ได้ฟังคำตอบของมู่หลงชิงก็ทำให้ต้วนเจี่ยหานสีสีหน้าที่มีความสุขขึ้นมา .....
ดีเช่นนั้นเ้าก็จงเตรียมตัวซะปรับพลังและสมาธิของเ้าให้อยู่ในความพร้อมมากที่สุด เพราะข้าจะถ่ายทอดทุกอย่างให้แก่เ้า ถ้าเกิดเ้าไม่เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างที่ข้ามอบให้กับเ้าก็จะกลายเป็สูญเปล่าไป
ได้ยินต้วนเจี่ยหานกล่าวออกมามู่หลงชิงก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรไปเพียงแค่นั่งลงและทำสมาธิและจิตใจของเขาให้สงบเท่านั้น ผ่านไปเพียง 1 ก้านธูปมู่หลงชิงก็ลืมตาขึ้นมา ท่านบรรพบุรุษต้วนเจี่ยหานข้าน้อยพร้อมแล้วในตอนนี้
ดีเช่นนั้นเ้าก็จงเปิดจิตใจของเ้าและรับทุกอย่างที่ข้าถ่ายทอดให้ผ่านเข้าไปในจิตใจและปราณจิตของเ้าอย่าได้ต่อต้านเป็อันขาด มันอาจจะทำให้เ้ารู้สึกทรมานบ้างแต่เ้าต้องผ่านมันไปให้ได้ พูดจบต้วนเจี่ยหานก็ได้เอานิ้วชี้ไปที่หน้าผากของเขาเองก่อนที่จะต่อยๆดึงนิ้วออกมา และได้มีเส้นใยความทรงจำของเขาออกมาด้วย เส้นใยความทรงจำนี้ได้รวมความรู้และทักษะทุกอย่างของผู้ผนึกอสูรและเคล็ดบ่มเพาะวิชาต่างๆของเขาไว้หมดแล้ว ก่อนที่เขาจะนำมันไปแตะที่หน้าผากของมู่หลงชิงเพื่อให้ซึมซับเข้าไปในความทรงจำและปราณจิตของเขา
เมื่อความทรงจำต่างๆที่ไม่ใช่ของตนเองไหลหลากเข้ามาในความทรงจำและปราณจิตของเขาก็ได้ทำให้มู่หลงชิงร้องออกมาด้วยความเ็ปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะกัดฟันอดทนต่อความเ็ปนี้ เพราะความทรงจำที่เพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหันในปราณจิตของเขานั้นมีมากจนเกินไปทำให้เขายังไมาสามารถย่อยสลายความทรงจำเหล่านี้และซึมซับเข้าไปได้หมดในทันที ทำให้เขารู้สึกสับสนระหว่างความทรงจำของเขาเองและความทรงจำที่เขาได้รับมา
กระบวนการถ่ายทอดนี้ใช้เวลาไม่นานนักผ่านไปเพียง 1 ชั่วยามก็สามารถถ่ายทอดความทรงจำไปให้กับมู่หลงชิงได้หมดแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการซึมซับและย่อยสลายความทรงจำทั้งหมดที่ได้รับมานั้นต้องใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะทำให้กลายเป็ความทรงจำของเขาเองได้
มู่หลงชิงยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิมเพื่อเริ่มย่อยสลายและซึมซับทุกอย่างที่เขาได้รับมาจากต้วนเจี่ยหาน ในตอนนี้นั้นเขาได้ตกอยู่ในภวังค์ของความรู้ต่างๆที่เขาได้รับมา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยได้รับรู้มาก่อนในอดีตของเขา โดยเฉพาะเคล็ดวิชาผู้ผนึกอสูร เคล็ดวิชานี้มีด้วยกันทั้งหมด 7 ระดับ
ระดับที่ 1 ผนึกอสูร ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนเปลี่ยนกระดูกขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับแรกได้ ผนึกอสูรนี้ทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถผนึกการเคลื่อนไหวต่างๆของสัตว์อสูรได้ในระยะเวลานึงตามความสามารถของพลังบ่มเพาะของผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้มีระดับบ่มเพาะที่สูงกว่าสัตว์อสูรก็สามารถจะหยุดการเคลื่อนไหวได้เป็เวลานาน แต่ถ้าผู้ใช้มีระดับที่ต่ำกว่าอสูรนั้นก็จะหยุดการเคลื่อนไหวได้เพียวชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งถ้าสัตว์อสูรระดับสูงกว่าตนเองมาเกินไปก้ไม่สามารถผนึกการเคลื่อไหวของอสูรตนนั้นได้ เพียงแค่สามารถหยุกการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรได้เพียงชั่วคราวก็สามารถที่จะสังหารมันและผนึกจิตอสูรของมันได้แล้ว แค่ความสามารถแรกของเคล็ดวิชาผู้ผนึกอสูรก็เป็เคล็ดวิชาที่ท้าทายฟ้าดินมากแล้ว
ระดับที่ 2 ผสานจิตอสูร ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนรวบรวมลมปราณขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 2 ได้ ผสานอสูรนั้นเป็การนำจิตอสูรที่ผนึกไว้แล้วผสานรวมเข้ากับทะเลปราณของคนนั้น และคนผู้นั้นจะต้องสร้างทะเลปราณขึ้นมาให้ได้ก่อนถึงจะสามารถผสานไปในทะเลปราณของตนเองได้ การผสานจิตอสูรไปในทะเลปราณนั้นเป็ข้อดีอย่างนึงของ ผสานจิตอสูรนี้ เพราะจิตอสูรของเขาจะไม่มีทางถูกทำลายจากภายนอก มีเพียงต้องทำลายทะเลปราณของคนนั้นเท่านั้นถึงจะสามารถทำลายจิตอสูรไปด้วย แต่การที่นักสู้ถูกทำลายทะเลปราณก็ไม่ต่างอะไรกับการสังหารคนผู้นั้นเลย เพราะฉะนั้นนักสู้ส่วนมากจะมีการป้องกันทะเลปราณของตนเองเป็พิเศษ และการผสานจิตอสูรนี้ยังทำให้สามารถนำจิตอสูรที่ผนึกไว้ในทะเลปราณออกมาร่วมต่อสู่กับตนเองได้อีกด้วย ทำให้ระดับที่ 2 นี้มีประโยชน์เป็อย่างมาก
ระดับที่ 3 ดวงตาอสูร ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนปราณปลายฟ้าขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 3 ได้ ดวงตาอสูรนั้นเป็การที่ผู้ใช่สามารถเปิดดวงตาที่สามขึ้นมาได้ เป็การเปิดดวงตาของอสูรที่ผู้ใช้ได้ผนึกเอาไว้ในทะเลปราณ การใช้วิชานี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ความสามรถเฉพาะตัวของจิตอสูรตนนั้นได้โดยที่ไม่ต้องนำอสูรตนนั้นออกมาจากทะเลปราณ ไม่เพียงแต่ความสามารถของอสูรเท่านั้นที่ใช้ได้ยังทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนแปลงกลิ่นอายของตนเองไปเป็จิตอสูรตนนั้นได้ด้วย ทำให้เป็ประโยชน์อย่างมากถ้าถูกตามล่าโดยศตรูบ้างคน เพราะกลิ่นอายของนักสู่นั้นไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลได้ ทำให้ถ้าถูกหมายตาไว้แล้วก็ยากที่จะหนีพ้น แม้กระทั่งเคล็ดวิชาเทพอสูรของมู่หลงชิงก็เพียงสามรถใช้พลังของจิตอสูรตนนั้นได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนกลิ่นอายของตนเองได้
ระดับที่ 4 อสูรสัมพันธ์ ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนิญญาราชันขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 4 ได้ อสูรสัมพันธ์นั้นเป็อีกระดับนึงของการผนึกอสูรที่ผู้ผนึกรุ่นที่ 2 ต้วนมู่หล่างได้พัฒนาขึ้นมา อสูรสัมพันธ์นั้นคือการทำพันธะสัญญาเืกับจิตอสูรตนนั้น การทำแบบนี้จะเป็ผลดีกับทั้งผู้นึกอสูรและจิตอสูรที่ทำพันธะสัญญาด้วย เพราะเมื่อระดับพลังของผู้ใช้เพิ่มขึ้นจิตอสูรที่ทำพันธะสัญญาด้วยก็จะมีระดับพลังเพิ่มขึ้นไปด้วยแต่ไม่สามารถมีพลังเกินกว่าผู้ผนึกอสูรได้จึงไม่ส่งผลเสียต่อผู้ใช้วิชานี้ มีแต่ทำให้มีพลังที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ระดับที่ 5 มนตราอสูร ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนเสมือนเซียนขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 5 ได้ ในระดับที่ 5 นั้นผู้ใช้สามารถที่จะผนึกอสูรระดับเซียนได้แล้ว อสูรระดับเชียนแต่ละตัวนั้นจะมีความสามารถเฉพาะตัวอย่างนึงแตกต่างกันออกไปเป็ความสามารถที่ตื่นขึ้นมาเองเมื่ออสูรตนนั้นไปถึงระดับเซียนได้ ความสามารถนี้จะถูกเรียกว่ามนตราอสูร มนตราอสูรนี้เรียกได้ว่าเป็ไม้ตายของอสูรเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่มีเคราะห์ร้ายถึงชีวิตจริงๆพวกมันไม่มีทางใช้มนตราอสูรออกมาอย่างแน่นอน เพราะการใช้มนตราอสูรนั้นจะทำให้พวกมันอยู่ในอาการอ่อนแอเป็อย่างมากหลังจากใช้ออกมาแล้ว และจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานอย่างมากถึงจะสามารถใช้ได้อีกครั้งนึง แต่ถ้าเป็ผู้ผนึกอสูรเปนคนใช้มนตราอสูรเองจะมีความแตกต่างกันอย่างมากเพราะผู้ผนึกอสูรจะไม่ได้รับผลกระทบหลังจากใช้มนตราอสูร มีเพียงจิตอสูรเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ และต้องฟื้นฟูเป็เวลานาน แต่ผู้ผนึกอสูรจะไม่สามารถเรียกจิตอสูรตนนั้นออกมาได้อีกหลังจากใช้มนตราอสูร ต้องรอจนกว่าจิตอสูรตนนั้นจะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างเดิมถึงจะสามารถเรียกใช้ได้อีกครั้ง
ระดับที่ 6 สลายิญญา ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนเทวะขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 6 ได้ สลายิญญานั้นเป็วิชาลับอย่างนึงที่มีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆผู้ผนึกอสูรจะไม่ใช่วิชานี้อย่างเด็ดขาด เพราะวิชานี้สามารถใช้จิตอสูรเข้าไปทำลายจิติญญาของศตรูได้โดยตรงแต่ก็แรกกับการที่ต้องสูญเสียจิตอสูรตนนั้นที่ทำพันธะสัญญาด้วย และยังทำให้ผู้ใช้มีระดับการบ่มเพาะลดลงมา 1 เขตแดนและยากที่จะฟื้นฟูกลับมาให้เหมือนเดิมได้ แต่ถ้าใช้วิชานี้กับศตรูที่มีความแข็งแกร่งมากเกินไปก็อาจทำให้ศตรูได้รับความเสียหายทางจิตวิญาณเท่านั้นแต่ไม่สามารถสลายจิติญญาของศตรูได้ เพราะเหตุนี้จึงไม่ค่อยมีผู้ผนึกอสูรอยากจะใช้วิชานี้สักเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็จริงๆ
ระดับที่ 7 ผนึก 7 ชั้นฟ้า ต้องมีระดับการบ่มเพาะระดับเขตแดนจักรพรรดิเทพเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนระดับที่ 7 ได้ ผนึก 7 ชั้นฟ้านั้นเป็วิชาลับที่มีอันตรายเป็อย่างมากต่อผู้ใช้ วิชานี้จะใช้ก็ต่อเมื่อไม่มีหนทางที่จะเอาชนะศตรูได้แล้วเท่านั้นถึงผู้ผนึกอสูรถึงจะใช้วิชานี้ เหมือนกับต้วนมู่หล่างที่ไม่สามารถเอาชนะเทพอสูรพยัคทมิฬได้จึงได้ใช้วิชา ผนึก 7 ชั้นฟ้าออกมาเพื่อแยกจิติญญาและร่างกายของมันออกจากกันแต่ก็ต้องแรกมากับการที่จิติญญาของตนเองได้รับความเสียหายไปด้วยเหมือนผู้ผนึกอสูรรุ่นที่ 1 และ 2 ที่ได้ทำการผนึกอสูรระดับเทพนั้นเอง วิชานี้สามารถใช้ได้กับทั้งสัตว์อสูร เผ่าปีศาจ และมนุษย์ เพราะผู้ผนึกอสูรรุ่นที่ 2 ต้วนมู่หล่างได้พัฒนาวิชานี้ขึ้นไปอีกจึงสามารถใช้ผนึก7ชั้นฟ้านี้ได้กับทุกเผ่าพันธ์
เพียงแค่เคล็ดวิชานี้วิชาเดียวกีมีค่าให้ทุกเผ่าพันธ์ทำากันเพื่อแย่งชิงกันแล้ว วิชาที่ท้าทายฟ้าดินเช่นนี้กลับตกมาอยู่ในมือของเขาและวจะไม่ให้มู่หลงชิงตื่นเต้นได้อย่างไร เท่ากับตอนนี้เข้า มีทั้งเคล็ดบ่มเพาะเทพอสูรและเคล็ดวิชาผู้ผนึกอสูรอีก แล้วแบบนี้คัยจะสามารถต่อกรกับเขาได้อีกในอนาคต ถ้าเขาต้องเจอกับจักรพรรดิปีศาจเทียนฉีอีกครั้งเขาก็มีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน
ปล....
ต้องขออภัยที่หายไปนานเนื่องจากติดงานที่ต้องออกนอกพื้นที่นานจึงทำให้ไม่มีเวลาที่จะอัพนิยายได้จึงขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วย