ตอน 26 ความสุขที่โหยหามาชั่วชัวิต
"ไอ๊หย่า....ฝูเอ๋อร์ลูกข้า... "
ฮูหยินเฒ่าน้ำตาไหลอาบแก้มทันทีที่เห็นสภาพของ
"เ้าลำบากมากใช่หรือไม่ กว่าจะกลับมาได้....ดีแล้วกลับมาได้ก็ดีแล้ว"
นางอ้าแขนออกรออ้อมกอดจากหลานเจาฝู....เจาฝูโผเข้ากอดฮูหยินเฒ่า
"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว...คราวนี้จะไม่ไปไหนไกลอีกแล้ว"
ในขณะนั้นเอง...จิ่นหยวนที่ยกถาดขนมมาให้เด็ก นางเห็นหลานเจาฝูกับตาตัวเองก็ใ ตัวแข็งทื่อ คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป กระทั่งทำถาดขนมนั้นร่วงหลุดมือ เสียงถาดกระทบกับพื้นเสียงดังลั่น....หลานเจาฝูเห็นภรรยาที่รักก็รีบเข้าไปโผกอดนางเช่นกัน
หลานเจาฝูร้องไห้หนักมาก กอดเหยาจิ่นหยวนแน่น พร้อมกับพึมพำถ้อยคำมากมาย น้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะขาดใจ
"จิ่นหยวนเมียข้า ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน หลายปีนี้ต้องโทษข้าที่ปล่อยให้เ้าต้องโดดเดี่ยวในจวนของข้า"
"กลับมาคราวนี้ข้าจะชดเชยทุกอย่างให้เ้าและลูก...ข้าขอโทษ"
หลานเจาฝูทั้งกอดทั้งหอมทั้งจูบเหนาจิ่นหยวน...
ถันเสี่ยวถานที่เห็นเช่นนั้นก็อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวขึ้นมา... เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปยังเรือนเล็กท้ายจวน
"ั้แ่ต้นจนจบท่านพี่ก็ไม่เคยเห็นหัวข้า!!!"
"น่าโมโหจริงๆ"
เหยาจิ่นหยวนนางก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน
"ท่านพี่ ท่านเห็นหรือไม่ เห็นลูกของเราหรือไม่ ข้าดูแลลูกของเราอย่างดีเฝ้ารอท่านทุกคืนวัน หวังให้ทุกอย่างเป็แค่ฝันไป ข้าหวังทุกวันว่าจะมีสักวันที่ท่านเดินกลับมาหาข้า...บัดนี้ฝันของข้าเป็จริงแล้ว"
"หลานฟ่านเหมิน ส่าวเฟิง มาหาแม่..นี่คือท่านพ่อของพวกเ้า ทำความเคารพท่านพ่อของพวกเ้าซะ"
"ท่านพ่อ ส่าวเฟิงขออภัยท่านพ่อ ที่ส่าวเฟิงจะใช้ไม้ตีท่านพ่อ"
"ฮ่าๆ ส่าวเฟิงลูกข้าบัดนี้พ่อกลับจวนแล้ว พ่อภูมิใจในความกล้าหาญของเ้า พ่อจะสอนวิชาดาบให้เ้าเอง เ้าจะได้ปกป้องน้องและแม่ของเ้า"
เด็กน้อยทั้งสองหยุดร้องไห้หัวเราะออกมา โผกอดหลานเจาฝูในอ้อมกอดด้วยความอบอุ่น...
เพราะเหตุผลเช่นนี้ที่ทำให้ส่าวเฟินเติบโตขึ้นไปเป็คนที่อ่อนโยน จิตใจดี ถึงแม้ว่าส่าวเผิงจะเป็แค่เด้กขอทาน แต่เขาก็ได้รับความรักอย่างดีจากทั้งจิ่นหยวนและหลานเจาฝู จนไม่รู้สึกว่าชีวิตนี้ขาดอะไร...
ในที่สุดหลานเจาฝูก็ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข.... พักอยู่กับฮูหยินและลูกชายหลายวัน...ฝ่าาก็เรียกขุนนางทั้งหมดเข้าว่าราชการที่ท้องพระโรง....
หลังจากที่หลานเจาฝูกลับถึงจวน เถาเซียวกับเสิ่นอ๋าวก็รายงานหลักฐานทั้งหมดที่สืบได้ให้กับหลานเจาฝู...
"ดี พวกเ้าทำได้ดีมาก"
"คราวนี้โจวหว่านโหลวดิ้นไม่หลุดแน่ ต้องได้รับโทษจากฝ่าาแน่"
หลานเจาฝูเดินทางไปที่วังหลวง ครั้งนี้เขามิเพียงเดินทางไปผู้เดียว แต่พาเหยาจิ่นหยวนและลูกๆไปด้วย
"ท่านพี่ครั้งนี้ท่านไปว่าราชการ เอาข้ากับลุกไปด้วยจะเหมาะหรือ"
"วังหลวงก็เปรียบเหมือนบ้านของเ้า... เมื่อหลายปีก่อน เ้าโกรธข้า เ้าก็มักจะหนีกลับเมืองหลวงของเ้า"
"ระหว่างที่ข้าประชุมกับขุนนาง เ้าก็พาลุกไปที่ตำหนักเฉวียนสือของเ้าเถอะ ให้ลูกได้เปิดหูเปิดตา"
"เช่นนั้น หากเป็ความ้าของท่านพี่ จิ่นหยวนเชื่อฟังๆ"
ณ ท้องพระโรงวังหลวง
ระหว่างที่ขุนนางทั้งหลายกำลังถกเถียงกัน... อยู่ดีๆประตูท้องพระโรงก็เปิดออก
มีเสียงรายงานดังขึ้น...
"ทูลฝ่าา...ท่านแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝูขอเข้าร่วมว่าราชการ..."
ฝ่าายิ้มออกมาพร้อมกับพึมพำว่า
"ในที่สุดราชบุตรเขยของข้าก็กลับมา ข้าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ..."
ในเวลานั้นเหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างใกันไปใหญ่
"ทะท่านแม่ทัพ ท่านยังไม่ตาย.."
แต่คนที่ใมากที่สุด จนแทบจะยืนไม่ไหวเห็นทีจะเป็โจวหว่านโหลวผู้นี้
แต่ก็ยังพยายามเก็บอาการ แต่หารู้ไม่ว่าวันนี้จะเป็วัยมหาภัยของตนเอง
หลานเจาฝู...เดินเข้ามาในท้องพระโรงอย่างสง่าผ่าเผย ดูแล้วน่าเกรงขามยิ่ง
"หลานเจาฝู...เ้ากลับมาจากชายแดนสีอานซาน ได้เพียงผู้เดียว นับว่าเหนือคนทั้งแผ่นดิน"
"ข้าส่งนักรบที่เก่งกาจไปหลายต่อหลายคนกลับต้องสูญเสียชีวิตทั้งหมด...บัดนี้นับว่าเป็บัญชา์ที่เ้ารอดมาได้...อีกทั้งยังสร้างคุณงามความดีมหาศาลให้เมืองของข้า...สะสางศัตรูได้อย่างโเี้ไร้ความปรานี จนศัตรูหนีหาย ตายหมด ช่างเป็ขุนนางมือที่น่าเกรงขามของข้าเสียจริง"
"ไม่เสียแรงที่ข้าเลือกเ้าให้เป็ราชบุตรเขย..."
"ฝ่าากล่าวเกินไปแล้ว...."
"ครั้งนี้เ้ามาที่นี่ในเวลานี้ มีเื่รายงานใดก็ว่ามาเถอะ"
"ทูลฝ่าาข้ามีเื่คับข้องใจที่อยากให้ฝ่าาไถ่ถามทวงหาความยุติธรรม....ทุกท่านในที่นี้ต่างรู้ว่าข้าหลานเจาฝูได้ตายไปแล้วในระยะเวลาอันสั้น ราวกับว่ามีผู้จงใจวางแผนทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้า"
ฝ่าาการละคร ทำเป็ตกอกใ ทำเป็ไม่รู้เื่ราว แต่ความจริงฝ่าารู้นานแล้วว่าผู้ใดเป็คนวางแผนเื่ทั้งหมด... แต่เพื่อรอให้หลานเจาฝูพิสูจน์ตัวเองรอให้หลานเจาฝูนำชัยชนะมาสู่ดินแดนนี่จะได้ถือโอกาสเลื่อนยศให้หลานเจาฝู เปิดโปงทีเดียวจะได้ไม่มีผู้ได้คัดค้านได้อีก
"บังอาจ!!! ผู้ใดกันที่เป็งูพิษคอยแว้งกัดขุนนางดีของข้า"
"หลานเจาฝู...เ้ากล่าวกับข้าต่อหน้าขุนนางน้อยใหญ่เช่นนี้ เ้าจะกล่าวส่งเดชตามใจมิได้ เ้ามีหลักฐานหรือไม่"
"ทูลฝ่าา ท่านเชิญดูนี่เถิด นี่คือหลักฐานทั้งหมด"
ฝ่าาการละครก็ทำท่าทีโมโหใหญ่โต โยนหลักฐานนั้นลงพื้น ะโเสียงดังลั่นท้องพระโรง
"บังอาจ!!!!! ท่านอัครมหาเสนาบดีโจว... ท่านสั่งสอนบุตรชายท่านให้เป็คนชั่วร้ายเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน"
"ฝ่าา เื่นี้เกี่ยวอะไรกับสกุลโจวของข้า"
อัครมหาเสนาบดีโจว ทำสีหน้าท่าทางมึน งง เดินไปหยิบหลักฐานนั้นขึ้นมา กลับต้องผงะ มองหน้าบุตรชาย
อัครมหาเสนาบดีโจวคิดในใจ....
"ครั้งนี้ลูกข้าทำเกินไป...โทษลอบสังหารขุนนางของราชสำนัก อีกทั้งยังเป็ราชบุตรเขย มีโทษถึงขั้นปะาชีวิต โจวหว่านโหลวลูกข้าผู้นี้ช่างโง่เขลาเสียจริง!!! ไม่ได้ หว่านโหลวเป็ผุ้สืบทอดสกุลโจว จะให้สกุลโจวไร้ผู้สืบทอดมิได้"
"ฝ่าา ข้าขออภัยแทนลูกข้า ขอรับโทษแทนทั้งหมด"
"ท่านอัครมหาเสนาบดีโจว!!!! ท่านบังอาจนัก ท่านเป็ถึงอัครมหาเสนาบดีโจวตำแหน่งสูงสุดกว่าขุนนางทั้งปวง ข้าคาดหวังให้ท่านเที่ยงธรรมมากกว่านี้ แทนที่จะกล่าวตำหนิบุตรของตน กลับยอมรับโทษแทน"
โจวหว่านโหลว เริ่มร้อนรน มิอาจแก้ตัวเมื่อเห็นหลักฐาน รีบคุกเข่ายอมรับผิด
"ท่านพ่อ ข้าทำผิด ท่านไม่ต้องรับโทษแทนข้า "
"ทหาร!!! จับโจวหว่านโหลวไปที่คุกหลวง รอคำตัดสินของข้า"
"ขอประกาศในวันนี้ ด้วยชัยชนะที่ท่านแม่ทัพหลานเจาฝูทำ ข้าขอเลื่อนตำแหน่งให้แม่ทัพหลานเจาฝูเป็ขุนนางาุโขั้น 9 "
** ขุนนางาุโขั้น 9 เป็ตำแหน่งผู้สั่งการทหารสูงสุด และมีตำแหน่งเทียบเท่ากับอัครมหาเสนาบดี(หัวหน้าขุนนางทั้งปวง)
"บัดนี้ผู้ใดลอบทำร้ายขุนนางชั้นสูงเช่นนี้ จะมีโทษปะา 10 ชั่วโคตร"
"สั่งการออกไป โทษของโจวหว่านโหลวให้ปลดจากการเป็ขุนนาง เหลือเพียงยศบัณฑิตธรรมดาเท่านั้น "
"ไม่มีสิทธิ์เข้าวังหลวงอีกแม้ครึ่งก้าว"
อัครมหาเสนาบดีโจว...หมอบลงคำนับ 3 ครั้ง เอาหัวโขกพื้น เพื่อแสดงถึงความเสียใจต่อความผิดที่เกิดขึ้น
"ขอบพระทัยฝ่าาที่ยังเมตตาสกุลโจวของข้า"
"อัครมหาเสนาบดีโจว...ข้าก็ไม่ใช่าาที่ไร้ความเห็นใจ ไร้เมตตา...เ้าเป็ขุนนางาุโ สร้างความดีความชอบมากมาย มีหรือข้าจะปล่อยให้สกุลของท่านไร้ผู้สืบทอด... ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป อัครมหาเสนาบดีโจวก็ถือว่าถูกปลด ไร้ซึ่งข้ออ้างที่จะเข้าวังหลวงได้..."
"ข้าน้อยน้อมรับความเมตตาของฝ่าา"
อัครมหาเสนาบดีโจววินาทีนั้นกลัวจนตัวสั่น
"เอาเป็ว่า วันนี้เลิกการหารือ"
ณ ตำหนักเฉวียนสือ...
เด็กๆทั้งสองวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
"ท่านแม่ๆ ท่านแม่ ที่นี่คือบ้านของท่านจริงๆหรือ เหตุใดบ้านของท่านแม่ใหญ่โตนัก... ใหญ่โตกว่าบ้านของท่านพ่อมาก "
"ท่านแม่ยินยอมออกจาบ้านหลังใหญ่นี้ ไปอยู่กับท่านพ่อที่บ้านหลังเล็กลง หมายความว่าท่านแม่รักท่านพ่อมากใช่หรือไม่"
จิ่นหยวนฟังคำพูดที่ไร้เดียงสาของเด็กๆก็เกิดความเอ็นดู หัวเราะออกมา
"ได้ ได้สิ พวกเ้าพูดถูกต้องแล้ว เพราะแม่รักท่านพ่อของพวกเ้า ถึงได้มีพวกเ้าตัวน้อยๆอย่างไรล่ะ"
"เอาล่ะ ส่าวเฟิง เ้าพาฟ่านเหมินให้สนุกเต็มที่เถอะ...ก่อนที่ท่านพ่อของพวกเ้าจะกลับมา "
"หากท่านพ่อของพวกเ้ากลับมาเราก็ต้องกลับจวนของเรา"
ฟ่านเหมินวิ่งมาดึงชายอาภรณ์ของจิ่นหยวน
"ท่านแม่ๆ ข้าไม่อยากกลับบ้านหลังเล็ก ข้าอยากอยู่ที่นี่ๆๆตลอดไปได้หรือไม่"
"ฮ่าๆ ฟ่านเอ๋อร์ ถ้าลูกแม่อยากอยู่ที่นี่จริงๆ เห็นทีถ้าเ้าโตขึ้น แม่ต้องหาองค์หญิงน้อยให้เ้าแต่งกับนาง เ้าจะได้มาอยู่ที่นี่กับนาง ส่วนจวนสกุลหลานก็ให้พี่ใหญ่ของเ้าเป็ผู้ดูแลดีหรือไม่"
ฟ่านเหมินน้อยวิ่งรอบจิ่นหยวนด้วยความดีใจ
"เย้ๆๆท่านแม่ดีที่สุด เป็ท่านแม่ที่ตามใจข้า"
**เหยาจิ่นหยวนเลือกที่จะค่อยๆๆปลูกฝังให้เด็กทั้งสองไม่แก่งแย่งอำนาจกันเป็ใหญ่ พยายามชี้เส้นทางชีวิตให้ลูกๆทั้งสองได้เข้าใจ...ทุกคนต่างเลือกทางเดินและอำนาจของตนเองได้ โดยที่ไม่ต้องแย่งชิงกันเอง เหยาจิ่นหยวนไม่้าให้ทั้งสองแย่งกันเป็นายใหญ่ของสกุลหลาน