“คุณกล้าเ้าคะ คุณหญิงชื่นเชิญคุณกล้าไปใส่บาตรที่ท่าน้ำเ้าค่ะ” เสียงของบ่าวหญิงที่มีชื่อว่าแย้มเอ่ยบอกกับกล้า
“ครับเดี๋ยวผมตามไป”
กล้าเดินตามแย้มลงไปที่บริเวณท่าน้ำหน้าเรือนหลังใหญ่ ในซุ้มศาลามีคุณหญิงชื่นนั่งรออยู่ กล้าอดไม่ได้ที่เข้าไปสวมกอดแม่ของเขา
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่”
“ต๊าย ตาเด็กคนนี้นิ มิอายบ่าวบ้างหรือ”
“อายขอรับแต่เดี๋ยวก็คงชิน” กล้าหันมายิ้มให้กับบ่าวหญิงที่อยู่รอบ ๆ กายของคุณหญิงชื่นอย่างน่าเอ็นดู
“มิเป็ไรเ้าค่ะ คุณกล้าทำเยี่ยงนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเ้าค่ะ บ่าวชอบ” บ่าวชื่อแย้มตอบแล้วบิดเขินไปมา
“แล้วนี่พ่อตัดผมเองรึ”
“ขอรับ ทรงเดิมมันยาวรกรุงรังเกินไป ทรงนี้คุณหญิงแม่ชอบไหมครับ”
“ดูหาพูดเข้าตาลูกคนนี้นิ จักตัดทรงไหนเ้าก็ลูกแม่ไยจักมิชอบเล่า”
“บ่าวว่าคุณกล้าตัดผมแล้วรูปงามขึ้นมากโขเ้าค่ะ อย่างกับเ้าเงาะป่าถอดรูป”
“ประเดี๋ยวเถอะอีแย้ม มึงว่าแต่ก่อนนี้พ่อกล้ามิงามรึ”
“หาใช่อย่างที่คุณหญิงว่าเ้าค่ะ รูปงามเ้าค่ะแต่วันนี้งามกว่าเ้าค่ะ หน้าตาใสสะอาดดูมีสง่าราศี”
“เหอะ สอพอนักนะมึง”
กล้ามองดูคุณหญิงชื่นและบ่าวคุยกันสัพเพเหระ ไม่นานเรือพายของหลวงพ่อวัดเ้าทองก็มาถึงบริเวณท่าน้ำหน้าเรือน กล้าจำหลวงพ่อองค์นี้ได้ เขาคือหลวงพ่อเทียนที่พรมน้ำมนต์ให้เขา
“นิมนต์เ้าค่ะหลวงพ่อ”
กล้าและบ่าวหญิงที่อยู่บนท่าน้ำยกมือขึ้นไหว้หลวงพ่อ แย้มและจันบ่าวของคุณหญิงชื่นช่วยกันตักข้าวสวยใส่ลงในบาตรตามด้วยดอกบัว หลังจากนั้นหลวงพ่อก็สวดบทบาลีแล้วให้พร แต่ก่อนที่หลวงพ่อจะพายเรือออกจากไป คุณหญิงชื่นที่ยังคาใจเื่ของกล้าที่ได้รับฟังเมื่อวานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป
“หลวงพ่อเ้าคะ ที่ได้กล่าวกับพ่อกล้าแลไอ้ด่างว่าตัวของพ่อกล้านั้นเดินทางมาไกลหมายความว่ากระไรหรือเ้าคะ”
“อาตมาบอกมิได้ดอก แต่ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เวรแต่กรรม”
คุณหญิงชื่นยื่นหน้าไปใกล้ฝาบาตรแล้วเอ่ยถามหลวงพ่อเบา ๆ “มิใช่อาคมแลภูตผีมาสิงสู่ร่างใช่หรือไม่เ้าคะ”
“หากเป็เช่นนั้นพ่อกล้าคงมิมายืนใส่บาตรอาตมาหรอก แม่ชื่นสบายใจเถิด หากวันใดเขาจักบอกเล่าเขาคงบอกแม่ชื่นเอง อย่าได้เป็กังวลไป”
“เ้าค่ะ” คุณหญิงชื่นกลับมานั่งหลังตรงอย่างสง่างามดั่งเดิมและได้แต่หวังว่าการสนทนาของตนจะไม่ทำให้พ่อกล้าที่อยู่ด้านหลังรู้ตัว แต่หารู้ไม่ว่ากล้าได้ยินทุกคำและทุกประโยคจนเขาอมยิ้มเก็บอาการเอาไว้ แม้ว่าเื่ที่เขาพบเจอจะน่าเหลือเชื่อแต่ก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเขานั้นมาจากอนาคต แถมบอกไปก็ไม่รู้ว่าคุณหญิงชื่นจะมองว่าเขาบ้าหรือเปล่า กล้าตัดสินใจเก็บความลับนี้ไว้ หากเขาหาทางกลับ่เวลาปัจจุบันได้ เขาสาบานว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้พวกท่านฟัง เรือของหลวงพ่อเทียนลอยห่างออกไปจนพ้นท่าน้ำหน้าบ้านพระยาศรีสุริยาเดโช บรรดาบ่าวไพร่ต่างเก็บข้าวของขึ้นเรือนแล้วเตรียมตั้งสำรับเช้าให้เ้านาย
กล้าเดินตามคุณหญิงชื่นขึ้นเรือนใหญ่ เรือนหลังนี้เขาพึ่งจะขึ้นมาครั้งแรก สมกับเป็เรือนของพระยาศรีสุริยาเดโช เรือนหลังใหญ่ทำจากไม้สักทองทั้งหลังแป้นไม้เงามัน ซี่บันได ระเบียง ซุ้มประตูต่างแกะสลักไม้เป็รูปสัตว์และพืชพรรณไม้ดูสวยงาม คุณหญิงชื่นเดินเข้าไปนั่งที่ตั่งไม้กลางเรือน ส่วนกล้าก็เข้าไปนั่งพับเพียบลงใกล้ ๆ
“คุณหญิงแม่ขอรับลูกหายดีแล้วขอรับ” กล้าพยายามพูดภาษาไทยโบราณเพื่อตบตาคุณหญิงแม่และบ่าวคนอื่น
“หายดีกระไรของพ่อ กินยาไปชามเดียวจักหายได้เยี่ยงไร”
“ลูกหายจริง ๆ นะครับคุณหญิงแม่ ไม่เชื่อคุณหญิงแม่จะจับดูก็ได้” กล้าคลานเข่าเข้าไปใกล้คุณหญิงชื่น
“ตาลูกคนนี้ โตป่านนี้ยังจะออดอ้อนแม่เ้าเยี่ยงเด็กเล็ก หายดีแล้วเ้าจักไปไหน”
“ลูกอยากไปเรือนหมื่นบดินทร์ขอรับ”
“เมื่อวานยังเอ็ดเขา กล่าวว่าเป็คนทำเ้าตกเรือ ไยวันนี้จึงอยากไปหาเขา ตาลูกคนนี้นิ”
“ก็วันนี้อยากไปไงขอรับ อีกอยากลูกอยากเอาผ้าไปคืนเขาด้วย ผ้าที่ลูกอาเจียนใส่”
คุณหญิงชื่นกลอกตาไปทางอื่นอย่างระอาใจ ท่าทีของลูกชายช่างน่ารักน่าชัง และวันนี้ยังมาออดอ้อนอีก คนเป็แม่คนไหนจักทัดทานกิริยาของลูกชายตนเยี่ยงนี้ได้
“ครั้นอยากไปมากนัก ประเดี๋ยวแม่จักถามพ่อของเ้าให้”
“หากเ้าคุณพ่อไม่ให้ไป ลูกขอแอบไปได้ไหมขอรับ”
“เอ๊ะ... ตาลูกคนนี้นิ”
“จักแอบไปไหนรึพ่อกล้า” พระยาศรีสุริยาเดโชที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังก็พลันปรากฏกายให้เ้าคนที่วางแผนร้ายได้เห็น
“ไหว้ขอรับเ้าคุณพ่อ ลูกอยากขอไปเรือนหมื่นบดินทร์ขอรับ”
“เ้าหายดีแล้วหรือ”
“ขอรับ หายดีแล้วขอรับ” กล้ากำลังจะยื่นหน้าเขาไปหาพระยาศรีสุริยาเดโชแต่กลับถูกห้ามไว้ก่อน
“หากเ้าแน่ใจว่าจักมิไปก่อความวุ่นวายที่เรือนของหมื่นท่านพ่อก็จักให้เ้าไป”
“ได้ขอรับลูกสัญญา เออ รับปากขอรับ”
“เยี่ยงนั้นแล้วก็ให้บ่าวตามไปด้วย”
“ขอรับ”
กล้ายิ้มรับด้วยหน้าตาระรื่น ส่วนผู้ปกครองเรือนทั้งสองก็เอือมระอากับกิริยาของพ่อกล้า แม้จะแพ้ลูกอ้อนของบุตรแต่ก็กลัวว่าจักไปก่อเื่ที่เรือนของพระยาสัตวาบริภักดิ์ซึ่งเป็พ่อของหมื่นบดินทร์เข้า
“เช่นนั้นถือว่าเ้าคุณพ่อแลคุณหญิงแม่อนุญาตลูกแล้วนะขอรับ”
“หากพ่อมิให้เ้าไป เ้าก็แอบไปอยู่ดีใช่หรือไม่”
“แฮ่ะ ขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปเสีย กินข้าวกินปลาที่เรือนเราก่อนแล้วค่อยไป ส่วนเื่ของกำนัลก็ฝากให้แม่ชื่นจัดการให้ลูกเถิด”
“เ้าค่ะคุณพี่”
กล้ารับประทานอาหารที่เรือนใหญ่เสร็จ เขาก็กราบลาเ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่กลับมาที่เรือนเล็กของตัวเอง กล้ารีบจัดการกับเสื้อผ้าของหมื่นบดินทร์เขาใช้ผ้าสี่เหลี่ยมผืนบางห่อเสื้อผ้าของหมื่นบดินทร์แล้วร้องเรียกหาแดงให้ไปเตรียมเรือ หลังจากจัดการกับห่อผ้าเสร็จกล้าเดินไปที่ท่าน้ำ บ่าวของคุณหญิงชื่นก็ได้นำของกำนัลบรรจุลงในหีบไม้เป็อย่างดีมายืนรออยู่ที่ท่าน้ำอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน
“ท่านเ้าคุณแลคุณหญิงชื่นให้บ่าวตามไปด้วยเ้าค่ะ” บ่าวคนสนิทของคุณหญิงชื่นที่ชื่อจันเอ่ยขึ้น
“ขอรับ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปพร้อมกันหมดนี้แหละ”
“ว้าย มิได้เ้าค่ะคุณกล้า อย่าใช้คำสุภาพเยี่ยงนั้นกับบ่าวหนาเ้าค่ะ ประเดี๋ยวคุณหญิงชื่นกับท่านเ้าคุณได้ยินเข้าบ่าวจักถูกเอ็ดเ้าค่ะ”
“ไม่เห็นเป็ไรเลย ป้าจันอายุเยอะกว่าผมอีก”
“ป้า! หามิได้เ้าค่ะ คุณกล้าอย่าเรียกอีฉันเยี่ยงนั้นอีกนะเ้าค่ะ”
“ทำไมละ”
“เขาจักว่าบ่าวตีตนเสมอนายเ้าค่ะ”
“เป็อย่างนั้นเองสินะ แล้วผมต้องพูดยังไง”
“เรียกจัน หรืออีจันก็ได้เ้าค่ะ”
“งั้นเรียกว่าจันละกัน”
“เ้าค่ะ ส่วนขอรับมิต้องเอ่ยกับบ่าวหนาเ้าค่ะ คุณกล้าเอาไว้ใช้กับผู้ที่าุโกว่าเ้าค่ะ มิต้องใช้กับบ่าวหากผู้อื่นได้ยินเข้าจักนินทาคุณกล้าได้เ้าค่ะ”
“ขอรับ เอ๊ย ไม่สิ รู้แล้ว แฮะ ๆ แบบนี้ใช่ไหม”
“เ้าค่ะ”
“เรือพร้อมแล้วขอรับคุณกล้า” แดงะโมาจากท่าน้ำ บ่าวหญิงอีกสองคนยกหีบไม้ตามกล้าลงเรือไป
กล้าค่อย ๆ ก้าวขาลงเรือ หนนี้เป็ครั้งที่สองของเขาที่นั่งเรือแจว หลังจากที่รู้จังหวะของการก้าวเท้าก็ไม่ยากเกินไปสำหรับกล้า เขานั่งลงบนแคร่หลังจากนั้นเรือก็ออกจากท่าลอยล่องไปตามสายธาร
น้ำในคลองยังคงใสสะอาดเหมือนเมื่อวันก่อน สองข้างธารน้ำก็เต็มไปด้วยต้นไม้ แดงพายเรือลอยตามกระแสน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงท่าน้ำหน้าเรือนของพระยาสัตวาบริภักดิ์ หรือก็คือเรือนของเ้าคุณพ่อของหมื่นบดินทร์นั่นเอง แดงค่อย ๆ พายเรือเทียบท่า แล้วคนทั้งสามก็ขึ้นจากท่าน้ำ
“ไหว้ขอรับคุณกล้า”
“คุณกล้านำของกำนัลมาให้หมื่นบดินทร์ เอ็งรีบไปแจ้งความแก่หมื่นท่านเถิดไอ้เข้ม”
“ขอรับ” เข้มรีบเดินขึ้นเรือนไปแจ้งความแก่หมื่นบดินทร์ โดยที่แขกทั้งสามรออยู่ตรงศาลาท่าน้ำ
“จัน” กล้าหันไปกระซิบเสียงเบา “พ่อและแม่ของหมื่นบดินทร์ชื่ออะไรหรอ”
“คุณกล้าลืมหรือเ้าคะ”
“อืม รีบบอกมาเถอะ”
“เ้าคุณพ่อของหมื่นบดินทร์มีนามว่าพระยาสัตวาบริภักดิ์ แลคุณหญิงแม่มีนามว่าคุณหญิงฉายเ้าค่ะ”
“โอเค”
“โอเค! คืออันใดเ้าคะ”
“โอเคแปลว่าตกลง”
“ตกไปไหนเ้าคะ กระไรตก อิฉันมิเห็นมีอันใดตกหนาเ้าค่ะ”
“เฮ้อ ช่างเถอะ”
ผ่านไปไม่นานหญิงสูงวัยเดินลงมาจากเรือน เธอแต่งกายด้วยผ้าแถบสีชมพูและโจงกระเบนสีแดง และเดินตรงมาหากล้าที่ยืนรออยู่ที่ศาลาท่าน้ำ
“พ่อกล้า”
“หลานไหว้ขอรับคุณหญิงฉาย กล้านำของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากพี่หมื่นขอรับ”
“ขึ้นไปบนเรือนกินน้ำกินท่าเสียก่อนเถิด พ่อกล้ากินข้าวกินปลามาหรือยัง น้าจักให้บ่าวเตรียมให้”
“มิเป็ไรขอรับ กล้ากินจากเรือนมาแล้วขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นขึ้นไปนั่งบนเรือรอพี่เ้าเถิด อีกประเดี๋ยวคงมา”
“ขอรับ”
กล้าเดินตามคุณหญิงแม่ของหมื่นบดินทร์ขึ้นเรือนหลังใหญ่ เรือนหลังนี้ขนาดใหญ่โตพอ ๆ กับเรือนของเ้าคุณพ่อของกล้า ตัวเรือนทำด้วยไม้สักทองที่บ่งบอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์
“พ่อกล้านั่งกงนี้รอพี่เ้าก่อนหนา น้าจักให้บ่าวไปตามมาให้”
“ขอรับ ส่วนหีบนี้คุณหญิงแม่ฝากมาให้ขอรับ” กล้าพยักหน้าให้จันและแดงยื่นหีบให้คุณหญิงฉาย
“ตายจริง มิเห็นต้องยกหีบห่ออันใดมาให้เลยพ่อกล้า”
“หามิได้ขอรับ คุณหญิงแม่ท่านกำชับไว้ขอรับ
“ฝากขอบคุณ คุณหญิงชื่นด้วยหนาพ่อกล้า”
“ขอรับ”
ผ่านไปไม่นานร่างใหญ่ของชายผิวเข้มหน้าคมหมื่นบดินทร์ ลูกชายของเ้าของเรือนก็เดินขึ้นเรือนมา
“คุณหญิงแม่เรียกหาลูกแต่เช้ามีกิจอันใดหรือขอรับ”
“มาแล้วหรือลูก พ่อกล้ามาเยี่ยมเยือนหนา”
หลังจากที่หมื่นบดินทร์ยกมือไหว้คุณหญิงแม่ของตนก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับกล้า ใบหน้าคมเข้มและแววตาที่ดูดุดันคู่นั้นจ้องมาที่กล้าอย่างไม่ลดละ จนกล้าไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา
“หากพ่อกล้ามิสะดวกคุยบนเรือนก็ตามพี่มา” หมื่นบดินทร์เป็ฝ่ายเปิดการสนทนา
“ขอรับ ถ้าอย่างนั้นหลานขอตัวหนาขอรับ” กล้ายกมือไหว้เป็การร่ำลา เขาไม่ลืมที่จะเอาห่อผ้าของหมื่นบดินทร์ติดมือมาด้วย ทั้งสองเดินลงเรือนไปที่ศาลาหลังเล็กที่ปลูกแยกออกมาจากตัวเรือน คงมีไว้สำหรับรับแขก ทั้งสองเดินเข้าไปนั่งคุยกันบนศาลาโดยทิ้งแดงและจันให้อยู่รอที่ท่าน้ำ
“ลมอันใดหอบพ่อกล้าบุกมาถึงเรือนพี่เล่า แลยกหีบห่ออันใดมาด้วย พ่อคงมิได้มาขอนอนกับพี่ใช่หรือไม่”
“หึ วาจาร้ายกาจนักขอรับพี่หมื่น ต่อให้ไม่มีลมอะไรหอบมา ผมก็จะมา ส่วนหีบห่อพวกนี้ก็เสื้อผ้าพี่หมื่นนั่นแหละครับ”
หมื่นบดินทร์ปรายตามองกองห่อเสื้อผ้าที่ตนทิ้งไว้ที่เรือนของพ่อกล้าในวันที่เขาโดนเ้าตัวดีสำรอกใส่ อันที่จริงแล้วเขาตั้งใจทิ้งมันไปแล้วแต่ไม่คิดว่าพ่อกล้าคนนี้จักนำมันมาคืนแลท่าทางลุกลี้ลุกลนที่แสดงออกมา พ่อกล้าอาจจักมิใช่มาแค่เื่นี้เป็แน่
“หากพ่อมาเพราะคืนอาภรณ์พี่ พ่อใช้บ่าวมาก็ได้ มิเห็นต้องมาด้วยตัวเอง พ่อมีประสงค์อื่นใดจงบอกพี่มาเถิด”
“ก็... ที่จริงผมมาเพราะคุณหญิงแม่ให้มาขอบคุณพี่หมื่นที่ช่วยชีวิตผมไว้ขอรับ” กล้าหลบสายตาหมื่นบดินทร์ในใจก็คิดว่า ตาหมื่นนี่ฉลาดนัก และเหมือนเ้าตัวจะมองแผนของกล้าออกว่าที่มาเพราะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง กล้าเงยหน้าขึ้นมามองดูใบหน้าที่คมคายของหมื่นบดินทร์ คนหน้าดุที่ตอนนี้กำลังยิ้มอ่อนมองมาทางเขาแบบคนที่รู้ทัน...