เชี่ย... นายออมเล็ตไข่เจียวคนนี้ขอสบถหยาบๆในใจสักคำเถอะ!
หลังกลับจากโรงพยาบาลเดินเข้ามาถึงภายในตัวบ้าน แม้ว่าจะตกแต่งอย่างสวยงามหรูหราดูมีพลังอำนาจสมกับที่เป็มหาคฤหาสน์ของท่านนายพลก็จริงแต่ออมเล็ตค่อนข้างรู้สึกได้ถึงความเงียบเหงาไปสักหน่อย หรือนี่อาจจะเป็ปกติ
จากนั้นก็มีพ่อบ้านคนหนึ่งมาเชิญออมเล็ตไปที่ห้องทานอาหารซึ่งตัวเขาก็คิดว่าอาจจะกลับมาพอดีกับเวลาอาหารกลางวัน วันนี้ทั้งที่คิดว่าจะได้อยู่บ้านคนเดียวแล้วแท้ๆ คิดว่ากลับมาบ้านอยู่คนเดียวก็ดีจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆนี้ แต่ทว่าที่ไหนกันพอกลับมาก็เจอ...
ท่านพ่อจอมพลที่ไม่เคยพบหน้าคาตากันมานานเพราะไม่เคยมีเวลาว่าง เดือนๆหนึ่งแทบไม่กลับบ้านเลยสักครั้ง ขนาดลูกชายคนที่สามฆ่าตัวตายเกือบตายไปแล้วถึง 6 ครั้งก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยเจอหน้าคนเป็พ่อมาเยี่ยมมาเยียนมาหาบ้างเลย
พี่ชายคนโตที่ควรอยู่ที่หน่วยบัญชาการทหาร พี่ชายคนรองที่ควรกินนอนอยู่ในห้องวิจัย น้องชายสี่ที่ควรอยู่โรงฝึกพิเศษ และน้องชายเล็กที่ควรอยู่ที่โรงเรียน วันนี้มันวันอะไรทำไมทุกคนถึงได้พากันกลับบ้านมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเล่า!
ออมเล็ตในร่างของคุณชายสามอังศุมาลินรู้สึกงง?
เขายืนกะพริบช้าๆมองบุคคลเหล่านี้ภายในห้องอาหารด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ดีใจเหรอที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เสียใจเหรอที่ต้องเห็นทุกคนก็พลันเกิดความนึกที่ไม่ดีคิดเปรียบเทียบกับตนเองว่าช่างไร้ความสามารถสิ้นดี
เมื่อชายหนุ่มคนในครอบครัวผู้แข็งแกร่งทั้งห้ามาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้คุณชายสามพลันดูต่ำต้อยด้อยค่าอย่างอัตโนมัติทันที ทว่าสำหรับในความคิดของออมเล็ต... ชายทั้งห้าคนนี้คือผู้ที่เกิดมาเพื่อฆ่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้!
เชี่ย... โคตรพ่อโคตรแม่หล่อกันมาก!
นายออมเล็ตไข่เจียวอยากจะะโดังๆให้สมกับความอัดอั้นตันใจข้างในนี้ การสืบทอดพันธุกรรมของบ้านนี้นี่มันยังไงกัน?!
ก็ดูเอาสิ... ท่านพ่อจอมพลหล่อมากขนาดอายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบร้อยปีแล้วแต่หน้านี้ยังกับเพิ่งอายุสามสิบสี่สิบต้นๆอย่างนั้นแหละ ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามสันกรามนี่คมชัดแทบบาดใจทั้งรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำบึกบึนสมกับที่เป็มิวแทน์ผู้แข็งแกร่งติดอันดับในเครือข่ายดวงดาว
มาที่พี่ชายคนโตก็หล่อคมรูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งมากได้ยีนเด่นพ่อมาเต็มๆ พี่ชายคนรองก็หล่อคมมากรูปร่างสูงแข็งแกร่งที่มองดูก็รู้ว่าได้ยีนเด่นพ่อมาเช่นกัน น้องชายสี่และน้องชายเล็กยังอยู่ในวัยเด็กก็ฉายแววความหล่อคมมากทั้งรูปร่างก็เจริญเติบโตไปสู่หนทางยีนเด่นของพ่อเหมือนกัน
อะไรที่เรียกว่าไม่ยุติธรรม... นี่ไงล่ะที่เรียกว่าไม่ยุติธรรม! แล้วไหงเ้าคุณชายสามอังศุมาลินถึงได้โดดมาคนเดียวมาทางหน้าหวานๆจิ้มลิ้มๆร่างเล็กบอบบางแบบนี้ล่ะเนี่ย ท่านพ่อไม่ยุติธรรมเลยแบ่งความหล่อความสูงบึกบึนมาให้บ้างก็ไม่ได้!
รูปร่างหน้าตาหวานสวนทางกับคนทั้งห้าคนในครอบครัวแล้วยังเื่พลังความสามารถอีก แต่เห็นทีมีอยู่อย่างหนึ่งนะที่เขาคิดว่าคุณชายออมเล็ตเหมือนกับคนในบ้าน นั่นก็คือ... ‘โรคใบหน้าตายด้าน’ ไงล่ะ!
เื่ปกติ ที่แท้หน้าไร้อารมณ์นี้เป็เื่ปกตินี่เอง ชายทั้งห้าในบ้านแม้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามก็จริงแต่กลับดูเรียบนิ่งเ็าและไร้อารมณ์สุดๆเรียงลำดับกันมาเลย แต่หนักๆสุดทั้งใบหน้าและนิสัยตายด้านแซงหน้าคนพ่อเห็นทีว่าจะเป็คุณชายสามนี่แหละที่น่าเป็ห่วง... โอเค หน้าไร้อารมณ์เป็การสืบทอดทางพันธุกรรมอย่างหนึ่งของบ้านนี้ เฮ้อ พี่ออมเล็ตคิดแล้วเครียดโว้ย!
และความทรงจำของคุณชายสามอังศุมาลินพลันแล่นปราดขึ้นมาเลย... ออมเล็ตอยากจะถามอีกอย่างเกี่ยวกับ How to การตั้งชื่อลูกชายของบ้านพิชิตไชยศรีนี่จริงๆ บัดซบเอ๊ย!
คนพ่อชื่อว่า ลีโอนาร์ท ที่หมายถึง แข็งแกร่งกล้าหาญดุจสิงโต
คนพี่ชายคนโตชื่อว่า เลโอเนลโล่ ที่หมายถึง แข็งแกร่งกล้าหาญดุจสิงโต
คนพี่ชายคนรองชื่อว่า ไทเกอร์ ที่หมายถึง เสือ
คนน้องชายสี่ชื่อว่า ฟีนิกซ์ ที่หมายถึง นกฟีนิกซ์ที่มีความหมายความว่าความเป็ะ
คนน้องชายเล็กชื่อว่า โลเวล ที่หมายถึง หมาป่า
ตัวเขาลูกชายคนที่สามชื่อว่า ออมเล็ต ที่แปลว่า ไข่เจียว
อะไรที่เรียกว่าไม่ยุติธรรม... นี่ไงล่ะที่เรียกว่าไม่ยุติธรรม! บ้าเอ๊ย นามเรียกขานอันแสนเอกลักษณ์เกรียงไกรฉบับครอบครัวแอนนิมอล(Animal)นี่นา แล้วทำไมไอ้ออมเล็ตที่แปลว่าไข่เจียวถึงได้มาผุดโผล่อยู่ที่นี่กัน?!
ออมเล็ตกวาดตามองทั่วแวบหนึ่ง เริ่มรู้สึกเข้าใจแล้วละว่าทำไมชีวิตเ้าคุณชายสามอังศุมาลินนี่ถึงได้อยู่ยากนัก ในใจคิดอย่างไรก็ตามแต่เบื้องหน้าออมเล็ตก็ค้อมกายทำความเคารพคนอายุมากกว่าและเดินมานั่งลงอย่างเงียบๆ ณ ที่ประจำของตนเอง โต๊ะอาหารเป็ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวโดยการนั่งเรียงลำดับจากท่านพ่อนั่งหัวโต๊ะ พี่เลโอเนลโล่กับพี่ไทเกอร์นั่งขวามือท่านพ่อ เขา ฟีนิกซ์และโลเวลนั่งซ้ายมือท่านพ่อ
อืม เขานั่งติดท่านพ่อ... และเขาพยายามที่จะไม่มองใบหน้าของทุกคนโดยเฉพาะท่านพ่อ
“ตั้งโต๊ะ”
เสียงดุมากพ่อ... ออมเล็ตได้ยินน้ำเสียงอันทรงอำนาจของท่านพ่อจอมพลแล้วพาให้รู้สึกชวนน่ากดดันนิดๆ ภายในครอบครัวไม่มีการทักทายอื่นใดประหนึ่งว่านำคนแปลกหน้ามานั่งร่วมทานอาหารด้วยกันเท่านั้น แน่นอนออมเล็ตก็ไม่มีอะไรจะพูดและไม่พูดด้วย
คงจะมีแต่ฟีนิกซ์และโลเวลที่ค่อนข้างผ่อนคลายคล้ายคนปกติหน่อย มองดูสดใสซุกซนเพราะตามประสาวัยเด็ก ส่วนคุณชายออมเล็ตที่เพิ่งพ้นวัยเด็กมาหมาดๆก็... ช่างมันเถอะ
แม่บ้านเริ่มทำการเสิร์ฟอาหารมื้อกลางวัน ราเชนช่วยทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารด้วยเวียนมาจนถึงของออมเล็ต “คุณชายสามเพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องทานอาหารเหลวรสอ่อนก่อนนะครับ”
“อาหารเหลว?” ออมเล็ตได้ยินแล้วอดเอ่ยเปล่งเสียงหวานออกมาเป็ครั้งแรกไม่ได้ ทำเอาคนร่วมโต๊ะอาหารคนอื่นหันมามองจนเขางงเลย แค่พูดแค่นี้เองนะทำไมต้องมองด้วย... งงใจกับคนบ้านนี้?
ด้วยเพราะเมื่อสักครู่นี้เขามัวแต่มองนู้นมองนี่ไปเรื่อยๆเลื่อนลอยจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับอาหารที่เพิ่งเสิร์ฟ จนเมื่อราเชนพูดพร้อมเสิร์ฟอาหารให้ตนเองนั่นแหละถึงได้สติกลับมาดูอาหารของโลกอนาคตที่เห็นแล้วชวนอึ้งตะลึงค้างมาก
“ครับ ต้องรอสักสองสามวันให้กระเพาะแข็งแรงกว่านี้ก่อนจึงจะสามารถทานอาหารอย่างอื่นได้” ราเชนได้ยินเสียงหวานล้ำของคุณชายสามแล้วยิ่งรู้สึกดีใจอย่างอธิบายไม่ถูก วันนี้คุณชายพูดกับเขาเป็ครั้งที่สองแล้วเขาจึงรีบเอ่ยตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
ออมเล็ตไม่กล่าวอันใด มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาคนของเหลวกรุ่นๆในชามด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม เขาพลางชำเลืองมองอาหารบนโต๊ะแวบหนึ่งเป็แค่แวบหนึ่งจริงๆจนแทบจะเหมือนไม่ได้มองอะไรเลย... มีความในใจเป็หมื่นล้านคำที่เอ่ยออกมาไม่ได้เลยสักคำ
ไม่รู้ว่าท่าทีภายนอกของคุณชายสามอังศุมาลินแสดงออกไปอย่างไรแต่สำหรับภายในคือออมเล็ตเขากำลังรู้สึกแย่และอยากร้องไห้มาก!
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย พระเ้า้าลงโทษเขาแน่ๆ!
อาหารเหลวตรงหน้าออมเล็ตคือ ‘อาหารสังเคราะห์’ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘โดสอาหาร’ ซึ่งจุดกำเนิดของอาหารสังเคราะห์นี้มาจากที่่ยุคาดวงดาวที่รุนแรงหนักหน่วงมาก อาหารเกิดขาดแคลนและการเคลื่อนย้ายอาหารสำหรับกองทัพในการทำศึกาเป็เื่ที่ยากลำบากมาก เหล่านักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จึงร่วมมือกันในการวิจัยสร้างอาหารสังเคราะห์ขึ้นมา ‘โดส’ หมายถึง ขนาด ปริมาณ ซึ่งอาหารสังเคราะห์เหล่านี้ได้บรรจุพลังงานที่เหมาะสมแก่ร่างกายไว้แล้ว ไม่ต้องเกรงว่าจะไม่อิ่มท้องไม่ต้องเกรงว่าพลังงานจะไม่เพียงพอและไม่ต้องเกรงว่าร่างกายจะขาดสารอาหารด้วย
สำหรับในปัจจุบันที่ผ่านพ้นยุคาดวงดาวมาแล้วผู้คนบนดวงดาวก็ยังกินอาหารสังเคราะห์เป็มื้อหลักอยู่เหมือนเดิม ส่วนอาหารประกอบขึ้นเองเนื่องจากผ่านระยะเวลามาหลายล้านล้านปีทุกอย่างก็สูญหายไปหมดทั้งวัตถุดิบ อุปกรณ์ วิธีการทำวิธีการใช้ และสูตรอาหารต่างๆ พอจะรื้อกลับมาก็ต้องใช้เวลาศึกษาวิจัยใหม่นานทีเดียวเพื่อความปลอดภัยอย่างแน่นอน
อาหารประกอบเองในปัจจุบันของโลกอนาคตจึงยังไม่วิวัฒนาการฝีมือตามสักเท่าไหร่ถือว่ายังล้าหลังอยู่มากนั่นเอง
แม้ว่าอาหารอื่นๆบนโต๊ะเป็อาหารทั่วไปที่ประกอบขึ้นที่เสิร์ฟพร้อมกับอาหารสังเคราะห์ แต่มันดู... แย่อ่ะ
ออมเล็ตคิดว่าโลกอนาคตนี้มีทั้งสิ่งที่พัฒนาวิวัฒนาการไปไกลมากและสิ่งที่ล้าหลังก็ยังมีอยู่เช่นกัน อย่างเช่นเื่อาหารกินนี่แหละ แล้วอย่างนี้คนที่ชอบกินของอร่อยอย่างออมเล็ตจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร...
“.....”
รสชาติของอาหารเหลวแย่มาก น้ำแหยะๆชวนพะอืดพะอมสุดๆ เขาก็อยากจะลองชิมอาหารสังเคราะห์อื่นกับอาหารประกอบขึ้นเองอยู่เหมือนกันนะแต่ว่าไม่เอาดีกว่า ดูจากลักษณะแล้วน่าจะแย่พอๆกัน
ออมเล็ตกินต่อไปไม่ไหวแล้วเมื่อจับช้อนชิมไปได้อีกสองสามคำเขาถึงได้รู้ซึ้งถึงประโยคท่องก่อนทานอาหารกลางวันเมื่อตอนอนุบาลว่าหมายความว่าอย่างไร... ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง เป็ของมีค่า อย่ากินทิ้งขว้าง
“อิ่มแล้วขอตัวครับ” ข้างในใจของออมเล็ตหลั่งน้ำตาหนักแล้ว... ฮือๆๆ ไม่ไหวจริงๆ ไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยเถอะพี่น้องเอ๊ย แล้วไม่รู้ว่าคนบ้านนี้นี่ยังไงกันคุณชายสามอังศุมาลินจะมีปากมีเสียงพูดบ้างไม่ได้หรือไง เขาเปิดปากทีไรเป็ต้องพากันหันมามองหมดน่ะ ห้วยเซ็งนะ!
ออมเล็ตลุกออกจากโต๊ะกำลังจะกลับห้องของตัวเอง น้ำเสียงเรียบดุทรงพลังของคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้านก็เรียกดังขึ้นก่อนทั้งยังเรียกเสียเต็มยศเสียด้วย... เสียงดุอีกแล้วอ่ะพ่อ น้องไม่ชินเลย
“อังศุมาลิน”
จอมพลลีโอนาร์ทวางช้อนลงกับที่รองแล้วหยิบผ้าเช็ดปาก พลางเอ่ยเรียกชื่อของบุตรชายคนที่สามของตน ใบหน้าหล่อเหลาคมดุไร้ความรู้สึกผนวกกับน้ำเสียงอันเรียบดุดันนั้นพาชวนให้น่าเกรงกดดันเป็อย่างยิ่ง ดวงตาคมกริบเลื่อนมองเด็กหนุ่มหน้าหวานร่างเล็กแบบบางซึ่งต่างจากยีนเด่นของเขาและพี่น้องคนอื่นเ้าตัวอย่างสิ้นเชิง แต่ใบหน้านั้นกลับตายด้านไร้ความรู้สึกยิ่งกว่าใครในบ้าน
“เลิกพยายามฆ่าตัวตายได้แล้ว”
คิ้วเรียวเข้มของจอมพลลีโอนาร์ทขมวดแน่นยิ่งทำให้ใบหน้าของเขาพลันดุมากขึ้น สายตาของลูกคนโตและลูกคนรองมองตามคนพ่อก็พาให้ขมวดคิ้วเข้มดุตาม สายตามองข้อมือขาวซีดที่สามารถมองเห็นถึงเส้นเืสีเขียวเข้มอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มหน้าหวานล้ำปีนี้อายุยี่สิบเอ็ดปีเพิ่งพ้นวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่นหมาดๆทว่าร่างกายกลับเล็กบอบบางและยิ่งผอมแห้งเป็อย่างมาก น้องชายสองคนเพิ่งอยู่ใน่วัยเด็กกลับเติบโตแซงคนพี่แล้วเสียอีก
“ได้ยินหรือไม่”
“ครับ” ออมเล็ตพยักหน้าไร้อารมณ์ตอบไปน้ำเสียงนิ่งเฉยแล้วเดินจากมาอย่างเงียบๆทันที... เหอะๆ จะฆ่าตัวตายอีกไปทำไมก็คนที่อยากตายเขาก็ตายไปแล้วหนิ
เมื่อคุณชายสามอังศุมาลินจากไปคนในห้องทานอาหารก็พลันมีสีหน้ายิ่งดุดันปนเคร่งเครียดมากกว่าเดิม มีแต่ความเงียบกริบชวนให้น่าอึดอัด คนอื่นๆพานอิ่มวางช้อนลงนอกจากคุณชายคนเล็กที่ยังทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยอยู่เหมือนเดิมคล้ายไม่รู้เื่บรรยากาศชวนไม่น่ารับประทานนี้เลย
“แด๊ดดี้ทำไมไม่บอกพี่อังศ์ไปละครับว่าไม่ได้ห่วงเื่ชื่อเสียงของตระกูลแค่ไม่อยากให้พี่ตาย” ฟีนิกซ์พูดน้ำเสียงเฉยชามองหน้าดุดันของผู้เป็พ่อ... จะว่าเฉยชาก็คงจะไม่ใช่เพราะที่จริงต้องบอกว่านี่ก็แสดงความรู้สึกมากแล้ว
ตระกูลเก่าแก่พิชิตไชยศรีแข็งแกร่งผ่านร้อนผ่านหนาวดำรงอยู่ั้แ่ก่อนยุคาดวงดาว เพราะความแข็งแกร่งนี้จึงทำให้กลายเป็ทหารแนวหน้าสุดแข็งแกร่งมาหลายต่อหลายรุ่นคน คล้ายจะชาชินกับาการฆ่าไปเสียแล้ว และเพราะความเคี่ยวกรำนี้จึงทำให้สิ่งที่ขาดไปคือเื่ ‘ความรู้สึก’ นั่นเอง
คนในตระกูลนี้จึงมักจะมีใบหน้าเรียบนิ่งเ็า แสดงอารมณ์ความรู้สึกไม่ค่อยเป็และพูดน้อยพูดไม่ค่อยเก่ง ทว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้นในตัวทั้งนั้น.....
“ครั้งที่ 7 ไม่ตายก็ไม่แน่ว่าครั้งที่ 8 อาจจะตายจริงๆก็ได้”
“โลเวล!”
ในส่วนทางด้านของออมเล็ตนั้นเมื่อเขากลับมาถึงห้องนอนของตัวเอง... ยกมือขึ้นจับที่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายแล้วมันใจไม่ดีเลย
“เชี่ย... ตายห่าๆๆ โอ้โห ท่านพ่อแม่งโคตรแด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อเลย!”
-----------------------------
Talk
น้อนนนนน นั่นพ่อน้องเอ๊งงงงงงง
ส่วนไอ้เ้าโลเวลเ้าหมาป่าปากเสียหนิ พี่เธอก็ตายไปจริงๆแล้ว ฮืออออ แต่ไม่มีดราม่าอะไรหรอกคนบ้านนี้จริงๆเค้าน่าเอ็นดูวววว
เอ็นดูกับฮาวทูความตั้งชื่อและรูปร่างหน้าตาครอบครัวแอนนิมอลเขานะคะ น้องไข่เจียวแหวกม่านมามาก แม่นางคงรู้ว่าลูกโตมาจะเป็ตัวเล็กตัวน้อยเป็เ้าลูกเจี๊ยบน่าบี้ของบ้านหรือเปล่า(?555)
เลิฟยูคนอ่านนะ มาเป็กำลังใจให้เ้าลูกเจี๊ยบไข่เจียวด้วยกันต่อไปน้า ^_^

ปล.ท้ายสุด สำหรับเหล่าผู้ชายครอบครัวพิชิตไชยศรี...
