เซียวเป่ยฝืนทนความเ็ปแสบร้อนบนใบหน้า ขึ้นรถพยาบาลไปพร้อมกับเ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทิ้งจั่วซีไว้ที่ร้านอาหารเพียงลำพัง
รถพยาบาลแล่นไปบนถนนพร้อมเสียงไซเรนดังลั่น ฝ่าไฟแดงไปสี่ห้าครั้ง ใช้เวลาประมาณสิบกว่านาทีก็มาถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
"สวัสดีครับ ผมชื่อหลงเทียนอี" หลงเทียนอีมองเซียวเป่ยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา "อดทนอีกนิดนะครับ ถึงโรงพยาบาลแล้ว"
เซียวเป่ยรู้สึกแสบบนใบหน้า เธอครางเบาๆ อยู่ในลำคอ นึกถึงตอนที่ก่อนหน้านี้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเพราะอุบัติเหตุที่เท้า แล้วกว่าจะฟื้นตัวจนเริ่มดีขึ้น โรงพยาบาลก็เพิ่งอนุญาตให้เธอออกมา แต่ตอนนี้เธอต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเพราะโดนของร้อนลวกที่หน้า
ช่างเป็ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับโรงพยาบาลจริงๆ
"หมอครับ ช่วยดูอาการของผู้หญิงคนนี้หน่อยครับ" หลงเทียนอี พาเซียวเป่ยเข้ามาในแผนกผู้ป่วยโดยไม่มีบัตรคิว "เธอโดนลวกที่ใบหน้า กรุณาตรวจดูอาการให้หน่อยครับ"
"มีบัตรคิวไหมครับ?" หมอถามอย่างใจเย็น "ถ้าไม่มีบัตรคิว กรุณาไปลงทะเบียนก่อน"
"ว่าไงนะ คุณได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า? ผมบอกให้คุณรีบดูอาการผู้หญิงคนนี้ก่อน!" หลงเทียนอีวางเซียวเป่ยลงบนเตียงผู้ป่วย แล้วเดินเข้ามาหาหมอพร้อมน้ำเสียงที่ไม่เกรงใจ
"ต้องลงทะเบียนก่อนครับ ไม่อย่างนั้นจะตรวจไม่ได้" หมอยืนยันอย่างหนักแน่น
"พูดอีกทีสิ! เชื่อไหมว่าผมสามารถโยนคุณออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลงเทียนอีเดินเข้าไปคว้าปกเสื้อกาวน์ของหมอ คนไข้ที่รออยู่ต่างก็พากันใจนรีบวิ่งหนีออกไป
เขาไม่เชื่อหรอกว่าในฐานะคุณชายใหญ่ของตระกูลหลงจะมีอะไรที่ทำไม่ได้
เซียวเป่ยที่นอนอยู่บนเตียงมองไปที่หลงเทียนอี แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าเขาคือคุณชายใหญ่ของตระกูลหลง ที่เซียวหลิวลี่พูดถึงในงานเลี้ยงครั้งก่อน
"นี่ คุณคือหลงเทียนอีเหรอ?" เซียวเป่ยพยายามกลั้นความเจ็บ แล้วถามออกมาด้วยความยากลำบาก
"เธอไม่ต้องพูด นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงก็พอ" หลงเทียนอีขมวดคิ้วแล้วหันไปมองเซียวเป่ย ก่อนจะหันกลับไปหาหมอที่ยังยืนใอยู่ "รีบไปตรวจอาการของเธอซะ ถ้ามีอะไรผิดพลาด ฉันจะหักขาของนาย"
หมอที่เพิ่งได้สติก็รีบพยักหน้า แล้วเดินไปตรวจดูอาการของเซียวเป่ยอย่างละเอียด หลังจากดูใบหน้าซีกซ้ายของเธอแล้ว เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า "จากสภาพนี้ อาการของเธอไม่ได้รุนแรงมากนัก แค่มีรอยลวกเล็กน้อยที่ิัด้านซ้ายเนื่องจากอุณหภูมิของน้ำมันสูง แต่ถ้าหมั่นทายาและกินยาตามที่หมอสั่ง อีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็จะหายดี"
"อะไรนะ? ต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์?" เซียวเป่ยขมวดคิ้วถามหมอซ้ำอีกครั้ง "หมอแน่ใจนะคะ? ต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอ? ฉันต้องไปทำงานนะ"
หมอหยิบขวดยาใสๆ ออกจากตู้ยา ก่อนจะจุ่มสำลีลงในขวดยาแล้วค่อยๆ ทายาลงบนใบหน้าของเซียวเป่ย "อดทนหน่อยนะครับ จะรู้สึกแสบนิดๆ"
พูดตามตรง ตอนที่หมอทายาลงบนแผลมันนั้นมันรู้สึกแสบเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับความเ็ปจากการดึงกระจกที่ติดอยู่ก่อนหน้านี้ มันถือว่าเป็เื่เล็กน้อยมาก
หลงเทียนอียืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงผู้ป่วย มองเซียวเป่ยโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็มีชีวิตที่แข็งแกร่งขนาดนี้ หากเป็คนอื่นคงร้องไห้โอดครวญแล้ว แต่เธอกลับร้องแค่ตอนถูกลวกเท่านั้น จนหลงเทียนอีเองก็รู้สึกชื่นชมในความอดทนของเธอ
ไม่แปลกใจเลยที่เธอสามารถทำให้หลิงซิ่วซือยอมสยบได้ หลงเทียนอียืนกอดอกมองเธออยู่ตรงนั้นจนหมอทายาเสร็จ
"เสร็จแล้ว" หมอถอดถุงมือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เขาไอเบาๆ แล้วเขียนรายการยาที่ต้องจ่ายและข้อควรระวังหลังการรักษาลงบนกระดาษ "คุณผู้หญิงครับ ผมสังเกตเห็นว่าเท้าของคุณเดินไม่ค่อยถนัด ได้าเ็มาก่อนใช่ไหม?"
เซียวเป่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "อืม อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งโดนรถชนมาค่ะ"
หมอหยุดนิ่งไปสักครู่ด้วยความใ ก่อนจะพูดต่อว่า "ถ้าอย่างนั้นคุณควรพักผ่อนเยอะๆ แต่จากที่ผมดู คุณฟื้นตัวเร็วมาก คนปกติจะต้องพักฟื้นหลายเดือนเลยนะครับ"
"จริงเหรอ?" เซียวเป่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ "บางทีฉันอาจจะเป็มนุษย์ต่างดาวสิงร่าง หรืออาจจะเป็ลูกของมนุษย์ต่างดาวก็ได้"
พอพูดจบ หลงเทียนอีที่เคยทำหน้าตาขรึมกลับหัวเราะออกมา
เซียวเป่ยเหลือบมองเขาด้วยความรู้สึกอึดอัด แต่เธอก็สังเกตเห็นว่าจริงๆ แล้วผู้ชายคนนี้ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่อะไร แถมยังดูดีมากด้วย ดูหล่อพอๆ กับนักแสดงชายเกาหลีเลยทีเดียว
"เธอเคยาเ็ที่เท้าเหรอ?"
หลงเทียนอีรู้สึกไม่สบายใจเมื่อถูกเซียวเป่ยมอง เขาจึงเปลี่ยนเื่พร้อมกับลองถามแบบหยั่งเชิง "เกิดอะไรขึ้นล่ะถึงได้าเ็?"
เซียวเป่ยขมวดคิ้ว เธอเกลียดที่สุดเวลาที่คนอื่นทำเหมือนสนิทสนมกับเธอ แล้วถามโน่นถามนี่ เธอจึงตอบห้วนๆ กลับไปว่า "เกี่ยวอะไรกับนายด้วย?"
"ฮ่าฮ่า"
หลงเทียนอีถึงกับพูดไม่ออกด้วยความโมโหกับผู้หญิงคนนี้ แต่ยิ่งเป็แบบนี้ เขาก็ยิ่งชอบที่จะอยู่กับเธอมากขึ้น รู้สึกว่าเธอเป็คนที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม หลงเทียนอีมั่นใจอย่างหนึ่งว่า เซียวเป่ยยังไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลิงซิ่วซือ และไม่รู้ว่าอุบัติเหตุรถชนนั้นเขาเป็คนก่อขึ้นเอง
“จริงๆ มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก" หลงเทียนอีพูดอย่างกระอักกระอ่วน "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นฉันไปส่งเธอกลับบ้านนะ"
เซียวเป่ยเม้มปากด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก็พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะในสภาพนี้ การกลับบ้านคนเดียวคงไม่สะดวกเท่าไหร่
ถ้ามีคนมาส่งเธอคงจะดีที่สุด เธอเองก็อยากมีรถส่วนตัวมาส่งถึงบ้านอยู่แล้ว
ยังไม่ทันที่เซียวเป่ยจะตอบสนองอะไร หลงเทียนอีก็อุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดายอีกครั้ง แล้วเดินตรงไปที่หน้าประตูโรงพยาบาลเพื่อเรียกแท็กซี่ จากนั้นเขาก็วางเธอลงเบาะหลังอย่างเบามือ "เธอพักอยู่ที่ไหน?"
เซียวเป่ยยังตกอยู่ในอาการตะลึงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธออ้ำๆ อึ้งๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะบอกที่อยู่ของตัวเองจนจบ
หน้าบ้านตระกูลเซียว
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสี่โมง แต่บรรยากาศรอบๆ กลับเงียบสงบ
แม้ว่าหน้าบ้านตระกูลเซียวจะมีจั่วซีและหลิงซิ่วซือยืนอยู่ แต่บรรยากาศก็ยังคงเงียบสงบเช่นเคย
หลงเทียนอีปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากที่นั่งข้างคนขับ จากนั้นเขาก็อุ้มเซียวเป่ยที่นั่งอยู่เบาะหลังลงมาอย่างสุภาพ
"ปล่อยฉันลงเถอะ ฉันเดินเองได้" เซียวเป่ยพูดด้วยความอาย พลางเหลือบมองหลงเทียนอี ที่มีคนยืนอยู่หน้าบ้านสองคนอย่างเขินอาย
เธอไม่คิดที่จะสนใจพวกเขา แค่เดินตรงไปทางบ้านของตัวเอง
แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกหลิงซิ่วซือขวางเอาไว้ เขาไม่ได้พูดอะไร และเซียวเป่ยก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ทั้งคู่ทำเหมือนว่าถ้าฝ่ายพูดก่อน คนนั้นจะเสียเปรียบ
เซียวเป่ยรู้สึกเหนื่อยมากในตอนนี้ ร่างกายอ่อนแอ เธอแค่อยากกลับไปพักผ่อนในห้อง นั่นคือสิ่งที่เธอ้ามากที่สุด
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องตามตอแยเธอไม่เลิก
ถ้าวันที่หย่ากันแล้ว หลิงซิ่วซือไม่ตามรังควานเธอ เื่พวกนี้คงไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้
คุณชายหลงเป็คนส่งฉันกลับ" เซียวเป่ยทนไม่ไหวจนต้องพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ "คุณชายหลิงมาที่บ้านฉันทำไม? ดูเหมือนว่าเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วนะ"
หลิงซิ่วซือจ้องมองเซียวเป่ย สายตาของเขาไหววูบเล็กน้อย
เซียวเป่ยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงชอบมองเธอด้วยสายตาประหลาดแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงและขนลุกทุกครั้ง
"คุณเซียวอย่าเกรงใจเลยครับ ผมแค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ เอง การได้ส่งคุณกลับบ้านถือเป็เกียรติของผม" หลงเทียนอีพูดพร้อมกับหันไปมองเซียวเป่ย แล้วก็เหลือบมองหลิงซิ่วซือและจั่วซีด้วยรอยยิ้ม "ซิ่วซือ พวกนายมาทำอะไรที่นี่?"
เซียวเป่ยรู้สึกว่าหลงเทียนอีก็ไม่ได้โง่เหมือนที่เธอคิดไว้
ไม่ว่าหลิงซิ่วซือจะรักจั่วซีหรือไม่ แต่ในสายตาของทุกคน จั่วซีก็ถือว่าเป็ว่าที่สะใภ้ตระกูลหลิงไปแล้ว ที่สำคัญตอนนี้เซียวเป่ยกับหลิงซิ่วซือก็เป็เหมือนศัตรูกัน และเมื่อจั่วซีบอกหลิงซิ่วซือถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเที่ยง หลิงซิ่วซือก็คงจะรู้สึกถูกกระทบกระเทือนใจไม่น้อย จึงต้องมาหาเซียวเป่ยเพื่อสะสางเื่นี้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองมาส่งศัตรูถึงบ้าน หลิงซิ่วซือจะกลืนความโกรธนี้ลงไปได้ยังไง
ใบหน้าของหลิงซิ่วซือพลันเปลี่ยนเป็สีดำมืด แต่เขาก็พยายามสงบอารมณ์ในขณะที่อยู่ต่อหน้าหลงเทียนอี เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “หลงเทียนอี นายไปอยู่กับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง นายรู้ไหมว่าเธอเพิ่งทำอะไรกับจั่วซีในร้านอาหารฝรั่ง?”
“หมายความว่าไง หลิงซิ่วซือ” หลงเทียนอีมองหลิงซิ่วซือด้วยความสงสัย “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าใบหน้าของคุณเซียวถูกลวก ฉันเลยพาเธอไปโรงพยาบาลก็แค่นั้น”
“หึ นายคิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง? จั่วซีบอกว่านายเป็คนแรกที่วิ่งออกมา นายจะบอกว่าไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ยังไง หรือว่านายเลือกจะเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนี้มากกว่าคำพูดของจั่วซี?” หลิงซิ่วซือเริ่มแสดงอาการไร้เหตุผล เขาเห็นหลงเทียนอีเงียบไป จึงหันมาโกรธใส่เซียวเป่ยทันที “ยัยบ้า เธอทำอะไรกับเพื่อนของฉัน ถึงทำให้เขาเข้าข้างเธอขนาดนี้”
เซียวเป่ยถึงกับงง ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ฟังจากบทสนทนาของพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าหลงเทียนอีกับหลิงซิ่วซือจะเป็เพื่อนสนิทกัน
“ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร” เซียวเป่ยตอบเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะมองหลิงซิ่วซือ “ฉันรู้แค่ว่าหน้าของฉันถูกลวก ถ้าจั่วซีไม่ได้ขัดขาพนักงาน ใบหน้าฉันคงไม่เป็แบบนี้”
หลิงซิ่วซือและจั่วซีต่างก็มองเซียวเป่ยด้วยความใ ใบหน้าซีกซ้ายของเธอแดงจัดและเต็มไปด้วยรอยพุพองน้ำเล็กๆ ในขณะนั้นเอง จั่วซีก็เริ่มร้องขอความเห็นใจทันที “ซิ่วซือ ฉัน…ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ อย่าเชื่อที่เธอพูดนะ นายต้องเชื่อฉัน”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเชื่อเธออยู่แล้ว” หลิงซิ่วซือหันไปมองจั่วซีเพื่อปลอบเธอ จากนั้นก็หันมามองเซียวเป่ยอีกครั้ง “เซียวเป่ย เธอบอกฉันมาตรงๆ ทำไมต้องทำแบบนี้? เป็เพราะฉันบังคับให้เธอลาออกใช่ไหม? หรือว่า…ไม่ว่าเพราะอะไร เธอควรจะมาลงที่ฉัน แต่การใส่ร้ายจั่วซีแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ ฉันต้องออกมาปกป้องเธอ”
ฮึ ปกป้อง? เธอถึงกับแปลกใจว่าเขารู้จักคำว่าความยุติธรรมด้วยหรือ? ตอนที่เธอทำงานหนักในตระกูลหลิง ทำไมเขาไม่เคยออกมาปกป้องเธอสักครั้ง?
เขาเอาแต่ใช้ชีวิตเสเพลอยู่ข้างนอก แต่ตอนนี้แค่จั่วซีถูกว่าร้าย เขาก็รีบร้อนออกมาพูดเื่ความยุติธรรมให้เธอเสียแล้ว?
ช่างน่าขันสิ้นดี!
“ขอโทษนะคะ คุณชายหลิง ตอนนี้คนที่าเ็คือฉัน ไม่ใช่คุณหนูใหญ่จั่วซีของคุณ” เซียวเป่ยพูดพลางผลักมือหลิงซิ่วซือออกอย่างไม่แยแส เธอมองเขาด้วยความทะนงตัว “ช่วยดูให้ดีๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็คนเลวแล้วมาแกล้งทำเป็ผู้ถูกกระทำ ใครกันแน่ที่โกหก? ช่วยเปิดตาดูให้กว้างๆ แล้วคิดทบทวนให้ดีๆ หน่อย”
“เธอ…เธอเถียงข้างๆคูๆ” หลิงซิ่วซือพูดไม่ออก เขารู้ว่าไม่มีใครโง่พอที่จะทำร้ายตัวเอง แต่เขาเชื่อว่าจั่วซีไม่ใช่คนแบบที่เซียวเป่ยพูด แต่ก็หาเหตุผลหรือหลักฐานมาแก้ต่างให้จั่วซีไม่ได้ “ไม่ว่าอย่างไร จั่วซีก็ไม่ใช่คนแบบที่เธอว่าแน่นอน”