ภายในห้องสวีทสุดหรู
เมื่อเปิดเข้าห้องของโรงแรมไปได้ไฟราคะที่ลุกโชนอยู่แล้ว ก็โหมกระหน่ำ ทวีความรุนแรงเกินที่จะต้านทานได้ไหวทั้งสองกอดรัด ฟัด เหวี่ยง กันแทบจะหลอมร่างเป็หนึ่งเดียวริมฝีปากทาบดูดกันจนบวมแดง ด้วยไฟราคะร้อนทั้งสองปลดเปลื้องสิ่งกีดขวางบนร่างกายเหวี่ยงไปคนละทิศละทาง อย่างร้อนรน ในขณะที่เรียวลิ้นพันเกี่ยวกันเป็พัลวันดั่งคนกระหายในรสชาติ ของราคะ ชายหนุ่มเหลือบสายตามองร่างอรชร อวบอั๋นเป็บางจุดที่สตรี รูปร่างสมส่วนพึงมี และสวยงาม เมื่อไฟร้อนกำลังเผลาผลาญอยู่ภายในเรือนกาย เขาไม่รอช้า จัดการแทรกความเป็ชาย ที่แข็งแกร่ง เข้าไปในโพรงรักที่กำลังลุ่มร้อน จนแฉะฉ่ำ อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องเล้าโลมใด ๆ เพราะไฟราคะมันติดไปก่อนแล้วหน้านี้ ด้วยแรงปรารถนาของหญิงสาวที่มีต่อเขาเพียงแค่เห็นร่างกายแน่น และตัวตนที่แข็งแรงใหญ่ ของเขา ความกระสันซ่าน ก็ทำงานจนร่างกายสะท้าน หัวใจสั่นไหว บั้นท้าย และเอวสอบที่แข็งแกร่งก็ตะบี้ตะบันซอยถี่ยิบ ในขณะที่กำลังเร่งเครื่อง่กลางกาย เขานึกถึงลีลายั่วเย้าในขณะที่ หญิงสาวอีกคนที่เขาคิดถึงกำลังร่ายรำอยู่บนเวทีจางิ่รำพึงครางออกมาด้วยเสียงที่แ่เบาจนฟังไม่ได้ศัพท์ “อืม…ต้าเหนิง โอวววอา” ร่างใหญ่กระตุกเกร็งน้ำข้นรักสีขาวพ่นใส่อยู่ในถุงป้องกันจน เหม่ยกุ้ย ทิ้งถุงนั้นลงถังขยะแล้วฉีกอันใหม่สวมใส่เข้าไปอีกหนึ่งอันเพราะเธอนั้นยังไม่สมใจถึงจุดสุดยอด เธอผลักร่างใหญ่ ให้นอนลงแล้วขึ้นไปควบขี่เขาแทน ตัวตนที่ปลดปล่อย ไปแล้ว แต่ไม่มีวี่แววจนหดหมดเรี่ยวแรงเมื่อเครื่องของหญิงสาวไม่ทันดับ เครื่องของเขากลับพลันร้อนแรงติดขึ้นมาอีกครั้งมือใหญ่จับเฟ้น ทรวงอกอวบ ที่กำลังกระเด้งกระดอน จากแรงขย่ม ควบขี่ของหญิงสาวสะโพกกลม ควงหมุนวนรอบ ๆ แท่งร้อน สลับกับการตอกตรึงโพรงเนื้อนุ่มชื้นลงไปกับแท่งเนื้อร้อน จางิ่ทนเห็นสิ่งเร้าสองเต้ากลมไม่ไหวเขาชันกาย่ตัวขึ้นมา ใช้เรียวลิ้น ชโลมไล้ ยอดอกสีสดดูดกินดั่งเด็กทารกน้อยผู้กระหายหิว มือใหญ่บีบเคร้น อย่างไม่ปราณี ขณะเดียวกันนั้น ่บั้นท้ายกลมก็กระแทกกระทั้น กดบดโพรงเนื้อกับแท่งกระสัน ด้วยแรงเสียดเสียว เสียงร้องครางซ่าน ฟังไม่เป็ภาษา ช่องแคบ ขมิบโอบรัดแท่งเขื่องเป็จังหวะหลายครั้งก่อนที่เสียงกรีดร้องด้วยความสุขถึงจุดสุดยอดผสานกับเสียงคำรามทุ้มต่ำ เมื่อเสร็จสมเป็ครั้งแรกที่ จางิ่เหนื่อยกับการ ร่วมสวาทกับหญิงสาว เขาหลับไปพร้อมกับอ้อมกอด ของหญิงสาวที่ อิ่มเอมในรสรัก และคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอนั้นพิเศษกว่าสตรีคนอื่น ๆ
เสียงเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นจางิ่รีบลุกขึ้น จากเตียง เขารีบสวมใส่เสื้อผ้า เขาเหลือบมองร่างเปลือยเปล่าของเหม่ยกุ้ย ที่นอนเคียงข้างเขา ทั้งคืน และ เหมือนเดิมเช่นทุกครั้งเขาวางเงินไว้ให้ เธอ แล้วออกจากห้องไป มิได้มีท่าที อาลัย อาวร ในรสสวาทครั้งนี้
ต้าเหนิงไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้วแต่ไม่ใช่เพราะว่าเธอจะหลบหน้า จางิ่อย่างที่เขาคิด และทึกทักไปเองเพราะกิจกรรมที่ มหาวิทยาลัย ไม่อาจทำให้ เธอปลีกตัวไปไหนได้ต้าเหนิงจึงขอลางานสามวัน เพื่อทำงานที่มหาวิทยาลัย ให้เสร็จแล้วยังต้องทำงานในส่วนของ อิงฮวาอีกด้วย เพราะอิงฮวา ได้ค่าแรงน้อยเธอจึงไม่อาจจะลางานได้หลายวัน ต้าเหนิง ให้คำมั่นกับผู้จัดการว่าจะขึ้นโชว์คืนละสามรอบเป็เวลาสามวันเพื่อทดแทนที่ขาดไป โดยปกติทุกวันต้าเหนิงจะขึ้น แค่เพียง คืนละสองรอบ ซึ่งผู้จัดการก็ยอมแต่โดยดี เหม่ยกุ้ยแสดงท่าทางทำตัวเป็เ้าของ จางิ่ จนเกินงาม และเกาะแขนของเขาแจจนจางิ่ไม่พอใจ พยายามแกะแขนออกแล้วตวาดใส่อย่างไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิดเดียว
“การที่เอากับชั้นแล้วคิดแสดงตังว่าเป็เ้าเข้าเ้าของในตัวชั้น เลิกทำเช่นนั้นเสีย ชั้นไม่ชอบเธอก็แค่ คนที่ชั้นจ่ายค่าความสุขเพียงแค่ครั้งเดียว เธอยังไม่รู้จักชั้นดี พอชั้นไม่ย้อนกลับมาเอาผู้หญิงคนเดิมที่เคยเอาไปแล้วหรอกนะหาผู้ชายคนอื่นที่ไม่เหมือนชั้นเถิด เพราะเธอไม่มีโอกาศที่จะได้นอนกับชั้นอีกแล้วชั้นมันเป็คนขี้เบื่อ และชั้นก็เบื่อเธอแล้ว”
เหม่ยกุ้ยเดินกระแทกเท้ากลับเข้ามาในห้องแต่งตัวอย่างหััวเสีย และคิดสงสัยว่า ผู้หญิงคนไหน ที่จางิ่มาเฝ้ารออยู่ที่นี่ทุกวันเขาหมายตาใครไว้
“อย่าให้รู้นะ ว่าเป็แก นัง ต้าเหนิง หรือว่า จะเป็มันจริง ๆ”
คืนที่สามแล้ว จางิ่ก็ยังไม่เห็นต้าเหนิงเข้ามาทำงาน สักที เขาโมโห หงุดหงิด รู้สึกไม่ได้อย่างใจ และยิ่งอยากเจอก็อยากัั ร่างกายก็เรียกร้องมากขึ้น จางิ่เข้าใจว่าต้าเหนิงคงกำลัง หนีหน้าเขา เพราะกลัวจนไม่กล้ามาทำงาน แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ เพื่อ้าที่จะสั่งสอน ความอวดดี ของหญิงสาวให้รู้จักเขาให้มากกว่านี้ ผู้ชายอย่าง เขาเมื่ออยากได้อะไรก็ต้องได้ จางิ่ให้เฟยลู่ สืบหาว่า ต้าเหนิงศึกษาอยู่ที่ไหน จนได้ความว่าเธอเข้าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากบริษัทของเขาเท่าไรนัก
“ฮึ ๆ ๆ ที่แท้ก็อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมเท่านี้เอง”
เมื่อรู้ว่า หญิงสาวอยู่ที่ใดชายหนุ่มก็ไม่รอช้า ที่จะบึ่งไปหาหญิงสาวอย่างเร็วไว
“ไม่ทักทาย กันหน่อยเหรอ….?....”
เสียงทุ้มที่เจือความแค้นเอาไว้อยู่ในน้ำเสียงนั้นปรากฏอยู่ ด้านหลังของ ต้าเหนิง และ หญิงสาวก็จำได้ในทันที แม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้าเ้าของเสียงนั้นก็ตามแต่เธอก็มิได้ สนใจเสียงนั้น เดินหนีไปอย่างไม่ใยดี ยิ่งทำให้ความโกรธแค้นประทุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
“เฮ้…!...นังคนไร้มารยาท ชั้นคุยด้วยดี ๆกล้าเดินหนีไปแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?...หันกลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
จางิ่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งคว้าแขนเรียวและเล็กของต้าเหนิงไว้ อย่างแรง จนเธอรู้สึกเจ็บและแสดงกิริยาต่อต้านในทันที ฝ่ามือ ที่ยังว่างหมายจะฟาด ที่ใบหน้าคมของเขาให้ได้สำนึก ทว่า ชายหนุ่มนั้นแข็งแรงกว่า คว้าแขนอีกข้างของ ต้าเหนิงไว้ได้ทันพร้อมทั้งกระชากร่างบางเข้ามากอดไว้แแ่ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาชายหญิงที่เดินผ่านสัญจรสวนกันไปมา ณ ที่สถานศึกษาแห่งนั้นทุกคนเหลียวมามอง และซุบซิบกัน จนต้าเหนิงรู้สึกอาย เธอดินขัดขืน
“แฟนผมครับ เธองอน ง้อเท่าไรก็ไม่ยอมหายสักทีคงต้องใช้ไม้ตาย”
“ไอ้…อื๊อ…อือ” ริมฝีปากร้อนผ่าวของจางิ่ ประกบทาบทันทีที่หญิงสาวจะเอ่ยปากด่า เขาด้วยความโมโห เรียวลิ้นหนาของเขาแทรกเซาะไรฟันเพื่อหาช่องว่างเข้าไปในโพรงปากนุ่ม หอม เพื่อควานหาความหวานในโพรงปากของหญิงสาวจูบที่เร่าร้อน มิได้ทำให้ต้าเหนิง รู้สึกดีเลยสักนิด กลับยิ่งรู้สึก รังเกียจเขามากขึ้นกว่าเดิมไปอีก เพราะจูบในครั้งนี้คือจูบแรกของเธอ น้ำตาเอ่อล้นรินไหลออกมาอาบแก้ม และเป็การแสดงให้เขาได้รู้ว่าเธอนั้นรู้สึกรังเกียจเขามากเพียงใด ต้าเหนิงได้จังหวะ พอดีเธอกัดเข้าเต็มแรงที่ปากของเขา จนเืไหล ซึมออกมามากมาย ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บจนแทบอยากจะฆ่าเธอเสียเดี๋ยวนั้น “โอ๊ย..!...นังบ้าเอ้ย…เธอตายแน่วันนี้…เพี๊ยะ”
จางิ่รู้สึกเจ็บแสบแสนสาหัสจนน้ำตาเล็ดไหลออกมา หลังจากที่ได้เจอคมเขี้ยวของหญิงสาวที่กดฝังลงบนริมฝีปากหยักสวย ของเขา ที่กำลังเมามันกับการจาบจ้วง ขโมยจูบแรกของเธอไป ด้วยความโมโห เขาฟาดฝ่ามือหนาลงบนใบหน้า จนะเืและเกิดเป็รอยแดง เห่อขึ้นมาในทันที ต้าเหนิงผู้ไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ เมื่อเจ็บทั้งกายและใจ แรงโกรธโมโหทำให้เธอกระโจนใส่เขา ทั้งข่วนและตบเท่าที่เรี่ยวแรงของเธอพอจะมี จางิ่รู้สึกเจ็บแสบไปทั้งตัว ด้วยรอยจิกและข่วนมือใหญ่รวบมือเล็กไว้ แล้วจัดการแบกร่างบางขึ้นบนบ่า ตรงไปที่รถหรูของเขาทว่ายังไม่ทันที่ จางิ่จะวาง ต้าเหนิง ลงในรถอิงฮวาก็เข้ามาดึงรั้งไว้ พร้อมกับะโขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่าเพื่อนสาวคงจะไม่ปลอดภัยแล้ว
“ช่วยด้วย คนชั่ว ปล่อยนะ ปล่อยเพื่อนชั้น”
ทั้งกัดแขนดึงขาเพื่อช่วยเพื่อนรักอย่างเต็มแรง ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของปีศาจร้ายที่อยู่ในร่างของมนุษย์เช่น จางหมินคนนี้ ที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูอย่างผิด ๆ ตามใจ อยากได้อะไรต้องได้ใช้อำนาจและบารมีรังแกผู้อื่นที่อ่อนแอ และด้อยกว่า อิงฮวาช่วยต้าเหนิงได้สำเร็จเมื่อเริ่มมีคนมามุงดูกันเยอะแยะ บางคนก็ถ่ายคลิปจางิ่จึงต้องถอย ก่อน
“นังตัวดี ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ความเจ็บแค้นเพิ่มเป็เท่าทวีคูณหลังจากที่ถูกกัดปากจนบวมเจ่อกลับไป เขาหัวเสีย โยนข้าวของ ภายในบ้านของเขา
“นายใครทำให้นายต้องาเ็ให้พวกเราจัดการให้ไหมครับ?”
“ไม่ต้อง ชั้นจะจัดการกับ นังตัวดี คนนี้เองกล้าทำให้ชั้นอับอายหลายครั้งหลายครา ต้องสั่งสอนให้รู้ว่าชั้นเป็ใครกล้าดีอย่างไร ทำให้ชั้นเจ็บตัว แล้วยังจะกล้ามาปฏิเสธคนอย่างชั้นเป็แค่นางโชว์กระจอก เล่นตัวดีไปเถอะ โดนชั้นเอาเมื่อไรอย่ามาร้องอ้อนวอนขอความเห็นใจจากชั้นก็แล้วกัน”
คืนนี้ ครบกำหนด ที่ต้าเหนิงต้องไปทำงานแล้วเธออดคิดหวาดหวั่นไม่ได้ว่าอาจจะเจอ จางิ่อยู่ที่ทำงานก็เป็ได้เธอจะหลบเลี่ยงความป่าเถื่อนของเขาได้อย่างไร และแล้วสิ่งที่เธอกลัวั้แ่เริ่มแรกก็เป็ดังนั้น หลังจากที่กลับมาจากมหาวิทยาลัย ที่ต้าเหนิงศึกษาอยู่ ในตอนบ่ายจางิ่ไม่อาจหยุดคิดถึง หญิงสาวที่กล้าทำร้ายเขาถึงสองครั้ง สองคราได้อย่างไม่เกรงกลัวในบารมี และอำนาจของเขา ยังกล้ามาท้าทาย ความอยากเอาชนะอยากและแก้แค้น ในเวลาเดียวกัน
“อยากรู้นัก ถ้าโดนกดสักทีสองทีจะยังกระด้างกระเดื่อง กับชั้นอยู่อีกหรือเปล่า ร่างกายช่างงดงามจริง ๆเชียว”
จางิ่คิดหาทางที่จะเรือนกายอรชรงดงามของต้าเหนิงในขณะที่กำลังนั่งชมการแสดงโชว์สาว ๆ บนเวที ที่มีไฟสว่างจ้าสาดส่องตกกระทบกันผิวกายขาวนวล ลออ น่าัั ของหญิงสาวที่อยู่บนเวทีหลายชีวิตนั้น แต่จุดที่ทำให้ จางิ่มองไม่วางตานั่นคือต้าเหนิง หญิงสาวเพียงคนเดียวที่มีอิทธิพลกับจิตใจของเขา ทุกขณะที่ ต้าเหนิง ร่ายรำ ช่างเย้ายวน รัญจวนหัวใจของชายหนุ่ม เต้นแรงรู้สึกถึงความวาบไหวเร่าร้อน ภายในร่างกายของเขา ทำให้กายแกร่งเริ่มมีปฏิกิริยาจางิ่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน เพียงแค่เห็นเรือนร่างที่มี ผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ปิดบังเรือนกายอรชรของต้าเหนิง หญิงสาวที่ จางิ่ใคร่ปรารถนา ตัวตนลุกชัน แข็งขึ้นมาทันที ทั้งๆที่บนเวทีก็มิได้มีเพียงต้าเหนิง แต่เหมือนว่า บนเวทีนั้นมีเพียงต้าเหนิงเพียงคนเดียว เหม่ยกุ้ย ไม่พอใจเป็อย่างมาก เมื่อได้สังเกตุเห็นว่า แววตาของจางิ่นั้นจับจ้องไปที่ ต้าเหนิงเพียงผู้เดียว
“เป็มันจริงๆด้วย”
การโชว์ในรอบแรกจบลงเหม่ยกุ้ยเก็บความไม่พอใจเอาไว้ ในขณะที่อยู่บนเวที และคิดว่าจะลงไปชำระความกับต้าเหนิง ศัตรูหัวใจของเธอ และในรอบต่อไป ต้าเหนิงต้องขึ้นโชว์ คู่กันกับเหม่ยกุ้ยในขณะที่ทุกคนกำลังจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อขึ้นโชว์ในรอบต่อไปเพราะทั้งสองนั้นคือดาวเด่นของที่นี่ เหม่ยกุ้ย ตรงเข้ามากระชากแขนของต้าเหนิงที่้าจะหาเื่
“ร่าน ทำตัวเป็ผู้หญิงไร้เดียงสา ตอนอยู่บนเวทีชั้นเห็น นะว่าแก ให้ท่าเขา”
“เธอแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาเป็ของเธอนายนั่นไม่ได้มีเธอเพียงแค่คนเดียว คนแบบนั้น มันเป็ผู้ชายสาธารณะไม่จริงจังกับใครหรอก เห็นผู้หญิงเป็เพียงของเล่นเธอก็คงตกไปเป็ของเล่นของเขาแล้วล่ะสิ ถึงได้ร้อนรนขนาดนี้ไร้สาระ คนอย่างชั้นไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครหรอกนะ นายนั่นสกปรกจะตาย”
“ให้มันจริงเถอะ จำคำของเธอเอาไว้ก็แล้วกัน”
“ขึ้นโชว์ กันได้แล้วมัวแต่คุยอะไรกันสองคนนั่นต้องขึ้นเวทีไม่ใช่เหรอ?”
เหม่ยกุ้ย รีบสวมใส่เสื้อผ้า เปลี่ยนชุดใหม่แล้วรีบเดินตาม ต้าเหนิงไป บนเวที ดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้น ท่วงท่าสวยงามอรชรร่ายรำไปตามจังหวะของดนตรี ยั่วเย้า ปลุกอารมณ์เสือร้ายในร่างกายของชายหนุ่มวัยกำหนัดที่มาท่องราตรีแห่งนี้ อาหารตาที่ทำให้ทรมานใจ ชุดห้อยระย้าระยิบระยับเพียงแค่กระตุกสายที่ผูกคล้องคอเพียงนิดเดียวก็หลุดออกมา ได้ เหม่ยกุ้ยเบียดกายของเธอในขณะที่ร่ายรำ พร้อมกับดึงสายเสื้อตัวจิ๋วผูกคลองคอ ของต้าเหนิงจนหลุดออก เบียดร่างของเธอจนตกลงไปจางิ่ที่อยู่หน้าเวทีรับร่าบางของต้าเหนิงไว้ได้ทัน ทรวงอกอวบเบียดชิดกับแผงอกกว้างของจางิ่อย่างไม่ตั้งใจ หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงจนรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ภายในร่างกายของเขาเอง จางิ่ถอดเสื้อตัวนอกคลุมร่างเปลือยท่อนบนของ ต้าเหนิงไว้ริมฝีปากสีแดงสดจากการแต่งแต้มของเธอนั้นช่างน่าัันักอยากจะทาบประทับริมฝีปากของเขา กับริมฝีปากบางของเธอ ณ ตรงนี้เลยแต่เกรงว่าจะโดนพิษร้ายของหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้ให้ได้อับอายอีกครั้งสายตาของชายหนุ่มจับจ้องที่ดวงหน้างดงามของหญิงสาว