ตอน 9 เลยตามเลย
ทว่าวั่งเฟิ่งเองมีใจให้อยู่ ได้ลิ้มรสจูบแรก ไม่อยากขัดขืน ปล่อยเลยตามเลย อย่างอื่นค่อยว่ากัน ...แสงจันทร์แสงดาวส่องมองสองบุรุษพลอดรัก อย่างไม่มีท่าทีว่าจะเขินอาย ...หย่งชวนจูบจนริมฝีปากร้อนผ่าว เคลื่อนคล้อยลงมาดมไซ้ใต้ซอกคอ วั่งเฟิ่งคนดีจิกมือลงบนแผ่นหลังด้วยความใ
"ใครจะหาว่าข้านอกรีตก็ช่างเถอะ ข้าไม่ไหวแล้ว" เสียงสั่นระส่ายดังเอื้อนผ่านลำคอ ลูกกระเดือกใหญ่เคลื่อนขึ้นลงเพราะกลืนน้ำลายหลายอึก
"กระหายเหลือเกิน ข้ากระหายเ้า"หย่งอ๋องทนไม่ไหว ไม่้าแค่จูบ เขาไม่สนไหเหล้าจะหล่นแตก ช้อนแขนโอบร่างน้อยของข้าทาสวั่งเฟิ่ง ใช้วิชายุทธอันเลิศล้ำเหาะเหินลงจากหลังคา เข้าห้องนอนในเรือนใหญ่ เอนตัวไซ้บรรจงจูบอย่างนุ่มนวล
วั่งเฟิ่งไม่เคยเห็นหย่งอ๋องในท่าทีแบบนี้ พอได้คลั่งใครก็หื่นเป็บ้า วั่งฟั่งเคลิ้มไปตามบรรยากาศ มิอาจถอนตัว จวบจวนหย่งอ๋อง้าจะทำมากกว่าจูบ ทว่าวั่งเฟิ่งยังไม่อยากให้ความลับที่พยายามเก็บงำจบลงเท่านี้ เขาพยายามตั้งสติมั่น ดึงตัวเองให้หลุดพ้นจากความพิศวาส ยกมือตั้งอังอกแน่นๆผลักหย่งชวนออกห่าง
"นี่เ้าทำอะไรของเ้า วั่งเฟิ่งมาเป็ของข้าเถอะ... สนองสวาทให้ข้าที" หย่งอ๋องคนซึนถึงขั้นได้ร้องขอ
วั่งเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นเกิดใจสั่น ดึงหน้ากากที่ปิดเพียงครึ่งหน้าให้ครอบมิด ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป เขาหันกลับมาแลมองด้วยหางตา
"พลาดครั้งนี้ไป ข้าก็ไม่อาจเป็ของท่านได้อีก " วั่งเฟิ่งสุดเสียดาย แต่ก็ต้องเลือกทางที่สมควรจะเดิน เขาเห็นหย่งอ๋องเมาแอ๋ ปากตุ่ยน่าจูบ แก้มแดงแฉ่เพราะฤทธิ์สุรา มันยิ่งทำให้เขาใจสั่นแทบคลั่ง อยากจะวิ่งโผเข้ากอด ประกบปากจูบให้รู้แล้วรู้รอดไป ...แววตาอันแสนอาวรณ์ใช้ไม่ได้ผล ระหว่างที่วั่งเฟิ่งวิ่งหนีออกไป ปิดกระแทกประตูใหญ่ให้ใส่กลอน หย่งอ๋องคลานลงจากเตียงหวังวิ่งตามตัว ทว่าสายตาคนเมาค่อยๆพร่ามัว หลับลงกองพื้นอย่างไร้คราบอ๋องใหญ่
**********
เช้าวันรุ่งขึ้น
หย่งอ๋องรู้สึกตัวช้าๆ เพราะแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาแยงตา เนื้อตัวปวดร้าวราวไปทำอะไรแผลงๆมา พื้นที่เย็นเฉียบทำให้เขามีอาการไอ
"นี่ข้า..." หย่งอ๋องปวดหัวหนักเพราะดื่มมาก เขาใช้มืออังหน้าผาก มืออีกข้างกุมหลัง นึกไล่เรียงเหตุการณ์ตามลำดับ ...พอนึกขึ้นได้เท่านั้นแหละ หย่งอ๋องต้องตาเบิกโพลน กัดฟันกรี้ดๆๆๆในใจ
"บ้าเอ๊ย !!! ข้าทำอะไรลงไป แล้วจะกล้ามองหน้าเ้านั่นได้ไง" หย่งอ๋องแสนอาย ทิ้งตัวลงนอนพื้น แผ่ขานอนเป็ผัก
"ว่าแต่ทำไมวันนี้เ้าวั่งเฟิ่งไม่มารอรับใช้ข้าเหมือนอย่างเคยล่ะ หรือว่าเขาเกลียดข้าไปแล้วนะ" หย่งอ๋องคิดในหัว กลิ้งไปมาบนพื้น
ณ สนามฝึกทหาร
"วั่งเฟิ่ง เหตุใดวันนี้เ้ามาฝึกกับพวกข้าได้ล่ะ มิต้องไปคอยรับใช้หย่งอ๋องเหรอ" เ้าอ้วนตั่วผ้านดีใจมากที่เห็นเ้ากุ้งแห้งตัวจ้อย สหายเพียงคนเดียวของเขา
"ไม่ล่ะ วันนี้ข้าอยากมาฝึกยุทธกับสหาย" วั่งเฟิ่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นๆ
"วั่งเฟิ่ง!!! ข้าดีใจสุดๆเลย ในที่สุดเ้าก็เห็นข้าเป็เพื่อน" ตั่วผ้านทิ้งอาวุธในมือ ะโกอดวั่งเฟิ่งเต็มแรงจนคนร่างน้อยเช่นนางล้มกระแทกพื้น
"อะ อ๋า เ้าอ้วน ทำอะไรของเ้า อยากฆ่าข้าหรือไง" วั่งเฟิ่งโดนทับร่างเกลียกพื้น แทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ไหว
"ไอ๊หย๊า สหาย ข้าขออภัย" ตั่วผ้านดีใจออกนอกหน้าไปหน่อย เขาค่อยๆประคองวั่งเฟิ่งลุกขึ้นอย่างเต็มใจ
"เ้าอ้วน ข้าขอบคุณเ้าที่อยากเป็สหายข้า บุญคุณที่เ้าออกหน้าช่วยเหลือในครั้งนั้นข้าต้องทดแทนแน่" อยู่ดีๆก็พูดบทซึ้งซะงั้น ...หลังจากพูดจบประโยค ทั้งสองเงียบเชียบ เ้าอ้วนเอาแต่มองไม่พูดอะไร ก่อนจะแหกปากร้องไห้จ้าเสียงดังลั่นออกมา
"หยุดนะเ้าอ้วน ร้องไห้ทำไม เดี๋ยวก็โดนทำโทษกันทั้งหมดหรอก" วั่งเฟิ่งเอามือบางๆอุดปากเ้าอ้วนไว้ ใช้สองฝ่ามือปิดยังไงก็ไม่มิด
"ก็เพราะว่า นอกจากท่านแม่แล้ว ไม่มีใครพูดดีกับข้าเช่นเ้า ั้แ่เล็กจนโตข้าไม่เคยมีสหาย ใครๆต่างรังเกียจที่ข้าตัวอ้วน" ยิ่งพูดยิ่งร้อง ยิ่งห้ามยิ่งแหกปาก
"ทนไม่ไหวแล้วโว้ย" เพื่อให้เขาสงบลง วั่งเฟิ่งวิ่งแจ้นหนีจากสนามฝึกทหารไปแอบหลังต้นไม้ใหญ่
"โอ่ว นั่นเ้าเด็กจอมซนที่ไหนมาวิ่งเล่นที่นี่ รบกวนการหลับนอนของข้าจริงเชียว" ต้วนชิงเหล่ตามอง เห็นวั่งเฟิ่งตัวเล็กตัวน้อยเกินกว่าจะเป็ทหารรบ เขาจึงนึกว่าเป็เด็กน้อยที่หนีพ่อแม่มาเล่นซน
*ต้วนชิง(พระรอง) เป็เครือญาติฝั่งพ่อ ที่ปลีกวิเวกไปฝึกวิชายุทธในหุบเขาหลวงนาน 20 ปี บัดนี้ได้ยินชื่อเสียงอันเลื่องลือของหย่งอ๋อง จึงมาเยือนจิ่งโจว*
วั่งเฟิ่งอิงตัวพิงต้นไม้ใหญ่ กำลังจะเคลิ้มหลับ ในหัวกลับนึกถึงแต่รอยจูบอันเย้ายวนสวาทใจของหย่งชวน มันทำให้เขาหลับไม่ลงจริงๆ แม้จะข่มตายังไงก็ตาม
"โถ้วววววเว้ย นี่มันภาพหลอนบ้าอะไรกัน" อยู่ๆวั่งเฟิ่งก็ะโออกมา มีท่าทีฟึดฟัด หันเข้าหาต้นไม้ใหญ่เตะถีบตียันจนมันสั่นครอน
"เ้าเด็กบ้านั่น น่าเอ็นดูชะมัด" บุรุษใจดีวัย 35 ปีแสยะยิ้มมุมปาก ทรงตัวมองวั่งเฟิ่งด้วยความหลงใหล แต่ทว่าคนฉลาดที่ฝึกยุทธมาถึง 20 ปีอย่างเขา เก่งกาจเหนือชั้น แม้กระทั่งมองคนยังทะลุปรุโปร่ง
"ห่ะ นั่นมันสตรีหรือ" เมื่อต้วนชิงเพิ่งมองดูดีๆจนแน่ใจว่าเป็สตรี เขาเคลื่อนตัวลงมาด้วยความเร็ว สกัดจุดให้นางหยุดนิ่ง พร้อมหยุดเวลาไปชั่วขณะ ...ต้วนชิงคนโกง ใช้โอกาสนี้แง้มเปิดหน้ากากอสูรที่นางสวมใส่ เขาเห็นใบหน้าแววตาอันแสนงามอย่างแจ่มแจ้ง ชายวัย 35 ปี ที่โดดเดี่ยวไร้รักมานาน ต้องหัวใจหวั่นไหวั้แ่แรกเห็น
เพื่อตีสนิทกับสตรี ต้วนชิงยืนชิดหลังแนบต้นไม้ จับหมัดและเท้าของนางแนบตัว คล้ายกำลังต่อยตีเขาแทน ...ต้วนชิงผู้มากยุทธ สั่งให้ห้วงเวลากลับมาเดิน แขนขาเล็กๆกระแทกเข้าเนื้อตัวจัง ๆ ต้วนชิงยอมเจ็บขนาดนี้เพื่อแลกกับการสานสัมพันธ์กับสตรี
"ห่ะ !!! อ๊ากกก " วั่งเฟิ่งใมาก ร้องลั่นออกมาในขณะนั้น
"ข้าต่อยตีต้นไม้อยู่แท้ๆ ฉไหนเลยมาเป็ท่าน" วั่งเฟิ่งลดแขนขาลง ย่อไหว้สวยเพื่อเป็การขออภัย เตรียมจะวิ่งหนีความผิด
"เดี๋ยวสิ... ต้นไม้ที่ไหนกัน เห็นอยู่กับตาว่าเ้าตีข้า จะไม่คิดรับผิดชอบงั้นเหรอ" ต้วนชิงคว้าข้อมือน้อยๆก่อนที่นางจะออกตัววิ่ง พร้อมพูดอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงตะมุตะมิ น่าเห็นใจ
"งั้นท่านจะให้ข้าช่วยอะไรโปรดบอกข้า " วั่งเฟิ่งจำใจหันกลับมา ถามไถ่อาการให้รู้ไป
"ขะ ข้า เจ็บหนัก เจ็บตรงนี้ ตรงนั้น ตรงนี้อีก" ต้วนชิงอ้อนหนักมาก ไม่พอเท่านั้นยังทิ้งตัวให้นางรับไว้
"อ๋า ร่างใหญ่ของท่านหนักชะมัด" วั่งเฟิ่งรับร่างกำยำของเขาไว้เต็มๆ ท้ายที่สุดต้องประคองต้วนชิงไปที่จวนอ๋องใหญ่
"ท่านผู้ใหญ่ ข้าผู้น้อยวั่งเฟิ่งผิดต่อท่านจริงๆ แต่ข้ามั่นใจว่ามิได้รุนแรงถึงขั้นต้องรับผิดชอบเนื้อตัวท่าน หากยืนยันว่าข้าเป็ฝ่ายกระทำอยู่อีก ก็ไปพบท่านอ๋องให้ตัดสินมันพร้อมข้าเลยเถอะ" นางบ่นคำพูดพวกนี้ไปตลอดทาง
"ท่านอ๋อง... ท่านวั่งเฟิ่งมาแล้วขอรับ " เสียงบ่าวรับใช้กระซิบรายงานหย่งอ๋อง
"จริงหรือ งั้นวันนี้งานที่ข้ามอบหมายให้เ้าถือว่าสิ้นสุดแล้ว ไปทำอย่างอื่นเถอะ " หย่งอ๋องชะเง้อชะแง้รอวั่งเฟิ่งั้แ่เช้า ไม่เห็นโผล่มาซะที ในใจเกิดกังวล กลัวเขาจะหนีไป หย่งอ๋องผู้ป่วยไข้ชะเง้อมองจนปวดคอ ทำได้เพียงออกคำสั่งให้บ่าวในเรือนเฝ้าสังเกตการณ์แทน
"ตะ ตะ แต่" บ่าวพยายามจะรายงานว่าวั่งเฟิ่งพาคนมา แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน เพราะกลัวอ๋องใหญ่จะกริ้ว คำพูดกุกกักยิ่งสร้างความลำคาญใจ
"แต่ แต่ อะไรของเ้า ไม่ได้ยินคำสั่งของข้าหรือไง ไสหัวไป!!!" หย่งอ๋องหุบยิ้มแทบไม่ได้ รีบวิ่งแจ้นขึ้นเตียง นอนห่มผ้าผืนใหญ่ แกล้งทำอ่อนแอเนื้อตัวหนาวสั่นเหมือนคนใกล้ตาย
พรึ้ก!!! เสียงเท้ายันประตูเรือนจนเกือบหลุด เพราะมือไม่ว่าง ประคองร่างต้วนชิง
"วั่งเฟิ่ง... เ้ามาแล้วหรือ ชักช้าไม่ทันกาล คงต้องรอให้ข้าตายก่อนสินะ เ้าถึงจะโผล่หัวมา" หย่งชวนพูดคำพวกนั้นโดยไม่ได้ลืมตามองแม้แต่นิดเดียว
"แอ๊กๆ แอ๊ก แฮ๊ก " เสียงต้วนชิงไอออกมา หวังส่งสัญญาณให้หย่งชวนตื่นตัว
"ห่ะ วั่งเฟิ่ง เ้าเป็อะไรน่ะ " ทันทีที่ได้ยินเสียงไอแค่กๆ หย่งชวนว้าวุ่นใจมาก คิดว่าเสียงนั่นเป็ของวั่งเฟิ่ง เขาลุกพรวดจนลืมว่าตัวเองแกล้งป่วยไข้
"ทะ ทะ ท่าน มิได้ป่วยไข้หรอกหรือ" วั่งเฟิ่งท้วงติงทันควัน
"นั่นมัน... ท่านอาเล็ก ท่านโอบวั่งเฟิ่งของข้าได้ยังไงกัน" แกล้งป่วยก็แกล้งป่วยสิวะ วินาทีนี้ไม่สนใจไม่ได้แล้ว หย่งชวนเดินตึกๆเข้าหาพวกเขาจับแยกต้วนชิงออกให้ห่างวั่งเฟิ่ง แล้วจึงค่อยเดินกลับไปทิ้งตัวนอนบนเตียง