พลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา}

    คนบ้าไร้สติ

    บทที่ 20 คนบ้าไร้สติ

    เขมจิราลงมาจากรถของเรวัช ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรทั้งสิ้น รถยนต์คันนั้นกลับเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

    ในคืนนั้นท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำ ด้านนอกเต็มไปด้วยลมกระโชกแรงและเสียงฟ้าผ่าเป็นระยะ เธอมองออกไปด้านนอกหน้าต่างด้วยความกังวลใจ เมื่อย้อนมองไปที่นาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาดึกมากแล้ว ทว่าไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ ในหัวคิดแต่เพียงเรื่องของเขาไม่หยุด

    “นอนได้แล้วเขม” เธอพูดกับตัวเอง

    ทว่าภาพและน้ำเสียงของเขาในช่วงบ่ายกลับยังวนเวียนในหัวของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมา ยิ่งพยายามบอกให้ตัวเองหยุดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเอาแต่คิดเรื่องของเขามากเท่านั้น ไม่รู้ว่าตั้งแต่ที่อีกฝ่ายขับรถออกไปนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง

    “เขาคงไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหรอกใช่ไหม ขับรถออกไปเร็วขนาดนั้น”

    เธออดเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งอีกฝ่ายมีอารมณ์แปรปรวน ไม่คงที่ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย และใจร้อนมากถึงมากที่สุด หากปล่อยไว้ก็มีแต่ตัวเธอเองที่ทุกข์ใจกับพฤติกรรมของเขา

    ฝนกระหน่ำตกลงมาไม่ขาดสาย พายุคะนองยังคงถล่มลงมาอย่างหนัก คล้ายกับว่าจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ เหมือนอารมณ์เมื่อช่วงบ่ายของเรวัช ลมกระโชกแรงพัดกิ่งก้านต้นไม้บางส่วนหักปลิวไปตามแรงลม ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆหนาแม้จะเป็นเวลากลางคืน

    สีหน้าอมทุกข์ขมขื่นของอีกฝ่าย ทำเอาเป็นห่วงจนไม่อาจข่มตานอนหลับได้

    เขมจิราตัดสินใจก้าวลงจากเตียง มุ่งเดินตรงไปที่รถยนต์ เท้าเหยียบคันเร่งออกไปอย่างไม่ลังเลท่ามกลางพายุฝน

    ใช้เวลาสักพักก็มาถึงคฤหาสน์ของเรวัช ทว่าก็ต้องแปลกใจเมื่อขับรถเข้ามาเรื่อยๆ กลับพบแต่ความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากไฟหน้ารถเท่านั้นที่พอจะทำให้เห็นสิ่งรอบข้าง อีกทั้งบรรยากาศภายในคฤหาสน์กลับเงียบแปลกๆ คล้ายไม่มีคนอาศัยอยู่

    “เกิดอะไรขึ้น ทุกคนไปไหนกันหมด” เขมจิราสงสัย

    เธอเดินเข้ามาในคฤหาสน์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งพ่อบ้านและคนรับใช้คนอื่นๆ ไม่ปรากฏกายแม้แต่น้อย สิ่งของทุกอย่างยังคงวางไว้ที่เดิม ไร้วี่แววของหัวขโมย แต่กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดและเงียบงัน มีเพียงเสียงฟ้าร้องเท่านั้นที่จะช่วยให้เบาใจขึ้นมาได้

    เมื่อลองกดเปิดไฟแต่ไม่สำเร็จ จึงต้องอาศัยแสงจากด้านนอกแทน ในใจรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก ก่อนจะมาที่นี่ก็เอาแต่คิดเรื่องของเขาไม่หยุดจนลืมหยิบโทรศัพท์มาด้วย เมื่อลองเดินขึ้นไปที่ชั้นสองก็ไม่พบใคร ทั้งต้นน้ำและเขตไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยสักคนเดียว เหลือเพียงก็แต่ชั้นสามที่เป็นห้องนอนของเรวัชเท่านั้น

    “รถสปอร์ตคันโปรดของเขาจอดอยู่ที่นี่ด้วย” เธอพึมพำ เดาว่าเขาอาจจะอยู่ที่นี่

    เมื่อเดินมาถึงชั้นสามก็พบเพียงแต่ความเงียบสงัด แต่แอบได้กลิ่นเหล้าจางๆ อยู่บริเวณแถวนี้ ในใจรู้สึกโล่งขึ้นมาเพราะในชีวิตที่สองเธอรู้มาว่าเรวัชชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ นั่นยิ่งทำให้มั่นใจว่าเขาคงจะอยู่ที่นี่แน่นอน จึงลองเปิดประตูห้องของเขา และพบว่าสามารถเปิดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

    ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งลอยมาปะทะหน้าเต็มแรง จนถึงกับต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เสียงฝนฟ้าคะนองชัดเจนยิ่งกว่าอะไร เมื่อมองไปที่ประตูที่เชื่อมกับระเบียงก็พบว่ามันถูกเปิดเอาไว้ ฝนบางส่วนจึงถูกสาดเข้ามา

    เขมจิราเดินผ่านกองขวดเหล้ามากมายที่ถูกวางทิ้งเรี่ยราดตามพื้น บางส่วนก็หกเลอะเทอะไปหมด ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอเพียงแต่ขวดเหล้า สิ่งของหลายอย่างภายในห้องถูกขว้างปาจนไม่เหลือชิ้นดี คล้ายกับว่าเจ้าของห้องนี้กำลังเสียสติอย่างถึงที่สุดจนไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้

    “เรวัช คุณอยู่ที่นี่ไหม” เขมจิราเอ่ยอย่างไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างตรงหน้าบอกให้เธอรีบออกจากสถานที่แห่งนี้ไปเสีย

    เมื่อเดินมาถึงประตูเธอก็คิดว่าจะปิดมันเอาไว้แล้วออกจากที่แห่งนี้ไปให้เร็วที่สุด ทว่าสายตากลับเหลือบมองไปที่ระเบียงห้องและพบกับร่างคุ้นเคย

    ชายคนนั้นนั่งอยู่ที่ด้านนอกระเบียง หันหน้าออกไปอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะตกจากชั้นสามท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ มือข้างหนึ่งถือขวดเหล้าที่เหลือเพียงครึ่งหนึ่งเอาไว้ ส่วนเท้าก็แกว่งไปมาช้าๆ คล้ายคนเหม่อลอย แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงกลับคุ้มลงเล็กน้อย

    เขมจิราเห็นเพียงแค่ด้านหลังก็มั่นใจได้ทันทีว่าเขาคือเรวัชอย่างแน่นอน

    เธอตกใจมากที่เห็นเขานั่งอยู่แบบนั้น ในใจนึกอยากจะไปดึงผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามาแล้วเอ่ยตำหนิที่เขาไม่รักชีวิตแบบนี้ ทว่าก็กลัวว่าจะทำให้ชายคนนั้นตกลงไปแทน

    “เรวัช...” เขมจิราเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย

    เขายังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย คล้ายกำลังร่ำไห้อย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบก็ไม่สามารถทำให้ชายคนนี้กลัวแม้แต่น้อย

    เกิดอะไรขึ้นกับเขา?

    “เรวัช คุณไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น” เธอเรียกชื่อเขาอีกครั้งหนึ่ง ความรู้สึกโกรธที่เคยห่อหุ้มอยู่เต็มอกหายไปจนหมดสิ้น ขาทั้งสองก้าวไปข้างหน้าช้าๆ “ลงมาเถอะ มันอันตราย”

    ในครั้งนี้เขาหันกลับมามองเธอ แต่สายตาดำขลับคู่นั้นกลับดูว่างเปล่าไม่เหมือนเขาคนก่อน ชายที่เต็มไปด้วยความแค้นและความทะเยอะทะยาน

    “เขมจิรา” เขาเผลอนึกว่าตัวเองตาฝาดไปแล้ว

    “อืม ฉันเอง” เธอตอบ

    “คุณมาทำอะไรที่นี่” เรวัชหันหน้ากลับมา ทว่าก็ยังคงนั่งอยู่ที่ริมระเบียง แววตาที่เคยว่างเปล่าเต็มไปด้วยความสงสัย

    “ฉันมาหาคุณ อยากจะคุย-”

    “ผมบอกคุณไปแล้วว่าอย่าเสนอหน้ามาให้เห็นอีก!” เขาตะคอกกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนที่ริมระเบียง

    นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก หากว่าชายคนนี้ตกลงไปที่ด้านล่าง เขาไม่มีทางรอดแน่...

    “คุณลืมที่ผมพูดไปแล้วหรือไง! ออกไปจากที่นี่ซะ” เขาเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า ยกเหล้าขึ้นมาดื่มหลายอึก ร่างกายเริ่มโซเซไปมาตามแรงลม

    ทั้งแววตาโกรธกรุ่นและท่าทางไร้ซึ่งสติของเรวัชในตอนนี้เด่นชัดมากว่ากำลังเมาอย่างหนัก อาการโซซัดโซเซ ไม่มีสติ ดวงตาแดงก่ำ ทั้งนิสัยที่บ้ายิ่งกว่าเดิมร้อยเท่า ไม่กลัวตายเลยสักนิด

    “ฉันไม่กลับ ถ้าคุณตกลงไปจะทำยังไง”

    “มันไม่ใช่เรื่องของคุณอยู่แล้วนี่ ผมจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ!” เรวัชประกาศก้าวต่อหน้าเธอ เหมือนกับที่เธอเคยทำกับเขา พร้อมเดินไปมาที่ริมระเบียงเหมือนเป็นเรื่องปกติ

    เขมจิราไม่ได้นึกโกรธอีกฝ่าย ในตอนนี้อารมณ์เย็นมากแล้ว อีกทั้งรู้ว่าชายคนนี้กำลังขาดสติ กลัวเพียงแค่ว่าเขาจะตกลงไปก็เท่านั้น

    “ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษเรื่องเมื่อตอนบ่าย” เธอเดินเข้าไปหาเขา สายฝนถูกสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน ความหนาวเหน็บกัดกลืนทีละน้อย

    เขานึกขำคำพูดของอีกฝ่าย “ขอโทษเหรอ คุณไม่เคยผิดอะไรอยู่แล้วนี่ จะมาขอโทษเรื่องอะไร”

    เสียงหัวเราะเจือความเจ็บปวดถูกเปล่งออกมา มันควรจะถูกตีตราว่าเป็นความสนุก ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความเดียวดายภายใต้เสียงนั้น ยิ่งเขาหัวเราะมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งกลัวมากเท่านั้น

    “เรวัช ลงมาคุยกันดีๆ เถอะนะ” เขมจิราเอ่ยอย่างใจเย็น

    “ไม่ ถ้าคุณอยากคุยก็ปีนขึ้นมาคุยด้วยกันสิ ถ้าไม่กล้าก็กลับไปซะ” เขาท้าทาย คิดว่าเธอคงจะเลือกเดินหันหลังกลับไป กลับไปตระกูลนั้น และทิ้งเขาไว้ที่นี่...

    ทว่าความเป็นจริงกลับเหนือความคาดหมาย เมื่อเขมจิราเข้ามาใกล้มากขึ้น เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ก่อนจะแหงนมองหน้าชายคนนั้น คนที่ยืนอยู่ริมระเบียง ขณะที่เธอกำลังพยายามปีนขึ้นไปยืนบนจุดเดียวกันกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้จะช้าสักหน่อยแต่ก็สามารถมายืนต่อหน้าอีกฝ่ายได้

    ทั้งสองจ้องมองหน้ากันอย่างไม่ยอมแพ้ เมื่อได้เห็นหน้าเขาใกล้ๆ กลับพบว่าดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายคล้ายจะมีน้ำใสๆ เคลือบอยู่ ราวกับผ่านการร้องไห้มา

    ตอนนั้นร่างกายเขาสั่นเทิ้มเล็กน้อยด้วยหรือเปล่านะ?

    เขมจิรายื่นมือไปประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ นิ้วมือลูบไล้ไปบนแก้มของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ไร้ซึ่งอาการต่อต้านของอีกฝ่าย มืออีกข้างยื่นไปแย่งขวดเหล้าจากเขามา ก่อนจะกรอกเข้าปากของตัวเองอย่างไม่ลังเล ความรู้สึกแสบร้อนและกลิ่นรุนแรงเหล่านั้นยากจะกลืนลงท้อง แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าตกใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มความกล้าให้กับเธอ

    “ทีนี้ก็กลับไปคุยกันดีๆ ได้หรือยัง” เธอบอกท่ามกลางสายฝน หากมีลมพัดกระโชกแรงเพียงนิดเดียว แน่นอนว่าร่างบางคงจะตกลงไปทันที แต่เขมจิรากลับไม่กลัวเลยสักนิด เพราะรู้ดีว่าเรวัชคงไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น

    เสียงฟ้าร้อง ฝนกระหน่ำ ลมกระโชกแรง ทุกอย่างไม่สามารถก่อกวนจิตใจเรวัชได้ เขาเอาเพียงแค่จ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยแววตาสับสน สีหน้าลังเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่คิดเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าต่อจากนี้จะไม่มีวันยอมให้เธอเข้ามาในชีวิตอีก ไม่มีวันยอมให้เธอปั่นประสาท ไม่มีวันยอมให้เธอทำลายแผนการ ทว่าเขมจิรากลับทำเรื่องเหนือความคาดหมายของเขาทุกครั้งไป

    ยิ่งโดยเฉพาะครั้งนี้ ในยามที่เขาอ่อนแอมากที่สุด กลับเป็นเธอที่กล้ามายืนประจันหน้า ขอร้องให้เขากลับเข้าไปในที่ที่ปลอดภัย

    เป็นเธอเพียงคนเดียวที่นึกห่วงใยเขา...

    ความรู้สึกย่อท้อและโดดเดี่ยวตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาคล้ายได้รับการปลอบโยน ความหวังเล็กๆ ในใจที่เคยมอดดับไปเริ่มกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง เพียงเพราะการกระทำเล็กน้อยของเธอ รู้ทั้งรู้ว่าตนเองควรจะใจแข็งให้มากกว่านี้ แต่พอเป็นเขมจิราเขากลับไม่สามารถต่อต้านได้ ขอเพียงแค่เป็นเธอ

    “คุณทำแบบนี้ทำไม” เขาเอ่ยถาม

    “ฉันเป็นห่วงคุณ”

    แค่คำตอบสั้นๆ เพียงไม่กี่ทำกลับทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้นสงบลงได้ในพริบตา มันยิ่งตอกย้ำแล้วว่าเขาคิดถูกมาโดยตลอด

    เรวัชแอบชอบเขมจิรามานานแล้ว... ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะมีลูก ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะแต่งงาน ตั้งแต่ที่เธอยังไม่ใช่คนของตระกูลเทวราช ตั้งแต่ที่เธอยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

    ความรู้สึกควรจะเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่

    สาเหตุที่เขาต้องเอาต้นน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องกับแผนการแก้แค้นครั้งนี้ก็เป็นเพราะเธอ เขาไม่สามารถทำได้...หากว่าเขมจิรายังอยู่ในตระกูลเทวราชต่อไป เขาก็ไม่สามารถลงมือกับตระกูลนั้นได้ แม้จะโดนน้องชายตำหนิมากแค่ไหนก็ตามแต่เขากลับเลือกที่จะปล่อยไป แค่เพียงเพราะว่าตัวเขาไม่สามารถทำร้ายเธอได้

    เขารักเขมจิรามากขนาดไหน มีเพียงแค่เขาที่รู้

    ไม่ควรเลย...ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลย แต่เรวัชกลับไม่สามารถห้ามใจของตัวเองได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือต้องคอยหลบหน้าผู้หญิงคนนี้ไปตลอด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหรือเข้าใกล้

    เพราะยิ่งใกล้เธอมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอ่อนแอมากเท่านั้น

    แต่จู่ๆ วันหนึ่งผู้หญิงคนนี้กลับเดินมาบอกว่าจะออกจากตระกูลเทวราชไป ยิ่งกว่าความดีใจที่จะได้แก้แค้นด้วยตนเองก็คือรู้ว่าเธอ ‘ไม่ใช่’ คนของตระกูลนั้นอีกต่อไปแล้ว

    ทว่าวันนี้เขากลับเห็นเธออยู่กับเมฆา ความสนิทสนม ท่าทีที่ไร้ซึ่งการต่อต้าน ความหวาดกลัวในใจก็ปะทุขึ้นมา มันกำลังกัดกินเขาจากภายใน ราวกับว่าทุกอย่างกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

    หากเขมจิราเลือกที่จะอยู่กับเมฆา เธอก็ต้องกลับเข้าไปอยู่ที่เทวราชอีกครั้ง และมันจะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับเขามากขึ้นเพราะทุกอย่างต้องกลับไปอยู่ในจุดเดิม มันคงจะง่ายมากกว่าหากอยู่ในความมืดมิดโดยไร้ซึ่งแสงสว่าง แต่วันใดที่ได้รู้จักแสงสว่างและต้องกลับไปยังความมืดมิดอีกครั้ง เขาที่เป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งจะทนไหวได้อย่างไร ก็ดันคุ้นเคยกับแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวไปเสียแล้ว

    เรวัชกลัวมาก... มากถึงมากที่สุด หากต้องเสียเธอไป

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา} ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452