เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 พวกค้ามนุษย์?

            วันนี้คุณโจวเฉิงผิดกฎไปหน่อยนะ

            จูงมือพิฆาตและโอบกอดลอบโจมตีเมื่อทำแล้วไม่ตะกุกตะกักเลยแม้แต่นิดเดียว

            หวูดรถไฟร้องส่งเสียงยาว โจวเฉิงเดินตามฝูงชนได้ไม่กี่ก้าว ภาพก็ค่อยๆถูกรถไฟที่เคลื่อนตัวสลัดลับไปไกล เห็นใบหน้าของเขาคนนั้น โจวเฉิงที่มีท่าทางเกเรแสนเจ้าเล่ห์สุดท้ายพลันหายไปแล้ว เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกว่างเปล่าอยู่บ้างคังเหว่ยหาเตียงชั้นล่างให้แก่เซี่ยเสี่ยวหลาน ไม่ต้องปีนขึ้นปีนลงเวลาพักผ่อนนั้นสบายที่สุด

            จากที่นั่งธรรมดาเปลี่ยนเป็นตู้นอนทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานหมดปัญหาไปมากมาย การจะซื้อตั๋วตู้นอนได้ ไม่ว่าที่มาคืออะไรอย่างน้อยต้องมีเส้นสายอยู่บ้างและตรงนี้ก็เป็นจุดที่พนักงานรถไฟจะใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ...สำหรับหญิงสาวสะสวยอย่างเซี่ยเสี่ยวหลานนี้ความปลอดภัยคือสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับหนึ่ง

            นอกจากนี้ ตู้นอนถือเป็นความเพลินเพลินชั้นยอดที่สุดบนรถไฟแล้วเธอจะรังเกียจได้ที่ไหนกัน!

            รถไฟของเซี่ยเสี่ยวหลานขับไปไกลลิบแล้ว โจวเฉิงถึงออกจากชานชาลาเขากำลังตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ของตนเองที่หยางเฉิงมีใครควรค่าแก่การเชื่อถือ ครุ่นคิดไปมาเมื่อโจวเฉิงจัดการติดต่อวางแผนทุกอย่างเรียบร้อยขณะโจวเฉิงจากสถานีมาก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว

            คังเหว่ยนั่งยองๆ อยู่ข้างรถพลางหาวหวอด เมื่อเห็นเขาทันใดนั้นก็เด้งตัวขึ้นมา

            “พี่เฉิงจื่อ เรื่องพี่สะใภ้จัดการเรียบร้อยแล้ว?”

            โจวเฉิงพยักหน้า “ลำบากนายแล้ววันนี้ได้เส้นสายของใครล่ะ?”

            “อาหญิงผมมีเพื่อนร่วมชั้นทำงานที่สำนักงานรถไฟประจำอวี้หนานธุระพูดแค่ประโยคเดียว ลำบากอะไรกัน”

            คังเหว่ยเองไม่สนใจนัก แต่โจวเฉิงย่อมต้องขอบคุณในน้ำใจนี้คังเหว่ยเป็นลูกชายของผู้มรณกรรมในสงคราม สถานะของคังเหว่ยจึงพิเศษมากเพราะสามีภรรยาเฒ่าตระกูลคังรักใครเอ็นดูคังเหว่ยเหลือเกินทัศนคติที่คนอื่นมีต่อเขาก็ค่อนข้างซับซ้อน อาชายและอาหญิงในครอบครัวล้วนทำงานกันไม่เลวทว่าคังเหว่ยเอ่ยปากขอร้องพวกเขาน้อยครั้งนัก

            “กลับปักกิ่งแล้วขอบคุณอานายดีๆ เสียด้วยล่ะ แม้เป็นธุระเล็กน้อยเขาก็ยังเป็นห่วงนาย”

            คังเหว่ยไม่เต็มใจนัก แต่โจวเฉิงไม่เคยพูดจาไร้สาระและคงไม่เกิดผลเสียกับเขาอยู่ดี คังเหว่ยตัดสินใจเชื่อฟังโจวเฉิง

            คังเหว่ยพยักหน้าอิดออด โจวเฉิงตบบ่าของเขา “ไปเถอะ กินอะไรหน่อยค่อยออกเดินทาง รอบนี้จะไปถึงหยางเฉิงเวลามีน้อย ระหว่างทางพวกเราสองคนต้องทำงานหนักกันแล้ว”

            แผนการแรกคือจากปักกิ่งถึงเซี่ยงไฮ้ เส้นทางคุ้นชินไม่ว่าขนถ่ายสินค้าขึ้นลงที่ไหน รวมถึงระหว่างทางหยุดในเมืองใหญ่กี่เมือง พวกเขาล้วนมีแผนรองรับเอาไว้หมดแล้วสินค้าทั้งรถของพวกเขาคันนี้ถ่ายลงเมื่อไรเติมขึ้นเมื่อนั้นเดิมทีก็ไม่มีความตั้งใจจะไปหยางเฉิง ธุรกิจนี้ทำเงินได้ดีมาก กำไรมีความเสี่ยงสูงเส้นทางจากปักกิ่งถึงเซี่ยงไฮ้ถูกโจวเฉิงวางแผนเรียบเรียงไว้ในหัวเรียบร้อยแล้วแต่การไปหยางเฉิงครั้งนี้ยังไม่ได้จัดการ

            คังเหว่ยลังเลทีเดียว

            “ไปหยางเฉิง? ไม่ใช่พวกเราจะทับเส้นคนอื่นหรอกนะ?”

            “ฟ้าถล่มมีคนร่างสูงค้ำไว้ [1] อยู่ดี หยางเฉิงก็มีธุรกิจของหยางเฉิงขนาดพี่สะใภ้นายมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและเครือข่ายสายตาทางธุรกิจของเธอยังดีกว่านายโขเลย”

            คังเหว่ยไม่เชื่อ โจวเฉิงก็ไม่อธิบายให้มากความ

            เรื่องบางเรื่องต้องมองจากระยะไกลถึงสามารถเห็นผลลัพธ์ได้โจวเฉิงคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานหลักแหลม หลักแหลมและแกมโกงเป็นคนละเรื่องกันอย่างแรกทำให้คนนับถือทว่าอย่างหลังทำให้คนรังเกียจ

            ให้เวทีสักแห่งแก่คนฉลาดหลักแหลม เธอจะแปรผันเป็นลักษณะใดได้?

            โจวเฉิงเฝ้าคอยถึงวันนั้นอีกทั้งรู้สึกถึงความกดดันที่ไร้รูปร่าง... ความหวงแหนของเขาต่อเซี่ยเสี่ยวหลานเพียงพานพบครั้งแรกก็ตั้งมั่นว่านี่คือผู้หญิงของเขาบุรุษก็ควรจะแข็งแกร่งกว่าสตรีของตนเอง ถึงจะสามารถปกลมป้องฝนแทนเธอได้!

            เซี่ยเสี่ยวหลานเปลี่ยนแปลงได้โจวเฉิงก็ประสงค์ให้ตนเองยอดเยี่ยมมากขึ้นเช่นกัน

             

             

            เซี่ยเสี่ยวหลานเปลี่ยนจากที่นั่งธรรมดาเป็นตั๋วตู้นอนที่สงบสุข ทว่าสุดท้ายก็ยังคงโดนคนเล็งเป้าหมายเข้าให้

            ขบวนตู้นอนสงบเงียบมากกว่าปกติ เหล่าผู้โดยสารต่างไม่รบกวนกันเตียงของเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่ตรงข้ามกับชายวัยกลางคนที่มีลักษณะเป็นปัญญาชนสวมแว่นตาอ่านหนังสือพิมพ์ แม้เซี่ยเสี่ยวหลานหน้าตาสะสวยเพียงใด อย่างมากเขาก็แค่เมียงมองเท่านั้นไม่ได้คุกคามเธอ

            ค่ำคืนอันสงบสุขผ่านพ้นไป น้ำที่เธอนำมาเองดื่มจนหมดแล้วในตู้รถไฟมีที่สำหรับเติมน้ำร้อน ณตรงนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานก็ถูกทักทายโดยหญิงวัยกลางคนร่างอ้วน

            หญิงอ้วนหน้าตามีอัธยาศัยดี ใส่เสื้อคลุมทอด้วยขนสัตว์สีแดงตับหมูทั้งใบหน้าผัดเครื่องสำอางเป็นสีขาวๆ แดงๆ และวาดคิ้วเรียวเส้นบางไว้ด้วยเธอสะลึมสะลือมาเติมน้ำ ปากก็สบถก่นด่าไป ทว่าพอเซี่ยเสี่ยวหลานหันกายมาพบหญิงอ้วนก็มีชีวิตชีวาขึ้นเป็นร้อยเท่าในบัดดล

            งดงาม!

            หญิงสาวสะสวยบนโลกนี้มีถมเถ แต่ในความสวยสิบส่วนมักมีหลายส่วนต้องพึ่งพาอาภรณ์และเครื่องประทินโฉมเป็นบรรจุภัณฑ์เซี่ยเสี่ยวหลานยังไม่เคยเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นใบหน้านี้ของเธอมีเสน่ห์อย่างธรรมชาติโดยสมบูรณ์ อรชรอ้อนแอ้นเค้าโครงหน้าพริ้มเพราหญิงอ้วนได้มองทรวดทรงเร้าใจของเซี่ยเสี่ยวหลานที่ห่อหุ้มไว้ใต้เสื้อผ้า...บนรถเที่ยวนี้ กลับได้พบกับหนึ่งผลิตภัณฑ์ชั้นยอดถึงเพียงนี้ก่อนหน้านั้นทำไมถึงไม่เคยปรากฏกัน?

            “น้องสาวจ๊ะ น้ำร้อนเติมไม่ได้หรือ? พวกเราเปลี่ยนตู้ไปเติมน้ำด้วยกันไหม พอฉันพบเธอก็รู้สึกถูกชะตานั่งรถไฟน่าเบื่อออก พูดคุยเป็นเพื่อนพี่สาวดีไหม?”

            หญิงอ้วนอัธยาศัยดีเหลือเกิน เซี่ยเสี่ยวหลานมีหน้าตาสะสวยกลับสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาหญิงอ้วนประมาณว่านี่คือหญิงสาววัยกำดัดที่เดินทางไกลเป็นครั้งแรก

            มีคนอื่นร่วมทางกับเซี่ยเสี่ยวหลานหรือไม่?

            นี่คือปัญหาที่หญิงอ้วนวิเคราะห์เป็นอย่างแรก

            ไม่ต้องรีบร้อน ขอเพียงเซี่ยเสี่ยวหลานสนทนากับเธอ เธอสามารถค่อยๆล้วงข้อมูลเหล่านี้ออกมาได้แน่นอน

            การประจบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมักซุกซ่อนเจตนาชั่วร้ายผู้ชายกระตือรือร้นมีไมตรีต่อเธอยังบอกได้ว่าเพราะตัณหาแล้วผู้หญิงวัยกลางคนแสดงอัธยาศัยดีต่อเธอเล่า?

            เซี่ยเสี่ยวหลานปฏิเสธเด็ดขาด “ไม่ต้องแล้วค่ะ อีกสักพักฉันค่อยมาเติมน้ำ”

            “เอ้า! น้องสาว? ฉันว่าเธอนี่...”

            หญิงอ้วนไม่ยอมปล่อย ไล่กวดอยู่หลายก้าว จึงพบว่าเซี่ยเสี่ยวหลานก้าวเข้าไปยังตู้นอนหญิงอ้วนกระทืบเท้าอยู่ที่เดิม แต่งตัวเหมือนพวกยากไร้ไม่คิดว่ากลับมีเงินซื้อตั๋วตู้นอน เธอเองก็ไม่ได้ตระหนี่หากจะต้องออกเงินมากหน่อยเพื่อนั่งตู้นอนแต่น่าเสียดายที่ไร้เส้นสายในการซื้อตั๋ว

            หญิงอ้วนถือกระติกน้ำเปล่าเบียดเสียดกลับไปยังที่นั่งของตนมีชายร่างผอมคนหนึ่งผู้หมดความอดทนอย่างมากอยู่

            “เช้าตรู่ออกไปถึงไหนต่อไหนกัน ฉันหิวจะตายแล้วเอาเงินมาซื้ออาหารเช้ากินสิ!”

            “กิน กิน กิน แกรู้ดีแต่กิน...”

            รถตู้นี้ไม่เงียบสงบเท่าตู้รถนอนหญิงอ้วนและชายผอมก็เป็นเพียงสามีภรรยาเอะอะมะเทิ่งที่สุดแสนธรรมดาคู่หนึ่ง

            ไม่มีใครเจาะจงสนใจที่พวกเขาสนทนากัน หญิงอ้วนโยนกระติกน้ำลงบนโต๊ะ

            “ผีหลอก เมื่อสักครู่ฉันเพิ่งเจอเด็กสาวที่สวยหยาดเยิ้มคนหนึ่ง!”

            ด้านฝ่ายชายตาลุกวาว นั่งยืดตัวขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

            “ที่ไหน? ทางสะดวกหรือไม่...”

            ออกมาคนเดียวหรือเปล่า? คนร่วมทางด้วยมีชายร่างกายกำยำหรือไม่?สามารถหลอกลวงจนติดเบ็ดให้เธอตามพวกเขาไปอย่างว่าง่ายย่อมดีที่สุดหากหลอกลวงไม่สำเร็จจริงๆ พวกเขาก็ใช้กำลังควบคุมเด็กสาวที่เป็นเพียงวัยรุ่นคนเดียวได้ขอแค่อีกฝ่ายเดินทางคนเดียว!

            หญิงอ้วนไม่พอใจนัก “นังคนนี้ระมัดระวังตัวเกินไปแล้วสายตาที่มองฉันอย่างกับมองกองขี้หมา!”

            รอให้ตกอยู่ในกำมือเธอก่อน อย่าคิดว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุข!

            หญิงอ้วนออกอาการเดือดดาล

            หญิงอ้วนจะพลาดครั้งเดียวแล้วถอดใจได้ที่ไหนเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ตอบรับเธอ เธอจึงจัดแจงตนเองจนเพียบพร้อม เขียนคิ้วผัดหน้าสางผมเผ้าอย่างละเอียดลออ แถมใส่สร้อยทองอีกด้วยเห็นแวบแรกคือสตรีผู้มีตำแหน่งและมั่งคั่งหลังจากนั้นก็ไปรอคอยบริเวณระหว่างสองตู้รถไฟ เซี่ยเสี่ยวหลานต้องดื่มน้ำใช้สุขาบ้างอยู่ดีเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบอยู่แต่ในตู้นอนไม่ออกมาเลย

            รอคอยจนเกือบเที่ยงวัน หญิงอ้วนยืนเสียขาชาหมดแล้วในที่สุดก็เห็นเซี่ยเสี่ยวหลานมาเข้าห้องน้ำ

            หญิงอ้วนเบียดตัวไปด้านหน้า จับแขนของเซี่ยเสี่ยวหลานเอาไว้ “ตายจริง เด็กน้อยอย่างเธอนี่นะ ต่อให้ฉันพูดอะไรไม่ถูก เธอก็ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียขนาดนี้เลยนี่? ไปไปไป ตามพี่สาวไปนั่งตรงโน้น พวกเราคุยเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจนเถอะ”

            วิธีแสร้งล่าถอยค่อยเดินหน้าและยัดเยียดการขอโทษขอโพยประเภทนี้หญิงอ้วนเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง

            หากคนรอบข้างล้วนเข้าใจผิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานและเธอรู้จักกันธุระก็จัดการได้ง่ายดายแล้ว!

            เดิมทีคำพูดประเภทนี้นั้นคลุมเครือ คนทั่วไปหลีกเลี่ยงได้ยากโดยเฉพาะเมื่อเด็กสาววัยรุ่นถูกประชิดด้วยท่าทางแบบนี้โดยไม่ทันตั้งตัวย่อมโดนความคิดของหญิงอ้วนทำให้ไขว้เขวเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

            เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกว่าอีกฝ่ายจับแขนเธอไว้โดยใช้แรงมากเธอโต้แย้งถามย้อนด้วยเสียงดังสนั่นในบัดดล

            “ฉันไม่รู้จักคุณ คุณพยายามตีสนิทฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณคงไม่ใช่พวกค้ามนุษย์หรอกนะ?!”

             

            

            เชิงอรรถ

            [1]天塌掉有高个子顶着 ฟ้าถล่มมีคนร่างสูงค้ำไว้ หมายถึงแม้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งแก้ไขด้วยตนเองได้ยากย่อมมีคนที่เก่งกาจกว่ารับผิดชอบไว้อยู่ดี ไม่ต้องกังวลเกินความจำเป็น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199