บทที่ 5 อุบัติสังหารป๋ายอิ่ง
“เจ้าหนู นายกำลังรนหาที่ตาย”ได้ยินคำพูดหยิ่งผยองของเซี่ยฮุย ป๋ายอิ่งก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดยังไม่ทันที่เขาจะได้โจมตีเธอ มือของป๋ายอิ่งก็เปลี่ยนเป็นกรงเล็บและพุ่งทะยานเข้าใส่เขามาแล้ว!กรงเล็บยังมาไม่ถึง ทว่าความเย็นดั่งเหมันต์กลับปะทะเข้าใส่ร่างของเขาเสียแล้วป๋ายอิ่งค่อย ๆ ผายกรงเล็บในมือของเธอออก เซี่ยฮุยไม่กล้าประมาทศัตรู เขาขยับร่างกายออกไปเพียงมิลลิเมตรเพื่อหลบการโจมตีครั้งนี้วายุกรงเล็บโหดเหี้ยมที่ถูกส่งออกมาทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกแสบผิว อีกทั้งยังขนลุกซู่อย่างฉับพลัน“ความแข็งแกร่งนี้ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ระหว่างป๋ายอิ่งและเจี่ยปิงอวี่เมื่อครู่ พวกเธอคงไม่ได้สู้กันสุดกำลังสินะ”เซี่ยฮุยแอบตัดสินเรื่องนี้ภายในใจและเพิ่มความระมัดระวังให้สูงขึ้น เขารู้ดีว่าถ้าหากหากเขาประมาทเพียงเล็กน้อย วันนี้เขาอาจจะถูกฆ่าตายอยู่ที่นี่ก็เป็นได้เมื่อเห็นเซี่ยฮุยหลบการโจมตีของเธอ ป๋ายอิ่งก็ไม่ได้โจมตีเขาต่อแต่เลือกที่จะหยุดชะงักอยู่กับที่เธอมองเซี่ยฮุยด้วยความประหลาดใจราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย“นายมีความลับอยู่จริง ๆ สินะ ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันแต่กลับมีความแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ ฉันเริ่มสนใจความลับของนายมากขึ้นแล้วสิ”พูดจบ เธอก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากแดงช่ำของตัวเอง ช่างมีเสน่ห์เสียเหลือเกินเซี่ยฮุยไม่ได้หวั่นไหวกับท่าทางของเธอแม้แต่น้อย เขายังคงเพ่งความสนใจไปที่กรงเล็บของป๋ายอิ่ง เจี่ยปิงอวี่ที่นอนอยู่บนพื้นก็โดนพิษจากกรงเล็บนั้นเพราะความประมาท ถ้าหากเขาประมาทและลงเอยแบบเดียวกับเจี่ยปิงอวี่ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วล่ะ เมื่อเห็นเซี่ยฮุยไม่ขยับเขยื้อน ป๋ายอิ่งก็หรี่ตาลง กรงเล็บในมือทั้งซ้ายและขวาก็ตะปบไปด้านหน้า แรงเสียดทานทำให้เกิดเสียงแหลมเสียดหูดังขึ้น“แม้ว่านายจะแข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้ แต่ฉันหรับฉันนายมันก็เป็นแค่ลูกกะจ๊อกคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ฉันว่านายยอมให้ฉันจับซะดี ๆ เถอะ อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีศพหลงเหลืออยู่ แต่ถ้าไม่เช่นนั้น...”“หึหึ”เซี่ยฮุยยิ้มเยาะป๋ายอิ่ง “มาถึงขั้นที่ต้องเหลือแค่ศพขนาดนี้ ฉันยังต้องเลือกอีกเหรอ?”สู้กันสักตั้งเถอะ!ร่างกายของเซี่ยฮุยสั่นสะท้าน เขาค่อย ๆ ตั้งท่าเพื่อเข้าสู่โหมดต่อสู้ “ยิ่งไปกว่านั้น...ใช่ว่าเธอจะเป็นผู้ฆ่าเสมอไป!”“นายนี่มันดื้อดึงจริง ๆ!”เมื่อเห็นเซี่ยฮุยอยู่ในโหมดพร้อมสู้ทุกเมื่อ ป๋ายอิ่งก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “นายไปได้ความกล้ามาจากไหนกัน” “เหลียงจิ้นหรู”เซี่ยฮุยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เห็นได้ชัดว่าป๋ายอิ่งไม่ได้เข้าใจสิ่งนี้อีกทั้งยังเข้าใจว่าเขากำลังพูดจาเยาะเย้ยเธออยู่“ดูเหมือนว่าฉันคงต้องทำให้ร่างของนายแหลกเป็นผุยผงจริง ๆ สินะถึงจะสาแก่ใจ”สิ้นสุดเสียงของเธอ เสื้อคลุมสีขาวที่คลุมอยู่บนตัวของป๋ายอิ่งก็กระพือไปตามแรงลม เล็บทั้งสิบนิ้วของเธอเพิ่มความยาวอีกหลายสิบเซนติเมตรจนทำให้กรงเล็บของเธอยาวขึ้น นอกจากนี้กรงเล็บของเธอยังเปลี่ยนเป็นสีดำราวกับสีหมึก ของเหลวสีดำหยดลงบนพื้น ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่บนพื้นเสียง “ฉ่า ๆ” ดังขึ้น วินาทีต่อมาก็เกิดหมอกสีดำทมิฬตามมาติด ๆ“มีพิษร้ายแรง”เซี่ยฮุยเหลือบมองก็แอบรู้สึกขนลุกซู่ อันที่จริงแค่กรงเล็บของเธอก็น่ากลัวมากอยู่แล้ว แต่ยิ่งเธอเปลี่ยนเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้เธอน่ากลัวมากขึ้นไปอีกการเผชิญหน้ากับป๋ายอิ่งทำให้เกิดแรงกดดันเป็นอย่างมาก กดดันจนทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเลือดที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกายแข็งตัวอย่างฉับพลัน “อึก!”ท่าทางของเซี่ยฮุยเคร่งขรึมเกินกว่าที่จะหาสิ่งใดมาเทียบเทียมได้ อีกทั้งยังกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความประหม่า“นายควรจะรู้สึกเป็นเกียรตินะที่ได้เห็นฉันอยู่ในโหมดต่อสู้หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ นายเป็นคนแรกที่ได้เห็นฉันเป็นแบบนี้ พักผ่อนให้สบายนะ หลังจากนี้เตรียมตัวรับความตายที่น่าสะพรึงกลัวเถอะ!”ราวกับแมวที่กำลังหยอกล้อหนู ป๋ายอิ่งในเวลานี้อยู่ในโหมดน่าสะพรึงกลัวก้าวเท้าตรงเข้ามาหาเซี่ยฮุยทีละก้าวด้วยท่าทางที่น่าสะพรึงกลัว เธอค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาหาเซี่ยฮุยทีละก้าวทุก ๆ ย่างก้าวของเธอมีพลังลมปราณที่ไม่สามารถอธิบายได้ส่งออกมาใต้เท้าของเธอมีใบไม้ลอยขึ้นมาพร้อมกับหลุมหลายจุดที่เกิดขึ้นจากน้ำหนักเท้าของเธอ พลังของเธอรุนแรงจนทำให้รู้สึกใจสั่นมากขึ้น “เคลื่อนไหวสิ!”เมื่อเห็นป๋ายอิ่งกำลังขยับเข้ามาใกล้ ภายในใจของเซี่ยฮุยก็เริ่มตะโกนขึ้น ปกติเวลาที่เขาฝึกสกิลสู้มือเปล่าเขาสามารถฝึกฝนได้แบบสบาย ๆ แต่ในตอนนี้เขากลับถูกพลังของป๋ายอิ่งกดดันจนไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่จะเริ่มต้น เซี่ยฮุยกำหมัดสุดแรง แขนของเขาปูดบวมออกข้างเนื่องจากมวลพลังที่ถูกส่งมารวมอยู่ที่แขน ทว่ากลับไม่มีประโยชน์เพราะตอนนี้อากาศเริ่มแข็งตัวราวกับปูนซีเมนต์ เขาทำอะไรไม่ได้แม้แต่จะยกหมัดขึ้นมา“ฮ่า ๆ!”ป๋ายอิ่งเห็นเซี่ยฮุยพยายามดิ้นรนที่จะสู้ก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เธอก้าวเท้าเดินตรงมาด้านหน้าเขาเธอใช้นิ้วชี้ไขว้กันราวกับกำลังตะไบเล็บ หลังจากนั้นเล็บที่ยาวเกินจริงของเธอก็ถูไปตามใบหน้าของเซี่ยฮุยอย่างช้า ๆ“ช่างเป็นชายหนุ่มที่เนื้อละเอียดนุ่มดีจริง ๆ”เล็บของเธอหยุดที่กลางลำคอของเซี่ยฮุย ป๋ายอิ่งกล่าวเสียงเรียบ “ฉันทำใจไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องเห็นผิวหนังไร้ที่ติของนายมีรอยขีดข่วน ดูเส้นเลือดที่ปูดออกมาสิ ไหนจะเนื้อสีแดงสด...รสชาติจะอร่อยขนาดไหนนะ”“ไปตายซะเถอะ!”จู่ ๆ ใบหน้าของป๋ายอิ่งก็เปลี่ยนไปราวกับหญิงวัยทองที่อารมณ์ขึ้นสุดลงสุด หลังจากนิ้วมือของเธอออกห่างจากลำคอของเซี่ยฮุย นิ้วทั้งห้าก็ขยับเข้าหากันและพุ่งเข้ากลางลำคอของเซี่ยฮุยอีกครั้งถ้าหากถูกกรงเล็บของเธอเจาะเข้ากลางลำคอคงเกิดเป็นรูขนาดใหญ่แน่ ๆ วินาทีนั้นเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นภายในโสตประสาทของเซี่ยฮุ่ย ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น พลังลมปราณจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในร่างกายมาหลอมรวมกันที่แขนข้างขวาของเขาอย่างรวดเร็ว รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยพลัง แขนขวาของเขามีเส้นเลือดปูดขึ้นมา นิ้วทั้งห้างอเข้าด้วยกันและเปลี่ยนเป็นหมัดที่ถูกซัดออกไปอย่างแรง–––––ตูม!ทันใดนั้นเสียงปะทะกันก็ดังอึกทึกขึ้นจนหูแทบหนวก ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงของแตกที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน “แกร่ก!”วินาทีที่หมัดและมือของป๋ายอิ่งปะทะกัน เล็บมือขวาของป๋ายอิ่งถูกหมัดของเขาซัดจนหักเป็นที่เรียบร้อย“พลังลมปราณ!”ป๋ายอิ่งเปล่งเสียงแหลมออกมา จากนั้นเธอก็ถอยหลังออกไปหลายสิบเมตร เธอยืนมองเซี่ยฮุยจากไกล ๆ ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น“เป็นไปไม่ได้! นายมีพลังลมปราณได้ยังไงกัน!”“คิดไม่ถึงเลยนะว่าสิ่งนี้จะควบคุมเธอได้”เซี่ยฮุยรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน อันที่จริงเขาแค่อยากทดลองใช้พลังลมปราณเข้ามาเสริมกำลังให้กับหมัดของเขาเพื่อต้านการโจมตีของอีกฝ่ายเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่เขาเสริมพลังลมปราณไปที่แขนของตัวเอง แขนของเขาจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเช่นนี้ การโจมตีที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับสร้างผลลัพธ์ได้ยอดเยี่ยม“ถ้างั้น...พวกเรามาสู้กันต่อเถอะ”คิดเช่นนั้นเซี่ยฮุยก็เริ่มเปิดใช้พลังลมปราณเพื่อให้หมุนวนรอบ ๆ ตัว จากนั้นเขาก็เข้าสู่ค่าสถานะพลังลมปราณต้องรีบสู้และจบฉากต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเพราะสกิลลมปราณของเขาสามารถใช้งานได้แค่ 3 นาทีเท่านั้นในครั้งนี้เซี่ยฮุยเป็นผู้เริ่มโจมตีก่อนเซี่ยฮุยก้าวเท้าไปด้านหน้าราวกับรถถังที่พร้อมจะเข้าชาร์จ พลังทั้งหมดภายในร่างกายของเขาถูกนำไปรวมไว้กับหมัดของเขา วินาทีต่อมาร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าป๋ายอิ่งแม้ว่าป๋ายอิ่งจะรู้สึกตื่นตระหนก แต่เธอกลับโต้ตอบอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วความเร็วของเธอทำให้เธอสามารถย้ายมาอยู่ข้าง ๆ เขาได้ก่อนที่หมัดนั้นจะซัดเข้าใส่ร่างของเธอ“ฉันไม่เชื่อ!”ป๋ายอิ่งตะโกนแผดเสียงคำรามออกมา เธอยื่นกรงเล็บมือซ้ายออกมาเพื่อโจมตีเข้าใส่เอวของเซี่ยฮุย“เธอถูกหลอกแล้ว!”ดูเหมือนว่าเซี่ยฮุยอาจจะใช้พลังทั้งหมดที่เขามีอยู่จึงทำให้เขาไม่สามารถหยุดตัวเองได้ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยและหันไปเผชิญหน้าการโจมตีของป๋ายอิ่ง หมัดขวาของเขาซัดเข้าใส่เธอด้วยความเร็วที่มากขึ้นรับการโจมตี!เสียงปะทะกันที่ดังฟังชัดเต็มสองหูดังขึ้นอีกครั้ง เล็บทางฝั่งมือซ้ายของเธอหักแบ่งครึ่งเหมือนกับก่อนหน้านี้ราวกับเป็นเหตุการณ์เดจาวูเซี่ยฮุยยังไม่หยุดแค่นั้น ตอนที่แขนขวาชนเข้ากับมือของป๋ายอิ่ง เขาก็ใช้โอกาสนี้ปล่อยหมัดซ้ายของตัวเองซัดเข้ากลางอกของป๋ายอิ่นอย่างดุเดือดเลือดพล่านร่างของเธอกระเด็นลอยออกไปไกลหลายสิบเมตร หลังจากกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ เธอก็ชนเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างแรงจนทำให้ร่างหยุดชะงักอยู่กับที่ป๋ายอิ่งนอนนิ่งไม่ไหวติงและไม่มีท่าทีที่จะลุกขึ้นยืนแม้แต่น้อยชนะแล้ว?!เซี่ยฮุยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง บนหน้าของเขามีคำว่า ‘งง’ ตัวใหญ่ ๆ เขียนอยู่บนนั้นลมเบา ๆ พัดโชยผ่านไป ร่างของป๋ายอิ่งเปลี่ยนเป็นอากาศที่กระจายออกไปราวกับหมอกควัน เหลือเพียงหินผลึกเหลี่ยมเพชรสีขาวหนึ่งเม็ดที่ถูกดรอปตามแรงโน้มถ่วง“ติ๊ง!”เสียงคมชัดดังขึ้นจึงทำให้เซี่ยฮุยหลุดออกจากความสับสนงงงวย“ยินดีกับผู้เล่นเซี่ยฮุย เนื่องจากผู้เล่นสามารถสังหารป๋ายอิ่งได้สำเร็จ ท่านจะได้รับแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่ง 30 แต้ม ภารกิจสังหารป๋ายอิ่นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ท่านจะได้รับรางวัลแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่ง 100 แต้ม”เมื่อได้ยินประกาศจากระบบ เซี่ยฮุยก็ก้มมองหมัดของตัวเองและหันไปมองหินผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่กองอยู่บนพื้น เขาแอบรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ากันว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดสามารถทำให้คน ๆ หนึ่งเดินไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต เมื่อถึงเวลาจวนตัวใกล้ตาย คน ๆ นั้นสามารถเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นชัยชนะได้หลังจากหายแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เซี่ยฮุยก็ค่อย ๆ คลายหมัดเพื่อเดินไปที่ตำแหน่งของหินผลึกศักดิ์สิทธิ์และเก็บมันขึ้นมา“ของชิ้นนี้มีชื่อว่าหินผลึกศักดิ์สิทธิ์ สามารถแลกแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้งั้นเหรอ?”เซี่ยฮุยลูบหินผลึกในมือ ทันใดนั้นก็เกิดข้อความขึ้นหนึ่งแถวตรงบริเวณมุมมองที่อยู่ด้านล่าง “ตรวจพบรายการที่สามารถแลกเป็นแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้ ต้องการแลกหรือไม่?”เขาเลือกแลกเปลี่ยนอย่างไม่ลังเล วินาทีต่อมาหินผลึกศักดิ์สิทธิ์ก็หายไปจากฝ่ามือของเขา เหลือเพียงแค่ความเบาหวิวที่เข้ามาแทนที่หลังจากนั้นเขาก็เปิดหน้าจอดูเพื่อดูข้อมูลของตัวละครก็พบว่าช่องคอลัมน์ของแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากเดิมที่มีอยู่ 100 แต้ม ตอนนี้เปลี่ยนเป็น 140 แต้มแล้ว“แค่ 10 แต้มเองเหรอ?” เซี่ยฮุยขมวดคิ้ว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสกิลเริ่มต้นใช้แต้มแค่ 10 แต้มก็สามารถอัพเลเวลได้แล้ว คิ้วที่ขมวดเป็นปมก็กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง“สีขาว ดูเหมือนว่าคงจะเป็นหินผลึกระดับต่ำสุดเลยสินะ บางทีจำนวนแต้มที่ได้รับก็คงขึ้นอยู่กับคุณภาพของหินผลึกศักดิ์สิทธิ์ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาของพวกนี้มาจากที่ไหน”เซี่ยฮุยหยุดคิดแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบกลับมา ทว่าหลังจากสังหารป๋ายอิ่งเขาก็ได้รับแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มอีก 30 แต้ม ถือเป็นโชคลาภที่ได้มาแบบเหนือความคิดหมายหมัดแค่ไม่กี่ครั้งของเขาสามารถทำให้ป๋ายอิ่งตายได้ การตายของเธอรวดเร็วจนทำให้เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะถามที่ไปที่มาของเธอเซี่ยฮุ่ยคิดกับตัวเองและแอบรู้สึกเสียดายขึ้นมา เขารู้สึกว่ามีใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดจงใจปรับระดับความยากให้สูงขึ้นใช่แล้ว...ดูเหมือนว่าเธอเองก็มาที่นี่เพื่อสิ่งนี้เช่นกันเซี่ยฮุยหันกลับไปมองเจี่ยปิงอวี่ที่นอนสลบอยู่บนพื้น ระหว่างที่กำลังคิดวาควรจะเดินไปปลุกเธอเพื่อถามไถ่ดีหรือไม่ จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากไกล ๆ ด้วยความรีบร้อนลมหายใจของเจี่ยปิงอวี่ก็เปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกันเธอกำลังจะฟื้นแล้ว!ระหว่างที่เขากำลังลังเล จู่ ๆ เขาก็เห็นต้นไม้พุ่มใหญ่อยู่ด้านหลัง เขาจึงตัดสินใจกระโดดเข้าไปซ่อนตัวหลังต้นไม้เจี่ยปิงอวี่ที่ฟื้นขึ้นมารู้สึกหนักอึ้งไปทั่วทั้งศีรษะฉันถูกจับแล้วสินะ!คิดเช่นนี้เธอก็เกิดอาการตื่นตระหนก เธอรีบลุกพรวดขึ้นมาและกวาดตามองไปรอบ ๆ ดวงตากลมโตของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย“เกิดอะไรขึ้น?”เธอลูบศีรษะของตัวเองพลันพึมพำขึ้นมาว่า “เกิดอะไรขึ้นกับฉันหลังจากฉันสลบไป?”ที่นี่เกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นร่องรอยการต่อสู้ที่อยู่รอบ ๆ ยังมีให้เห็น เจี่ยปิงอวี่สรุปคำตอบด้วยตัวเธอเองว่าคงมีคนมาช่วยเธอไว้เธอแหงนหน้าขึ้นมองฟากฟ้าที่อยู่เบื้องบน บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดยามราตรีกาล และดวงดาราระยิบระยับ“ใครช่วยฉันไว้?”“คุณหนูสอง!”มีกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้นไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ด้านหน้าสุดมีชายวัยกลางคนอายุเกือบห้าสิบวิ่งนำเข้ามาร่างกายของเขากำยำ สวมใส่ด้วยกางเกงขายาวตัวโคร่งและเสื้อกล้ามแขนกุดเสื้อกล้ามแขนกุดเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อช่วงแขนของเขา ระหว่างที่เขากำลังวิ่งเข้ามา ลมหายใจของเขากลับคงที่และไม่ได้แสดงอาการเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เห็น ดูเหมือนว่าเขาคงผ่านการฝึกฝนร่างกายมาก่อนตอนที่เขาวิ่งเข้ามาและเห็นเจี่ยปิงอวี่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาก็ถอนหายใจออกมา “โชคดีที่คุณหนูไม่เป็นอะไร พวกเราตามหาคุณหนูตั้งนาน”“ลุงฝู ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วงนะคะ” เจี่ยปิงอวี่พูดด้วยท่าทางรู้สึกผิดลุงฝูกวาดตามองรอบ ๆ ก็รับรู้ได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน“คุณหนูสอง ที่นี่...”“ลุงฝู ฉันติดกับดัก...”ได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ลุงฝูก็ยกมือขึ้นมาลูบอกตัวเอง และมองไปด้านหลังด้วยท่าทางราวกับทำอะไรไม่ถูก “คุณหนูสอง คุณหนูใหญ่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้ โชคดีนะครับที่วันนี้มีผู้มีฝีมือลงมือจัดการกับพวกมันก่อน ไม่เช่นนั้น...”คำพูดของลุงฝูหยุดชะงักไป ทว่าเจี่ยปิงอวี่กลับเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ ยิ่งเธอได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกเธอเห็นลุงฝูที่มองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง เธอก็เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายทันที จึงรีบพูดขึ้นว่า “ลุงฝูพวกเรารีบกลับกันเถอะ ป่านนี้พี่คงเป็นห่วงแย่แล้ว”พูดจบเธอก็เดินนำออกจากตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้ไปด้วยความรีบร้อน“เฮ้อ!”ลุงฝูกลืนสิ่งที่อยากจะพูดกลับลงคอ และหันไปพูดกับคนอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับเขา “ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด”หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากที่นี่ไปพร้อมกับคนที่เหลือดูเหมือนว่าภูมิหลังของครอบครัวนี้จะไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ยเซี่ยฮุยที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันตั้งแต่ต้นจนจบ เขาแอบถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินเข้ามาตรวจสอบภายในป่าที่อยู่ข้าง ๆ สวนสาธารณะ เขาก็รีบเดินออกไปจากที่นี่เงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้