บทที่ 19 หญิงชุดดำคือผู้เยียวยาในตำนาน
ประตูของกระท่อมไม้ไผ่ค่อย ๆ เปิดออก เฉินชิงหยวนถูกดึงเข้าไปในกระท่อม
“ท่านผู้าุโ!” หลินผิงเหยียนร้องเรียกด้วยสีหน้ากังวล เนื่องจากค่ายกลของกระท่อมไม้ไผ่ทำงาน หลินผิงเหยียนจึงไม่สามารถเข้าใกล้ได้แม้จะใช้แรงทั้งหมดในร่างกายแล้วก็ตาม
“อย่ามาส่งเสียงดังที่นี่ หากยังกล้าทำเช่นนี้อีก อย่าโทษว่าข้าไร้เมตตา” เสียงตำหนิดังขึ้น ทันใดนั้น ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าของหลินผิงเหยียน ผลักเขาถอยหลังไปสามสิบจั้ง
หลินผิงเหยียนรีบปิดปากไม่กล้าพูดอะไรอีก
“เป็ผู้เยียวยาจริง ๆ ด้วย” หลินผิงเหยียนไม่สงสัยเลยกับกฎและแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
ด้านข้าง หานซานยืนอยู่กับที่ด้วยความงุนงง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะสามารถค้นหาผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้จริง ๆ ภายนอกดูเซื่องซึม แต่ในใจกำลังร้องะโว่า
‘พี่เฉิน ที่ข้าวางแผนไว้ไม่ใช่ที่นี่นะ! แต่เป็ที่ถัดไปต่างหาก!’
หนึ่ง เพื่อถ่วงเวลา สอง เพื่อให้ล้มเหลวอีกสองสามครั้ง จะได้ไม่ดูปลอมจนเกินไป
หานซานให้อาจารย์ของตนแต่งเป็ผู้เยียวยา ซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งทางตะวันตกของเมือง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้อาจารย์ออกมาแสร้งทำเป็ผู้เยียวยา อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ท่านอาจารย์ของเขาจะปรากฏตัว กลับเจอกับสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเช่นนี้เสียก่อน
ตามการคาดเดาของหานซาน คนในกระท่อมไม้ไผ่น่าจะเป็ผู้เยียวยาที่กลุ่มต่าง ๆ ตามหาอย่างยากลำบาก
“ใน่ไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนที่เข้ามาในเมืองมีมากมายจนนับไม่ถ้วน คนสิบกว่าคนที่หานซานหามาก่อนหน้านี้ล้วนแต่เลือกมาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า รวมถึงการมาที่กระท่อมไม้ไผ่ในครั้งนี้ด้วย ไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกหานซานเดินสะดุดเข้าโดยบังเอิญ ช่างน่าใยิ่งนัก”
“เื่นี้อย่าได้เผยแพร่ออกไป เข้าใจหรือไม่?” อีกครั้งที่มีเสียงส่งมาทางจิต
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว” หลินผิงเหยียนมั่นใจว่าผู้ที่อยู่ในกระท่อมไม้ไผ่คือผู้เยียวยา จึงคำนับลงอย่างสุภาพ “ท่านช่วยรักษาผู้าุโของข้าด้วย หากมีสิ่งใดที่้า เพียงท่านสั่งมาข้าจะหามาให้”
“ไสหัวไป!” ผู้ที่อยู่ในกระท่อมไม้ไผ่ไล่
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินผิงเหยียนและหานซานจึงจากไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หานซานยังคงไม่อาจเชื่อได้ว่า สถานที่ที่ตนเลือกมาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า กลับไปเจอผู้เยียวยาจริง ๆ
“พี่หาน ครั้งนี้ท่านต้องเสียแรงใจไม่น้อยเป็แน่ ช่วยข้าไว้มาก! หากวันหน้าได้ไปเยือนดินแดนฝูหลิวซิง มีเื่ใดที้้าให้สำนักเสวียนชิงช่วยเหลือ บอกมาได้เลย” ในสายตาของหลินผิงเหยียน หานซานต้องใช้ทรัพยากรมากมายอย่างแน่นอน จึงรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง และจดจำบุญคุณนี้ไว้
“ไม่...ไม่เป็ไร ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก” หานซานพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ข้าต้องนำเื่นี้ไปแจ้งให้ผู้าุโในสำนักรู้ จึงไม่ขอพูดมากความ หากวันหน้ามีโอกาส ย่อมต้องตอบแทนอย่างแน่นอน” พูดจบ หลินผิงเหยียนก็จากไปโดยไม่เสียเวลา
อยู่ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ สู้รีบกลับไปรายงานให้ผู้าุโมารอคอย ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เื่นี้เกี่ยวพันถึงผู้เยียวยา ด้วยฐานะและกำลังของหลินผิงเหยียน ไม่อาจเทียบเคียงได้เลย
หลังจากหลินผิงเหยียนจากไป หานซานก็มองไปทางกระท่อมไม้ไผ่ด้วยสายตาที่ซับซ้อน พลางพึมพำว่า “พี่เฉิน ขอให้ท่านโชคดี!"
ว่ากันว่านิสัยของผู้เยียวยานั้นผิดแปลกยิ่งนัก ยากจะคาดเดาอารมณ์ ยากที่จะผูกมิตร หานซานก็ไม่รู้ว่าเฉินชิงหยวนจะต้องเผชิญกับอะไร ได้แต่ภาวนาในใจ หวังว่าจะยังมีโอกาสได้พบเฉินชิงหยวนอีกครั้ง!
ขณะเดียวกัน ภายในกระท่อมไผ่ลึกลับ
เฉินชิงหยวนถูกพลังอ่อนโยนพาไปยังส่วนลึกของลานบ้าน ที่นี่มีบ่อน้ำใสสะอาด และป่าไผ่ขนาดใหญ่ พื้นเต็มไปด้วยหญ้าเขียวสมบูรณ์
ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากในป่าไผ่ เฉินชิงหยวนมองไปทางนั้น
“เหล่าหานชอบวางแผนซับซ้อน แล้วนี่มันอะไรอีกกล่ะเนี่ย?” เฉินชิงหยวนคิดว่าเป็กลลวงของหานซานจึงไม่เกรงกลัว หาเก้าอี้นั่งลง
ไม่นาน หญิงสาวร่างสูงหกฟุตก็ปรากฏกาย
นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเทาอ่อน ผ้าคลุมหน้าสีเข้ม ผมดำขลับราวหมึกเงางาม มัดรวมกันด้วยผ้าสีดำ นางเดินมาอย่างเชื่องช้า มือทั้งสองวางไว้ที่หน้าท้อง ท่าทางสง่างามสูงศักดิ์
เพราะนางสวมผ้าคลุมหน้า จึงเพิ่มความลึกลับให้นางมากยิ่งขึ้นไปอีก
“แม่นางมีความสัมพันธ์อะไรกับหานซานหรือ?” เฉินชิงหยวนเพิ่งเคยเห็นหญิงชุดดำผู้นี้เป็ครั้งแรก คิดว่าเป็คนที่หานซานหามา จึงได้เอ่ยถามขึ้น
“หานซานอะไร? ข้าไม่รู้จัก” หญิงชุดดำไม่ได้ใช้วิชาแปลงเสียงใดใด เปล่งเสียงแท้จริงออกมา ใสกังวานดุจนกที่ส่งเสียงร้อง ดั่งเสียงน้ำไหลรินไม่ขาดสาย
“แม่นาง… ที่นี่ไม่มีผู้อื่นแล้ว เ้าไม่ต้องปกปิดแล้ว เ้าหาโอกาสปล่อยข้าออกไป ข้าจะขอบคุณมาก!” เฉินชิงหยวนลุกขึ้นยืน ท่าคารวะพลางกล่าว
“เ้ามาตามหาข้า บัดนี้กลับจะจากไปมีเหตุผลอันใดหรือ?” หญิงสาวชุดดำหรี่ตาเล็กน้อย ราวกับจะมองให้ทะลุกายเฉินชิงหยวน
เพราะเฉินชิงหยวนมีกฎของกำไลหยกปกปิดร่างกาย หญิงสาวชุดดำจึงมองไม่ออกถึงขอบเขตการบำเพ็ญและกระดูกทองคำของเขา นางจึงคิดว่าเฉินชิงหยวนเป็คนไร้ค่า
“หือ?” เฉินชิงหยวนชะงัก พบว่าน้ำเสียงของหญิงสาวชุดดำจริงจังยิ่งนัก ไม่เหมือนกำลังล้อเล่น
‘หรือว่าเข้าใจผิด?’
‘ไม่น่าจะใช่นะ!’
เฉินชิงหยวนเริ่มครุ่นคิด ขมวดคิ้วแน่น
ครั้งนี้ กฎอันลึกลับสายหนึ่งได้ออกมาจากภายในร่างของหญิงสาวชุดดำ
ฟู่!!
ชั่วพริบตา ป่าไผ่และทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็เปลี่ยนไป หญ้าเขียวธรรมดาต้นหนึ่ง กลายเป็บุพผาเก้าิญญา
ป่าไผ่กลับกลายเป็ไผ่ม่วงที่มีปราณไหลเวียน ใบไผ่ทุกใบล้วนแฝงด้วยพลังิญญาอันสูงส่ง ช่างหาได้ยากยิ่งนัก
“ทั่วพื้นดินมีโอสถิญญาและสมบัติแห่งเต๋า ทำให้ใบหน้าของเฉินชิงหยวนเปลี่ยนไป ดวงตาเบิกโพลง ปากอ้าค้าง
ที่นี่ไม่ใช่ทุ่งหญ้าธรรมดา แต่เป็ทุ่งโอสถอันน่าทึ่ง เพียงแค่เก็บต้นยาสักต้นก็ทำให้ผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนพากันคลั่งไคล้ และยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อมัน
“นี่มัน…” สมองของเฉินชิงหยวนมึนงงไปชั่วขณะ ค่อย ๆ หันไปมองหญิงชุดดำที่ยืนอยู่ไม่ไกล สายตาเปลี่ยนไป เพิ่มความประหลาดใจและความเคารพขึ้นมาอีกหลายเท่า
ดูจากสถานการณ์นี้ เฉินชิงหยวนจะเดาไม่ออกได้อย่างไรว่าหญิงชุดดำเป็ใคร
‘ผู้เยียวยา!’
หานซาน! นี่มันอะไรกันแน่? ไม่ใช่ว่าจะหลอกมั่วๆ สุ่มสี่สุ่มห้าหรอกหรือ? ทำไมถึงได้เจอตัวจริงได้?
ในเวลานี้ เฉินชิงหยวนอยากจะสื่อสารกับหานซานยิ่งนัก ว่าเขาเจอผู้เยียวยาเข้าให้แล้ว! แล้วเหตุใดเื่นี้ช่างยุ่งยากยิ่งนัก ดูแล้วเกินกว่าที่เฉินชิงหยวนคาดการณ์ไว้ แต่เดิมเขาตั้งใจจะหลอกให้หานซานพาหลินผิงเหยียนไป แล้วก็ประกาศให้ภายนอกรู้ว่าตนเองได้รับการรักษาแล้ว และยังสามารถไปทำข้อตกลงที่สองให้เสร็จสิ้น
“ข้าน้อย เฉินชิงหยวนเป็คนของสำนักเสวียนชิง ขอคารวะท่านผู้เยียวยา” หลังจากอึ้งอยู่พักใหญ่ เฉินชิงหยวนก็กลับมาสงบนิ่งได้ โค้งคำนับให้หญิงชุดดำ
เดิมทีคิดว่าผู้เยียวยาในตำนานจะเป็ยายแก่ขี้เหร่ ใครจะไปคิดว่าจะเป็หญิงสาวอายุน้อยเช่นนี้ ถึงแม้หญิงชุดดำจะสวมหน้ากาก แต่รูปร่างของนางงดงาม ดวงตาดุจดวงดาว หน้าตาต้องไม่ธรรมดาเป็แน่
“ดูท่าทางเ้า เหมือนจะไม่ได้มาหาข้าสินะ” จากท่าทีของเฉินชิงหยวน ผู้เยียวยาพอจะมองออก จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“เื่นี้... ข้าน้อยได้รับาเ็สาหัส ผู้าุโในสำนักพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาร่องรอยของท่านผู้เยียวยา อยากให้ข้าน้อยมาลองเสี่ยงดู ไม่คิดว่าจะได้พบท่านจริง ๆ เลยรู้สึกประหม่าไปหน่อย” เฉินชิงหยวนย่อมไม่กล้าพูดความจริงออกไปอยู่แล้ว
“โอ๊ะ? เป็เช่นนั้นจริงหรือ?” ดวงตาของผู้เยียวยาจับจ้องมองไปที่เฉินชิงหยวน รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพิเศษจากตัวของเขา
“แน่นอน ข้าไม่กล้าหลอกลวงท่านเป็อันขาด” เฉินชิงหยวนพยักหน้าหนักแน่น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตรวจร่างกายของเ้าให้ดี ๆ ซิ ดูว่าจะรักษาให้เ้าได้หรือไม่”เพราะกลิ่นอายพิเศษนั้น ทำให้ผู้เยียวยาเกิดความคิดที่จะลงมือตรวจสอบดูสักหน่อย ว่าแท้จริงแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้มีอะไรที่พิเศษกันแน่?