กว่าจะเดินทางมาถึงวัดไทยก็ปาไปเกือบเย็น นั้นก็เพราะจากวัดพระธาตุบังพวนมาที่วัดไทยระยะทางมันปาเข้าตั้ง70กิโลเมตรได้
เมื่อขับรถมาตามเส้น212ข้ามคลองหลวงมาได้ก็ค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าถนนภิรมย์ยาราม ตรงไปจนสุดท้ายก็จะเจอกับป้ายจุดชมบั้งไฟพญานาคและด้านซ้ายมีก็จะเป็วัดไทยนั้นเอง
ภูมิเลี้ยวรถเข้ามาจอดยังบริเวณของวัด เมื่อทุกคนลงกันมาครบก็พากันแวะไปเดินชมยังสถานที่ต่างๆ เคนบอกว่าโชคดีที่มากันวันธรรดา ถ้าเกิดมากันวันเสาร์คงต้องหาที่จอดรถลำบากแน่นอนเพราะวันเสาร์ วัดไทยจะมีถนนคนเดินั้แ่เช้ายันมืด
“คุณชัยยุทธผมขอถามอะไรหน่อย” เคนทักขึ้นในขณะที่อยู่ด้านหน้าถ้ำเมืองบาดาลจำลอง
“ครับ” ชัยยุทธหันไปตามเสียงเรียกอย่างสุภาพ
“หนุ่มๆ คุยกันไปก่อนนะ ฉันกับเอมจะไปเดินหาอะไรกินซะหน่อย” ขิมบอก
“อย่าไปไหนไกลล่ะ” ชัยยุทธหันไปเตือนขิมด้วยความเป็ห่วง
“ไปแป๊บเดี๋ยวค่ะคุณชาย แค่ตรงนี้เอง” ขิมชี้ทางร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลกัน
“ขิม เดี๋ยวเอมแวะเข้าห้องน้ำที่ร้านค้าแป๊บนึงนะ เดี๋ยวรีบออกมา” เอมหันมาบอกเพื่อนสาวในขณะที่กำลังรอของกินที่สั่งจากร้านค้าอยู่
“งั้นเดี๋ยวฉันรอของหน้าร้านก็แล้วกันไปคนเดียวได้ใช่ไหมเอม” ขิมถามเพื่อนอย่างเป็ห่วง
“ได้จ้า” เอมตอบ
ขิมมองเอมที่เดินเข้าห้องน้ำไปแล้วก็ยืนกดโทรศัทพ์มือถือรอเป็การฆ่าเวลา เพราะเธอสั่งข้าวกล่องและน้ำมาในจำนวนครบคนเลย เพื่อที่จะได้กินข้าวกันก่อนที่จะออกเดินทางกลับที่พัก
‘นาคยเทวี…’
‘นาคยเทวี……..’
‘นาคยเทวี…มาหาข้าสิ…..มาหาข้า….’
เสียงเพรียงปริศนาค่อยๆดังขึ้นเข้ามาในโสตประสาทของขิม เสียงเรียกนี้มันชวนให้เธอเวียนหัว มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
เสียงนุ่มที่พยามเรียกเธออย่างอ่อนโยนนั้นกลับทำให้ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
ขิมพยามส่ายหัวเพื่อไล่อาการมึนงง เเต่ทว่าก็ไม่ค่อยดีขึ้นเลย ยินเสียงเรียกนั้นดังมากเท่าไหร่ ขิมก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ขิมรู้สึกขาไปตามแขนและขา เธอรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเเขนขาเธอมันไม่ได้เป็ไปอย่างใจนึก ตอนนี้ขาของเธอค่อยๆก้าวออกไปและกำลังพาเธอตรงลงไปยังเนินดินใกล้ริมน้ำโขงมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกไม่กี่ก้าวเธอก็จะถึงเเม่น้ำอยู่แล้ว
เขาว่ากันว่าเเม่น้ำโขง้าดูสงบเเต่ด้านล่างนั้นสุดเเสนจะเชี่ยว คนว่ายน้ำเก่งๆยังต้องเเพ้
เเล้วนี้เธอไม่ใช่คนว่ายน้ำเก่งนะ!
เธอจะมาตายกลายเป็ผีเฝ้าเเม่น้ำตรงนี้หรอ
ขิมพยามเรียกชัยยุทธภายในจิตใจ เพราะเเม้นกระทั้งเสียงเธอก็ไม่สามารถทำให้มันเล็ดลอดออกจากปากเธอได้ เเละถึงเเม้นเธอพยามจะส่งกระเเสจิตไปหาเท่าไหร่ เขาก็ไม่มาหาเธอสักที
มันเหมือนว่าเธอกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างปิดกั้นออกจากเขาอย่างสิ้นเชิง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ขิม!!!!!”
เสียงกรี๊ดของเอมดังสนั่น นั้นทำให้ชัยยุทธรู้ทันทีว่าต้องมีเื่กับขิมเเน่นอน เขาหันไปมองก็พบกับขิมที่กำลังเดินลงเนินดินเเละค่อยๆใกล้กับริมน้ำโขงเข้าไปเรื่อยๆ และตรงริมน้ำนั้นเอง ชัยยุทธต้องตาเบิกกว้างด้วยความใ เมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาว ที่นุ่งโจงสีเขียวตองอ่อนดิ้นทอง และทรงเครื่องนาคราชชั้นสูงไม่ต่างจากเขา
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ความสูงไล่เรี่ยกับเขา ใบหน้าหล่อร้ายดูเ้าเลห์
เทวนาคราช!!!
และไวกว่าความคิด เพียงเเค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ชัยยุทธก็พลันปรากฏตัวขึ้นอยู่ข้างกายขิม เขารวบร่างบางเขามาอยู่ในอ้อมกอด พร้อมกันหันไปมองทางเทวนาคราช อย่างไม่พอใจ
อีกนิดเดียวเท่านั้น หากเขามาถึงตัวขิมช้าไปอีกเพียงเสี้ยววินาที…
เทวนาคราชคงได้ตัวเธอไปแล้ว
‘เ้าควรเลิกยุ่งกับนางได้เเล้วเทวนาคราช’
ร่างสูงเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ มือหนายังคงโอบเอวบางอยู่ เขาเหลือบตาลงไปมองบัดนนี้ร่างบางนั้นยังคงอยู่ในสภาวะที่ถูกสะกด เธอไม่เเม้นจะรู้สึกตัวหรือกลับมามีสติด้วยซ้ำ และพยามที่จะก้าวเดินไปทางเทวนาคราชตลอด จนในที่สุดร่างสูงจึงต้องร่างมนต์ใส่เพื่อให้ร่างบางนั้นค่อยสงบลงเเละหลับลงคาอ้อมแขนของเขา
‘นางเป็ของข้า เเละข้าจะทำทุกทางที่จะพานางกลับไป!’
‘เ้าก็รู้ ว่าเ้ากับนางสิ้นวาสนากันแล้ว อย่าบีบคั้นให้ข้าต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเทวนาคราช!!’
ร่างสูงแผดเสียงตวาดกลับอย่างทรงอำนาจกว่า จนเล่นเอาพื้นน้ำเเถวนั้นถึงกับสั่นะเื
เทวนาคราช มองมาที่อีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังโอบกอดนาง ก็ยิ่งรู้สึกใจเจ็บ ที่ตรงนั้นมันควรจะเป็ของเขาแท้ๆ
เเต่ยังหรอก เขายังไม่ยอมแพ้ มันยังไม่ถึงเวลา และยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมที่เขาจะพานางกลับไปกับเขา…
ร่างของเทวนาคราชค่อยๆสลายและจางหายไปช้าๆ เมื่อทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะปกติ ชัยยุทธจึงคลายม่านมนตราที่ตนสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดมองเห็นนั้นออก ก่อนที่จะอุ้มขิมขึ้นมาพาดอกแล้วพาเธอขึ้นสู่้า
“ผมขอผ้าคลุมให้ขิมหน่อยได้ไหมคุณเอม” ชัยยุทธพูดขึ้นซึ่งเอมก็รีบทำตามทันที
แม้นว่าตอนนี้เสียงของร่างสูงตรงหน้านั้นจะดูสงบ เเต่ทุกคนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศสุดมาคุ มันเหมือนเขากำลังโมโหและพร้อมที่จะะเิลงได้ตลอดเวลา
“คุณชัยยุทธ” เคนเรียกขึ้น
“ครับ” เขาขานรับเเต่ก็ไม่ได้หันมองมาทางเคน เขายังคงมองขิมอย่างไม่วางตา มือก็รับเอาผ้าคลุมจากเอมมาเเละคลุมให้ขิมอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะค่อยๆอุ้มร่างที่ไร้ซึ่งสตินั้นขึ้นด้วยความถนอม
“ผม..ผมว่าผมมีเื่จะคุยด้วย” เคนเอ่ยอีกครั้ง
“ผมรู้ว่าคุณจะคุยเื่อะไร ไว้คืนนี้เราค่อยคุยกันก็แล้วกัน ผมจะเล่าในสิ่งที่คุณสงสัยและเห็นให้หมด”
เขารู้….
เคนมองไปทางชัยยุทธอย่างสุดจะเหลือเชื่อ เขายังไม่ทันจะพูดอะไร แต่เหมือนกับว่าบุรุษร่างสูงตรงหน้านั้นจะรู้ทุกอย่างที่เขาสงสัย
ใช่…
เขาเห็น..
เขาเห็นตั้งเเต่ต้นจนจบ ตั้งเเต่ตอนที่ร่างสูงที่อยู่ข้างกายเขานั้นหายตัวไปต่อหน้าต่อตาแล้วไปโผล่ที่ข้างตัวขิมได้ภายในพริบตา เเต่ไม่นานนักภาพที่เขาเห็นก็ค่อยๆจางลงจนเหลือเพียงลางๆเท่านั้น เเต่หนึ่งในสิ่งที่เขาเห็นลางๆนั้น ก็ยังคงเป็เงาอะไรสักอย่าง ที่คล้ายกับงูใหญ่ซึ่งอยู่ตรงบริเวณริมน้ำโขงนั้น และชัยยุทธที่กำลังโอบกอดขิมอย่างระเเวดระวัง แต่สิ่งที่ติดตาชนิดที่ม่ลืมเเน่นอนเลยนั้นก็คือ
วินาทีที่ดวงตาของชัยยุทธ..ดวงตาของผู้ชายคนนั้นส่องแสงวาวว้าบขึ้นมาเป็สีแดงฉาน
และน้ำเสียงของเขาที่แผดลั่นจนผืนน้ำสนั่นหวั่นไหว
นี้อาจจะเป็ความสามารถพิเศษอันน้อยนิดของเคนที่มักจะเห็นอะไรแปลกๆที่คนปกติมักไม่เห็นกัน ถึงเเม้นสิ่งที่เห็นมันจะไม่ค่อยชัด แต่รับประกันแบบล้านเปอร์เซ็นต์ได้เลยว่าต้องเป็อะไรที่เหนือธรรมชาติเเน่ๆ