บทที่ 6 ศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือ
คนขับรถบรรทุกรับซาลาเปาจากมือลู่จิ่วอันไปกินโดยไม่เกรงใจ และเอ่ยอย่างอบอุ่น “ได้แต่งงานกับช่างเซี่ยของเรา เธอต้องมีความสุขแน่นอน!”
“พี่ชาย ที่ศูนย์อนุรักษ์มีผู้หญิงมาจีบสามีของฉันเยอะเลยใช่หรือเปล่า?” ลู่จิ่วอันถามพร้อมกับยิ้มหวาน
คนขับรถบรรทุกกินซาลาเปาลูกโตหมดภายในสองคำ จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้ม “ช่างเซี่ยหน้าตาดีขนาดนี้ ถ้าฉันบอกว่าไม่มีสาวมาจีบเลย เธอจะเชื่อหรือเปล่าล่ะ?”
เซี่ยอวิ้นหนิงกระแอมเบา ๆ พร้อมกับเร่งเร้า “จิ่วอัน ขึ้นรถกันก่อนเถอะ”
ลู่จิ่วอันใช้มือสองข้างจับขอบรถบรรทุก และใช้เท้าเหยียบไปที่ล้อรถ จากนั้นก็พลิกตัวเข้าไปในรถอย่างคล่องแคล่ว
เธอเอื้อมมือไปรับของจำพวกกระติกน้ำร้อนและอ่างล้างหน้าจากเซี่ยอวิ้นหนิง แล้วนำมาวางไว้ในรถ
จากนั้นเซี่ยอวิ้นหนิงก็ะโขึ้นท้ายรถ โดยมีคนขับรถบรรทุกช่วยยกจักรยานส่งให้เขา
ลู่จิ่วอันปลดพวกผ้าห่มออกจากหลังมากองไว้ที่มุมหนึ่งของท้ายรถ
คนขับรถบรรทุกชะโงกหน้าถาม “พวกคุณนั่งดีแล้วนะ?”
“นั่งดีแล้ว”
เซี่ยอวิ้นหนิงตอบเพียงเท่านั้น
จากนั้นคนขับก็สตาร์ตรถบรรทุก
เซี่ยอวิ้นหนิงไม่ทันได้ทรงตัว เขาเซล้มไปทางลู่จิ่วอัน เธอจึงดึงตัวสามีเข้ามา บอกให้เขานั่งลงข้าง ๆ
เซี่ยอวิ้นหนิงและลู่จิ่วอันนั่งพิงผ้านวม ทั้งสองมองเหล่าต้นไม้ที่ค่อย ๆ ไกลสายตาออกไป พร้อมกับแสงแดดอบอุ่นที่ปรากฏบนเส้นขอบฟ้า ในใจเฝ้าปรารถนาถึงชีวิตที่สวยงามในวันข้างหน้า
“เซี่ยอวิ้นหนิง ขอพิงไหล่หน่อยสิ ฉันจะงีบสักพัก”
ช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งสองกว้างพอให้ยัดคนลงไปครึ่งตัว
เมื่อได้ยินลู่จิ่วอันพูดเช่นนั้น เขาก็ขยับตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น
ลู่จิ่วอันคว้าแขนของผู้เป็สามีเข้ามากอด จากนั้นก็เอนศีรษะแนบชิดแขนของเขา
สิ่งที่วนเวียนอยู่ภายในหัว… กลับเป็เื่ที่เกิดขึ้นในชาติก่อน
เธอเพิ่งรู้เหตุผลในภายหลังว่าทำไมตระกูลลู่ถึงไม่ยอมให้เธอไปอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์กับเซี่ยอวิ้นหนิง
นั่นก็เพราะถ้าเธออยู่ที่บ้านกับพวกเขา ตระกูลลู่ก็จะได้ใช้เงินที่ชายหนุ่มส่งมาให้เธอ
แต่ถ้าหากว่าเธอไปอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์กับสามี พวกเขาก็จะไม่มีวันได้แตะต้องเงินของเซี่ยอวิ้นหนิงแม้แต่แดงเดียว
แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นเธอช่างโง่เขลาเกินกว่าจะเข้าใจจิตใจอันแสนชั่วร้ายของตระกูลลู่ จนกระทั่งข่าวการตายของเซี่ยอวิ้นหนิงทำให้เธอถูกรตระกูลลู่กดขี่ข่มเหงสารพัด จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วตนกับเซี่ยอวิ้นหนิงก็เป็ได้แค่เครื่องมือหาเงินให้ตระกูลลู่เท่านั้น
ความรักเหรอ?
เธอไม่เคยได้ััความรักของครอบครัวเลยสักนิดเดียว!
ชาตินี้เธอจะไม่ขอเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ ให้ได้รับความรักอีก!
ส่วนเื่ที่ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงอยู่ที่ไหนนั้น ลู่จิ่วอันเองก็ไม่ได้คาดหวัง ครอบครัวที่สามารถเลี้ยงดูเมิ่งเจียฉีให้เติบโตมาเป็คนที่สามารถลักพาตัวและฆ่าคนได้อย่างเืเย็นก็อาจไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีอะไรนัก
ในเมื่อ์ให้โอกาสเธอได้มีชีวิตใหม่แล้ว ก็จะขอชดเชยในทุกสิ่งที่เคยได้พลาดไปในชาติก่อน
เธอ้าให้ลูกชายได้มีชีวิตอย่างปลอดภัย
เธออยากตั้งใจเล่าเรียนหนังสือเพื่อจะได้ไม่เดินซ้ำรอยอย่างในชาติก่อน เธออุตส่าห์ได้เป็ถึงประธานของเครือจิ่วอวิ้น แต่ก็ยังมิวายถูกคนในอินเทอร์เน็ตบอกว่าเธอก็เป็แค่คนไม่รู้หนังสือที่เรียนไม่จบชั้นประถมเท่านั้น
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่เธอต้องทำเป็อันดับแรกคือให้ลูกชายมาอยู่ข้างกายตนเองโดยปลอดภัย
รถบรรทุกใช้เวลาเดินทางเกือบสิบชั่วโมงจากอำเภอมายังศูนย์อนุรักษ์
ลู่จิ่วอันรีบร้อนออกเดินทางจนไม่ทันได้เตรียมพวกอาหารแห้ง
พวกเขาทั้งสามคนจึงมาถึงศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือด้วยท้องที่หิวโซ
ศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือเป็พื้นที่ป่ากว้างใหญ่ไพศาลที่อุดมไปด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่ม
ที่นี่มีทะเลสาบขนาดใหญ่กับทะเลสาบขนาดเล็กอยู่สองแห่ง ด้วยรูปร่างที่เหมือนกับเป็ดแมนดารินหันหน้าชนกัน จึงได้ชื่อว่ายวนยาฉือ
เดิมทีลู่จิ่วอันคิดว่าที่นี่เป็แค่ศูนย์อนุรักษ์เล็ก ๆ แต่ทันทีที่เธอและเซี่ยอวิ้นหนิงก้าวขาลงจากรถบรรทุก ลู่จิ่วอันก็ต้องตกตะลึงกับทัศนียภาพที่อยู่ตรงหน้า!
ศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้แห่งนี้สามารถเป็เมืองขนาดย่อมได้เลยทีเดียว
ศูนย์อนุรักษ์ยวนยาฉือมีพื้นที่กว้างใหญ่ ตำแหน่งที่พวกเขาลงจากรถเป็เขตที่พักอาศัยของสมาชิกในครอบครัว
บ้านเรือนขนาดเล็กถูกสร้างขึ้นล้อมรอบทะเลสาบยวนยาง
ภายในศูนย์อนุรักษ์มีทั้งโรงเรียนประถม สถานพยาบาล สถานีตำรวจ และร้านขายของชำเล็ก ๆ หนึ่งแห่ง
“จิ่วอัน ทางนี้”
เซี่ยอวิ้นหนิงเรียกลู่จิ่วอันที่กำลังมองเขตที่พักอาศัยด้วยสายตาล่องลอย เธอเดินตามชายหนุ่มราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันเข้าไปในสวนรกร้างแห่งหนึ่ง
ภายในสวนมีวัชพืชขึ้นปกคลุมไปทั่ว
มีใยแมงมุมกระจัดกระจายอยู่บนประตูไม้บานใหญ่
ขอบหน้าต่างคอนกรีตปรากฏฝุ่นหนาจับตัวเป็ก้อน
แค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีคนอาศัยอยู่ที่นี่เป็เวลานานแล้ว
“เซี่ยอวิ้นหนิง ที่นี่คือบ้านของเราเหรอ?”
ชายหนุ่มถือสัมภาระเข้าไปวางไว้ในบ้าน พับแขนเสื้อขึ้นจากนั้นก็หยิบไม้กวาด ขณะที่กำลังจะลงมือทำความสะอาดก็ได้ยินคำถามของลู่จิ่วอัน
เรา?
ไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยอวิ้นหนิงถึงได้รู้สึกหวานชื่นขึ้นในหัวใจ
“ใช่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มวางไม้กวาดและพูดกับผู้เป็ภรรยา “จิ่วอัน อีกหนึ่งชั่วโมงกว่าโรงอาหารจะตั้งโต๊ะ เดี๋ยวผมไปซื้อส้มกระป๋องมาให้กินรองท้องนะ”
“แค่ชั่วโมงเดียวฉันทนได้ อย่าสิ้นเปลืองเลย พวกเรามาช่วยกันทำความสะอาดเถอะ คืนนี้จะได้นอนค้างที่นี่ได้”
มีหรือที่เซี่ยอวิ้นหนิงจะยอมให้หญิงผู้เป็ที่รักท้องหิว เขายืนกรานอย่างหนักแน่น “ไม่ได้ วันนี้ทั้งวันคุณยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“ก็ได้ งั้นคุณไปซื้อเถอะ แล้วก็ช่วยซื้อพวกเครื่องครัวมาด้วยนะ”
เซี่ยอวิ้นหนิงนิ่งอึ้งไป
เขาซื้อไม่เป็ แล้วก็ไม่รู้ว่าควรเลือกยังไงด้วย
ลู่จิ่วอันเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็รู้ได้ทันที
เธอยิ้มหวานพร้อมกับส่งไม้กวาดให้เซี่ยอวิ้นหนิง
“เชื่อฉันเถอะ เราทำความสะอาดกันก่อนดีกว่า”
ลู่จิ่วอันทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่วด้วยใบหน้าที่สุขใจ
เธอเริ่มจากกวาดตาดูทุกห้องภายในบ้าน
ในห้องโถงมีห้องหลักทั้งหมดสามห้อง และห้องมุมฝั่งละสองห้องทางด้านซ้ายและขวา
ห้องหัวมุมทางด้านขวาเป็ห้องครัวด้านหน้า
ภายในครัวมีเตาไฟสองเตา เตาหนึ่งทำจากเหล็ก ส่วนอีกเตาเป็อะลูมิเนียม
ส่วนห้องหัวมุมที่อยู่ด้านในสุดเป็เล้าหมู ภายในนั้นมีเป็โถส้วมที่เป็แบบนั่งยองเหมือนกับในชนบท
ห้องหัวมุมสองห้องทางด้านซ้ายรวมถึงห้องโถงหลักล้วนว่างเปล่า
“เซี่ยอวิ้นหนิง พวกเรามาทำความสะอาดห้องโถงหลักกับห้องครัวกันก่อน ส่วนห้องที่เหลือฉันค่อยทำพรุ่งนี้อีกที”
“ตกลง”
ดังคำกล่าวที่ว่าชายหญิงช่วยกันทำงานไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย
สองสามีภรรยาต่างช่วยกันทำงานบ้านอย่างกระตือรือร้น
เซี่ยอวิ้นหนิงรับหน้าที่จัดแจงห้องนอน
ส่วนลู่จิ่วอันก็รับผิดชอบในการเก็บกวาดห้องครัว
มีบ่อน้ำตั้งอยู่ภายในลานบ้าน ทำให้การตักน้ำไม่ใช่ปัญหา
ลู่จิ่วอันเริ่มจากย้ายเศษขยะที่เ้าของบ้านคนก่อนทิ้งไว้ในห้องครัวไปไว้ที่ลานบ้าน ดูเหมือนว่าเ้าของคนก่อนจะรีบไป จึงไม่ได้นำของติดตัวไปมากนัก
หม้อเหล็กปรากฏรอยสนิมให้เห็น ขณะที่ไหและขวดโหลอื่น ๆ พังจนใช้การไม่ได้
ลู่จิ่วอันตรวจดูหม้อเหล็ก แม้ว่าจะเป็สนิมแล้ว แต่ใช่ว่าจะใช้การไม่ได้ซะทีเดียว แค่ต้องกำจัดรอยสนิมและขึ้นรูปใหม่ก็ใช้การได้ ส่วนพวกตะเกียบและจานชาม ลู่จิ่วอันมีแผนที่จะใช้พวกมันเป็ที่ปลูกต้นไม้
หญิงสาวจริงจังกับการทำความสะอาดห้องครัวเป็อย่างมาก เพราะว่าในชาติก่อนเธอร่ำรวยได้จากการทำซอสเห็ด จึงให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของห้องครัวมากเป็พิเศษ
เธอตรวจดูและทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด
หลังจากจัดห้องครัวเรียบร้อยแล้ว ก็ไปที่ห้องโถงหลักเป็จุดหมายต่อไป
ถึงแม้เซี่ยอวิ้นหนิงจะไม่เชี่ยวชาญการบ้านการเรือน แต่ก็ทำความสะอาดภายในห้องได้อย่างหมดจด
ในห้องนอนเคยมีเตียงไม้แบบเรียบง่าย แต่เนื่องจากไม่มีคนมาอาศัยอยู่หลายปี เสื่อฟางจึงถูกหนูกัดแทะจนใช้การไม่ได้แล้ว
“เซี่ยอวิ้นหนิง ที่ร้านค้ามีฟูกปาล์ม*[1]ขายหรือเปล่า?”
“น่าจะมีนะ”
ลู่จิ่วอันเห็นใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเซี่ยอวิ้นหนิง เธอจึงเขย่งเท้าและเอื้อมมือไปเช็ดให้
ทว่ามือของเธอเปื้อนฝุ่นไม่ต่างกัน นอกจากฝุ่นบนหน้าเขาจะไม่หายไปแล้ว กลับยิ่งเลอะเทอะกว่าเดิม
“พวกเราไปถอนวัชพืชในสวนก่อน จากนั้นก็ล้างหน้าแล้วค่อยไปร้านขายของชำตกลงไหม?”
“ตกลง”
[1]ฟูกปาล์ม คือที่นอนที่ทำมาจากใบปาล์ม