บทที่ 5 ภารกิจฝึกสอน 2 (2)
[นี่คือตัวช่วยของเรา : หาก้าข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถจ่ายแต้มได้เพื่อแลกข้อมูล]
"จ่ายแต้มอะไรเนี่ย?"
ในทันใดนั้น จังหวะที่ผมกำลังงงว่าการจ่ายแต้มคืออะไร สภาพแวดล้อมรอบตัวก็กลับมามีสีสันเป็ปกติ
"ฉันบอกให้นายเปิดประตูดี ๆ แล้วนะ สิบ เก้า แปด…"
ทำไมทุกคนต้องเร่งเวลานับถอยหลังกันแบบนี้ด้วย ผมหมุนลูกบิดประตูอย่างเชื่อฟังและดึงประตูเปิดออก
วูบ!
ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้ชายคนหนึ่งก็ถลันเข้ามา เขาสวมเสื้อที่มีฮู้ดคลุมศีรษะและใส่กางเกงยีนส์
"ไอ้เด็กเลว เป็เพราะแกคนเดียว ชีวิตของฉันสั้นลงหลายปีเลยเนี่ย!"
ผู้ชายคนนี้มีหน้าตาไม่หล่อ แต่ก็ไม่ขี้เหร่ เป็ผู้ชายธรรมดาทั่วไปอายุ 30 ปี พิจารณาจากบทสนทนาที่ผมได้ยินก่อนหน้านี้ ดูเหมือนเขาจะเป็ผู้จัดการวงที่ชอนอีเซสังกัดอยู่
และจากสิ่งที่ผมได้ยินเมื่อสักครู่ ผมก็รู้แล้วว่าชอนอีเซไม่อยากกินอาหารลดน้ำหนัก และเขายังพูดถึงเงินของพ่อแม่ตัวเองอีกด้วย...ไอ้หมอนี่มันเป็ลูกคุณหนูจริง ๆ
'...แล้วเราควรตอบยังไงดี?'
ในระหว่างที่สมองของผมว่างเปล่า ผมก็ตอบออกไปโดยไม่รู้ตัวว่า
"อ้าว พี่มาทำอะไรครับเนี่ย? ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย...!"
[ขอแสดงความยินดี! คุณเริ่มการสนทนาประโยคแรกกับผู้จัดการได้สำเร็จแล้ว คุณได้รับ 10 คะแนน]
ยินดีกับผีน่ะสิ! ถ้าผู้จัดการคนนี้บุกเข้ามาบีบคอผม ผมก็คงตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่ไม่มีเวลาให้คิดอะไรอีกแล้ว ผมรีบถอยหลังกลับทันที
"เกิดอะไรขึ้น? นายเล่นส่งข้อความไปหาฉันแบบนั้น แถมยังปิดมือถืออีก แล้วจะไม่ให้ฉันมาได้ยังไง?"
"เหรอครับ?"
เมื่อผมถามกลับไปเพราะไม่รู้เื่จริง ๆ คิ้วของเขากระตุก ก่อนที่จะคำรามใส่ผมว่า
"งั้นหมาตัวไหนมันส่งข้อความนี้? นายเป็คนส่งมาเองนี่!"
ผู้จัดการใช้นิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์เพื่อขยายภาพหน้าจอและหันโทรศัพท์ให้ผมดู
บนหน้าจอเป็ภาพข้อความที่ถูกขยายขึ้น
[พี่ครับ ผมขอโทษจริง ๆ ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนอีกแล้ว ถ้าผมตาย ฝากบอกเมมเบอร์*[1]ในวงทุกคนด้วยว่าผมขอโทษ]
"เอ่อ..."
ถึงผมจะไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกนักร้องดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่จากสิ่งที่ผมได้ยินมาและพอจะสรุปได้ ชอนอีเซเป็คนที่อยากจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก แต่ตอนที่เขาตาย ดูเหมือนเขาจะเป็คนที่มีหัวใจอ่อนแอเหลือเกิน
นายน่าจะทำตัวให้เก่งเหมือนที่ทำตัวอวดเก่งกับคนอื่นหน่อยสิ ไอ้เด็กนี่...
ตอนนี้มันจึงกลายเป็ปัญหาที่ผมต้องแก้ไข
"อ้อ...คือว่า ผมแค่รู้สึกเศร้า ๆ น่ะ..."
แน่นอนว่าในความคิดเห็นของผม นี่คงไม่ใช่ข้อความที่อยู่ดี ๆ คนคนหนึ่งจะส่งออกไปได้ง่าย ๆ ผู้จัดการขมวดคิ้ว น่าจะมีคำถามมากมายปรากฏขึ้นในหัวเหมือนกับผมเช่นกัน
"เออ ทำคนอื่นใหมด...! นายรู้ไหมว่าทำฉันเกือบหัวใจวายตาย ฉันคิดว่านายกำลังจะฆ่าตัวตายซะอีก"
ผู้จัดการหันไปปิดประตูห้องและเดินเข้ามา ผมก้าวถอยหลังเหมือน้าจะหนีจากเขา
"แล้วนี่มันอะไรอีกเนี่ย? นายกำลังทำอะไรอยู่?"
ผู้จัดการกวาดสายตามองรอบห้องพักด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
เขากำลังพยายามสำรวจว่าชอนอีเซแอบกระทำความผิดอะไรเอาไว้บ้างหรือเปล่า
ก่อนหน้านี้ ชอนอีเซอาเจียนเอายานอนหลับจำนวนมากที่กินเข้าไปออกมาเลอะเทอะอยู่บนพื้น แต่ผมก็ทำความสะอาดไปหมดแล้ว
"จะแอบไปดูในถังขยะหรือเปล่านะ?"
ผมจับตามองผู้จัดการและเดินตามไปตลอด
เมื่อนึกได้ว่ายังมีคนมาตรวจสอบห้องพักของผมที่มีอายุขนาดนี้แล้ว...
ผมทั้งมึนงงและอับอาย แต่อย่างไรก็ตาม ผมในตอนนี้ไม่ใช่อิมฮยอนซอง แต่ผมคือชอนอีเซ
ในขณะที่ผู้จัดการตรวจดูอาหารกระป๋องเ่าั้ เขาก็ทำจมูกสูดดมฟุดฟิดเหมือนสุนัขดมกลิ่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นอาหารที่ผมทำเอาไว้
"นี่นายเรียกผู้หญิงมาใช่ไหม?"
ยังจะมีอะไรเหลวไหลมากไปกว่านี้อีก
ผมหยุดชะงัก ชำเลืองมองไปยังหน้าต่างข้อความที่เป็ลักษณะกึ่งโปร่งแสง เ้าขนปุ๋ยเอียงหัวและแลบลิ้นออกมาหอบหายใจ
ฉันไม่พูดถึงแกหรอก ไม่ต้องเป็ห่วง
แต่ผมก็รู้ดีว่าความเข้าใจผิดในครั้งนี้ กำลังจะนำไปสู่ความคิดชนิดใด
"ไม่ได้นะ นายจะมีผู้หญิงอะไรตอนนี้!"
"ทำไมกัน? ทำไมวันนี้นายถึงต้องทำให้ฉันปวดหัวตลอดเลยด้วย?"
"ไม่ได้เด็ดขาดโว้ย!"
ผมรีบถอยหนีผู้จัดการและไปซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะ
"นายลืมเื่ที่โดนจับได้ว่าไปแอบคบกับเมนโวคอล*[2]วงบลูมิสแล้วหรือไง ตอนที่มีคนเห็นนายไปกินข้าวเดินเล่นกับเธอน่ะ? หลังจากเป็ข่าวตอนนั้น ฉันยังหลอนมาจนถึงทุกวันนี้..."
"กาแฟเย็นในตำนาน...นายลืมไปได้ยังไง"
ผมไม่รู้รายละเอียดเื่นี้ แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า มันคงเป็ประเด็นใหญ่สำหรับตัวผมมากทีเดียว
ข้าวของเครื่องใช้ในห้องครัวที่ไม่เคยถูกแตะต้องได้รับการทำความสะอาดเป็อย่างดี
มีการทำอาหารเกิดขึ้น ผู้จัดการคงเข้าใจว่าผมโทรตามผู้หญิงให้มาทำอาหารให้กินแน่ ๆ
"ไม่ใช่นะ ผมแค่หิว ก็เลยทำอะไรกินแค่นั้น"
ไม่ว่าผู้จัดการจะเชื่อหรือไม่ แต่คนที่ทำอาหารก็คืออิมฮยอนซอง ผู้ต้องมาอยู่ในร่างของชายหนุ่มอายุ 20 ปีจริง ๆ
"ในเมื่อยังมีอารมณ์มานั่งกินข้าวได้อยู่แบบนี้ แล้วทำไมทุกคนถึงติดต่อนายไม่ได้เลยทั้งวัน? นายกำลังปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่า?"
คำถามประโยคนี้ของผู้จัดการทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจแปลก ๆ
ถึงแม้ว่านี่อาจจะเป็ภาพลักษณ์ที่ชอนอีเซสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี...แต่ส่วนหนึ่งในใจผมก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
"ผมพูดจริงนะ พี่อยากจะมาลองชิมอาหารของผมไหม?"
ผมหัวเราะออกมาอย่างอึดอัดขณะที่จ้องมองผู้จัดการไล่เปิดดูตามตู้เสื้อผ้าและห้องอาบน้ำด้วยความสงสัยต่อไป
"หึหึ...ไม่เอาล่ะ...หน้าอย่างนายไม่มีทางทำอะไรกินเองได้อยู่แล้ว... รอให้พระอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันตกยังจะง่ายกว่าซะอีก..."
ผมรีบนำหม้อซุปกิมจิไปตั้งไว้บนเตาและอุ่นมันให้ร้อนอีกครั้ง ก่อนจะนำข้าวกึ่งสำเร็จรูปห่อใหม่ใส่ไปในไมโครเวฟ เพื่อเพิ่มข้าวอีกถ้วยหนึ่ง
"นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมจะอุ่นให้พี่กินเอง!"
ในเมื่อไม่เชื่อกัน ก็ต้องให้ลองชิมฝีมือ...และนี่ยังเป็วิธีการเปลี่ยนเื่ที่ดีที่สุด การให้อีกฝ่ายรับประทานอาหารอร่อย ๆ คือกลยุทธ์ป้องกันตัวและการโจมตีที่ดีที่สุดแล้ว
[1] สมาชิกในวง ทับศัพท์มาจากคำว่า Member
[2] เมนโวคอล (Main Vocalist) คือหนึ่งในตำแหน่งในวงไอดอล เป็ตำแหน่งของสมาชิกที่ร้องเพลงได้ดีและมีทักษะการร้องที่ยอดเยี่ยม