เคล็ดวิชาลมหายใจเต่านั้นไม่ซับซ้อนนักมันเป็นควบคุมการไหลเวียนของเส้นลมปราณทั้งแปดเพื่อเก็บซ่อนลมปราณไว้ตราบเท่าที่เขาสามารถปรับแต่งเส้นลมปราณทั้ง 8 เส้นได้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย่เทียนสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาลมหายใจเต่าได้ภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็สามารถเก็บซ่อนกลิ่นอายของเขาไว้ได้
“ตอนนี้คนอื่นก็ไม่สามารถตรวจสอบอายุและพลังชีวิตของเราได้แล้วเท่านี้ก็ไม่สะดุดตาใครแล้ว!”
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นเขาก็ยังคงอ่านข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพระดับสุดยอดต่อ
อย่างไรก็ตามยิ่งเขาอ่านมันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกใจและไม่อยากจะเชื่อมากขึ้นเท่านั้น
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเย่เทียนก็อ่านเนื้อหาทั้งหมดจนครบ
“ที่แท้ฐานทัพระดับสุดยอดก็เป็นเช่นนี้เอง!”
เย่เทียนสูดหายใจเข้าลึก
ฐานระดับสุดยอดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์เมื่อร้อยปีก่อนแต่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ในเขตแดนลับ
เมื่อ100ปีก่อน
รอยแยกมิติปรากฏขึ้นและสัตว์อสูรจำนวนมากก็ปรากฏตัวตามมาอาวุธร้อนของมนุษย์นั้นไร้ประโยชน์ ในเวลานั้นมนุษย์เกือบจะต้องสูญพันธุ์
ในตอนนั้นเองเขตแดนลับก็ปรากฏขึ้น
อีกทั้งในเขตแดนลับยังมีรอยแยกมิติที่เชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่งในโลกใบนั้นเองก็มีมนุษย์เช่นกัน ทั้งยังมีพลังเก่าแก่บางอย่างเหมือนกันอีกด้วยเพียงแต่ช่วงเวลาของโลกและยุคสมัยนั้นแตกต่างมาก
ตั้งแต่โบราณมนุษย์บางคนโชคดีได้เข้าสู่เขตแดนลับเพื่อหลบภัยพิบัติต่างๆและแยกตัวออกจากโลกภายนอกเพื่อฟื้นฟู
จนกระทั่งเมื่อ100ปีก่อน โลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รอยแยกของมิติปรากฏขึ้นเขตแดนลับและโลกภายนอกก็เชื่อมต่อกันอีกครั้ง
ดังนั้นมนุษย์กลายพันธุ์จึงได้ปรากฏตัวออกมาจากเขตแดนลับ
มันเหมือนกับมนุษย์จากพื้นที่ต่างๆของโลกที่วิวัฒนาการเป็นมนุษย์ทุกสีผิวมนุษย์ในเขตแดนลับก็กลายพันธุ์หรือวิวัฒนาการในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันของดินแดนลับ
มนุษย์ในเขตแดนลับเหล่านี้แตกต่างจากมนุษย์สมัยใหม่ซึ่งพวกเขาถูกเรียกว่ามนุษย์โบราณในยุคนี้
มนุษย์โบราณมักจะมีพรสวรรค์พิเศษบางอย่างเช่น มนุษย์สามตา ตาที่สามของมนุษย์สามตาจะมีพรสวรรค์ด้านเนตรแต่เหตุการณ์เช่นนั้นไม่ได้ปรากฏขึ้นมากนัก
ยกตัวอย่างเช่นพ่อมดเล่าขานกันว่าพ่อมดมาจากยุคเหยียนหวงร่วงหล่นเข้าสู่เขตแดนลับและสืบพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ร่างกายของพวกเขาเดิมทีก็แข็งแรงอยู่แล้วหลังจากวิวัฒนาการมาหลายต่อหลายรุ่นในเขตแดนลับในที่สุดก็กลายเป็นพ่อมดที่มีร่างกายสูงสามเมตร
หลังจากที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มนุษย์โบราณเหล่านี้ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันเข้มข้นของโลกภายนอกและทรัพยากรจากสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนพวกเขาจึงพากันออกมาจากเขตแดนลับ(ทรัพยากรในเขตแดนลับถูกใช้ไปเกือบหมดไปจากรุ่นสู่รุ่น) หลังจากออกมาพวกเขาจึงร่วมมือกับมนุษย์ยุคใหม่สร้างฐานทัพระดับสุดยอดขึ้นมาเพื่อต่อต้านสัตว์อสูร
ในตอนแรกมนุษย์สมัยใหม่พึ่งพาความแข็งแกร่งของมนุษย์โบราณเพื่อขับไล่สัตว์อสูรออกไปหลายต่อหลายครั้ง
เนื่องจากมนุษย์โบราณมีนักรบชั้นยอดและนักรบผู้เชี่ยวชาญและมีแม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตระดับปรมาจารย์ดังนั้นการต้านทานสัตว์อสูรจึงไม่ใช่เรื่องยากฐานทัพระดับสุดยอดจึงปกป้องประชากรได้เป็นจำนวนมาก
ตัวอย่างเช่นฐานจงไห่มีประชากร30ล้านคน ซึ่งมากกว่าฐานทะเลมารถึงสามเท่า
แต่ฐานทัพจงไห่นั้นไม่ใช่ฐานทัพระดับสุดยอดแห่งเดียวยังมีฐานระดับสุดยอดอีกมากมายอยู่ เพียงแต่ระยะห่างระหว่างฐานทัพนั้นค่อนข้างไกล
ในฐานระดับสุดยอดนั้นมนุษย์โบราณมีอำนาจเหนือมนุษย์ยุคใหม่ แต่จำนวนของพวกเขาน้อยกว่ามากและตอนนี้พรสวรรค์ของมนุษย์ยุคใหม่ก็ได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ปัจจุบันมนุษย์ยุคใหม่และมนุษย์โบราณจึงมีความแข็งแกร่งไม่แตกต่างกันมากนัก
แต่…
“หวังเยี่ยนกล่าวไว้ว่าในหมู่มนุษย์โบราณดูเหมือนจะมียอดฝีมือที่น่าหวาดกลัวในมากสมัยโบราณและอยู่มานานหลายปีแล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีชีวิตอยู่มานานเท่าไหร่และแข็งแกร่งเพียงใดแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ค่อยปรากฏตัวออกมา” เย่เทียนพึมพำ
ทันใดนั้นมุมปากเขาก็ยกขึ้น
“ฐานทัพระดับสุดยอดนั้นยอดเยี่ยมกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก!”
จากข้อมูลที่หวังเยี่ยนให้มานั้นทำให้เย่เทียนรู้ว่าขุมกำลังต่างๆล้วนได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งไว้
ขุมกำลังอันดับ1คือหอทหารรับจ้างขวานสงคราม เป็นสมาคมอิสระแต่กลุ่มทหารรับจ้างขวานสงครามก็มีอิทธิพลมากเพราะคนส่วนใหญ่ในฐานทัพจงไห่เป็นสมาชิกของหอทหารรับจ้างขวานสงครามหลายคนเลือกที่จะลงทะเบียนเป็นทหารรับจ้างของหอทหารรับจ้างขวานสงครามเพื่อรับภารกิจหารายได้และแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรอื่นๆ อีกมากมาย
ขุมกำลังใหญ่อันดับ2 คือ นิกายฉิน ซึ่งถือว่าเป็นกองกำลังของนิกายหนึ่ง มีผู้นำระดับสูงเป็นชาวฉินชาวฉินเป็นมนุษย์โบราณที่สืบเชื้อสายมาจากกลุ่มมนุษย์ในสมัยราชวงศ์ฉินที่เข้าสู่ดินแดนลับ
ชาวฉินมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์สมัยใหม่แต่พวกเขามีผมยาวทั้งชายและหญิง ง่ายต่อการสังเกต
อันดับ3คือวิหารเทพมนต์ดำ องค์กรที่ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อมดพวกเขาไม่รับมนุษย์สายพันธุ์อื่น เพราะเหล่าพ่อมดต่างนับถือเทพชือโหยว[1]ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วชือโหยวเป็นพ่อมดที่แท้จริงแต่กลับถูกจักรพรรดิเหลืองฆ่าตายในสนามรบ เหล่าพ่อมดคนอื่นๆจึงหลบเข้าไปหลบในเขตแดนลับจากนั้นถึงค่อยก้าวออกจากเขตแดนลับกลับมาอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ในภายหลัง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะมีความหวาดระแวงมนุษย์คนอื่นๆอยู่ ดังนั้นเหล่าพ่อมดจึงไม่ยินยอมให้มนุษย์สายพันธุ์อื่นเข้าร่วมกับพวกเขาแต่นิกายฉินกลับไม่ได้ถือสาเรื่องพวกนี้มากนักนอกจากคนระดับสูงของนิกายแล้วยังมีมนุษย์ยุคใหม่ที่เข้าร่วมกับพวกเขาเป็นจำนวนมาก
อันดับที่4เป็นของพันธมิตรพเนจรพันธมิตรผู้ฝึกตนพเนจรเป็นกองกำลังที่แตกต่างจากกองกำลังอื่นๆพวกเขาไม่ใช่กองกำลังของนิกายหรือตระกูลผู้คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมกับพันธมิตรพเนจรมักจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่มีอำนาจใดๆภายในพันธมิตรพเนจรสามารถซื้อขายทุกสิ่งอย่างได้อย่างอิสระ และสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจของพันธมิตรพเนจรได้ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน
พันธมิตรพเนจรไม่มีค่าตอบแทนใดๆแต่กฎของพวกเขาคือข้อตกลงการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมดังนั้นกองกำลังของพันธมิตรพเนจรจึงพัฒนาอย่างรวดเร็วและไม่มีข้อจำกัดใดๆแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่สูงกว่าระดับราชาก็ยังยินดีเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรพเนจร
ขุมกำลังทั้ง4ได้ยึดอำนาจครึ่งหนึ่งของฐานทัพจงไห่และอีกครึ่งหนึ่งถูกควบคุมโดยตระกูลใหญ่ๆถ้าตระกูลใหญ่เหล่านี้รวมตัวกันลงมือทำอะไรสักอย่าง แม้แต่คนของทั้ง 4 กองกำลังใหญ่ก็ยังไม่กล้าที่จะขัดขวางพวกเขา
“พันธมิตรพเนจรมีอำนาจไม่เลว แล้วมันยังเหมาะกับเรามากนอกจากนี้ในพันธมิตรพเนจรตราบเท่าที่มีทรัพยากรเพียงพอก็สามารถแลกเปลี่ยนสมบัติที่เราต้องการได้อีกทั้งกองกำลังนี้ยังยึดหลักการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมแม้แต่จอมยุทธ์และระดับราชาก็ยังต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นจะถูกคว่ำบาตรโดยทุกคนของกลุ่มพันธมิตรพเนจร!”ยิ่งเย่เทียนดูข้อมูลมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งชอบกองกำลังนี้มากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้กองกำลังนี้ก็ไม่ได้มีกฎข้อบังคับหรือต้องอยู่ใต้อำนาจใครตราบใดที่ไม่ได้มาจากกองกำลังขนาดใหญ่ พวกเขาจะไม่ถูกขับไล่ออกจากพันธมิตรพเนจร
“เป้าหมายต่อไปคือซื้อบ้านซักหลัง แล้วค่อยเข้าร่วมพันธมิตรพเนจร”เย่เทียนวางแผน
ไม่กี่วันต่อมาเย่เทียนได้จัดการบัตรธนาคารและขายสิ่งของบางอย่างเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินจำนวนมาก
มูลค่าของเงินในฐานจงไห่และฐานทะเลมารนั้นแตกต่างกันถ้าคำนวณจากค่าเงินแล้ว เงินหนึ่งหยวนของฐานจงไห่มีมูลค่าเท่ากับ 10 หยวนของฐานทะเลมาร
เย่เทียนขายทรัพยากรบางอย่างได้เงินมาไม่น้อยเขาได้เงินมา 3,000 ล้านหยวน หากเทียบกันแล้วก็จะเท่ากับ 30,000ล้านหยวนของฐานทะเลมาร
ฐานจงไห่แบ่งออกเป็นหลายโซนและบางพื้นที่ก็เป็นที่อยู่ของมนุษย์โบราณเย่เทียนจึงค้นหาและซื้อวิลลาใกล้ทะเลสาบกระจกซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคใหม่ มันเป็นวิลลาขนาดใหญ่ ซึ่งมีราคาถึง2พันล้านหยวน
หลังจากซื้อวิลลาแล้วเย่เทียนก็ออกไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและพาเสี่ยวเซวี่ยไปลงทะเบียนรับรองสัตว์เลี้ยง
ในที่สุดเขาก็กลายเป็นพลเมืองของฐานทัพจงไห่อย่างแท้จริง!
[1] ชือโหยว เป็นชื่อของผู้นำเผ่าจิ่วหลี อยู่ในเรื่องเล่าตำนานของจีนซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในแต่ละเผ่ากับจักรพรรดิเหลือง