สตีฟออกมาจากคอนโดและเดินไปตามถนนซุปเปอร์มาเก็ตที่เขาจะไปนั้นอยู่ห่างไป 5 บล็อกเมื่อเช้าตอนกำลังจะไปซื้อของดันมีสัตว์กลายพันธ์ปรากฎตัวขึ้นบนเส้นทางที่สตีฟต้องใช้พอดีทำให้ตำรวจมาปิดถนนเอาไว้
ซึ่งจากที่ได้ยินคนคุยกันสัตว์กลายพันธ์ตัวนั้นเป็นหนูขนแดง เลเวล 47 เลยทีเดียวซึ่งด้วยเลเวลที่มากขนาดนั้นกว่าตำรวจจะจัดการได้จึงใช้เวลาหลายชั่วโมง
“หือตำรวจยังปิดอยู่อีกเหรอ” สตีฟพูดออกมาหลังยังเห็นตำรวจปิดล้อมพื้นที่เอาไว้อยู่สตีฟลองเดินเข้าไปถามตำรวจดู
“คุณตำรวจครับยังจัดการกับสัตว์กลายพันธ์เมื่อเช้าไม่เสร็จเหรอครับถึงยังต้องปิดพื้นที่อยู่แบบนี้” สตีฟถาม
“เสร็จแล้วล่ะแต่มีคนตายน่ะสิ ทางเรากำลังรอหน่อยชันสูตรมาเก็บหลักฐานอยู่” ตำรวจที่สตีฟถามตอบกลับมา
“อย่างนั้นเองเหรอครับอีกนานมากมั้ยครับ” สตีฟลองถามดู
“คงอีกสองสามชั่วโมงนั่นแหละเพราะทางหน่วยชันสูตรยังติดภารกิจอยู่อีกที่หนึ่งน่ะ รอทางนั้นเสร็จถึงจะมาทางนี้ได้” ตำรวจคนนั้นตอบ
“ถ้ายังไงลองใช้ทางอ้อมดูหน่อยมั้ยครับ” ตำรวจที่คุยกับสตีฟอยู่ลองพูดเสนอ
“นั่นสินะครับ จะให้ผมรออีกสองชั่วโมงก็ไม่ไหว เดินอ้อมเอาหน่อยถึงจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงแต่ก็ดีกว่าให้รอสองชั่วโมงเพราะถ้าเป็นแบบนั้นผมคงกลับมาทำข้าวกล่องไม่ทันแน่ๆ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะบอกลาคุณตำรวจและเดินเข้าซอยหนึ่งไปมันเป็นซอยที่จะพาอ้อมตึกไปหลายบล็อก ถึงเส้นทางจะไกลหน่อยแต่ก็ไปซุปเปอร์ได้เหมือนกัน
“เป็นผู้ชายที่เหมาะกับชุดผ้ากันเปื้อนมากจริงๆ” ตำรวจที่คุยกับสตีฟอดพูดออกมาไม่ได้ เพราะสตีฟนั้นหน้าตาดีมีผมสีน้ำตาลแถมบรรยากาศรอบๆตัวยังให้ความรู้สึกอบอุ่นอีกด้วย
กว่าสตีฟจะมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตก็เป็นเวลาเกือบเก้าโมงแล้ว
“ใกล้จะเก้าโมงแล้ว แบบนี้ของลดราคาคงหมดไปแล้วแน่ๆ” สตีฟพูดออกมาเพราะของลดราคานั้นจะเปิดขายตั้งแต่ช่วงเจ็ดโมงครึ่งถึงแปดโมงครึ่งเท่านั้น
“เฮ้อ คงได้แต่หวังว่าจะมีของดีเหลือทิ้งเอาไว้บ้างนะ” สตีฟพูดก่อนจะเดินเข้าซุปเปอร์มาเก็ตไป
ซึ่งซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้นั้นเป็นซุปเปอร์ขนาดใหญ่ ในต่างประเทศอย่างอเมริกานั้นจะไม่อนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าตั้งขายของตามทางเท้าบนถนน แต่จะจัดพื้นที่ให้มาตั้งร้านขายกันในซุปเปอร์มาเก็ต ซึ่งแบบนี้มันเป็นระเบียบและดูแลง่ายเมื่อเดินเข้าไปสตีฟก็ได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ค้าก็ดังจอแจ
“เร่เข้ามาๆ ผักออแกรนิกสดๆปลูกเองจ้า !!!”
“เนื้อไก่กลายพันธ์ เลเวล 20 ทางนี้เลยโลละ 15 เหรียญเท่านั้น !!!!”
“ลูกหมูดำกลายพันธ์ เลเวล 8 ทางนี้เลยเหลือตัวสุดท้ายแล้ว ซื้อทั้งตัว 200 เหรียญเท่านั้น หรือจะตัดแบ่งขายก็โลละ 10 เหรียญทางนี้ๆ”
“ลูกหมูดำกลายพันธ์งั้นเหรอ หายากด้วยสิถึงเลเวลมันจะน้อยไปหน่อย แต่เนื้อมันนุ่มมาก ต่างจากตัวโตเต็มวัยที่เนื้อมันจะเหนียว” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเดินไปดูลูกหมูดำกลายพันธ์ ซึ่งเนื้อสัตว์กลายพันธ์พวกนี้ยิ่งเลเวลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอร่อยมากเท่านั้น แต่ราคานั้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดูอย่างเนื้อไก่กลายพันธ์นั่นสิ โลละตั้ง 15 เหรียญนั่นก็เป็นเพราะเลเวลมันสูงถึงยี่สิบเลยยังไงล่ะ
“คุณพ่อค้าลูกหมูดำตัวนี้ ตัวละสองร้อยเหรียญเลยงั้นเหรอ” สตีฟถามพ่อค้าที่กำลังตะโกนขายของอยู่
“ใช่ตัวนี้หนักสามสิบกิโล ถึงแม้เลเวลจะน้อยไปหน่อยแต่ก็หายากมาก” พ่อค้าตอบซึ่งสตีฟนั้นเข้าใจดีว่าลูกหมูดำกลายพันธ์นั้นหายากเพราะพวกหมูดำนั้นมักจะถูกสัตว์กลายพันธ์ตัวอื่นๆล่าเสมอ แถมยังเป็นตัวลูกที่ไม่มีความสามารถปกป้องตัวเองด้วย
“ว่าไงล่ะพ่อหนุ่มจะซื้อทั้งตัวเลยหรือจะซื้อแยกชิ้นส่วนล่ะ ซื้อแยกโลละสิบนะ” พ่อค้าเมื่อเห็นสตีฟยืนนิ่งไปหลังจากถามเขาก็พูดกระตุ้น
สตีฟได้ยินดังนั้นก็คิดในใจ ซื้อแยกตัดแบ่งขายดูจะไม่คุ้มเท่าไหร่แต่ซื้อทั้งตัวก็ดูจะมากเกินไปเอายังไงดีนะ สตีฟคิดในใจแต่ทันใดนั้นเองสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเลือดที่อยู่ตรงริมฝีปากของเจ้าหมู่ดำตัวนี้ถึงแม้มันจะถูกเช็ดออกไปแล้วแต่เขายังเห็นว่ามันติดอยู่ทั่ริมฝีปากของหมูตัวนี้นิดหน่อยสตีฟถึงกับยิ้มออกมาและจ้องมองพ่อค้าขายหมูคนนี้ทันที
“คุณพ่อค้าคิดจะหลอกขายของกันสินะ !!” สตีฟพูดเสียงเย็น
“หละ หละ หลอกขายอะไรกันอย่ามาพูดมั่วๆนะเจ้าหนุ่ม” พ่อค้าตอบเสียงสั่นตอนนี้หลังของเขาเหงื่อชุ่มไปหมดและได้แต่คิดในใจ อย่าบอกนะว่าเจ้าหนุ่มใส่ผ้ากันเปื้อนที่เหมือนพ่อบ้านออกมาจ่ายตลาดคนนี้จะสังเกตุเห็น
“หึหึ !! อยากให้ผมพูดเสียงดังๆมั้ยล่ะคุณพ่อค้า ผมดูออกนะว่าทำไมลูกหมูดำตัวนี้ถึงขายไม่ออกคุณตั้งราคาขนาดนี้คิดว่าลูกหมูดำตัวนี้มันตายด้วยวิธีปกติหรือไงกันครับ ผมน่ะเห็นนะที่ริมฝีปากของมันมีเลือดติดอยู่ถึงแม้จะเช็ดออกไปแล้วแต่ก็ยังเช็ดออกไปได้ไม่หมด ที่สำคัญริมฝีปากของมันก็เริ่มเป็นสีม่วงแล้วด้วย ถ้าเป็นคนปกติอาจจะคิดว่ามันถูกโจมตีจนปากช้ำ แต่ผมน่ะได้กลิ่นอัลมอนด์เบาๆจากหมูตัวนี้ด้วยนะครับ” สตีฟแสยะยิ้มออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอันแสนอบอุ่น แต่สำหรับพ่อค้าขายหมูคนนี้นั้นเมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแบบนี้ถึงกับขนลุกเกรียว
สตีฟได้แต่จ้องพ่อค้าขายหมู่อยู่แบบนั้นจนในที่สุดพ่อค้าคนนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“ก็ได้ อยากได้ราคาเท่าไหร่ก็เอาไปเลย เพราะถ้าถูกตำรวจรู้เข้าล่ะก็มีหวังไม่ได้มาขายของที่นี่อีกอย่างแน่นอน” พ่อค้าขายหมูยอมแพ้ในที่สุด
“ขอบคุณครับ ผมให้สามสิบเหรียญก็แล้วกันสำหรับลูกหมูดำตัวนี้” สตีฟพูดออกมาก่อนจะทำการจ่ายเงินด้วยระบบ ซึ่งระบบที่ทางรัฐบาลแจกให้นั้นทำหน้าที่ได้หลากหลายอย่างการจ่ายเงิน เก็บเงินก็สามารถทำได้เลยเหมือนกับมีแอพโอนเงินผ่านสมาร์ทโฟนในสมัยก่อน
“เฮ้อ..สามสิบก็สามสิบ เป็นข้าพลาดเองที่รับซื้อลูกหมูดำตัวนี้มาโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนว่ามันตายเพราะพิษ ส่วนเธอเอาไปทำอาหารก็ระวังๆหน่อยล่ะ ทางที่ดีเห็นส่วนไหนติดพิษก็ตัดทิ้งไปได้เลย” พ่อค้าคนนั้นพูดออกมาเพราะตอนที่เขารับซื้อเนื้อต่างๆมานั้นมันมีหลายชนิด ลูกหมูดำตัวนี้เขาเห็นว่ามันถูกดีเลยซื้อมาโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าพวกฮีโร่ที่ล่ามันมาขายนั้นล่ามาด้วยวิธีไหน กว่าจะรู้ก็ตอนที่ขายของไปหมดแล้วจนเหลือแต่หมูดำตัวนี้ตัวสุดท้ายนี่แหละ
“ขอบคุณครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะให้พ่อค้าคนนั้นจัดการแล่เนื้อหมูออกเป็นชิ้นๆให้หน่อยเพื่อจะได้เอากลับไปได้ง่ายๆ
“ไม่มีกระเป๋ามิติเหรอพ่อหนุ่ม” พ่อค้าถามด้วยความแปลกใจ
“มันแพงน่ะผมไม่มีเงินซื้อหรอก” สตีฟพูดเพราะกระเป๋ามิติแต่ละใบนั้นแพงมาก อย่างเมื่อคืนก่อนเขาเห็นโฆษณาผ่านโทรทัศน์ กระเป๋ามิติรุ่นใหม่ของเฮอร์เมสนั้นราคาใบละตั้งสิบล้านเหรียญ
จากนั้นเนื้อของลูกหมูดำกลายพันธ์ก็ถูกหั่นอย่างดีก่อนจะห่อด้วยกระดาษอีกที สตีฟนำพวกมันใส่กระเป๋าผ้าลายลูกหมีทั้งหมด
ส่วนเหตุผลที่เนื้อลูกหมูดำกลายพันธ์ตัวนี้นั้นราคาถูกก็เพราะมันถูกฆ่าด้วยพิษ ดูเหมือนฮีโร่ที่ได้มันมา จะวางยาในอาหารและให้มันกิน
“ได้เนื้อลูกหมูดำมาแบบนี้ทำเมนูอะไรดีนะ !!” สตีฟคิดก่อนจะมองไปรอบๆตัวตลาดในซุปเปอร์มาเก็ตนั้นเริ่มจะวายแล้วตัวเลือกจึงมีไม่มาก สตีฟเดินดูรอบๆก่อนจะได้ผักมาอีกสองสามชนิด ซึ่งผักพวกนี้นั้นคุณภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะของดีๆถูกเลือกไปหมดแล้วนั่นเอง
“เอาเป็นเมนูคัตสึด้งแล้วกันจำได้ว่าสมัยก่อนเป็นเมนูที่นิยมมากในแถบเอเชียตะวันออก” สตีฟพูดเมนูคัตสึด้งนั้นเป็นเมนูข้าวหน้าหมูทอด ที่นิยมมากในแถบเอเชียตะวันออก สตีฟเคยกินอยู่สองสามครั้งในตอนสมัยที่โลกยังเป็นปกติ
เมื่อออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตสตีฟก็เห็นรถหลายคนจอดอยู่ไม่ไกล ข้างรถคันนั้นมีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า หน่วยชันสูตร
“ดูเหมือนว่าจะมากันแล้วสินะ เดินไปดูหน่อยดีกว่าว่าจัดการเสร็จหรือยัง” สตีฟพูดออกมาเพราะถ้าใกล้เสร็จแล้วเขาจะได้รอให้ทางตำรวจเปิดถนน เพราะถ้าเดินกลับเส้นนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีแต่ถ้าเดินอ้อมก็ต้องเสียเวลาอีกครึ่งชั่วโมง
เมื่อสตีฟเดินมาดูก็เห็นซากสัตว์กลายพันธ์ขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกล
“ตรวจสอบ !!” สตีฟพูดออกมาพลางจ้อมมองไปที่ซากสัตว์กลายพันธ์นั่น นี่คืออีกหนึ่งของความสามารถของระบบ มันใช้ตรวจสอบสัตว์กลายพันธ์ได้ด้วย
รายละเอียดศพหนูกลายพันธ์ขนไฟ Lv.47 หนูกลายพันธ์ขนไฟเป็นหนูที่อาศัยอยู่ตามท่อลักษณะเด่นของมันคือมีขนเป็นสีแดงป้องกันการโจมตีด้วยไฟทุกชนิด มีเล็บและฟันที่แหลมคม ความเร็วสูง
ทันทีที่สตีฟตรวจสอบเสร็จก็มีหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาให้เขาอ่าน สตีฟมองดูรถพยาบาลหลายคันที่กำลังจัดการกับคนเจ็บอยู่ อีกทั้งเห็นผ้าขาวหลายผืนคลุมร่างของศพอยู่บนถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นกำลังห่อและเคลื่อนย้ายศพอยู่
“ตายสามเลยงั้นเหรอแต่ก็ไม่แปลกล่ะนะเลเวลของหนูขนไฟตัวนี้สูงมาก” สตีฟพูดออกมา
ส่วนเหล่าหน่วยชันสูตรเองก็กำลังจัดการกับศพของสัตว์กลายพันธ์ตัวนี้อยู่ จากที่เห็นสตีฟคาดว่าไม่น่าจะเกินสิบนาทีเส้นทางนี้ก็จะถูกเปิดอีกครั้ง
สิบโมงเช้า
ในที่สุดสตีฟก็กลับมาถึงคอนโด ก่อนจะล้างมือและหยิบเนื้อลูกหมูดำออกมา
“กระเพาะคงต้องทิ้ง ส่วนอื่นๆนั้นยังพอทำความสะอาดได้อยู่ ถ้าเป็นคนอื่นคงต้องทิ้งมันทั้งตัวแน่ๆ แต่เรานั้นมีสกิลทำความสะอาด Lv. Max อยู่เลยสามารถทำความสะอาดพิษออกจากเนื้อหมูได้” สตีฟพูดก่อนจะเริ่มล้างทำความสะอาดหมูส่วนต่างๆทันที
ไม่ถึงห้านาทีเนื้อหมูและเครื่องในก็ถูกทำความสะอาดจนเหมือนกับเนื้อหมูสดใหม่
สตีฟเลือกใช้เนื้อหมูสันในมาทำหมูทอด ส่วนอื่นๆนั้นสตีฟเก็บเอาไว้ในตู้เย็นก่อน ของดีแบบนี้สามารถใช้ทำอาหารได้หลายมื้อ
สตีฟรีบหุงข้าวทันทีเพราะคัตสึด้งนั้นวัตถุดิบหลักคือข้าวนั่นเอง ข้าวที่สตีฟเลือกใช้ก็เป็นข้าวที่มีติดอยู่ในคอนโดอยู่แล้ว
30 นาทีผ่านไป
สตีฟจัดการยกหมูทอดที่มีไข่โปะอยู่ด้านบนออกมาจากกระทะทอดเขาค่อยๆวางมันลงบนเขียงก่อนจะหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะนำมันไปเรียงไว้บนข้าวที่ถูกตักใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบไว้อย่างดี ก่อนจะปิดท้ายด้วยการโรยต้นหอมซอยลงไป
“แค่นี้ก็เรียบร้อยในที่สุดก็เสร็จแล้วข้าวหน้าหมูทอด หรือเรียกอีกชื่อก็คือคัตสึด้ง !!!” สตีฟพูดออกมาพลางนำฝามาปิดชามกระเบื้องเคลือบนั้นเอาไว้ ก่อนจะเอาผ้ามาห่ออีกที สตีฟแหงนหน้ามองดูนาฬิกาบนผนังก่อนจะเห็นว่าใกล้สิบเอ็ดโมงแล้ว
“เอาล่ะรีบเอาข้าวไปส่งให้ซาร่าดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทัน” สตีฟพูดเพราะการเดินทางไปที่โรงเรียนฮีโร่สาขานิวยอร์คนั้นจากคอนโดเขาใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว
สตีฟถอดผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายออกก่อนจะนำข้าวหน้าหมูทอดที่ทำเสร็จแล้วใส่กระเป๋าผ้าใบโปรดของเขาไปและออกจากคอนโดไปอีกครั้งเพื่อเอามันไปส่งให้ซาร่าภรรยาของเขา
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ