ในขณะที่นพกรณ์กับลัดดาสับเท้าวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ชายผู้บ้าคลั่งวิ่งแกว่งมีดอีโต้ตามมาติด ๆ ทั้งคู่วิ่งตรงไปตามทางกลางหมู่บ้านเหมือนคนตาบอด เพราะไม่รู้ว่าถนนกลางหมู่บ้านนี้จะพาไปที่ไหน เขารู้แค่ว่าตอนนี้ต้องวิ่ง วิ่ง วิ่งอย่างเดียว ขอแค่ให้มีทางวิ่งหนีเป็พอ
“มึ๊งจะหนีกูไปไหน ห๊า!” เสียงของชายคนนั้นไล่ตามหลังมาอย่างบ้าเื
ทันใดนั้นนพกรณ์ก็ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนคล้ายกับรถตำรวจ เขานึกดีใจแต่ก็ไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง เพราะกลัวว่าจะเสียจังหวะหนีชายผู้บ้าคลั่งที่จะเอาเขาไปทำเนื้อเค็มให้ได้
แต่แล้วถนนกลางหมู่บ้านก็มาถึงทางตัน เมื่อคนทั้งสองวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตมาถึงพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ขวางหน้าอยู่สุดทางถนน นพกรณ์หันไปมองซ้ายขวา ก็พบว่าสถานที่แห่งนี้คือวัด ด้านซ้ายคือโบสถ์หลังเล็ก ๆ ส่วนด้านขวาเป็ที่ตั้งศาลายาวมุงหลังคาด้วยใบจากสีเหลืองอ่อน
ในขณะที่วิ่งตรงไปด้วยสมองที่ตีบตัน นพกรณ์เงยหน้าขึ้นมองพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ขวางหน้า เขากำลังคิดว่าจะหนีต่อไปทางไหน หรือจะหยุดเพื่อสู้กับมัน! แต่ดูเหมือนว่าระยะห่างที่ชายคนนั้นวิ่งตามมา จะอยู่ในระยะที่กระชั้นชิดเกินไป หากตัดสินใจหยุดอาจจะได้แผลจากมีดอีโต้ในมือของชายคนนั้นก็ได้ ที่สำคัญเขาเป็ห่วงลัดดามากกว่า
“มาให้ดูหั่นเก็บไว้กินนานซะดี ๆ ไอ้อีทั้งสองคน ฮะฮะฮ้า” เสียงร้องดังไล่หลังมา
แต่แล้วสิ่งที่เหลือเชื่อก็ปรากฏต่อสายตา เมื่อนพกรณ์สังเกตเห็นด้านหลังขององค์พระเป็ท้องฟ้าโล่งกว้าง เขาเดาออกว่าท้องฟ้าโล่ง ๆ ด้านหลังองค์พระนั้นคืออะไร แต่ก็ตัดสินใจวิ่งตรงเข้าไปหาอย่างไม่มีทางเลือก มือของเขาจับแขนของลัดดาแน่นเหมือนคีมเหล็ก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าััได้เพียงเท่านี้ก็ตาม
มันคือเหวลึก!
นพกรณ์ชะลอฝีเท้าและหยุดทันที เบื้องหน้าของเขาคือเหวลึก! เสี้ยววินาทีที่มีอยู่นพกรณ์ลองยื่นหน้าลงไปมองเบื้องล่าง เขาก็เห็นม่านเมฆสีครึ้มหนาปกคลุมก้นเหวกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เมื่อเห็นดังนั้นสมองของเขาก็พลันนึกแผนการอะไรบางอย่างได้
ในขณะที่คนทั้งสองยืนนิ่งบนปากเหว นพกรณ์หันไปมองหน้าลัดดาแวบหนึ่งแล้วดึงเธอเข้ามาใกล้ ๆ หางตาของเขาเห็นไอ้บ้าคนนั้นกำลังกวัดแกว่งมีดอีโต้อยู่หน้าองค์พระ มันกำลังวิ่งมาถึงในอีกไม่กี่นาที
“เดี๋ยวพี่จะตามไปนะ ลัดไปก่อน”
ลัดดากำลังจะอ้าปากถาม แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะนพกรณ์ผลักเธอให้ตกลงไปในเหวลึก โดยไม่ยอมอธิบายเหตุผล
“อ๊ากกก พี่น๊พ!” ลัดดาลอยละลิ่วทิ้งดิ่งลงไปสู่ทะเลเมฆที่ดำครึ้มเบื้องล่าง
มันเป็ทางเดียวที่ลัดดาจะหนีพ้นความฝันที่เลวร้ายของชายคนนี้
นพกรณ์ใจหายเมื่อได้เห็นหน้าเธอก่อนที่จะผลุบหายเข้าไปในอุโมงค์หนอนที่ดำมืด สีหน้าของเธอใ สงสัย กลัว และอยากจะถาม เขาตัดสินใจแบบนี้ในวินาทีสุดท้าย เขาไม่ยอมะโลงไปพร้อมเธอ เพราะหากชายผู้บ้าคลั่งคนนี้ะโตามลงไปด้วย นั่นหมายถึงเขาจะสามารถออกจากความฝันที่ทุกข์ทรมานของตัวเองได้ และอารมณ์คลุ้มคลั่งกับมีดอีโต้ในมือของชายผู้นี้ อาจทำอันตรายลัดดาในจังหวะที่ปรากฏตัวบนถนนแห่งความฝัน
และที่สำคัญเขาจะไม่ยอมเป็ต้นเหตุที่ทำให้ระบบความฝันหลังความตายของมนุษย์ล้มเหลวทั้งระบบ ดังนั้น นพกรณ์จึงจำเป็ต้องตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม
“พี่ขอโทษนะลัด พี่จำเป็ต้องทำแบบนี้จริง ๆ” นพกรณ์กล่าวในใจ
“อย่าหนี อย่าหนีกูนะไอ้เว๊ร!” เสียงชายคนนั้นวิ่งใกล้เข้ามาที่ขอบเหวลึก “มึงมาให้กูสับเสียดี ๆ ใครจ้างมึงมา ตำรวจหรือไอ้หวิงเอเย่นหลังตลาดใช่มั้ย”
เหลืออีกเพียงไม่ถึง 3 เมตร ชายผู้บ้าคลั่งจะเข้าถึงตัวนพกรณ์ มีดอีโต้ในมือของมันฟันอากาศชั๊ว ๆ อย่างน่าหวาดเสียว
เขาตัดสินใจวิ่งอ้อมองค์พระไปอีกด้าน เพื่อล่อให้ชายคนนั้นออกห่างจากขอบเหว เขาสับเท้าวิ่งกลับไปทางเดิมอย่างสุดชีวิต โชคดีที่มันวิ่งตามหลังเขามาง้างอีโต้ฟันอากาศอย่างบ้าคลั่ง แล้วทันใดนั้นรถตำรวจก็วิ่งสวนตรงทางเข้ามาในวัด นพกรณ์หันกลับไปมองชายคนนั้นทันที
“แย่แล้ว!” เขานึกในใจ
เพราะชายคนนั้นหยุดวิ่งเมื่อเห็นรถตำรวจ แล้วมันก็หันหลังกลับและโกยแนบกลับไปทางพระพุทธรูปองค์ใหญ่อีกครั้ง
“เวรกรรมอะไรแบบนี้!” นพกรณ์อุทานในลำคอ
รถตำรวจวิ่งเข้ามาในวัดจนฝุ่นคลุ้ง จากนั้นจอดรถตรงหน้าองค์พระใหญ่ แล้วนายตำรวจสองคนก็วิ่งลงมาจากรถและวิ่งตามไปที่หลังองค์พระใหญ่ทันที
ตอนนี้สถานการณ์พลิกผันแล้ว! เพราะกลายเป็ว่านพกรณ์กับตำรวจวิ่งไล่ชายคนนั้น
ชายหนุ่มนึกขึ้นอย่างเดือดดาล เขาจะต้องจับชายคนนั้นให้ได้ ก่อนที่มันจะะโเหวลงไปเจอกับลัดดา!
ทันใดนั้นนพกรณ์ตัดสินใจเทกตัวะโกอดเอวชายผู้บ้าคลั่ง จนทั้งคู่ล้มหน้าคะมำกลิ้งกระแทกลงกับพื้นดินอย่างแรง คนทั้งสองไถลไปไกลจนถึงขอบเหว ชายคลั่งผู้นั้นดิ้นพล่านจนหลุดออกจากขอบเหว
“เฮ้ย!” นพกรร์ร้องสุดเสียง
นพกรณ์พยายามคว้าเท้าทั้งสองข้างของมันไว้ ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองไม่มีปัญญารั้งตัวมันไว้ได้ เพราะตัวเองเป็แค่ดวงจิต แต่ในขณะเดียวกันนายตำรวจสองคนที่วิ่งมา จับขากางเกงของชายผู้บ้าคลั่งคนนั้นไว้ได้ทัน!
ตอนนี้เ้าของความฝันที่สยดสยองนี้ ห้อยต่องแต่งดิ้นแด่ว ๆ เพื่อพยายามจะหลุดพ้นจากเงื้อมมือตำรวจ
“หยุด อยู่เฉย ๆ อย่าดิ้น”
ตำรวจที่จับขาของชายคนนั้นร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แล้วพวกเขาก็ช่วยกันดึงชายผู้นั้นขึ้นมาจากขอบเหว และที่น่าใก็คือ นายตำรวจคนหนึ่งนั่งทับบนตัวของนพกรณ์! เหมือนกับว่าตัวเขาเป็เพียงมนุษย์ล่องหน เป็เพียงเงา ๆ หนึ่งในภาพยนตร์เื่นี้เท่านั้น
“มาจับกูแล้วเหรอ นี่มันรอบที่เท่าไหร่แล้ววะ”
ชายที่ถูกลากขึ้นมาจากขอบเหวตวาดใส่และดิ้นอย่างแรง ตำรวจจับตัวมันคว่ำหน้าแล้วกดเข่าลงกลางหลังเพื่อไม่ให้มันดิ้นหลุด จากนั้นก็จับมือมันไพล่หลังแล้วใส่กุญแจมือ
“พูดมั่วซั่วนะมึง เมายาเสียจนไม่รู้ว่าใครเป็ใคร ไอ้เวรตะไล มึงรู้มั้ยมึงทำอะไรไว้ในบ้าน ห๊า” ตำรวจนายหนึ่งกล่าวพร้อมกับดึงแขนชายคนนั้นให้ลุกขึ้น
“รู้สิ กูทำมาเป็ร้อย ๆ รอบแล้วมั้ง!” ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“มึงทำอะไร มึงรู้ตัวมั้ย ไอ้ชาติชั่ว” ตำรวจอีกคนเดินเข้ามาทำท่าเหมือนจะชกหน้าผู้ต้องหา
“กะอีแค่กูทำเขียงหมูเถื่อน ไม่เสียภาษี แล้วก็สูบม้าแค่สามสี่เม็ด มึงจะอะไรก๊ะกูนักหนาวะ ไม่ี้เีกันบ้างรึไง” ประโยคสุดท้ายชายคนนั้นตะคอกใส่หน้าตำรวจ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนนั้นดูเหมือนจะฟิวส์ขาด เขาง้างกำปั้นจะชกหน้าผู้ต้องหา แต่นายตำรวจอีกคนวิ่งมาดึงแขนเอาไว้ แล้วดึงเพื่อนออกห่างจากตัวผู้ต้องหา
“มึงฆ่าแม่ตัวเองสับยังกะหมู มึงรู้มั้ยห๊า ไอ้สารเลว!” นายตำรวจคนที่ถูกดึงเอาไว้ ร้องเสียงดังอย่างเดือดดาล
“ห๊า!” ชายเ้าของฝันแสดงสีหน้าใสุดขีด แต่แล้วมันก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว “เออ อันนี้กูก็รู้ กูทำมาเป็ร้อยรอบแล้วมั้ง ไอ้ควาย มึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเหรอวะ ว่านี่มันไม่ใช่ความจริง!” ชายคนนั้นพูดหน้าตาเฉย
นี่แสดงว่าชายคนนี้วนเวียนอยู่ในความฝันที่น่าสยดสยองนี้เป็ร้อย ๆ ครั้ง นพกรณ์คิด เขาฝันว่าชำแหละแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน กินเนื้อแม่ของตัวเองเป็ร้อยหน การกระทำเช่นนี้จะต้องทนทุกข์กับความเศร้าเสียใจสักกี่ร้อยกี่พันหน
แต่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหยุดยั้งความฝันนี้ได้ เพราะมันคือความทรงจำที่สมองของตัวเองประมวลผลขึ้นตามประสบการณ์ คนแบบไหนและใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะมีความฝันครั้งสุดท้ายที่เลวร้ายเช่นนี้ นพกรณ์คิด
ชายผู้บ้าคลั่งถูกควบคุมตัวและถูกหิ้วขึ้นไปนั่งที่ท้ายรถกระบะของตำรวจ นพกรณ์มองหน้าเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ แต่ชายคนนั้นมองกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก แล้วหรี่ตามองดูนพกรณ์
“ขอบคุณนะ คราวหน้ากูไม่พลาดแน่” ชายคนนั้นพูดแล้วยื่นหน้าไปที่องค์พระใหญ่ที่อยู่ขอบเหวลึก
“ถ้าจิตใจของคุณหยุดอาฆาตแค้น ขจัดความอยากออกไปบ้าง ฝันครั้งต่อไปของคุณอาจจะเปลี่ยนไป ผมไม่รู้ว่ามันจะเลวร้ายกว่าเดิมไหม ประสบการณ์และความคิดของคุณเท่านั้นที่จะเป็ตัวตัดสิน” นพกรณ์ร้องบอกชายคนนั้น
“มึงพูดกับใครวะไอ้ล่ำ ไอ้นี่เสพยาจนหลอน แม่มึงเที่ยวยืมเงินคนจนติดหนี้เขาไปทั่ว เพื่อเอามาให้มึงดูดม้า ไอ้เลว! มึงยังสับแม่เหมือนวัวเหมือนควายได้ลงคอ ไอ้ห๊ะเอ้ย ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่มึ๊ง” นายตำรวจหันหน้ามาพูดในขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ
“รีบเอาตัวกูไปเถอะ กูี้เีตอบ ี้เีอธิบายแล้ว มันจะได้เริ่มรอบใหม่สักที”
นพกรณ์ยืนมองชายที่ถูกจองจำบนหลังรถกระบะไปจนลับตา ชายคนนี้เหมือนตกนรกทั้งเป็อยู่แล้ว จะต้องทำบาปมากขนาดไหน ถึงจะต้องมาวนเวียนในความฝันที่โหดร้ายอย่างนี้ มันยิ่งกว่าตกนรกหมกไหม้เสียอีก
นพกรณ์เดินกลับไปที่ขอบเหว แล้วมองลงไปยังก้นเหวลึกเบื้องล่าง เมฆที่ดำครึ้มเหมือนอุ้มน้ำฝนไว้นานนับปีกำลังรอเขาอยู่เบื้องล่าง ชายหนุ่มนึกเป็ห่วงลัดดาที่อยู่ในดินแดนของความฝันเพียงลำพัง มันจำเป็ที่ต้องส่งเธอให้กลับไปก่อน
จากนั้นเขาจึงหันหลังให้เหวลึกและมองไปที่ด้านหลังของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่เบื้องหน้า ทันทีที่มองเขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงระฆังดังเม้ง! อยู่ในความคิด แล้วเขาก็พนมมือแล้วยกขึ้นจรดหัวคิ้ว จากนั้นหงายตัวทิ้งดิ่งปล่อยตัวให้ร่วงลงเหวลึก ลอยละลิ่วเวิ้งว้างตกลงสู่เบื้องล่าง ไม่นานอุโมงค์หนอนที่ดำมืดก็โผล่ยื่นออกมารับตัวเขากลับเข้าไปสู่ดินแดนแห่งความฝัน
ไม่ทราบว่านานเท่าใด นพกรณ์มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่บนถนนแห่งความฝันสุดท้ายของชายที่ทำปิตุฆาต แต่ดูเหมือนว่าถนนนี้ว่างเปล่าไม่มีใคร
เวรกรรม! ลัดดาหายไปไหนอีกล่ะเนี่ย “ลัดดา!” เขาร้องเรียกเธออย่างใจหาย
ครั้งก่อนเขาเคยปฏิญาณไว้ว่า จะไม่ยอมปล่อยมือเธออีกไม่ว่าจะอย่างไร แต่ในที่สุดตัวเขาเองกลับเป็คนที่ตระบัดสัตย์ ผลักเธอให้ตกเหวออกจากความฝันนั้นก่อน
“มันเวรกรรมอะไรแบบนี้”
แม้ตัวเองจะไม่เชื่อเื่เวรกรรม แต่ก็เอ่ยถึงมันทุกครั้งที่เครียดและจวนตัว
“ลัดอยู่นี่” เสียงเล็กๆ ดังออกมาจากป่าฝั่งด้านขวาของถนน
“โอ้ ลัดพี่ใแทบแย่ ฮ่าย... แล้วเข้าไปทำอะไรตรงนั้น” นพกรณ์เอียงคอหรี่ตามองเข้าไปในป่า เห็นลัดดายืนแอบอยู่ในพุ่มไม้สีน้ำเงินตรงนั้น
“ลัดกลัวว่าคนที่โผล่มาจะไม่ใช่พี่อะ แล้วก็กลัวว่าจะเข้าไปในความฝันของนายคนนั้นอีก ลัดเลยมาหลบอยู่แถวนี้ก่อน”
นพกรณ์รีบเดินเข้าไปหาเธอในพุ่มไม้สีน้ำเงิน เพราะใจก็กลัวว่าจะได้กลับเข้าไปในความฝันของไอ้คนเมายาบ้าคนนั้นอีก จากนั้นทั้งสองก็เดินลุยป่าสีน้ำเงินเพื่อออกให้ห่างจากถนนของชายที่ฆ่าแม่ของตัวเองกิน
ทั้งคู่เดินก้มหน้างุด ๆ บุกตะลุยป่าสีน้ำเงินไปโดยไม่รู้จุดหมาย และไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไรอีก
และหากจะสังเกตดูให้ดีภายในป่าสีน้ำเงินแห่งนี้ ไม่ค่อยรกรุงรังเท่าป่าดงดิบที่เดินผ่านมาก่อนหน้านี้ พื้นดินที่เหยียบย่ำไม่มีต้นหญ้าหรือวัชพืชอย่างอื่นเลยแม้แต่ต้นเดียว หญ้ามอสส์พุ่มหนาที่เคยเห็นจนชินตาหายไป มันมีแต่พื้นดินโล่งๆ ที่เดินได้สะดวก
นพกรณ์มองดูต้นไม้ที่สูงใหญ่ของป่าสีน้ำเงิน มันเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นที่มีรูปร่างแปลกตา โดยเฉพาะใบของมันมีลักษณะเป็ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและทุกใบเป็สีน้ำเงินแกมดำ บรรยากาศของป่าค่อนข้างวังเวง
แล้วเขาก็หันไปสังเกตมองดูลัดดาที่เดินอยู่ข้าง ๆ เธอไม่ยอมพูดยอมจาทำหน้ามุ่ยไม่ยอมหันมองหน้าเขา เดาว่าเธอน่าจะงอนเื่ที่ผลักเธอให้ตกเหวลงมาก่อน อาการที่แสดงออกมานี้ คือ อยากให้เขารู้ว่า ฉันกำลังไม่พอใจ! เมื่อเห็นดังนั้นนพกรณ์จึงลอบถอนหายใจ เฮ้อ... นี่แหละน้าผู้หญิง
“ถอนหายใจทำไม เบื่อลัดเหรอ” ลัดดาถามแบบก้มหน้า
“เปล๊า พี่แค่สงสัยว่าทำไมลัดไม่ถามอะไรพี่เลย ทั้ง ๆ ที่พี่เตรียมคำตอบไว้หนาเป็เล่ม”
“เปล๊า” ลัดดาล้อเลียนเสียงเขา “ลัดแค่เหนื่อยเฉย ๆ” ลัดดาตอบแล้วก้มหน้าลง เพราะเธอไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้ม
“โกรธพี่ที่ผลักลัดตกลงมาก่อน ใช่มั้ย”
เงียบ...
“ลัดไม่รู้ใช่มั้ยว่าพี่ทำแบบนั้นทำไม” นพกรณ์ถามต่อ
เงียบ... อีก
นพกรณ์หยุดเดินทำให้ลัดดาต้องหยุดเดินไปด้วย เขาจับต้นแขนเธอและดึงให้หันมา
“ถ้าผู้ชายคนนั้นตกลงมาพร้อมเรา อะไรจะเกิดขึ้น!”
ชายหนุ่มมองหน้านิ่งเพื่อรอคำตอบ แต่ลัดดายังเงียบ... ไม่นานเธอก็ช้อนตาขึ้นมองเขา
“พี่นพน่าจะบอกลัดก่อน ตอนที่พี่ผลักลัดตกลงมา มันเหมือนลัดใจจะขาดตายอีกหน ลัดใมากเหมือนพี่จะทิ้งลัดไปมีคนใหม่ เหมือนทุกอย่างมันล้มสลาย เหมือนลัดกำลังจะตกนรก” ลัดดากล่าวทั้งน้ำตา
“ตอนนั้นพี่ไม่มีเวลาอธิบาย มันพึ่งคิดได้ และโชคดีที่คิดได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเื่ยุ่งมากกว่านี้อีก”
นพกรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ลัดดาอีก แต่เธอถอยหลังหนี แต่บังเอิญว่าพื้นที่เท้าก้าวถอยไปนั้น มีหินก้อนเขื่องขวางเท้าอยู่ จึงทำให้เธอเสียหลักล้มหน้าหงายลง แต่เขารีบคว้าตัวเธอมากอดไว้ได้ทัน
“หยุดร้องไห้ซะนะคนดี”
สิ้นเสียงนพกรณ์ริมฝีปากที่แห้งผากของเขาก็ัักับริมฝีปากที่อวบอิ่มของเธอ ลัดดาตัวแข็งทื่อปานว่าไม่เคยถูกจูบมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ทั้งเขาและเธอเป็แค่ดวงจิตที่เหมือนไม่มีตัวตน แต่ถึงกระนั้นรสจูบครั้งนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกถึงครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ลัดดาจำความรู้สึกครั้งนั้นได้ดี มันเป็ครั้งแรกที่ได้รสัันี้จากนพกรณ์
แต่ดูเหมือนว่าอีตานี่จะไม่ยอมหยุด เขากัดเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่างจนเธอรู้สึกถึงน้ำลื่น ๆ ที่มีรสชาติแตกต่างจากน้ำในปากของตัวเอง ลัดดาพยายามดึงตัวเองออกจากความรู้สึกของความอยาก และฝืนตัวเองเพื่อดึงปากออกมา แต่นพกรณ์ไม่ยอมและกอดรัดเธอแน่นยิ่งขึ้น
ลัดดานึกในใจ หากปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป ไม่นานตานี่ต้องเบรกแตก! แล้วมันจะเป็ยังไงต่อไป? เพราะเขาและเธอเป็เพียงแค่ดวงิญญา เป็แค่ธาตุอากาศเท่านั้น
“โอ๊ย!” ลัดดาอุทานและทำท่าเจ็บปาก
“ห๊า!... ลัดเป็อะไร”
“ลัดเจ็บ” ลัดดาตอบพร้อมกับหันหน้าหนี
นพกรณ์ดึงเธอขึ้นมา จากนั้นโน้มหน้าเข้าไปใกล้หน้าเธออีก แต่ลัดดาเบี่ยงหน้าหลบทันที
“ข้างหน้าเราจะเจออะไรอีกมั้ย” ลัดดาถามแก้เก้อแล้วเดินหนี
“หายโกรธพี่แล้วใช่มั้ย”
“อื๊ม อันที่จริงลัดรู้เหตุผลที่พี่ผลักให้ลัดตกลงมาก่อนอยู่แล้วแหละ ลัดรู้ว่าพี่นพกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะรู้วิธีออกจากความฝันครั้งสุดท้ายของตัวเอง และกลัวว่าลัดจะถูกทำร้าย เพียงแต่... พี่นพน่าจะบอกลัดก่อน ลัดไม่ใช่เด็กที่จะคิดอะไรไม่ได้เลย ลัดช่วยพี่นพได้นะอย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว”
ลัดดาพูดแล้วก็เอาหลังมือป้ายน้ำตาที่ไหลเอ่ออาบแก้ม