ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 5 ป่าพิศวง
ณ ป่าใหญ่
จางหย่งพาตัวเองและเสี่ยวเหมาเดินเข้าป่าเพื่อไปหาอาหารมื้อกลางวัน ในตัวเขามีเพียงมีดด้ามเล็กๆด้ามหนึ่งพกติดตัวมาด้วย เป็สิ่งของเพียงอย่างเดียวที่เขาหาได้จากในบ้าน จางหย่งถามทางเข้าป่ามาจากอาเฟยลูกชายคนโต ลูกชายของเขาได้บอกให้เดินไปเรื่อยๆทางทิศใต้ก็จะพบทางเข้าป่า เมื่อเขาเดินไปตามทางที่บุตรชายบอกก็พบกับชายป่าและเส้นทางที่สามารถเดินเข้าไปภายในได้จริงๆ
เมื่อมองไปด้านใน จางหย่งพบว่ามีต้นไม้มากมายในป่าแห่งนี้ อีกทั้งมีเสียงสัตว์หลากหลายชนิดคอยส่งเสียงทักทายกัน เขาที่ไม่เคยเข้าป่าเลยในชีวิตจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เสี่ยวเหมาที่เห็นเ้านายดูตื่นเต้นเป็พิเศษก็มองบนอย่างเหนื่อยใจ เข้าป่าแค่นี้ทำเป็ตื่นเต้นไปได้ ข้าเข้าป่ามาเป็สิบๆครั้งยังไม่อยากจะคุยเลย มันได้แต่คิดในใจ
จางหย่งกำลังตกตะลึงกับความกว้างใหญ่ของป่า จึงไม่ได้สนใจเสี่ยวเหมา เขาเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงทางแยก และได้หันไปมองทางเสี่ยวเหมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
'เสี่ยวเหมา ไปทางไหนดี'
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินคำถามก็ยืนนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า
'เ้านาย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน'
'พึ่งไม่ได้เลย'
จางหย่งที่ได้ยินคำตอบก็ไม่ได้หวังพึ่งสุนัขมิติตัวนี้อีก เขาเลือกเดินไปทางซ้าย อย่างคำโบราณที่ว่า ขวาร้ายซ้ายดี เสี่ยวเหมาที่เดินตามมาก็บ่นขึ้นว่า
'โถ่เ้านาย ต้นตระกูลข้าเป็สุนัขล่าสัตว์นะ ไม่ใช่สุนัขนำทางเสียหน่อย'
จางหย่งไม่ได้สนใจคำบ่นของเสี่ยวเหมา เขายังมุ่งหน้าเข้าป่าต่อไป ตลอดทางที่เข้ามาไม่มีสิ่งใดที่เขามองเห็นว่าสามารถนำไปทำเป็อาหารได้เลย ในมือของเขาจึงยังคงว่างเปล่า เขาตั้งใจไว้ว่าอยากล่าสัตว์สักตัวไปทำอาหาร เพราะลูกๆทั้งสามของเขาผอมแห้งเกินไป คาดคะเนจากสายตา เด็กทั้งสามต้องได้รับสารอาหารไม่ค่อยเพียงพออย่างแน่นอน
ยิ่งเดินยิ่งลึกเข้าไปด้านใน แต่ยังไม่พบสิ่งใดที่สามารถกินได้ จนมาถึงริมลำธาร จางหย่งที่เริ่มเหนื่อยล้าเพราะร่างกายยังไม่ค่อยสมบูรณ์ จึงบอกเสี่ยวเหมาขึ้นว่า
'หยุดพักก่อนเถอะ ข้าเริ่มเหนื่อยแล้ว'
เสี่ยวเหมาหยุดนั่งลงที่พื้นทันที มันเองก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน เมื่อทั้งสองนั่งพักที่ริมลำธาร จางหย่งที่นึกขึ้นมาได้ว่าสุนัขของเขาไม่ใช่สุนัขธรรมดา แต่มันบอกว่าตัวเองเป็สุนัขมิติ มันอาจจะมีของกินในมิติหรือไม่กันนะ เขาจึงเอ่ยถามด้วยความหวังขึ้นว่า
'เสี่ยวเหมา สุนัขมิตินี่ทำอะไรได้บ้าง?'
เสี่ยวเหมายืดอกขึ้นชี้ฟ้าเอ่ยตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า
'ข้าคือสุดยอดสุนัข เป็เ้าแห่งสุนัขทั้งหลายเชียวนะ'
จางหย่งที่ได้ยินคำตอบก็หรี่ตาลง มองเสี่ยวเหมาจอมโอ้อวดทีหนึ่ง เขาถามว่าทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้ถามว่ามันเป็อะไรเสียหน่อย อย่าบอกนะทำได้แค่เป็เ้าแห่งสุนัขเท่านั้น เสี่ยวเหมาที่เห็นเ้านายมองมาก็รีบเอ่ยต่อว่า
'เ้านาย ข้ามีประโยชน์ ท่านอย่าเพิ่งไล่ข้าไปนะ'
เสียงสุนัขมิติเอ่ยขึ้นอย่างอ้อนวอน หากเ้านายที่มันทำสัญญาด้วยไล่มันออกไป แล้วมันจะทำอย่างไร สมัยก่อนตอนไม่มีเ้านาย มันสามารถเก็บคะแนนและแลกสิ่งต่างๆมาได้ด้วยตัวมันเอง แต่ตอนนี้มันมีเ้านายแล้ว สิ่งที่ต้องสะสม ต้องเก็บสะสมจากเ้านายของมันเท่านั้น หากเ้านายไม่ยอมให้มันอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ ตัวมันเองก็ไม่ต่างอะไรจากสุนัขทั่วไปเลยน่ะสิ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเสี่ยวเหมาก็เอ่ยขึ้นต่อว่า
'มิติของข้าสามารถเก็บคะแนนแลกของได้ แถมยังสามารถส่งสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์เข้าไปด้วยนะ'
'แลกของงั้นหรือ?'
'ใช่แล้วเ้านาย มีทุกอย่างที่ท่าน้าเลยนะ'
'โอ้แบบนี้ก็มีประโยชน์มากเลยสิ'
'แน่นอนข้ามีประโยชน์มากเลยเห็นไหม'
ขณะที่เสี่ยวเหมากำลังจะโอ้อวดสรรพคุณมิติของมันต่อ สายตากลับเหลือบไปเห็นไก่ป่าตัวหนึ่งวิ่งผ่านหน้าไป มันจึงเปลี่ยนจากที่เอ่ยโอ้อวดตัวเองเป็ะโขึ้นว่า
'ไก่ๆๆๆ เ้านาย ตรงนั้นมีไก่ป่า!!'
จางหย่งที่ได้ยินคำบอกเล่าของเสี่ยวเหมาก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถามขึ้นว่า
'ไหนๆ ตรงไหน??'
'ตรงนั้น!!'
กล่าวจบเสี่ยวเหมาก็พุ่งตัวไปทางไก่ป่าทันที ทำให้ไก่ป่าที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตื่นใ วิ่งหนีจากไปในทิศตรงกันข้าม หนึ่งคนหนึ่งสุนัขรีบวิ่งตามไปอย่างไม่ลดละ แต่ไหนเลยจะตามฝีเท้าสัตว์ป่าผู้ชำนาญเส้นทางทัน สุดท้ายทั้งสองก็คลาดกับไก่ป่าตัวนั้นไปอย่างน่าเสียดาย
'ไหนเ้าว่าต้นตระกูลเ้าเป็สุนัขล่าสัตว์ไง?'
'นั่นมันต้นตระกูลของข้า นี่ก็ผ่านมาหลายรุ่นแล้วนะเ้านาย'
จางหย่งได้แต่ส่งสายตาเอือมระอาไปทางสุนัขมิติ ปกติแล้วต้องค่อยๆย่องเข้าไปประชิดเหยื่อก่อนถึงจะถูก แต่นี่เล่นวิ่งไล่ตามต่อหน้าต่อตา หากไม่มั่นใจในฝีเท้าของตัวเองจริงก็ต้องเป็พวกล่าสัตว์ไม่เป็เท่านั้น ดูจากลักษณะการวิ่งของเ้าสุนัขตัวนี้ ดูยังไงมันก็มือใหม่ชัดๆ แล้วจะมาโอ้อวดถึงต้นตระกูลตัวเองทำไมกัน ไม่ได้เื่เลยจริงๆ เมื่อมองไปที่เสี่ยวเหมา จางหย่งที่นึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยถามว่า
'ของในมิติ มีอะไรเอามาจับไก่ได้ไหม?'
เสี่ยวเหมาเปิดมิติให้เ้านายของมันดู มิติแห่งนี้เป็ดินแดนอีกแห่งหนึ่ง เป็สวนขนาดย่อมๆ มีบ่อน้ำอยู่ด้านข้าง มีท้องฟ้าและผืนดินเหมือนโลกที่เขายืนอยู่ปัจจุบัน เพียงแต่มีพื้นที่จำกัดประมาณสองหมู่เท่านั้น จางหย่งที่เห็นมิติแห่งนั้นก็อดตกตกตะลึงในความมหัศจรรย์ไม่ได้ แต่เมื่อมองเข้าไปด้านในพบเพียงความว่างเปล่า มีแค่ผืนดินที่ปกคลุมไปด้วยหญ้า บ่อน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำใสสะอาด และท้องฟ้าที่เป็สีฟ้า แล้วอย่างอื่นล่ะ?
'เสี่ยวเหมา มิติเ้าไม่เห็นมีอะไรเลย'
'ก็ข้าใช้คะแนนไปหมดแล้ว เลยไม่มีอะไรเหลืออยู่'
'คะแนนที่เ้าพูดถึงมันใช้ยังไง'
เมื่อจางหย่งพูดจบ เสี่ยวเหมาก็เปิดรายชื่อสิ่งของต่างๆในรายการให้ดูก่อนจะอธิบายขึ้นว่า
'มิติถูกสร้างขึ้นเพื่อทำการวิจัยสิ่งมีชีวิตบนโลก ดังนั้นหากท่าน้าได้คะแนน ท่านต้องนำสิ่งมีชีวิตเข้ามาอยู่ในมิติเพื่อแลกเป็คะแนน'
'ง่ายขนาดนั้นเลย?'
เสี่ยวเหมานิ่งคิดอยู่นิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า สำหรับมันแล้วการเก็บสะสมสิ่งมีชีวิตเข้าสู่ระบบก็ไม่ได้ยากอะไร
'แต่มันมีเงื่อนไขอยู่ว่าต้องไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชนิดเดิม'
จางหย่งพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ แบบนี้เขาก็สบายแล้วสิ แค่หาสิ่งมีชีวิตใส่ลงไป ต้นไม้ก็เป็สิ่งมีชีวิต ทั้งป่านี้มีต้นไม้เป็พันๆชนิด แค่นี้คะแนนก็คงจะสูงจนสามารถแลกสิ่งอำนวยความสะดวกได้มากมายแล้ว แต่ความคิดเขาก็ต้องหยุดชะงักลง จากคำพูดต่อมาของเ้าสุนัขมิติ
'เ้านาย ถ้าพวกต้นไม้ใบหญ้าที่พบเห็นได้ทั่วไปแถวๆนี้ ข้าเคยเอาใส่มิติหมดแล้ว'
'...'
จางหย่งล้มเลิกความตั้งใจจะใช้มิติของเ้าสุนัขตัวนี้แล้ว เอาเวลาไปหาของกินต่อดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วออกตามหาสิ่งที่จะนำมาทำอาหารต่อไป เสี่ยวเหมาที่เห็นเ้านายไม่สนใจมิติของมันอีกก็รู้สึกกังวลใจ แต่แล้วไก่ป่าตัวเดิมก็โผล่กลับมาในระยะสายตาพอดิบพอดี มันจึงสลัดความกังวลใจทิ้ง หันไปกระซิบกับเ้านายขึ้นว่า
'ไก่ป่า อยู่ตรงนั้น'
จางหย่งที่ได้ยินก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นทันที ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการล่าสัตว์เสียด้วยสิ
'เ้ารอตรงนี้ เดี๋ยวข้าอ้อมไปข้างหลังไก่ป่า หากมันมาทางนี้เ้าก็จับไว้เลยนะ เข้าใจไหม'
เสี่ยวเหมาพยักหน้ารัวๆ มันเองก็อยากกินเนื้อไก่จนน้ำลายจะไหลออกมาอยู่แล้ว มันเลยตั้งหน้าตั้งตารออาหารมื้อกลางวันอย่างใจจดใจจ่อ สุนัขล้อมหน้า คนล้อมหลัง ไก่ป่าที่ใดันวิ่งหนีไปทางขวาเสียอย่างนั้น ทั้งสองที่เห็นไก่วิ่งไปทางขวาก็ไม่ยอมแพ้ หากไม่ได้ไก่ตัวนี้ก็ไม่รู้จะมีอะไรมาให้พวกเขาได้กินอีก ดังนั้นทั้งสองจึงพุ่งตัวไปทิศทางที่ไก่ป่าไป และวิ่งไล่ล่าตามมันอีกครั้ง จางหย่งที่มีแรงฮึดจากการคิดถึงลูกๆทั้งสาม พุ่งทะยานแซงเสี่ยวเหมาเข้าใกล้ไก่ป่าขึ้นเรื่อยๆ
จังหวะที่กำลังจะกระโจนจับไก่อยู่นั้น ขาของจางหย่งสะดุดเข้ากับเถาวัลย์ที่พื้นจนล้มถลาไปด้านหน้า ปลายนิ้วแตะเข้ากับปลายขนก้นไก่ป่า
ฟุ่บ~
"เฮ้ย"
ไก่ป่าหายวับไปกับตาจนจางหย่งใลนลาน ไก่ป่าหายตัวได้ ป่านี้นี่มันยังไงกันแน่นะ