cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ฝึกฝนทักษะ

    หลังจากวันแห่งการลงโทษผ่านไป ไป๋ฉียังคงแบกสายถ่วงน้ำหนักสี่เส้นสองร้อยกิโลกรัมทุกวันเหมือนดังที่อาจารย์ของเขาสั่งให้ทำ อีกทั้งในทุกๆวันยังต้องวิ่งรอบหน่วยงานสิบรอบ

     

    ต้องบอกเลยว่าในตอนแรกไป๋ฉีทุลักทุเลเป็๲อย่างมาก แต่เมื่อผ่านไปสองสัปดาห์เขาก็สามารถลุก เดิน วิ่ง ได้เหมือนดังคนปกติทั่วไป พัฒนาการของเขานั้นแม้แต่หัวหน้าทีมทั้งสี่คนยังต้องอ้าปากค้างในความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม เพราะหลังจากที่เขาวิ่งเสร็จแล้วยังต้องฝึกรับแรงกดดันของอู่จินหยางที่แม้แต่พวกเขายังต้องขยาดแต่ไป๋ฉีกลับทนรับมันได้ทุกวี่วันทำให้พวกเขาต่างยกนิ้วให้เลยทีเดียว

     

    "อาจารย์ ผมวิ่งเสร็จแล้วครับ"เมื่อวิ่งครบสิบรอบ ไป๋ฉีก็เดินมาหาอู่จินหยางผู้เป็๲อาจารย์ที่ตอนนี้กำลังยืนรอเขาอยู่ที่สนามฝึกซ้อมในตึก๬ั๹๠๱ขาว

     

    "อืม ดูเหมือนว่าจะปรับตัวได้แล้วสินะ ถ้างั้นวันนี้ก็เริ่มฝึกวิชาดาบเลยแล้วกัน ดีไหม" เมื่อได้ยินคำว่าวิชาดาบ ไป๋ฉีดวงตาทอประกายและรีบตบปากรับคำในทันที เพราะมันเป็๲วิชาที่เขาชื่นชอบ

     

    "ก่อนที่จะพูดถึงทักษะดาบ ฉีเออร์ เธอจะต้องเรียนรู้พื้นฐานของทีมนักสู้เสียก่อน"

     

    "พื้นฐานทีมนักสู้หรือครับ?"ไป๋ฉีกล่าวอย่างงุนงง

     

    อู่จินหยางเดินไปด้านหน้าจากนั้นก็เริ่มบรรยาย "ใช่ ทีมนักสู้ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยห้าส่วนด้วยกันตามลักษณะของ๬ั๹๠๱ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ส่วนหัวเป็๲หน่วยโจมตีหลัก ปีกซ้าย-ขวาเป็๲หน่วยโจมตีสนับสนุนโดยใช้ความเร็ว ส่วนลำตัวเป็๲สนุนการโจมตีจากระยะไกลและคอยสังเกตุการณ์ สุดท้ายคือหางจะเป็๲คนที่คอยคุ้มกันส่วนลำตัวไม่ให้อบิสเข้าใกล้ได้"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ นี่คือพื้นฐานของทีมสินะดูแล้วค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว มิน่าทุกทีมถึงได้มีสมาชิกขั้นต่ำอยู่ที่ห้าคน

     

    "แต่ในกรณีของเธอจะไม่ใช่! อาจารย์อยากจะให้เธอเป็๲นักสู้อีกจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า โซโล่ หรือก็คือเธอจะต้องทำงานตัวคนเดียว ดังนั้นสิ่งที่อาจารย์คนนี้จะสอนให้ก็คือ การโจมตีที่รุนแรงของส่วนหัว ความเร็วของปีก ความช่างสังเกตุและคาดเดาสถานการณ์ของส่วนลำตัว และการระวังตัวอยู่เสมอของส่วนหาง"เมื่อได้ยินผู้เป็๲อาจารย์กล่าวออกมาเช่นนี้ไป๋ฉีก็นิ่งอึ้งและกลืนน้ำลายอึกใหญ่

     

    ทว่าทันใดนั้นอู่จินหยางก็หยิบดาบยาวขึ้นมา "เอาละในเมื่อรู้พื้นฐานที่จะต้องฝึกแล้วก็มาเริ่มฝึกวิชาดาบกันเถอะ ทักษะนี้มีชื่อว่าดาบประกายแสงเก้ากระบวน ดูให้ดี"

     

    ไป๋ฉีเมื่อได้ยินก็จับจ้องไปที่อู่จินหยางด้วยความตั้งใจ ในเวลานี้เบื้องหน้าของอู่จินหยางมีหุ่นปรากฏขึ้นมา ชายหนุ่มผู้เป็๲อาจารย์เริ่มตั้งท่าและก้าวออกไป ทำให้เกิดประกายแสงสีทองเก้าสายที่โจมตีเข้าใส่หุ่นนั้นจนเกิดรอยฟันขนาดใหญ่เก้าครั้งก่อนที่อู่จินหยางจะกลับมาอยู่ที่เดิม

     

    "เอ่อ.....อาจารย์ครับ ผมมองไม่ทัน"ไป๋ฉีกล่าวออกไปตามตรง เมื่อครู่เขาตั้งใจมองแล้วแต่ก็เห็นเพียงแค่แสงสีทองแวบไปแวบมาก็เท่านั้น

     

    "อ่อ ขอโทษที เมื่อกี้อาจารย์ใช้คอสมิคฟรอสไปน่ะ เดี๋ยวทำให้ดูใหม่โดยใช้แค่ฟรอสธรรมดา"อู่จินหยางกล่าวทันใดนั้นก็เริ่มทำตัวอย่างให้ดูอีกครั้ง

     

    ครั้งนี้แม้มันจะรวดเร็วอยู่มากแต่ไป๋ฉีก็สามารถมองเห็นมันได้ 'แบบนี้นี่เอง เคล็ดลับของทักษะนี้คือความเร็วและการควบคุมฟรอส เมื่อทำการเคลื่อนไหวจะส่งฟรอสไปที่ขาเพื่อ๱ะเ๤ิ๪ความเร็ว แต่เมื่อคิดจะฟาดฟันก็ต้องควบคุมฟรอสไปที่แขนและดาบเพื่อทำให้เกิดพลังสูงสุด เป็๲ทักษะที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ความจริงแล้วยากมากๆเพราะต้องควบคุมฟรอสโดยฉับพลัน'

     

    "ดูแล้วเข้าใจหรือเปล่า"อู่จินหยางเมื่อสำแดงทักษะให้ดูจนเสร็จก็หันมากล่าวถามอีกครั้ง

     

    "ครับ ต้องส่งฟรอสไปที่ขาในตอนเคลื่อนไหว และตอนฟันก็ส่งฟรอสเข้าไปที่มือและแขน"ไป๋ฉีกล่าว ผู้เป็๲อาจารย์ที่ได้ยินก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

     

    "เยี่ยมมาก ดาบประกายแสงเก้ากระบวนเป็๲ทักษะที่ใช้การควบคุมฟรอสและความเร็วเป็๲หลักและทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็๲คอมโบทั้งหมดเก้าครั้ง หากทำได้อย่างสมบูรณ์แบบการเคลื่อนไหวและการฟันจะทวีความเร็วและความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีพลังมากพออาจจะเห็นเป็๲เพียงแค่ลำแสงพุ่งไปพุ่งมาเท่านั้น"

     

    "นี่คือวิชาที่เหมาะกับเธอที่สุดเพราะมีทั้งพลังและความเร็ว ขอเพียงช่างสังเกตุหน่อยเมื่อเห็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายก็จะพุ่งเข้าไปฟันด้วยความเร็วอย่างง่ายดาย"

     

    "ในกรณีของอาจารย์นั้นด้วยที่มีคอสมิคฟรอสธาตุแสงที่ส่งเสริมความเร็วอยู่แล้วจึงใช้คอสมิคฟรอสธาตุแสงเพื่อควบคุมความเร็วของการเคลื่อนไหว และใช้ฟรอสธรรมดาในการประสานการโจมตี ดังนั้นมันจึงดูง่าย แต่เธอมีคอสมิคฟรอสธาตุแม่เหล็กที่ไม่มีคุณสมบัติด้านความเร็วจึงไม่สามารถทำแบบอาจารย์ได้ ดังนั้นที่เธอทำได้คือควบคุมฟรอสโดยฉับพลันให้มันไหลไปยังขาและแขนอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาชั่วพริบตา"

     

    "เอาล่ะ เสร็จสิ้นการทำตัวอย่างและอธิบาย ทำให้ได้สามกระบวนอาจารย์ถึงจะปล่อยให้เธอออกไปทำภารกิจได้เข้าใจไหม ส่วนชุดเกราะนาโนอาจารย์ได้รับมาให้แล้ว เอาไว้มารับตอนไปทำภารกิจ"

     

    "ครับอาจารย์"ไป๋ฉีกล่าว และเริ่มทำการฝึกฝนทันที ส่วนอู่จินหยางนั้นก็นั่งดูอยู่บริเวณริมห้องเพื่อดูพัฒนาการของศิษย์ต่อไป

     

    'หุหุ นายท่าน ถ้าหากนายท่านใช้สายฟ้ากับแสงในการประสานการโจมตีทักษะนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร แถมท่านจะทำสักร้อยกระบวนก็ทำได้ท่าควบคุมมันได้ดีพอ'เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างขบขัน

     

    ไป๋ฉีได้ยินก็อดยกยิ้มและส่ายหัวไม่ได้และกล่าวตอบกลับไป 'เอาไว้ไปฝึกที่บ้านแล้วกัน ต่อหน้าอาจารย์ก็ใช้ความสามารถเท่าที่มีไปก่อน'

     

    เมื่อพูดจบก็หยิบดาบและเริ่มการฝึกทันที ไป๋ฉีหลับตาทำสมาธิและค่อยๆตั้งท่า พลังฟรอสของเขาค่อยไหลไปที่ขาเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พุ่งเข้าใส่หุ่นข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ทว่าด้วยที่ไม่คุ้นชิน ยังไม่ทันที่ไป๋ฉีจะขยับดาบหรือแม้แต่ควบคุมฟรอสมาไว้ที่แขนเลยด้วยซ้ำ เขาก็พุ่งเข้าชนหุ่นอย่างจังจนลงไปกองกับพื้นในทันที

     

    "ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆฝึกไป"อู่จินหยางเมื่อเห็นลูกศิษย์ของตนเองที่ตอนนี้กำลังนั่งกุมท้องเพราะจุกจากการพุ่งชนก็เกือบจะกลั่นขำไม่ได้ ก่อนที่เขาจะกล่าวแนะนำให้ฝึกอย่างค่อยๆเป็๲ค่อยๆไปจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว

     

    "อ๊า ให้ตายเถอะขายหน้าชะมัด"ไป๋ฉีลุกขึ้นพร้อมทำหน้ามุ้ย ก่อนที่จะฝึกต่อไปอย่างไม่มีหยุดพัก เนื่องจากยิ่งฝึกเท่าไรชายหนุ่มก็จะมียิ่งมีสมาธิอยู่กับมันมากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกที่เขาจะฝึกจนลืมวันลืมอย่างอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้