เย็นวันนี้แลนซ์และแอนนาอยู่รับประทานมื้อเย็นที่บ้านของแม็กฟาเลน และทั้งสองได้พบกับภรรยาของเขาที่ชื่อว่าโนเอล โนเอลเป็หญิงสาวหน้าตาใสซื่อ ผมสีขาวขุ่น และดวงตาสีน้ำเงินซึ่งเหมือนกับริชาร์ด เธอกลับบ้านในเวลาอาหารเย็นพอดี
“บ้านเรามีแขกหรือคะที่รัก” โนเอลเอ่ยถามสามีของตนด้วยน้ำเสียงหวาน พลางมองริชาร์ดกับแลนซ์กำลังช่วยกันยกถ้วยซุปปลาและมันฝรั่งอบมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ส่วนแอนนานั้นนั่งฝั่งตรงข้ามกับสามีตน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แอนนาจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะถอนสายบัวพลางแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะคุณเ้าของบ้าน ดิฉันชื่อว่าแอนนาค่ะ”
“ส่วนผมแลนซ์ครับ” แลนซ์กล่าวหลังจากวางถ้วยซุปแล้ว
“มีอีกคนชื่อว่าวาเนสซ่า” แม็กฟาเลนกล่าว “เธอเป็ญาติของผมที่มาจากตระกูลหลักน่ะ”
“และไม่ทราบว่าคนจากตระกูลหลักมาทำอะไรหรือคะ” โนเอลเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างมือ ก่อนจะมานั่งที่โต๊ะอาหาร
“ญาติของฉันเขาจะมาช่วยฝึกฝนริชาร์ดให้เข้าเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์นานาชาติแอสตรัล” แม็กฟาเลนกล่าว “ดังนั้น่นี้พวกเขาจะแวะมาที่บ้านเราบ่อยหน่อยนะโนเอล”
“งั้นหรือคะ” โนเอลกล่าว “นี่คุณเอาจริงสินะคะ เื่จะให้ลูกเข้าโรงเรียนเวทมนตร์น่ะ”
“จริงสิ ก็มันเป็ความฝันลูกเรานี่” แม็กฟาเลนกล่าว “ริชาร์ด แสดงให้แม่เขาเห็นด้วยล่ะ ว่าลูกเอาจริง”
“ครับ” ริชาร์ดกล่าวก่อนจะโชว์คัมภีร์ธาตุสายฟ้า วิชาเวทตัดผ่า์ให้กับโนเอล เธอถึงขั้นผงะเมื่อเห็นคัมภีร์วิชา
“พระเ้าช่วย คุณคะ นี่คุณเอาเงินเก็บทั้งหมดของบ้านเราไปซื้อคัมภีร์ให้ลูกหรือไงคะ...ไม่สิ เงินเก็บบ้านเราไม่น่ามากพอซื้อคัมภีร์”
โนเอลหันไปมองแม็กฟาเลนเพื่อขอคำตอบ ก่อนที่แม็กฟาเลนจะหันไปมองแลนซ์และแอนนา
“พวกเราเป็คนซื้อคัมภีร์ให้ริชาร์ดเองครับ” แลนซ์กล่าว “เพื่อเป็ค่าตอบแทนสำหรับการดำเนินเื่ให้พวกเราอาศัยที่นี่ระยะยาว”
“อาศัยที่นี่ ในบ้านหลังนี้หรือคะ” โนเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล จนกระทั่งแลนซ์ส่ายหน้า
“ในสาธารณรัฐไวท์โฮปต่างหากล่ะครับ เราไม่คิดจะรบกวนพวกคุณแม้แต่น้อย”
โนเอลพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหันไปหาแม็กฟาเลน และเธอต้องใเมื่อแม็กฟาเลนแสดงเหรียญทองสองเหรียญให้เธอดู
“กรุณาอธิบายด้วยค่ะ” โนเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว “เงินสองล้านเหรียญหินคุณไปได้มันมายังไง”
“อย่าใสิที่รัก” แม็กฟาเลนกล่าวพลางยิ้มหวาน “ทางตระกูลสาขาหลักได้มอบมรดกบางส่วนให้เรา เพื่อเป็ค่าชดเชยในอดีต ที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเราเลย ตอนแยกย้ายออกมาน่ะ”
ก่อนที่โนเอลจะกลับมา วาเนสซ่าได้พูดคุยตกลงกับแม็กฟาเลนไว้แล้ว เพื่อภรรยาของเขาจะได้ไม่สอบถามอะไรมาก เมื่อได้ยินเช่นนี้เธอจึงสบายใจ พลางมองแอนนากับแลนซ์ด้วยสายตาเป็มิตรมากขึ้น
“ขอบคุณที่ทำให้ฝันของลูกดิฉันเป็จริงนะคะ” โนเอลกล่าว “กรุณาช่วยอบรมสั่งสอนให้ลูกดิฉันเป็จอมเวทที่ดีด้วยค่ะ”
“ดิฉันรับปากค่ะ” แอนนากล่าว “หลังทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว ทางเราจะเริ่มฝึกพื้นฐานให้เขาทันทีเลย”
“อ้าว ไม่ใช่พรุ่งนี้หรือ” ริชาร์ดกล่าว “ฝึกหลังกินข้าวมันจุกนะ”
“การฝึกเวทนั้นไม่มีทางลัด มีแต่การฝึกหนักและความพยายามเท่านั้น” แอนนากล่าว “การที่เราจะฝึกเธอในเวลาสามเดือนให้ทัดเทียมกับพวกที่เรียนรู้เวทมนตร์มานานนับปีนั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆ เราต้องลงมือฝึกฝนทันที”
“แม่เห็นด้วยนะ” โนเอลกล่าว “หนูแอนนาพูดถูกแล้วล่ะจะ”
แอนนายิ้มรับคำชมจากอีกฝ่าย พลางถอนสายบัวให้ โนเอลต้องห้ามเธอไม่ให้ถอนสายบัว ก่อนจะสอนให้โค้งคำนับนิดหน่อยพอเป็พิธีแทน เพราะการถอนสายบัวของผู้หญิงไม่ใช้กับสามัญชน
แน่นอนว่าแอนนารู้ แต่นี่คือวิธีแสดงการให้เกียรติอีกฝ่ายที่เป็ผู้ใหญ่กว่าตามความเคยชินของเธอ ซึ่งต้องปรับตัวอีกพักใหญ่ๆ
“แล้วคนที่ชื่อวาเนสซ่าจะกลับมาเมื่อไหร่คะ” โนเอลเอ่ยถามเพราะว่าอาหารในตอนนี้นั้นพร้อมรับประทานแล้ว
“เดี๋ยวก็มาแล้วน่ะครับ” แลนซ์กล่าว “วันนี้เธอออกไปหาโรมแรมให้พวกเราอยู่น่ะ หลังจากนี้อีกพักนึงเราถึงค่อยทำการซื้อบ้าน”
ไม่ทันขาดคำที่แลนซ์ว่าก็มีเสียงเคาะประตู หลังจากนั้นแอนนาก็เดินไปเปิดประตูให้วาเนสซ่าเข้ามา วาเนสซ่านั้นแนะนำตัวตามมารยาทกับโนเอล ก่อนที่พวกเขาทุกคนจะลงมือทานซุปปลาและมันอบซึ่งเป็อาหารพื้นบ้านของเมืองท่าแห่งนี้
……………….
“โตรเหนื่อยเลย ขอพักได้มั้ยลูกพี่”
“ฝึกๆไปเถอะ คืนนี้ทั้งคืนห้ามนอน”
ริชาร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายกับแลนซ์และแอนนา เมื่อเขาต้องฝึกโคจรมานาในร่างไปทั่วอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาต้องตั้งสมาธิให้พลังมานาในร่างรวมกันที่ลิ้นปี่จนเป็ก้อนพลังงาน ก่อนที่จะสั่งให้มันโคจรควบคู่ไปกับระบบไหลเวียนของเืและลมหายใจ
ขั้นตอนที่ว่ามานี้เทียบเท่ากับการรวบรวมลมปราณวิทยายุทธของทวีปิ ซึ่งเน้นใช้กำลังภายในกัน แต่ทว่าเมื่อนำมาประยุกต์กับการฝึกเวทมนตร์แล้ว จะทำให้จอมเวทคนนั้นบริหารมานาและฝึกฝนการใช้เวทได้ดียิ่งขึ้น
ขั้นตอนนี้รู้กันน้อยคน คนที่รู้มักจะเป็จอมเวทชั้นสูงที่ผ่านาและการต่อสู้ในสนามรบมาแล้ว และเมื่อมันถูกนำมาใช้กับจอมเวทมือใหม่ ย่อมสร้างความลำบากให้กับจอมเวทคนนั้น แต่แลกกับการพัฒนาแบบก้าวะโ แทนที่จะเดินไปอย่างช้าๆตามธรรมชาติ
“และเมื่อไหร่ผมถึงจะได้เริ่มจับคัมภีร์ครับ” ริชาร์ดกล่าวพลางจ้องคัมภีร์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำการบ้าน แอนนาจงใจวางมันเอาไว้เพื่อให้ริชาร์ดใช้ทำสมาธิ ขณะโคจรลมปราณ
“หนึ่งเดือน” แลนซ์กล่าว “หากนายทำได้ไม่มีตกบกพร่อง นายค่อยเริ่มเรียนคัมภีร์เวทในนั้น”
“ตั้งหนึ่งเดือนเลยหรือ” ริชาร์ดกล่าวพลางทำเสียงหดหู่ ขอเป็หนึ่งอาทิตย์ได้มั้ยอะ
“อย่าพูดว่าตั้งหนึ่งเดือน” แอนนากล่าว “แค่โคจรพลังเวทยังบ่นว่าเหนื่อย และไอ้ตอนฝึกเวทมนตร์จริงๆมันจะไม่ยิ่งแล้วใหญ่หรือ...ให้นึกถึงการฝึกดาบเข้าไว้ คนที่ร่างกายไม่พร้อม ก็ไม่อาจจะสวมเกราะและถือดาบเพื่อเรียนวิถีแห่งอัศวินได้ การฝึกเวทมนตร์ก็เช่นกัน ถ้าไม่สามารถบริหารมานาในร่างกายได้ ก็ยากที่จะใช้เวทมนตร์”
“อย่างนี้นี่เอง” ริชาร์ดกล่าวเสียงแ่เบา เขาไม่อาจกล่าวเสียงดังได้เพราะรู้สึกว่าปอดกำลังร้าว เนื่องจากมานานั้นแผ่ซ่านภายในปอด “ผมจะพยายามครับ”
ทั้งแอนนาและแลนซ์นั้นเฝ้าริชาร์ดทั้งคืนจนเกือบสว่าง ริชาร์ดสังเกตุว่าทั้งสองเองก็ไม่มีท่าทางง่วงหรืออ่อนเพลียให้เห็นทั้งที่เฝ้าเขามาตลอดทั้งคืน นั่นจึงทำให้เขาไม่กล้าเหนื่อยล้าหรือว่าอยากพักผ่อน
และแล้วในจังหวะที่เขากำลังโคจรมานาเรื่อยๆราวกับไม่มีวันสิ้นสุดนั้นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงมานาในร่างของแลนซ์และแอนนา มันเป็พลังมานาที่สงบและไหลเวียนอย่างเป็ระเบียบ ไม่ติดขัดและสั่นไหวเหมือนอย่างเขา
ริชาร์ดรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น นี่เป็ครั้งแรกที่เขาััได้ถึงพลังเวทของผู้อื่น จากที่เขาไม่เคยรับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นักเวทหรือไม่ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมคาลอสถึงเรียกเขาว่าทารกจอมเวท
“ดูเหมือนว่าจะพัฒนาขึ้นมานิดนึงแล้วสินะ” แลนซ์กล่าว “ััถึงพลังเวทของเราได้ใช่มั้ย”
“ใช่แล้ว” ริชาร์ดกล่าวก่อนจะหยุดการโคจรเวท แล้วล้มตัวลงใส่ที่นอน “ผมรู้สึกถึงมานาในร่างของแลนซ์กับแอนนา มันสงบนิ่ง ทรงพลัง และมั่นคง”
“แล้วระบุได้มั้ยว่าพวกฉันมีธาตุอะไรในตัว” แอนนากล่าวถาม
“ยังไม่รู้เลย” ริชาร์ดกล่าว “สงสัยคงเพราะผมไม่ได้อ่านถึงความแตกต่างระหว่างธาตุในแต่ละธาตุของมานามั้ง”
“ถ้างั้นก็ยังถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะการโคจรประสานเวทจะบอกเราเอง ว่าคนๆนั้นธาตุอะไร” แอนนากล่าวก่อนจะฉีกยิ้ม “ว่าแต่ใครให้หยุดพักจ๊ะ ริชาร์ด”
“นั่นสิ” แลนซ์กล่าว “ระหว่างที่นายกำลังนั่งพัก คนอื่นๆที่เป็คู่แข่งในในรอบคัดเลือกอาจจะเก่งขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ได้นะ”
“เข้าใจแล้ว” ริชาร์ดกล่าว “แต่มันใกล้จะเช้าแล้วนะครับ จะไม่ให้ผมนอนพักหน่อยหรือ”
“เวลาตื่นของนายไม่ใช่เวลานี้นี่” แอนนากล่าวก่อนจะมองนาฬิกาปลูกพลังงานเวท มันตั้งเอาไว้ตอนเจ็ดโมงเช้า “นี่พึ่งตีห้าครึ่งเอง ฝึกต่อไปสิ”
หลังจากนั้นแลนซ์ก็เริ่มฝึกสอนให้ริชาร์ดอ่านกระแสมานาในร่างของคู่ต่อสู้ จนริชาร์ดอ่านได้แล้วว่าจอมเวทที่เขาเผชิญมีพลังมานามากหรือน้อย อ่อนแอกว่าเขาหรือเก่งกว่าเขา และมานาของจอมเวทฝ่ายตรงข้ามมั่นคงหรือสั่นไหว ในขณะที่พวกเขากำลังร่ายเวท ซึ่งสิ่งที่ริชาร์ดเรียนนั้น เรียกว่าวิชาอ่านกระแสมานา
ทั้งแลนซ์และแอนนาแอบชื่นชมริชาร์ดในใจ เพราะริชาร์ดเป็เด็กที่มีพร์ ทักษะพวกนี้เป็ทักษะขั้นกลางค่อนไปทางสูง จอมเวทระดับแรกแบบริชาร์ดน้อยคนมากที่จะฝึกได้ถึงขั้นนี้
“หากเข้าใจวิชาการอ่านและใช้กระแสมานาแล้ว ต่อไปก็จะให้เริ่มใช้เวทสนับสนุนการต่อสู้” แลนซ์กล่าวพลางฉีกยิ้ม ตอนนี้พวกเขากำลังซ้อมหลังทานข้าวเช้าเสร็จ ซึ่งเขาฝึกฝนริชาร์ดคนเดียว เพราะแอนนานั้นไปพักผ่อนที่โรงแรมแล้ว
“อะไรนะ ฝึกเวทสนับสนุนการต่อสู้” ริชาร์ดกล่าว “ไหนสัญญาว่าจะให้ผมจับคัมภีร์ไงล่ะครับอาจารย์แลนซ์”
“นายคงเข้าใจอะไรผิดไปนิดหน่อย” แลนซ์กล่าวพลางฉีกยิ้ม “ตอนนี้นายยังไม่สำเร็จการโคจรมานาในร่าง กับวิชาการอ่านกระแสมานาเลยนะ คิดว่าฉันจะสอนเวทสนับสนุนการต่อสู้ให้นายหรือไง”
ริชาร์ดคอตกทันทีเมื่อได้ยินแลนซ์กล่าว ก่อนที่เขาจะฝึกโคจรมานาในร่างต่อไปเรื่อยๆ โดยในครั้งนี้แลนซ์ให้ริชาร์ดโคจรกระแสมานาในร่างพร้อมๆกับทำอย่างอื่น เช่นกวาดสวนหรือว่ารดน้ำต้นไม้ เป็การบังคับให้ริชาร์ดต้องเพ่งสมาธิทำหลายๆอย่างพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้
“เหนื่อยมาก” ริชาร์ดกล่าว “พวกจอมเวทนี่ต้องมีสติอยู่กับตัวและตระหนักรับรู้การกระทำของตัวเองตลอดเวลาขนาดนี้เลยหรือ...เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมการเป็จอมเวทมันถึงไม่ใช่เื่ง่ายๆ”
“มันเป็เื่ที่พวกจอมเวทระดับมาตรฐานเขาฝึกฝนกันนะ” แลนซ์กล่าว “ดังนั้นถ้านายอยากเป็จอมเวทที่เหนือกว่าระดับมาตรฐาน ก็ต้องมีสติตระหนักรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา จิตไม่ฟุ้งซ่าน และคิดเื่ปรุงแต่ง”
“และแลนซ์...ไม่สิ คุณแลนซ์และคุณแอนนาอยู่ระดับไหนหรือครับ” ริชาร์ดตัดสินใจเอ่ยถามออกไปเมื่อได้จังหวะ เขาสงสัยมานานแล้วว่าเหตุใดเด็กอายุไล่เลี่ยกับเขา ถึงได้มีพลังเวทที่แข็งแกร่งผิดปกติขนาดนี้
เพราะั้แ่ริชาร์ดตรวจสอบมานาในร่างของคนอื่นได้ เขาก็ลองตรวจสอบทุกคนที่เขาเดินผ่าน เขาพบว่าไม่มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันเลย ที่มีพลังเวทเหมือนกับแลนซ์และแอนนา
“ก็ระดับมาตรฐานของจอมเวททั่วไปนั่นแหละ” แลนซ์กล่าว “นายเองนั่นแหละ เลิกสนใจมานาในร่างฉันซะ และเอาเวลาไปฝึกให้ตัวเองเพิ่มพูนพลังเวทยิ่งขึ้นเถอะ”
…………………
ณ ทางเข้าป่าบริเวณเขตหวงห้ามซึ่งเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ คาลอสในชุดจอมเวทสีดำกำลังยืนประจัญหน้ากับหมูป่าตัวใหญ่สีดำสนิท เบื้องหน้าของเขามีจอมเวทอายุประมาณสิบแปดปีในชุดคลุมสีขาวสองคนคอยคุ้มกัน ส่วนด้านหลังของเขามีหญิงสาวผมสีน้ำตาลทองใบหน้างดงาม ดวงตาสีส้มเข้มยืนอยู่ช้างหลัง เธอคือไอวี่นั่นเอง
โดยไอวี่นั้นอยู่ในชุดคลุมจอมเวทสีฟ้าอ่อน เธอเรียกวงเวทสีฟ้าธาตุน้ำขึ้นมาตรงหน้า เช่นเดียวกับคาลอสที่เรียกวงเวทสีดำ ส่วนจอมเวทคุ้มกันด้านหน้าสองคนไม่ได้เรียกวงเวท หากแต่พวกเขาถือดาบคอยคุมเชิง
“นายน้อย คุณไอวี่ เริ่มโจมตีหมูป่าได้เลย” คนคุ้มกันกล่าวกับทั้งสอง ไอวี่และคาลอสพยักหน้าให้กัน ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มใช้เวทโจมตี วงเวททั้งสองเรืองแสงสว่างจ้า
“จงทะลวงซึ่งศัตรูแห่งข้า เมก้า แจฟเวลิน!! (Mega Javalin)” ไอวี่กล่าวร่ายเวทบทย่อ ก่อนที่หอกน้ำขนาดใหญ่กว่าหนึ่งเมตรจะออกมา แล้วพุ่งเข้าหาหมูป่าทันที
“ความมืดมิดแห่งก้นบึ้งของขุมนรกจงมาเป็พลังให้กับข้า” คาลอสกล่าวร่ายเวทตาม เมื่อไอวี่ร่ายเวทก่อน “จงฉุดรั้งและดึงมันให้ตกต่ำสู่ความมืดมิด เดม่อน แฮนด์!! (Demon Hand)”
หอกน้ำของไอวี่เสียบทะลุร่างหมูป่าจนมันร้องโหยหวน ก่อนที่มือปีศาจนับสิบของคาลอสจะโผล่จากใต้พื้นดิน แล้วดึงร่างของหมู่ป่าปีศาจไม่ให้มันเคลื่อนไหว เ้าหมูป่าพยายามอย่างมากที่จะหลุดจากเวทมือปีศาจของคาลอส แต่ทว่ามันก็ดิ้นไม่หลุด เพราะคาลอสใช้มีดกรีดนิ้วตัวเอง ก่อนจะทามันลงบนเวทที่เขาร่าย
“พัฒนาการด้วยพันธสัญญาเื” คาลอสกล่าว “แฮนด์ ออฟ เฮล (Hand of Hell)”
มือปีศาจจากใต้พื้นดินเพิ่มจำนวนมากขึ้น และร่างของปีศาจสีดำน่าเกลียดน่ากลัวจากใต้พื้นดินก็เริ่มจะโผล่ออกมาให้เห็น มันเข้ากอดรัดหมูป่าปีศาจจนดิ้นไม่หลุด และค่อยๆกัดกินร่างของหมูป่าอย่างรวดเร็วจนหมูป่าร้องโหยหวนและสิ้นชีพในที่สุด
ถึงแม้หมูป่าจะตายไปแล้ว แต่ปีศาจจากก้นบึ้งนรกก็ยังไม่หยุดกัดกินหมูป่า และลากร่างไร้ิญญาของมันลงดินไปด้วย
“คาลอสคะ...อย่าบอกนะว่าหัตถ์แห่งนรกนั่นคือมหาเวท”
ไอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง พลางหันไปมองวงเวทของคาลอสที่จู่ๆก็ใหญ่ขึ้นถึงหนึ่งเมตร กลายเป็มหาวงเวท เธอเข้าใจได้ในทันที ว่าทำไมคาลอสถึงใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังและน่ากลัวอย่างนั้นได้
“เจ๋งใช่มั้ยล่ะ มหาเวทแฮนด์ ออฟ เฮลของฉัน” คาลอสกล่าวก่อนจะถุยเืจากปากของเขาทิ้ง และฝืนกลั้นร่างกายที่กำลังสั่นเทิ้มเอาไว้ ตัวเขาในตอนนี้อยู่ในสภาวะขาดมานาเบื้องต้น
“เจ๋งค่ะ” ไอวี่กล่าวก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ “ความสามารถระดับนี้ คาลอสต้องสอบผ่านรอบคัดเลือกของโรงเรียนแอสตรัลอย่างแน่นอน”
“ไม่ใช่แค่ผ่าน แต่ผมจะเป็ที่หนึ่งของชั้นปี” คาลอสกล่าว “ผมจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมเป็คนแรกของนักเรียนชั้นปีนี้ ที่ใช้เวทในระดับมหาเวทได้”
หลังจากนั้นคาลอสก็ดึงร่างบางของไอวี่เข้ามาใกล้ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงระเรื่อ
“และผมจะได้หมั้นหมายกับบุตรสาวของเ้าหน้าที่บรรณารักษ์แห่งสมาคมจอมเวทเสียที”
ไอวี่แสดงสีหน้าเคอะเขิน ก่อนที่เธอจะหลับตาปี๋ เมื่อคาลอสทำท่าจะจูบที่แก้มของเธอ และเมื่อหน้าของคาลอสเข้ามาใกล้มากขึ้น เธอก็ดันเห็นหน้าของอีกคนซ้อนขึ้นมา ริชาร์ดนั่นเอง
ไอวี่เผลอเอามือผลักหน้าคาลอสออกไป เธอเองก็ใที่จู่ๆตัวเธอเองทำแบบนั้น แต่ทว่าคาลอสไม่โกรธ เขาแค่ยิ้มรับก่อนจะโบกมืออำลาเธอ และเดินออกไป
“ริชาร์ด เพราะนายคนเดียว” ไอวี่กล่าวพลางถอนใจ “เพราะไอ้คำสัญญาบ้าๆสมัยเด็กนั่นคอยกวนใจฉันตลอด จนฉันลืมมันไม่ได้ ทำไมฉันต้องสัญญาแบบนั้นด้วยนะ”
ภาพสมัยเด็กเมื่อสองปีก่อนย้อนกลับมา ก่อนที่ไอวี่จะย้ายบ้านตามพ่อและแม่ของเธอ ทั้งสองนั้นสนิทกันมากและเล่นด้วยกันมาตลอด จนวันหนึ่งริชาร์ดสารภาพรักกับเธอ และบอกว่าเมื่อโตขึ้นจะไปรับเธอมาเป็เ้าสาว
“ฉันจะยอมคบกับนาย ถ้าในอนาคตข้างหน้า นายได้เป็จอมเวทที่ยิ่งใหญ่นะ ริชาร์ด”
นั่นคือคำพูดที่ไอวี่กล่าวทิ้งไว้กับริชาร์ด ตระกูลเธอต้องแต่งกับจอมเวทด้วยกันเท่านั้น นี่คือคำสั่งเสียของบรรพชน ดังนั้นหากริชาร์ดไม่ใช่จอมเวท เธอก็ไม่สามารถคบกับริชาร์ดได้ ดังนั้นเธอจึงพูดกดดันริชาร์ดไปแบบนั้น ถึงแม้ว่าในตอนนั้นเธอจะไม่ได้คิดอะไรจริงจังเลยก็ตาม