ในขณะที่แขกในห้องนั่งเล่นกำลังงงงวยกับพฤติกรรมของไป่ฟานเซียนหญิงสาวที่แยกตัวออกมาปรากฏตัวเงียบๆที่ชายหาด นางมองคลื่นที่กระทบฝั่งและัักับลมทะเลที่พัดเบาๆ
ไม่มีใครทราบว่านางคิดอะไรอยู่
มีเพียงนางเท่านั้นที่ประหลาดใจยามที่ััถึงไข่มุกเม็ดนั้นได้ในตอนแรก
และเมื่อได้ัั ทั้งรูปทรงและกลิ่นอายของมันล้วนเหมือนในความทรงจำของนางทุกประการ
มุกธิดาอัคคีเม็ดนั้นมันเป็สมบัติที่เคยเป็ของฮุ่ยเอ๋อ
ไม่ใช่เด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อคนนี้ แต่เป็ฮุ่ยเอ๋อที่เป็คนสนิทของนางเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนต่างหาก
นางเป็คนมอบมันให้เด็กคนนั้นด้วยตัวเองยามที่ฮุ่ยเอ๋อบรรลุระดับปรมาจารย์
ฮุ่ยเอ๋อเป็เด็กที่แปลกประหลาดร่างกายของนางมีความเข้ากันได้กับปราณหยางอย่างยิ่งยามที่นางได้สมบัติชิ้นนี้มามันจึงเข้ากันกับฮุ่ยเอ๋อมากและเป็สมบัติที่ฮุ่ยเอ๋อรักมากที่สุด
เพราะเป็สมบัติชิ้นแรกที่นายหญิงมอบให้นาง
และมีเพียงฮุ่ยเอ๋อที่สามารถดึงพลังของมันออกมาได้ถึงขีดสุดมีเพียงนางคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับของมุกธิดาอัคคีเม็ดนั้นนอกจากไป่ฟานเซียน
ยามที่นางมองไปที่เด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อ ความหวังลมๆแล้งๆของนางว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็ฮุ่ยเอ๋อที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งก็เกิดขึ้นในใจ
แต่การที่มุกธิดาอัคคีไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆนั่นแปลว่านางคิดผิด
ฮุ่ยเอ๋อคนนั้นจากไปแล้วจริงๆ
ไป่ฟานเซียนได้แต่ปลดปล่อยจิตใจไปกับสายลมความเศร้าที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้แม้แต่ตัวตนเช่นนางที่ทำใจได้แล้วก็ยังอดรู้สึกหม่นหมองไม่ได้...
“แค่กๆ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ”
หลิวเยี่ยนเฟย กล่าวกับลุงหวงที่ออกมาส่งเขาที่หน้าประตูลุงหวงรู้สึกว่าท่านพลเอกคนนี้ค่อนข้างจะขี้โรคไปเสียหน่อยยามที่ัักับลมข้างนอกแค่ครู่เดียวก็ไอออกมาไม่หยุด
“เดินทางปลอดภัยครับ”
ลุงหวงค้อมกายส่งคนของหน่วยเหยี่ยวดำกลับอย่างสุภาพหลิวเยี่ยนเฟยยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ เขาบอกลาก่อนจะขึ้นรถ
“ฝากบอกลาคุณไป่กับเด็กๆให้ผมด้วยนะ”ก่อนจะไปเขาหันกลับไปมองในบ้าน ลุงหวงสังเกตสายตาที่แสนอบอุ่นยามมองเข้าไปในนั้น
หรือว่าคนๆนี้?
หลินจิ้งที่กำลังจะขึ้นรถอีกคันตามหลังอดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลุงหวงเขาทำท่าลังเลจนลุงหวงต้องถามขึ้นก่อนอย่างเกรงใจ
“...มีอะไรรึเปล่าครับ?”
“เอ่อ...”
หลินจิ้งมองไปที่รถของพลเอกที่แล่นออกไปไกลแล้วตัวเขาและผู้ช่วยสาวหันมามองหน้ากันแล้วตัดสินใจในที่สุด
“คุณหวง ก่อนหน้านี้คุณเคยมีแผลเรื้อรังอยู่ที่หน้าอกใช่ไหม?”
หลินจิ้งถามอย่างจริงจัง
ลุงหวงที่ได้ฟังคำถามถึงกับหรี่ตาอย่างแปลกใจเขาััถึงความนัยบางอย่างที่แฝงมากับคำถามนั้น
“ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ”
ชายชราแตะไปที่อกเบาๆด้วยสีหน้านิ่งสงบเขาไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของหลินจิ้ง จึงตอบคำถามด้วยความกำกวม
ใช่แล้ว ตอนนี้เขายังมีแผลเป็นั้นอยู่
ถึงมันจะถูกฟื้นฟูมาแล้วเพราะยาของท่านปรมาจารย์ไป่แต่มันก็ยังไม่หายดี
การตอบแบบนั้นหวงจื่อหานไม่ได้โกหกเลยสักนิด
“แล้วเด็กคนนั้น ถังเย่เย่น่ะ เคยป่วยติดเตียงมาหลายปีสินะครับ?”
หลินจิ้งยังคงถามด้วยสีหน้าจริงจัง
คำถามของคนจากหน่วยเหยี่ยวดำทำให้ชายชราคาดเดาจุดประสงค์ของพวกเขาได้แล้ว
พวกเขาอยากรู้ว่าใครเป็คนรักษาและหากไตร่ตรองสักนิดย่อมรู้ได้ง่ายๆอยู่แล้วว่าคือใคร
ปรมาจารย์ไป่ฟานเซียน!
เพราะถังเย่เย่และหวงจื่อหานล้วนหายดีและอาการดีขึ้นหลังจากการปรากฏตัวของนางทั้งนั้นลุงหวงแสดงใบหน้าเรียบสนิทและเริ่มแผ่แรงกดดันเบาบางออกมา
แรงกดดันของจอมยุทธ์ขั้น 5!
นี่เป็พลังฝึกตนของเขาก่อนที่จะได้รับาเ็จนมันถดถอยลง
พอได้รับการเยียวยา แม้จะไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่แต่ก็กลับมาแตะขอบเขตของจอมยุทธ์ขั้นที่ห้านี้อีกครั้งแล้ว
ปรมาจารย์ไป่เป็ผู้มีพระคุณอย่างยิ่งต่อตัวเขาและตระกูลถังลุงหวงไม่ยอมให้พวกกองทัพมาวุ่นวายกับชีวิตที่สงบสุขของนางแน่นอน!
“คุณถามเยอะจังเลยนะครับ?”
ลุงหวงเผยรอยยิ้มที่ดูสงบ ส่วนหลินจิ้งที่รู้ว่าชายชรากำลังเข้าใจบางอย่างผิดก็รีบโบกมือเป็พัลวัน
“ผมไม่ได้จะข่มขู่หรือกดดันคุณหวง...พวกเรามีเื่อยากจะขอร้องต่างหาก”
“ขอร้อง?”
ลุงหวงคลายแรงกดดันลง เขาถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“คุณก็รู้สึกว่าหัวหน้าของพวกเราร่างกายอ่อนแอใช่ไหม?”หลินจิ้งเกริ่นนำ
“ความจริงแล้วเมื่อก่อนไม่ได้เป็แบบนั้นหรอก...”หลินจิ้งทอดถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตออกมา
ในอดีตหลิวเยี่ยนเฟยนั้นเป็ถึงดาวรุ่งของกองทัพเพราะบรรลุระดับปรมาจารย์ได้ั้แ่อายุยังไม่มากมายจากนั้นก็ถูกแต่งตั้งเป็พลเอกตอนอายุ 40ปี
ใช่แล้ว 40 ปี!
เห็นใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์เช่นนั้นแต่ความจริงหลิวเยี่ยนเฟยนั้นมีอายุเกือบจะห้าสิบปีแล้วแต่เพราะการบรรลุระดับปรมาจารย์ได้ั้แ่ตอนที่ร่างกายยังไม่ค่อยจะเสื่อมถอยประกอบกับวิชาที่ฝึกอยู่ ทำให้เขาสามารถคงความหนุ่มไว้ได้ยาวนานกว่าคนทั่วไปมาก
หลิวเยี่ยนเฟยนั้นชีวิตราบรื่นมีความสุขอย่างยิ่งก่อนหน้านั้นเขาแต่งงานและมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคนแต่เพราะการโดดเด่นเกินไปนี่ล่ะที่ทำให้เกิดปัญหา
มีคนจำนวนหนึ่งไม่พอใจที่หลิวเยี่ยนเฟยจะได้ก้าวสู่ตำแหน่งพลเอกได้เร็วขนาดนั้นในวันก่อนรับตำแหน่ง ภรรยาและลูกสาวของเขาถูกลักพาตัวเพื่อแลกเปลี่ยนกับการปฏิเสธตำแหน่งพลเอกของเขา
หลิวเยี่ยนเฟยยินยอม
เขาไม่ปรากฏตัวในวันแต่งตั้งตำแหน่งตัวเขาเพียงคนเดียวเดินทางเพื่อไปรับภรรยาและลูกสาวตามสัญญาที่อีกฝ่ายให้ไว้
แต่มีหรือที่เื่ราวจะง่ายดายถึงเพียงนั้น?
เมื่อไปถึง ภรรยาของหลิวเยี่ยนเฟยถูกสังหารลูกสาวตัวเล็กของเขาที่มีอายุแค่ไม่กี่ขวบเองก็ตกตายอยู่ภายใต้อ้อมกอดของแม่
วันนั้นเป็วันที่กองทัพสั่นะเืที่สุด
ความโกรธเกรี้ยวของปรมาจารย์กวาดผ่านไปทั้งกองทัพหลิวเยี่ยนเฟยที่แค้นจนน้ำตาไหลรินเป็สายเืบุกเดี่ยวเข้าไปสังหารทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
พลโท 2 คน
พลตรี 6 คน
รวมถึงผู้ที่อยู่เื้ัการกระทำถูกหลิวเยี่ยนเฟยพิพากษาด้วยสองมือทั้งหมด
วันนั้นเป็วันที่หลายคนได้ประจักษ์ ในคำว่าปรมาจารย์สามารถต่อกรกับทั้งกองทัพได้จริงๆ
หลังจากที่เื่วุ่นวายหลิวเยี่ยนเฟยที่ยอมสละสิ้นทุกอย่างในตอนนั้นได้รับาแที่ไม่สามารถรักษาได้มาสองแห่งหนึ่งคือาแที่กลางลำตัว ซึ่งทำให้เขาอ่อนแอและดูขี้โรคอย่างทุกวันนี้
ส่วนอีกแห่งคือาแที่สูญเสียทั้งภรรยาผู้เป็ที่รักและลูกสาวไปพร้อมๆกัน
กองทัพพยายามปกปิดเื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างเต็มความสามารถทำให้บุคคลภายนอกไม่ทราบข่าวคราวในตอนนั้นและรับรู้เพียงข่าวลือที่กองทัพปล่อยออกมาว่าพลเอกคนใหม่ของกองทัพต่อสู้กับฏจนาเ็สาหัสเท่านั้น
ใช่แล้วหลังจากผ่านการประชุมถกเถียงกันอย่างยาวนาน พวกเขาเลือกที่จะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและแต่งตั้งหลิวเยี่ยนเฟยเป็พลเอกดั่งเดิม
เพราะพลังของผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์มันอันตรายเกินไปกองทัพไม่สามารถปล่อยเขาไปหรือตัดใจปะาอัจฉริยะบุคคลเช่นนี้ได้ลงรวมถึงเมื่อสืบจนรู้ถึงสาเหตุก็ไม่มีใครในเวลานั้นกล้าแย้งอีก
หลังจากแต่งตั้งหลิวเยี่ยนเฟยก็ถูกคำสั่งย้ายมาประจำการในกองทัพฝั่งตะวันออกนี้แทนทำให้เื่ราวค่อยๆซาไปในที่สุด
“แล้วเอามาเล่าให้ผมฟังจะไม่เป็ไรเหรอครับ?”
ลุงหวงที่ฟังจนจบสูดลมหายใจลึกและอดที่จะสงสัยไม่ได้
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ถือเป็การแสดงความจริงใจกับคุณอีกอย่างเื่มันก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว กลายเป็ตำนานไปแล้วล่ะ”
ผู้ช่วยสาวของเขาพยักหน้าสนับสนุน“ทหารใหม่ๆในยุคนี้ไม่รู้เื่พวกนี้ด้วยซ้ำไปค่ะ”
ลุงหวงอดคิดไม่ได้ ในยุคสมัยนั้นข่าวลือเื่ที่กองทัพได้มีการแต่งตั้งพลเอกคนใหม่ค่อนข้างจะโด่งดังเขาที่เคยเห็นหลิวเยี่ยนเฟยมาก่อนไม่คิดว่าก่อนที่จะมาประจำการที่นี่เขาจะมีอดีตที่เลวร้ายเช่นนี้
แปลว่าสายตาแสนอบอุ่นที่มองเข้าไปในบ้านนั่นไม่ได้มองท่านปรมาจารย์ไป่
แต่มองไปที่เด็กๆต่างหาก!
ลุงหวงคิดว่าสายตาของเขาคงมองภาพเด็กๆซ้อนกับลูกสาวที่จากไปของตัวเอง
“แล้วเื่ที่พวกคุณอยากจะขอร้องคือ?”
แม้จะพอเดาได้แล้วจากเื่เล่า แต่เพื่อความแน่ใจเขาจึงไม่ลังเลที่จะถาม
“ผมอยากขอร้องท่านปรมาจารย์ไป่ให้ช่วยรักษาท่านพลเอกน่ะครับ...”
หลินจิ้งถอนหายใจแล้วกล่าวออกมาในที่สุด
“...เื่นี้” ลุงหวงครุ่นคิด“ออกจะยากอยู่นะครับ...”
“ทำไมล่ะครับ!?” หลินจิ้งถามอย่างไม่เข้าใจตัวเขาและสมาชิกเหยี่ยวดำหน่วยที่ 1 คือหน่วยที่อยู่กับหัวหน้าของเขามานานที่สุดพวกเขารู้เื่ราวและความเ็ปของหัวหน้าดีและอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระนั้นก่อนหน้านี้ที่ไป่ฟานเซียนไปพบหลินจิ้งกับอีกสามคนที่ร้านขายยาในเมืองก็เพราะว่าเขาได้ยินว่าที่ร้านนั้นมีโสมที่มีอายุ50 ปีอยู่
พวกเขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะไปที่นั่น
“พวกผมพร้อมจะตอบแทนท่านปรมาจารย์ไป่อย่างเต็มที่ขอเพียงบอกมาต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็พร้อมเสมอครับ!” หลินจิ้งสัญญาอย่างหนักแน่นยิ่งตัวเขาด้วยแล้วที่ติดตามหลิวเยี่ยนเฟยมานานกว่าคนอื่นยิ่งรู้สึกผูกพันธุ์มากกว่า
“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นหรอกครับ”ลุงหวงส่ายหัวและถอนหายใจ เขามองท่าทางจริงจังของหลินจิ้งด้วยความรู้สึกที่ช่วยไม่ได้
เช่นนั้นก็ให้ท่านตัดสินใจเองก็แล้วกัน!
“ขอปฏิเสธ”
ตอนนี้พวกเขาย้ายที่มาอยู่ที่ระเบียงของบ้านหลินจิ้งอ้าปากค้างมองไป่ฟานเซียนที่กำลังอ่านหนังสือรับลมด้วยท่าทีเกียจคร้านนางปฏิเสธั้แ่ที่เขายังเล่าเื่ราวไม่จบเสียด้วยซ้ำทั้งยังโบกมือบางๆนั่นเป็เชิงไล่เสียอีก
“ทะ...ทำไมล่ะครับ!?”
หลินจิ้งไม่เข้าใจ เขาพยายามเล่าสถานการณ์ของพลเอกให้ท่านไป่ฟานเซียนฟังแต่ไม่เพียงจะฟังไม่จบนางโบกมืออีกทีหนึ่งตัวเขาและผู้ช่วยสาวก็คล้ายถูกลมหอบใหญ่พัดจนไปหล่นตุ้บที่หน้าประตูแล้วเสียนี่!
มันไม่เจ็บเพราะไป่ฟานเซียนเพียงปัดเบาๆและพวกเขาทั้งสองก็เป็ผู้ฝึกตน หลินจิ้งที่รู้ว่าวันนี้ล้มเหลวแล้วได้แต่จากไปอย่างคอตก
“เอาไว้ผมจะมาใหม่นะครับ!”
และทิ้งไว้เพียงประโยคที่ทำให้ไป่ฟานเซียนส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย
“คราวหลังอย่าเปิดประตูให้คนแปลกๆเข้ามาล่ะ”
ลุงหวงทำได้แค่หัวเราะเบาๆกับคำสั่งที่ช่วยไม่ได้นี้จากนายหญิงของบ้านก็เท่านั้น...