เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 37 หนทางที่ต้องเผชิญ

    ณคฤหาสน์จุฬาลักษณ์

     

            ​แสงไฟสีเหลืองนวลจากเสาไฟสนามริมทางเดิน สาดส่องลงกระทบพุ่มไม้สีเขียวชอุ่มที่ตัดแต่งอย่างประณีตรอบตัวคฤหาสน์ทำให้บรรยากาศยามหัวค่ำภายในเขตรั้วหรูหราดูเงียบสงบและอบอุ่นทว่าสภาพแวดล้อมที่งดงามนั้นกลับสวนทางกับบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นอย่างสิ้นเชิง

             

            ​ร่างของธันวาในชุดนักเรียนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเขานั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดตึงเครียดออกมาอย่างชัดเจน ทว่า... นัยน์สีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปยังกองเอกสารนิทรรศการที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้เตี้ยด้านหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนเพื่อเช็กความเรียบร้อยรอบสุดท้ายก่อนจะกดวางสายไปในที่สุด

             

            ​“เสร็จซะที เฮ้อ...”

             

            ธันวาพึมพำกับตัวเองพลางพ่นลมหายใจยาวขับไล่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน เขาเหยียดแขนขึ้นสูงยืดเส้นยืดสายแล้วเอนหลังพิงลงกับเบาะโซฟาหนานุ่ม

             

            ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศปะทะแผ่นหลังที่มีซึมเหงื่อออกมาบางๆช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงและคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง

             

            ​ทว่าความสงบใจนั้นคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่กึก... กึก... เสียงฝีเท้าหนักๆเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องหรูที่ถูกปูทับด้วยพรมสีแดงผืนหนาดังแว่วมาจากโถงทางเดินหน้าห้อง

             

            ธันวาเหลือบสายตาไปมองตามเสียงทว่ายังไม่ทันที่ร่างของเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นจะก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาน้ำเสียงห้วนๆที่คุ้นหูก็ดังนำร่องขึ้นมาก่อน

             

            ​“งานที่สั่งให้เตรียม...เสร็จเรียบร้อยหรือยัง”

             

            ​ธันวาปรายสายตามอง เห็นว่าเป็นปู่ของเขาที่กำลังเดินเข้ามาในห้องแววตาของเขาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงอย่างที่หลานควรจะมีให้กับปู่ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาประชดประชัน

             

            ​“เสร็จแล้วครับ... เสร็จตั้งแต่ชาติที่แล้วล่ะ”

             

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้เป็นปู่ก็เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะรับแขก จ้องมองกองเอกสารตรงหน้านิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือเหี่ยวย่นหยิบแฟ้มงบประมาณขึ้นมาเปิดพลิกดูความเรียบร้อยด้วยสายตาจับผิด

             

            ทันทีที่เห็นว่าเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเขาจึงถามหาเอกสารประชาสัมพันธ์ที่จะใช้ส่งเชิญให้เหล่าผู้ปกครองของนักเรียนมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

             

            ​“แล้วเอกสารประชาสัมพันธ์สำหรับแจกผู้ปกครองล่ะอยู่ไหน”

             

            ​“อันนั้นมันยังไม่เสร็จครับ”ธันวาตอบพลางกอดอก เอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายใจ “แต่ก็เหลือแค่อันนั้นอันเดียวนั่นแหละเดี๋ยวเพื่อนแก้ไฟล์เสร็จเมื่อไหร่ ผมจะส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์แล้วสั่งแจกเลย”

             

            “แก้อะไรอีก แค่ให้ทำไฟล์เอกสารนี่มันยากจนต้องมานั่งแก้อะไรขนาดนั้นฮะ!”

             

            “ก็ผมให้เพื่อนทำ”

             

            “แล้วแกทำไมไม่เช็กดูก่อน”

             

            “ผมเช็กอยู่…”

             

            “แล้วทำไมถึงได้แก้อีก!” ปู่เริ่มขึ้นเสียง

             

            “ก็ผมไม่ได้เช็กละเอียด มองผ่านๆมันก็ใช้ได้”

             

            “ถ้าแกมองว่ามันใช้ได้แล้ว ทำไมถึงได้แก้ล่ะ”

             

            ธันวาสวนกลับอย่างเริ่มหมดความอดทน “ก็เพิ่งเห็นว่าเพื่อนเคาะสเปซบาร์มากลางหน้ากระดาษไง!ผมเลยสั่งให้ไปแก้”

             

            ​“เหอะ! ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆเลยนะแกนี่ ทำมากี่ปีแล้วยังต้องมาแก้อีก”

             

            ธันวาปรายตามองคนที่อยู่ตรงหน้า “ชิปู่ก็หัดมาเดินเอกสารเองซะบ้างสิ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง”

             

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว ผู้เป็นปู่ก็ตวาดลั่นพลางโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังปึ้ง!

             

            “นี่คิดว่างานนิทรรศการครั้งนี้มันเป็นเรื่องเล่นๆหรือไงไอ้หลานเวร!”

             

            “ฉันอุตส่าห์ดึงงบจากสมาคมและมาจัดแบบโอเพนเฮ้าส์ใหญ่โตเพื่อบังหน้าบังตาพวกตำรวจกับกระทรวง”

             

            “แต่แก… คนที่ฉันยัดตำแหน่งประธานสภานักเรียนให้กลับทำงานได้แบบนี้อีกเหรอ!”

             

            ธันวาพูดแทรกขึ้นทันที “ไอ้ตำแหน่งโง่ๆนั่นปู่คิดว่าผมอยากได้มันหรอ…”

             

            “แกหุบปากแล้วฟังฉันให้ดี อย่าให้แผนของฉันพังเพราะความเฉื่อยชาไม่ได้เรื่องของแก!…และช่วยอย่าโง่เหมือนพ่อของแกให้มาก”

             

            ​คำต่อว่ายาวเหยียดที่ลามปามไปถึงผู้เป็นพ่อเปรียบเสมือนสะเก็ดไฟที่ตกใส่ถังน้ำมัน ขีดความอดทนของเด็กหนุ่มเหลือน้อยลง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดขึ้นจ้องหน้าผู้เป็นปู่กลับอย่างก้าวร้าวธันวาขบกรามแน่นพลางคิดในใจว่า

             

            พ่ออาจจะโง่ในสายตาปู่แต่เขาฉลาดที่จะหนีไปอยู่กับแม่ก็แล้วกัน!

             

            แต่สำหรับธันวาแล้ว... คำว่า โง่จากปากคนเห็นแก่เงินและทำเรื่องสกปรกซ้ำซากแบบปู่ มันไม่ได้มีความหมายอะไรให้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิดเขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตอบกลับ

             

            ​“หึ ถ้ามันช้าปู่ก็ไปจ้างคนมาทำดิผมก็ทำงานในส่วนของผมจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนอยู่แล้ว ปู่เคยเห็นหัวกันบ้างไหม…”

             

            “วันๆมีแต่จะด่าๆๆ แล้วก็ชี้หน้าสั่งผมอย่างเดียว”

             

            ​“นี่แกกล้าด่าฉันเหรอ ธันวาไอ้หลานเวร!”เขาชี้หน้าหลานชายตัวดีด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นพะเยิบทั้งคู่จ้องหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่พร้อมจะขย้ำกันให้ตายไปข้างหนึ่ง

     

            ธันวาลุกขึ้นยืนประจันหน้า “ที่บ้านมีไว้พักผ่อนไม่ใช่ที่ที่ปู่จะมาทำนิสัยสันดานเหมือนกับตอนอยู่ที่นั่น!”

             

            “แกมัน...”

             

            บรรยากาศรุนแรงถึงขีดสุดจนไม่มีใครยอมใครทว่า ในขณะที่สงครามโทสะกำลังจะปะทุขึ้น เสียงแผ่วเบาของสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง

             

            ​“เอ่อ...ขอประทานโทษค่ะคุณท่าน คุณธันวา...” หญิงสาวเดินก้มหน้าเข้ามาในห้องท่าทางของเธอดูหวาดกลัวเล็กน้อย “พอดีว่าดิฉันทำมื้อเย็นเสร็จแล้วและคุณธันวายังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เลิกเรียนเลย... เชิญทานข้าวก่อนนะคะ”

             

            “แล้วถ้างานในส่วนนั้นยังไม่เสร็จให้ดิฉันช่วยเอาไปจัดพิมพ์หรือช่วยประสานงานให้ได้นะคะ”

             

            ​คำสอดแทรกของคนนอกทำให้ความเงียบงันอันอึดอัดโรยตัวลงมาบดบังอารมณ์เกรี้ยวกราดชั่วคราวธันวาพ่นลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด เขากลืนคำด่าลงคอ ก่อนจะหันไปพูดกับสาวใช้

             

            ​“ไม่เป็นไร... เดี๋ยวผมทำเองคุณออกไปก่อนเถอะครับ”

             

            ​“ค่ะ... คุณชาย” สาวใช้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลพรางโค้งตัวลงแล้วเดินกรู่ออกไปจากห้องนั่งเล่นทันที

             

            ​เมื่อคนใช้พ้นสายตาไปธันวาก็จับกระเป๋านักเรียนขึ้นมาสะพายบ่า แล้วเดินเลี่ยงออกจากจุดนั้นเพื่อตัดรำคาญทว่าในจังหวะที่ท่อนขายาวกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องนั่งเล่นไปสองเท้าของเขาก็พลันหยุดลง แล้วเขาก็เอียงใบหน้าเหลียวมองข้ามหัวไหล่กลับมายังผู้เป็นปู่ช้าๆมุมปากยกยิ้มสมเพชและหยิ่งผยอง ก่อนจะพูดประโยคทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบทว่าเชือดเฉือนถึงทรวง

             

            ​“อ้อ... แล้วจำใส่หัวปู่ไว้ด้วยนะครับ”

             

            ​“นี่ผมนะ ไม่ใช่ย่า… ที่ปู่คิดจะเรียกมาใช้จิกหัวใช้งานหรือจะด่าทอทุบตียังไงก็ได้โดยไม่คิดจะโต้ตอบกลับ”

             

            ​สิ้นประโยคอันก้าวร้าวระคนท้าทายธันวาก็สะบัดหน้าแล้วสาวเท้าเดินดุ่มๆออกจากห้องนั่งเล่นไปทันทีทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของฝีเท้าที่ห่างออกไป...

             

            ​ทางฝั่งของผู้เป็นปู่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนัยน์ตาฝ้าฟางทว่าแฝงความเหี้ยมเกรียมปรายตามองตามแผ่นหลังของหลานชายสายเลือดเดียวกันที่กำลังเดินจากไปอย่างเงียบงัน

             

    ณ หอพัก

    เวลา21:14 น.

     

            ​อาคารปูนสองชั้นสีขาวสภาพเก่าดูหม่นลงเล็กน้อยเมื่อถูกความมืดของยามค่ำเข้าปกคลุม ทว่ายังพอมีแสงไฟจากหลอดไฟที่ติดอยู่รอบๆช่วยส่องสว่างพอให้มองเห็นทาง

             

            บรรยากาศโดยรอบเงียบเชียบทว่าภายในห้องพักห้องหนึ่งกลับมีเสียงตะหลิวเคาะกับกระทะดังแว่วออกมาเบาๆพร้อมกับกลิ่นหอมฉุยของมื้อดึก

             

            ​ภายในห้องพักหมายเลข 08แสงสีขาวจากหลอดไฟเพดานส่องสว่างไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เผยให้เห็นร่างบางๆของริวในชุดนอนสีฟ้าอ่อนที่ถูกสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนลายเรียบๆกำลังเดินวนเวียนอยู่ในมุมครัวเล็กๆ

             

            นิ้วเรียวยาวหยิบจับขวดเครื่องปรุงต่างๆมาเหยาะใส่ลงในกระทะอย่างชำนาญตามความเคยชินซึ่งเมนูที่เขาเลือกทำในคืนนี้ก็คือผัดกะเพราไข่ดาว เมนูโปรดและทำง่ายที่สุด ในไม่นานนักทุกอย่างก็เสร็จ…

             

            ริวเดินไปหยิบจานแล้วตักข้าวสวยร้อนๆที่เพิ่งหุงสุกจากหม้อใส่ลงไปราดตามด้วยผัดกะเพราสีเข้มส่งกลิ่นฉุนโชยเตะจมูกก่อนจะโปะปิดท้ายด้วยไข่ดาวขอบกรอบๆไข่แดงเยิ้มๆ แล้วถือจานข้าวตรงมานั่งลงบนเตียงนอนเล็กๆ

             

            จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตทิ้งไว้ตรงหัวเตียงขึ้นมาเปิดไล่สไลด์อ่านข่าวเก่าๆเพื่อฆ่าเวลาไปพร้อมกับการตักข้าวเข้าปากทว่า... ตอนที่นิ้วของเขากำลังเลื่อนหน้าจอระบบสัมผัสก็ต้องชะงักกึกเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์ข่าวอาชญากรรมเก่าโพสต์หนึ่งที่ถูกเผยแพร่เอาไว้ โดยมีเนื้อหาด้านในระบุว่า

             

            ​เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนบุกเข้าจับกุมขบวนการลักลอบขนย้ายและจำหน่ายสารเคมีภายในงานเทศกาลรื่นเริงที่ผ่านมาเบื้องต้นสารเคมีเหล่านั้นยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและยังไม่สามารถระบุประเภทที่แน่ชัดได้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ทั้งหมด 3 คน

             

            ผู้ต้องหาคนที่หนึ่งให้การรับสารภาพว่าตนมีหน้าที่เพียงแค่นำสารเคมีเหล่านี้ไปส่งต่อให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าปลายทางจะนำไปใช้ทำสิ่งใดในขณะที่ผู้ต้องหาอีกสองคนยังคงให้การไม่ชัดเจน และขัดแย้งกับผู้ต้องหาคนแรก

             

            ​ทั้งนี้จากบันทึกสถิติพบว่าเคยเกิดเหตุลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้วในช่วงเทศกาลปีก่อนๆซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับได้มักจะให้การตรงกันเพียงว่าเป็นแค่คนรับจ้างส่งของและไม่มีใครรู้เลยว่าสารเคมีส่วนกลางถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ใดกันแน่ส่วนในแง่ของคดีความจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป โปรดติดตามต่อไป...

             

            ​นั่นเป็นเพียงเนื้อหาข่าวเก่าที่คนทั่วไปอาจจะอ่านผ่านๆแต่สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของริวคือ ปี พ.ศ. ที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ลง นั่นเป็นปีเดียวกันกับที่พ่อแม่ของเขาต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงละคร

             

            ​ทำไมเหตุการณ์ลักลอบส่งสารเคมีแบบนี้...ถึงต้องเจาะจงเกิดขึ้นในงานเทศกาลด้วยล่ะครับ

             

            ​แถมยัง...เป็นปีเดียวกับที่ท่านพ่อและคุณแม่เสียชีวิตอีก

             

            ​หรือว่า... จะมีใครบางคนตั้งใจใช้งานเทศกาลรื่นเริงเหล่านั้น เป็นฉากบังตาเหรอครับ

             

            ริวขมวดคิ้วคิดในใจพลางตักข้าวผัดกะเพราเข้าปากและเคี้ยวอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกหนักก่อนจะหยุดเคี้ยวข้าวไปชั่วขณะ...นิ้วเรียวยาวค่อยๆเลื่อนหน้าจอลงไปเรื่อยๆเพื่อไล่ตามอ่านข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ลักลอบขนสารเคมีในครั้งนั้น

             

            ซึ่งเขาต้องแปลกใจเมื่อพบว่าในปีถัดๆมาหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตก็ยังคงมีรายงานการจับกุมคดีลักษณะนี้อยู่เรื่อยๆ และทุกครั้ง...มันจะเจาะจงเกิดขึ้นในวันงานเทศกาลรื่นเริงประจำปีอีกเช่นเคย

             

            แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถสืบสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ได้เลยสักครั้ง

             

            ​​ริวละสายตาและเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์นัยน์ตาคู่นั้นมองไปยังซองกระดาษสีขาวที่ถูกสอดเก็บไว้ใต้โต๊ะข้างหัวเตียงมันคือสิ่งที่ถูกส่งมาให้เขาในทุกๆสิ้นเดือนนับตั้งแต่วันแรกที่เขาถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์

     

            ​เงินพวกนี้... คดีพวกนี้...มันเกี่ยวข้องกันแน่

             

            ริวคิดในใจด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลังสองมือเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อข้อสันนิษฐานในหัวเริ่มแจ่มชัด

             

            ​แล้วก็...คนที่ส่งซองนี้มาให้ผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา... คือคุณใช่ไหมครับ

             

            และเป็นคุณ…. ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

             

            ​เมื่อความคิดบิดเบี้ยวเริ่มปะติดปะต่อเข้าหากันมื้อค่ำเมนูโปรดรสจัดจ้านที่เคยอร่อยก็พลันกลับกลายเป็นจืดชืดและไร้รสชาติขึ้นมาทันทีแม้จะเพิ่งตักกินไปได้เพียงไม่กี่คำจนเหลือข้าวอยู่เกือบเต็มจานแต่ริวก็รู้สึกตื้อในอกจนกลืนไม่ลงอีกต่อไป

             

            ​“เฮ้อ…” เขาถอนหายใจแผ่วเบาเคลื่อนกายลุกจากเตียงนำเอาจานข้าวไปเก็บไว้ในซิงก์ล้างจานอย่างเงียบเชียบ

             

            จากนั้น เดินกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนฟูก มือเรียวเอื้อมไปกดปิดสวิตช์ไฟหัวเตียงจนทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิดแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง พยายามข่มตาลงนอนท่ามกลางความเงียบสงัด

             

            ทว่าความเคลือบแคลงสงสัยและความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอกและไม่ได้จางหายไปพร้อมกับแสงไฟในค่ำคืนนี้เลยแม้แต่น้อย... และยังคงเป็นแบบนั้นตลอดแม้จะผ่านมานับสิบปีแล้วถ้านับจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359