“ใช่ครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ครึ่งหนึ่ง” แม่หมอเดินหน้าต่อจนใกล้จะถึงกระท่อมที่มองเห็นในสายตา “หนิงอันเกิดมาในสกุลเจียว สกุลที่มีชะตาเป็หมอดู ที่นางมีดวงตาสีเขียวมรกตนั้นเป็เพราะนางคือสตรีที่มีบุญ..สามารถหยั่งรู้อดีตและปัจจุบัน ความวิเศษนี้์เบื้องบนเป็ผู้ประทานมาให้” หยุดลงหน้ากระท่อมเก่าๆ “เพราะดวงตามิเหมือนผู้อื่นดังเช่นเ้าว่านางจึงควรปกปิดมันเสีย..แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือ หากนางสบตากับผู้ใด..ดวงชะตาของคนผู้นั้นจะไหลบ่าเข้าสู่ความคิดของนาง นางยังเด็กจึงยังคงรับมันไม่ไหว”
“ข้าขอโทษด้วยขอรับ” เอียนจื่อทำหน้าเศร้า
“ไม่เป็ไร” แม่หมอเจียวจินเดินมาหยุดหน้ากระท่อม “ไปเรียกบิดาของเ้าออกมาเถิด”
“ขอรับ” เอียนจื่อเดินเข้าไปภายในกระท่อมที่ค่อนข้างมีกลิ่นอับชื้น ไม่ไกลจากประตูกระท่อมก็พบท่านพ่อของเขา ‘ลิ่วหลีไห่’ นอนกอดไหสุราท่าทางไม่น่าดูชมสักนิด แต่ถึงอย่างไรเด็กชายวัยแปดหนาวก็ได้ตัดสินใจแล้ว หนทางข้างหน้าที่คิดไว้มันคงดีกว่าที่จะรอวันให้ท่านพ่อขายเขาออกไปเป็ทาส “ท่านพ่อขอรับ” เขย่าๆบิดาของตนเอง “ท่านพ่อ”
“อือ” เสียงครางดังเล็ดลอดออกมาจากปากที่มีแต่กลิ่นสาบ
“ท่านพ่อ”
“อือ..มีสิ่งใด” น้ำเสียงติดจะงัวเงียขานรับบุตรชายคนเล็ก
“แม่หมอเจียวจินมาหาขอรับ”
“หือ..มาหาด้วยเหตุใด” ยันกายลุกขึ้นจากพื้น ร่างกายเหม็นสาบ “แล้วมารดาเ้าอยู่ที่ใด” หันมองไปรอบๆอย่างขัดใจที่ไม่มีใครรองมือรองเท้า
“ท่านแม่ไปหาอาหารขอรับ” เอียนจื่อลุกขึ้นยืนก่อนพ่อตนเอง “แม่หมอเจียวจินรออยู่ขอรับ” เร่งบิดาอีกครั้ง
“อืม” ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกตามคำบอกของบุตรชายเพื่อพบกับแม่หมอที่มีพระคุณช่วยเหลือครอบครัวของเขาเมื่อหลายวันก่อน “แม่หมอมีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือขอรับ” กล่าวนอบน้อมตามอาวุธโส
แม่หมอไม่กล่าวคำยืดเยื้อให้มากความ นางเข้าเื่ทันทีเพราะเริ่มเหม็นสาบชายตรงหน้า “ข้าอยากจะขอซื้อตัวบุตรชายคนเล็กของเ้ามาช่วยงานที่กระท่อม อีกไม่นานก็ถึงหน้าปลูกนาแล้วถึงแม้เอียนจื่อจะยังเป็เด็กแต่เขาก็ทำงานเก่ง หน่วยก้านดีหากเ้าไม่ขัด ข้าจะมอบตั๋วแลกเงินให้เป็ค่าจ้างยี่สิบใบ” เบี้ยหวัดของแม่หมอมีมากมาย จากการที่สมัยก่อนนางอยู่เพียงแต่ในวังหลวงฮ่องเต้ทุกรุ่นทุกสมัยล้วนมอบเบี้ยหวัดให้นางใช้เป็ประจำอยู่แล้วทุกเดือนถึงแม้ยามนี้จะออกจากวังมานับเจ็ดปีแต่เบี้ยจากฮ่องเต้ก็ไม่เคยขาดมือ จะเสียหายอะไรหากมันจะถูกนำมาใช้เพื่อชีวิตใหม่ของเด็กคนหนึ่ง
“ยี่สิบใบรึ” ดวงตาของลิ่วหลีไห่เบิกกว้าง “หมายความว่าอย่างไร” ในหัวคิดคำนวณถึงรายรับ
“ข้าจะจ่ายตั๋วแลกเงินให้ยี่สิบใบกับการให้เอียนจื่อมาอยู่กับข้าสิบปีและทุกๆสิบปีเ้าจะได้ครั้งละยี่สิบใบโดยเอียนจื่อจะต้องไปอยู่กับข้าที่กระท่อมปลายนา หากไม่มีกิจธุระใดสำคัญเ้าก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว”
“ข้าตกลง” ไร้การลังเลในดวงตาคู่นั้น
เอียนจื่อมองบิดาตนเองอย่างเศร้าใจ ไร้คำพูดต่อรองกับพวกเขาขาเล็กๆของเด็กชายเดินกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อเก็บเสื้อผ้าของตนเอง อย่างน้อยหากเขาอยากจะกลับมาเยี่ยมที่บ้านบ้างท่านยายคงจะไม่ว่าอะไร หยาดน้ำใสๆไหลหยดลงบนห่อผ้า เพียงชั่วจิบชาเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพบกับท่านพ่อและเห็นท่านยายกำลังลงชื่อในกระดาษเป็ลายลักษณ์อักษร
ถือว่าท่านยายทำถูกต้องแล้วที่เขียนข้อความไว้เช่นนี้เพราะวันข้างหน้าเมื่อท่านพ่อของตนใช้เบี้ยจนหมดแล้วตามมารังควาญท่านยายมันคงจะไม่ถูกต้อง
“เอียนจื่อมาหาพ่อ” คนตัวสาบเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยรอยยิ้ม
“ขอรับ”
“ไปอยู่กับแม่หมอก็อย่าเกียจคร้านเล่า อีกประเดี๋ยวท่านแม่ของเ้ามาพ่อจะบอกแก่นางเอง” ลูบหลังบุตรชาย
“ขอรับ” เอียนจื่อรับคำ แม้เขาจะไม่เคยเกียจคร้านเพราะบิดาชอบทุบตีแต่ยามนี้ก็ต้องตอบรับทุกคำ
ลิ่วหลีไห่มองแม่หมออีกครั้ง “หากข้าและเถาฮวาจะไปหาลูกบ้างแม่หมอคงไม่ว่าอันใดใช่หรือไม่?”
“ได้สิ”
“เช่นนั้นก็เดินทางปลอดภัยเถิดขอรับ อีกครู่ข้าต้องเข้าไปซื้อของอีกนิด หากช้ากว่านี้คาดว่าจะมืดค่ำเสียก่อน” ใจจริงเขาอยากจะไปซื้อสุราชั้นดีมาดื่มต่างหาก
แม่หมอล้วงลงไปในถุงผ้าหยิบตั๋วแลกเงินยี่สิบใบ(1ใบแลกได้50ตำลึงทอง***สมมุตินะคะ) “หวังว่าเ้าคงจะไม่นำเบี้ยไปสูญเปล่าหรอกใช่หรือไม่?” ส่งตั๋วไปตรงหน้า
“ไม่ขอรับ ข้าคิดว่าจะนำไปซื้อไม้มาทำกระท่อมให้ดีกว่านี้” มือสั่นๆรับตั๋วแลกเงินที่มีค่ามหาศาลสำหรับเขา
“ก็ดี เช่นนั้นข้าไปล่ะ” แม่หมอเจียวจินพยักหน้าให้ลิ่วเอียนจื่อเดินตามออกมา สองคนสองวัยเดินไปตามทางไร้คำพูดจาจนถึงกระท่อมปลายนา
“เดินกลับบ้านเ้าใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ เ้าจะทำหน้าตาทุกข์ตรมไปใย” แม่หมอเจียวจินนั่งลงตรงโต๊ะหน้าบ้าน
“ที่ข้าทุกข์ตรมเพราะเสียใจที่ท่านพ่อไม่มีความรักหรือห่วงใยข้าเลยต่างหากเล่าท่านยาย” เด็กชายวัยแปดหนาวนั่งเหม่อไปยังทางกลับบ้าน
“งั้นรึ”
“ขอรับ” ต่อจากนี้ชีวิตของเอียนจื่อคงต้องขึ้นอยู่กับคนสกุลเจียวแล้ว ‘ทุกอย่างมันคงจะดีขึ้นใช่หรือไม่’
๑------------------------------๑
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาเอียนจื่อกลายมาเป็ส่วนหนึ่งของกระท่อมปลายนา ห้องพักของเขาคือห้องเก็บฟืนที่แบ่งครึ่งไว้เป็ที่หลับนอนของเขาเอง ทุกเช้าหลังจากรับสำรับรสเลิศเสร็จ เขาต้องนำจานชามไปล้างและมาร่วมนั่งเรียนเขียนอ่านกับหนิงอัน โดยมีท่านยายเป็ผู้สอน พอถึงยามบ่ายเจียวหนิงอันจะต้องเข้าไปฝึกสมาธิและเด็กชายจะถูกทหารที่มาคุ้มครองท่านยายพาไปฝึกวรยุทธ์ขั้นพื้นฐานเตรียมการไว้ในภายหน้าเมื่อเขาต้องติดตามท่านยายออกไปนอกแคว้น ซึ่งถือเป็เื่ดี
๑-----------------------------๑