หลังจากนั้นสามวันขณะที่พระอาทิตย์ตกดิน แสงที่เหลือก่อนตะวันลับสาดมายังผิวโลกกลุ่มเมฆสีเพลิงแผ่นใหญ่อยู่เหนือเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันตก
ในป่าอันเงียบสงัดตู้เซ่าฝู่ยังคงรวบรวมพลังที่ฝ่ามือ มีพลังปราณฟุ้งออกมาจากกลางฝ่ามือจากนั้นก็ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณบางเส้นและจุดยุทธศาสตร์ในร่างกายเกิดขึ้นวนไปเรื่อยๆ ติดกันต่อเนื่อง สุดท้ายก็ไหลรวมกลับไปที่กลางฝ่ามืออีกครั้ง
เมื่อลมปราณไหลรวมไปที่กลางฝ่ามือครั้งสุดท้ายทันใดนั้น พลังในตัวของตู้เซ่าฝู่ก็เปลี่ยนแปลงรุนแรงมากขึ้นราวกับอสุรกายที่เกรี้ยวกราดเพิ่งถูกปลุกจากการหลับใหล พละกำลังดูรุนแรงจนน่าตะลึง
“ครืนๆ!”
พื้นดินใต้เท้าเริ่มแตกร้าวเสียงกึกก้องรอบชายหนุ่มชุดม่วง บริเวณนั้นมีเสียงถล่มอย่างรุนแรงราวกับมีคลื่นพลังแห่งฟ้าดินมากมายปล่อยออกมาจากรอบกายของตู้เซ่าฝู่อย่างท่วมท้นสุดท้ายพลังก็รวมกลับไปอยู่รอบๆ หมัดของเขา ทำให้เกิดคลื่นปะทุไม่หยุด รอบๆเป็เหมือนกับน้ำที่ปะทุเดือดเป็ไอกลายเป็แรงดันอยู่ในห้วงอากาศ
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
ตู้เซ่าฝู่ปล่อยหมัดออกไปพลังปราณก็พุ่งออกไปอย่างท่วมท้น ในป่าอันเงียบสงัดเกิดเสียงะเิดังดั่งฟ้าผ่าอย่างรุนแรง บริเวณที่หมัดซัดผ่านมีคลื่นพายุที่บีบอัดพุ่งออกไปที่สามารถเห็นได้ด้วยตา
สุดท้ายหมัดที่ปล่อยไปทางต้นไม้ที่ลำต้นหนาเกือบศอกคลื่นพายุจากหมัดคลื่นซัดสะท้านพุ่งอย่างต่อเนื่องจนกระทบกับต้นไม้ต้นนั้น!
“โครม!”
ต้นไม้อันแข็งแรงต้นนั้นสั่นโคลงเคลงจากนั้นก็หักเป็ท่อนตามเสียงในป่าอันเงียบสงัดก็มีเสียงก้องสะท้อนเป็เสียงะเิกลับมาไม่หยุดต้นไม้จำนวนมากสั่นไหวอย่างรุนแรงจนใบไม้ร่วงโรยฟุ้งว่อน จนมองอะไรไม่เห็นอสูรป่าและนกที่อยู่รอบๆ สะดุ้งใ ต่างวิ่งว่อนบินโผออกไปร้องคำรามรีบหนีออกห่าง
แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็เงียบสงัดรอบๆ กลายเป็สภาพยุ่งเหยิง
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าและแววตาตกตะลึงเขาจ้องมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกพังล้มลง จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เอ่ยเบาๆ ว่า “‘หมัดคลื่นซัดสะท้าน’ รุนแรงกว่า ‘หมัดระบำคลื่น’ อยู่ไม่น้อย ทว่าวิทยายุทธสองวิชานี้เหตุใดจึงยังมีจุดบกพร่องอยู่ไม่น้อย น่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ได้”
ตู้เซ่าฝู่ฝึกวิชาหมัดระบำคลื่นและหมัดคลื่นซัดสะท้านของขั้นเบิกนภาได้สำเร็จในเวลาสามวัน
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าหากเปรียบกับการบรรลุกระบวนวิชาลับของแท่นศิลานั้นที่ต้องใช้เวลาเป็สิบปีการฝึกวิทยายุทธสองวิชานี้ของขั้นเบิกนภา ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
ไม่ว่าจะเป็การฝึกหมัดระบำคลื่นหรือหมัดคลื่นซัดสะท้านตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าพอเปรียบกับกระบวนวิชาลับวิชาแรกวิชานั้นที่บรรลุไปแล้วหลังจากทำความเข้าใจกับมันเล็กน้อย ลองปฏิบัติดูสองสามครั้งก็ฝึกสำเร็จได้เลย
ดังนั้นตู้เซ่าฝู่ใช้เวลาเพียงคืนเดียวก็ฝึกหมัดระบำคลื่นสำเร็จจากนั้นใช้เวลาสองวันหนึ่งคืนก็ฝึกหมัดคลื่นซัดสะท้านได้สำเร็จ
“การใช้หมัดระบำคลื่นลมปราณจะหมุนสามรอบ ผ่านจุด ‘ชี่เซ่อ’ แล้วเวียนไปที่ ‘จุดอวิ๋นเหมิน’ แล้วก็ผ่าน ‘จุดข่งจุ้ย’ สุดท้ายไปจบที่ ‘จุดเซ่าฝู่’ หากระหว่างนั้นหากบังคับให้ผ่าน ‘จุดไท่ยวน’ กับ ‘จุดเซ่าซัง’ ได้ ก็จะทำให้พลังปราณยิ่งเพิ่มมากขึ้น พลังโจมตีจะสูงขึ้นมีหลายจุดที่ไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไร หากตัดไปจะทำให้หมัดระบำคลื่นมีความไวเพิ่มขึ้น ทำให้ยิ่งกระชับ ลดช่องโหว่ลงไปได้มาก”
ตู้เซ่าฝู่ยังพึมพำเบาๆต่อว่า “หมัดคลื่นซัดสะท้านก็เหมือนกัน หากลมปราณไปรวมอยู่ที่ ‘จุดเทียนเหมิน’ กับ ‘เทียนฉือ’ก็จะทำให้พลังปล่อยได้อย่างเต็มที่ ลดการไหลเวียนติดขัดเมื่อถึงตอนนั้นจึงจะสามารถเรียกใช้พลังคลื่นซัดสะท้านได้อย่างเต็มที่พลังโจมตีก็จะรุนแรงขึ้นอีก แต่เื่อื่นยังมีข้อบกพร่องอยู่อีกไม่น้อย”
ตู้เซ่าฝู่เข้าสู่สภาวะครุ่นคิด“หมัดระบำคลื่น” กับ “หมัดคลื่นซัดสะท้าน” ต่างมีพลังทำลายล้างสูงใช้ได้ โดยเฉพาะ“หมัดคลื่นซัดสะท้าน” ที่แข็งแกร่งกว่า “หมัดระบำคลื่น” อยู่ไม่น้อย
ฝึก“หมัดระบำคลื่น” กับ “หมัดคลื่นซัดสะท้าน” สำเร็จแล้วแต่ตู้เซ่าฝู่กลับพบว่าสองวิชานี้มีช่องโหว่อยู่อีกมาก
“วิทยายุทธสองวิชานี้น่าจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นหน่อย”
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาพลันเป็ประกาย จากนั้นก็เริ่มจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความคิด
แม้ยังไม่ใช่ผู้ฝึกฌานขั้นใดๆภายในสามวันก็ฝึกวิทยายุทธขั้นเบิกนภาได้สองวิชาทั้งยังกำลังเตรียมจะขัดเกลาวิทยายุทธขั้นเบิกนภาให้ดียิ่งขึ้นหากมีผู้ฝึกฌานที่ได้ระดับขั้นมาเห็น ก็คงอายจนอยากมุดหัวลงรูการกระทำของเขาช่างอวดดีเหลือเกิน
ยิ่งกว่านั้นหากพูดออกไปก็อาจไม่มีผู้ใดเชื่อสามวันก็ฝึกวิทยายุทธขั้นเบิกนภาได้สองวิชา แถมยังไม่ใช่ผู้ฝึกฌานที่มีระดับขั้นเล่าไปใครๆ ก็คงคิดว่าผีอำ คนปกติไม่มีใครทำได้หรอก
วันเวลาค่อยๆผ่านไป ขณะนี้เป็เวลารุ่งอรุณ ลมอ่อนยามเช้าพัดมา ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีครามสดใส
“หมัดระบำคลื่น!”
เมื่อยามเช้าตรู่ในป่าของเขาด้านหลัง ตู้เซ่าฝู่ก็กำลังตั้งท่ารวมพลังที่ฝ่ามือปราณไหลเวียนผ่านแต่ละจุดในร่างกาย สุดท้ายก็มารวมอยู่ที่กลางฝ่ามือ เขากำหมัดทันใดนั้นก็มีพลังอันน่าประหลาดะเิออกมา ั์ตาของเขามีประกายแสงแว็บขึ้นมาเขาปล่อยหมัดไปที่ก้อนหินที่อยู่ด้านหน้า
“ปึงๆๆๆ!”
เสียงกึกก้องดังขึ้นมาเสียงปึงดังขึ้นมาเป็ระลอกๆ ทั้งหมดสิบสามครั้งคลื่นพายุอันน่าอัศจรรย์มีทั้งหมดสิบสามชั้น แต่ละชั้นซ้อนกันพลังแต่ละชั้นเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ยิ่งน่าประหลาดใจกว่าเดิม เมื่อถึงชั้นที่สิบสามระดับพลังก็ถึงขั้นที่น่ากลัวมาก ราวกับการโจมตีของคลื่นั์สุดท้ายมันก็พุ่งไปกระแทกก้อนหิน
“ปึง!”
หมัดถูกปล่อยออกไปใส่ก้อนหินขนาดั์หนาเท่าผู้ใหญ่สองคนเกิดเป็เสียงสนั่นรุนแรง ทำให้มันะเิแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
หมัดระบำคลื่นหนึ่งหมัดมีเก้าชั้น จำนวนคลื่นที่มากขึ้นยิ่งส่งออกไปได้ลำบาก
หากยอดฝีมือของบ้านสกุลตู้มาเห็นเหตุการณ์ตอนนี้คงตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก หากเห็นเองกับตาก็คงยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีเมื่อสักครู่ตู้เซ่าฝู่ใช้วิชาหมัดระบำคลื่น ทว่าเป็คลื่นสิบสามชั้นรุนแรงกว่าฉบับเดิมที่มีเก้าชั้น เหนือกว่าสี่ชั้นระดับความยากและพลังโจมตีห่างชั้นแค่ไหนคงพอนึกออก
“หมัดระบำคลื่นพอปรับปรุงแล้ว พลังโจมตีรุนแรงกว่าแต่เดิมเยอะจริงๆ”
เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นผลลัพธ์ของหมัดระบำคลื่นที่ตนปรับปรุงแล้วสีหน้าก็เต็มไปด้วยความปีติ ราวกับว่าทำโครงการใหญ่ได้สำเร็จโครงการหนึ่ง
เวลาทั้งหมดสี่วันที่ตู้เซ่าฝู่เอาแต่เพ่งสมาธิในการพัฒนาหมัดระบำคลื่นให้สมบูรณ์ในที่สุดก็ได้รับผลลัพธ์อันน่าพอใจ
ระหว่างปรับปรุงวิชาหมัดระบำคลื่นตู้เซ่าฝู่ก็ตระหนักได้ว่า พัฒนาวิทยายุทธยากกว่าฝึกวิทยายุทธมากพอตัวตัวเขาพบว่าหากไม่ได้หลักการตั้งมากมายจากกระบวนวิชาแรกที่เขาบรรลุจากแท่นศิลาโบราณที่ช่วยให้เขาดึงความรู้นั้นมาพลิกแพลงตอนนี้ก็ไม่น่าจะสามารถพัฒนาหมัดระบำคลื่นให้สมบูรณ์ได้หรอก
“ใช้เวลาตั้งสี่วันถึงพัฒนาหมัดระบำคลื่นให้สมบูรณ์ได้กลับไปดูก่อนว่าท่านพ่อกลับมาแล้วหรือยังดีกว่าวันอื่นค่อยมาพัฒนาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้ดีขึ้นก็แล้วกัน”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พัฒนาวิชาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้สมบูรณ์ต่อเพราะไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว หลายวันมานี้ก็เอาแต่เก็บผลไม้ป่ารอบๆมากินประทังความหิว
“หืม เสียงขลุ่ยนี้ดังมาหลายวันแล้วกระมัง”
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็เงยหน้าขึ้น ณ บริเวณเขาลึกอันรกร้าง มีเสียงขลุ่ยบรรเลงลอยมาเป็ทำนองเพลงช้าๆเสียงนุ่มนวล ระหว่างที่ฝึกและพัฒนาวิทยายุทธหลายวันมานี้ก็มักจะได้ยินเสียงขลุ่ยลอยมาเป็ครั้งคราว ทว่าไม่ทราบว่าต้นเสียงมาจากที่ใด
ทั้งยังมีเื่ที่พิเศษอย่างอื่นเมื่อตกดึก ตามทิศทางของเขาอสุรกาย มีเสียงคำรามของอสูรมากขึ้นเรื่อยๆ
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ใส่ใจเื่เสียงขลุ่ยและเสียงคำรามของอสูรมากมายเมื่อเก็บสัมภาระเสร็จ ก็ลงเขากลับไปเลย
“นี่นั่นใคร มานี่”
หลังเขาคือดงป่าไพรขณะที่ตู้เซ่าฝู่เพิ่งจะลงจากหลังเขา ก็ได้ยินเสียงแหลมเสียดแทงแก้วหูดังขึ้นมาจากนั้นก็มีชายชราอายุประมาณห้าสิบปีปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของตู้เซ่าฝู่