ตอนพิเศษ 3
ในขณะที่วังหลวงรุ่งโรจน์ด้วยอำนาจของจักรพรรดิและฮองเฮาคู่บัลลังก์ ทางฟากของจวนหนิงหย่วนโหว ที่เคยเต็มไปด้วยพายุแห่งการแก่งแย่งชิงดี บัดนี้กลับกลายเป็สถานที่ที่สงบเงียบและร่มเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ภายใต้การดูแลของหลิวเจินเอ๋อร์ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็เพียงอนุภรรยาที่ถูกกดขี่ แต่บัดนี้คือนายหญิงผู้ได้รับความเคารพสูงสุดในจวน
กลางลานฝึกวรยุทธของจวน เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งทว่าแข็งแรงในชุดฝึกยุทธ์สีเขียวเข้มกำลังร่ายรำทวนอย่างคล่องแคล่ว
ท่วงท่าของเขาเฉียบคมดุจบิดา แต่แววตากลับมีความสุขุมและเมตตาเหมือนพี่สาวต่างมารดาที่เขารักยิ่ง
“ซ้ายอีกนิดขอรับคุณชาย! ทรงตัวให้มั่นคง!” เสียงของนายทหารที่หนิงหย่วนโหวส่งมาสั่งสอนวิชายุทธ์ดังขึ้นจากศาลาริมสนาม
หนิงเจี่ยคัง น้องชายคนเล็กของหนิงเสวี่ยเวย บัดนี้เติบโตเป็บุรุษวัยยี่สิบสามปี เขาหยุดทวนแล้วเดินเข้ามาหาล้างหน้าด้วยน้ำเย็นที่สาวใช้เตรียมไว้ให้
“ท่านอาจารย์... ท่านแม่… ข้าพยายามฝึกฝนเพื่อที่วันหน้าจะได้เข้าสอบเป็ขุนนางบู๊ ข้าอยากเป็โล่กำบังให้พี่หญิงในวังหลวงขอรับ”
หลิวอี๋เหนียงที่อยู่ด้านข้างยิ้มพลางซับเหงื่อให้บุตรชาย
“พี่หญิงของเ้าเป็หงส์เคียงั นางมีองครักษ์นับหมื่นดูแล แต่สิ่งที่นาง้าที่สุดจากเ้า ไม่ใช่การอารักขา... แต่คือการที่เ้าเป็ ‘ขุนนางน้ำดี’ ที่ช่วยค้ำจุนราษฎร เพื่อไม่ให้ชื่อเสียของตระกูลหนิงในอดีตหวนกลับมาทำร้ายนางได้อีก”
หนิงเฉิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น เขาเติบโตมาท่ามกลางบทเรียนที่โหดร้ายของพี่สาวคนโต หนิงเสวี่ยหรานและมารดาใหญ่ เขาจึงรู้ซึ้งว่าอำนาจที่ปราศจากคุณธรรมนั้นพินาศได้ง่ายเพียงใด
จวนแม่ทัพชายแดน ลึกเข้าไปในเรือนพักที่เงียบสงบที่สุด
หนิงหย่วนโหวในวัยสี่สิบปลาย ๆ นอนอยู่บนเตียงไม้พะยูง ลมหายใจของเขาแ่เบาและติดขัด แววตาที่เคยดุดันบัดนี้พร่าเลือนด้วยกาลเวลา เขามองออกไปที่หน้าต่าง เห็นนกนางแอ่นบินกลับรัง
ชั่วขณะนั้น เขาคล้ายจะมองเห็นหนิงเสวี่ยเวยในชุดลำลองเรียบง่ายเดินเข้ามาเยี่ยมบิดาในวาระสุดท้ายเป็การส่วนตัว แต่เขารู้ว่านี่คือภาพหลอนก่อนวาระสุดท้ายจะมาถึง
หนิงเสวี่ยเวยที่เขาเห็นนั่งลงข้างเตียง มองดูชายผู้ที่เป็ต้นเหตุของทั้งความแค้นและความรักในใจนาง
“เวยเอ๋อร์...” เขาเรียกชื่อนางด้วยเสียงแหบพร่า “เ้า... เ้ายังแค้นเคืองพ่ออยู่หรือไม่?”
หนิงเสวี่ยเวยในจินตนาการนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกุมมือที่เหี่ยวย่นของเขาไว้เบา ๆ
“ท่านพ่อ... ลูกไม่ได้แค้นเคืองท่านเลยเ้าค่ะ แม้แต่ความเกลียดชังนั้นก็เหนื่อยเกินไปสำหรับคนที่มีความสุขอย่างลูกในตอนนี้”
หนิงหย่วนโหวหลั่งน้ำตาออกมา
“คังเอ๋อร์เป็เด็กดี พ่อเห็นจวนหนิงหย่วนโหวกลับมามีเกียรติอีกครั้งเพราะวาสนาของเ้า... พ่อก็ตายตาหลับแล้ว”
เขาค่อยๆ ปิดตาลง พร้อมกับคำขอโทษสุดท้ายที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็คำพูด แต่มันถูกจารึกไว้ในหยดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาทางหางตา
หนิงเสวี่ยเวยในจินตนาการของหนิงหย่วนโหวค่อย ๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงร่างไร้ิญญาของท่านโหว แม่ทัพปราบตะวันตกที่สิ้นใจอย่างสงบเพียงลำพัง
หลังงานศพของหนิงหย่วนโหวที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติโดยราชสำนัก
หนิงเจี่ยคังได้รับการแต่งตั้งเลื่อนขั้นเป็ขุนนางระดับสามในกรมกลาโหม การเริ่มต้นเส้นทางรับราชการของเขานั้น ได้มาด้วยความสามารถของตนเอง มิใช่ด้วยบารมีของพี่สาว
หนิงเสวี่ยเวยยืนอยู่บนกำแพงวังหลวง มองดูขบวนรถม้าของน้องชายที่กำลังมุ่งหน้าสู่ชายแดนเพื่อไปประจำการตามหน้าที่ โดยมีหลิวซื่อผู้เป็มารดายืนส่งบุตรชายอยู่ที่ประตูจวนด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ
“ทุกอย่างถูกจัดวางในที่ที่ควรอยู่แล้วเพคะฝ่าา” หนิงเสวี่ยเวยเอ่ยกับโจวเฉิงอวี้ที่เดินมาประทับข้างกาย
“ใช่... ตระกูลหนิงเดิมได้ตายไปแล้ว และตระกูลหนิงใหม่กำลังผลิใบ” โจวเฉิงอวี้โอบไหล่นาง
“เ้าได้มอบโอกาสให้พวกเขา เหมือนที่เ้ามอบโอกาสให้ตัวเ้าเอง”
หนิงเสวี่ยเวยพิงซบไหล่สามี นางมองไปที่ขอบฟ้าที่กว้างไกล ความแค้นจากสองชาติภพ
บัดนี้กลายเป็เพียงหน้ากระดาษที่ถูกพลิกผ่านไป เหลือไว้เพียงบทเรียนและการเริ่มต้นที่งดงามในแผ่นดินที่นางและเขาจะปกครองร่วมกันชั่วนิรันดร์