ผลาญโลหิตพิชิตใจอ๋อง

    บทที่ 32 การเปลี่ยนแปลงของจิตใจมนุษย์

    บทที่ 32 การเปลี่ยนแปลงของจิตใจมนุษย์


    "อะไรนะ?"


    ถึงแม้ว่าคุณหนูจวนเสนาบดีจะมีมารยาทดีเยี่ยม แต่เมื่อได้ยินรายงานจากสาวใช้แล้ว นางก็ตกใจจนลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง


    เว่ยเจียวอิงมองท่าทางของนางแล้ว ในใจรู้สึกภูมิใจ รู้ว่าแผนการของตนคงสำเร็จแล้ว ที่แท้เว่ยฉางอันช่างปล่อยตัวปล่อยใจเกินไป ทำเสียงดังเกินไป จนถูกสาวใช้ที่เดินผ่านมาพบเข้า


    "คุณหนูหวง เกิดอะไรขึ้นหรือ?"


    แต่นางก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถามนางด้วยความสงสัย


    แต่ในใจกลับดีใจยิ่งนัก เดิมทีก็ยังคิดหาข้ออ้างที่จะพาทุกคนไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้กลับดี เว่ยฉางอันส่งตัวเองมาเอง


    "ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องส่วนตัวในจวนยังจัดการไม่ดีเท่านั้นเอง"


    หลังจากที่ตั้งสติได้ คุณหนูจวนเสนาบดีก็รู้ตัวว่าตนเองเสียกิริยาไป เผชิญหน้ากับสายตาสงสัยเบื้องล่างหลายคู่ นางก็ฉีกยิ้มอย่างเหมาะสม อธิบายเบา ๆ


    แต่สายตาของนางกลับเผลอมองไปที่เว่ยเจียวอิงโดยไม่ตั้งใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนกำลังชั่งใจว่าควรจะบอกเรื่องนี้กับนางหรือไม่


    เพราะระหว่างบุตรีฮูหยินใหญ่กับบุตรีอนุ ย่อมไม่ลงรอยกัน และคุณหนูหวง นางเป็นบุตรีฮูหยินใหญ่ ย่อมไม่อยากจะส่งจุดอ่อนให้อยู่ในมือบุตรีอนุ ไม่อย่างนั้นวันหน้านางต้องเหยียบหัวตนแน่


    "คุณหนูหวงมองข้า มีสิ่งใดจะพูดกับข้าหรือไม่?"


    เว่ยเจียวอิงเห็นนางไม่ยอมทำอะไรสักที จึงเดินเข้าไปถามประโยคหนึ่ง


    "อืม ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกเจ้า ขอคุณหนูรองอย่าตกใจไป"


    ในที่สุด นางก็ตัดสินใจจะบอกเรื่องนี้กับเว่ยเจียวอิงให้นางพาเว่ยฉางอันออกไปอย่างเงียบ ๆ ก่อน แล้วค่อยจัดการทีหลัง ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้แม่ทัพใหญ่เว่ยมาเห็นเข้า กลัวว่าจะพลิกจวนเสนาบดีจนหงายท้องแน่


    หากเป็นเรื่องส่วนตัวก็ไม่เป็นไร แต่ยังมีบุตรสาวขุนนางมากมายมาเป็นแขกในที่นี้ หากมีเรื่องอื้อฉาวใหญ่โต ย่อมจะทำให้ชื่อเสียงของจวนเสนาบดีเสียหายแน่นอน


    คิดถึงเรื่องนี้แล้ว คุณหนูหวงจึงตัดสินใจไปบอกเว่ยเจียวอิงเกี่ยวกับเสียงที่ดังออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจนทำให้ผู้คนหน้าแดงหูร้อน


    นางเข้าไปใกล้เว่ยเจียวอิง แล้วกระซิบบอกทุกคำพูดที่สาวใช้ส่งต่อมาให้เว่ยเจียวอิงฟังโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว


    แต่นางไม่ทันสังเกตว่ายิ่งนางพูดมากเท่าไร รอยยิ้มที่มุมปากของเว่ยเจียวอิงก็ยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น


    "คุณหนูหวง ท่านกำลังจะบอกว่าท่านพี่ของข้ากำลังเสพสุขกับชายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้างั้นหรือ? ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด"


    เมื่อเว่ยเจียวอิงพูดจบ นางก็บีบต้นขาตัวเองแรง ๆ จนเจ็บและตาแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนใส่คุณหนูหวงด้วยสีหน้าโกรธเคือง


    ในพริบตา บรรยากาศงานเลี้ยงที่เคยคึกคักสนุกสนานก็เงียบสงัดลง


    "เว่ยเจียวอิง เจ้าพูดอะไรน่ะ? เจ้ากำลังจะบอกว่าว่าที่พระชายากำลังเสพสุขกับชายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือ?"


    ต่อมา บรรยากาศก็วุ่นวายขึ้นมาในทันที บางคนมีสายตาไม่อยากเชื่อ บางคนเต็มไปด้วยความรังเกียจ บางคนดูเหมือนจะสมน้ำหน้า


    "พวกเราไปดูกันเถอะ ใช่แล้ว คุณหนูหวง พาพวกเราไปดูในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยสิ"


    ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร แต่เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มยุแล้ว ทุกคนก็อยากไปดูเรื่องอื้อฉาวนี้


    ส่วนคุณหนูจวนเสนาบดีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก


    ในใจก็ตำหนิเว่ยเจียวอิ อยู่บ้าง ทั้ง ๆ ที่บอกให้นางอย่าตกใจไว้ แต่สุดท้ายนางกลับตะโกนเรื่องนี้ออกมาเสียเอง ตอนนี้จวนเสนาบดีคงเสียหน้าไปเลยทีเดียว


    แต่ด้วยความฉลาดของนาง นางยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่เสียงของบรรดาบุตรสาวขุนนางก็ดังเกินไป ทำให้นางไม่มีโอกาสได้คิดเรื่องพวกนี้


    ในใจเว่ยเจียวอิงกลับดีใจจนแทบจะผลิบาน มองบุตรสาวขุนนางที่เหมือนเสือจ้องเหยื่อ ยิ่งคาดเดาชะตากรรมของเว่ยฉางอันได้เลย


    ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกดูถูกบรรดาบุตรสาวขุนนางเหล่านี้ในใจ พวกนางอ้างว่าเป็นสตรีในตระกูลใหญ่ แต่เมื่อเผชิญกับเรื่องเช่นนี้ พวกนางก็แสดงท่าทีไม่ต่างจากหญิงชาวบ้านที่ชอบซุบซิบนินทา


    ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางยังเป็นเพียงสาวน้อยที่ไม่เคยออกจากห้องหอ


    อย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่เว่ยเจียวอิงต้องการ


    ในที่สุด คุณหนูหวงก็ไม่สามารถต้านทานคำร้องขอของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ หลังจากด่าทอคนในตระกูลเว่ยทั้งสองคนแล้ว นางก็จำใจพาพวกนางมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า


    แม้จะผ่านไปนานแล้ว แต่เสียงครางหอบของหญิงสาวในห้องก็ยังไม่หยุด กลับยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ


    บรรดาสาวน้อยต่างอยากรู้อยากเห็น แต่เสียงยั่วยวนนี้ก็ทำให้ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำ


    "ช่างไร้ยางอายจริง ๆ"


    มีใครบางคนในกลุ่มด่าทอออกมา แล้วทุกคนก็พากันเห็นด้วย


    "จับชู้สาวคู่นั้นออกมา"


    เว่ยเจียวอิงมองภาพตรงหน้า แล้วหลบอยู่ในที่มืดพลางหัวเราะอย่างสะใจ โดยไม่ต้องลงมือเอง พวกบุตรสาวขุนนางที่ไร้สมองเหล่านี้ก็ผลักดันแผนการของนางไปเอง


    "อย่าเลย อย่างไรท่านพี่ก็จะเป็นว่าที่พระชายา ถ้า..."


    "หึ นางยังมีหน้าเป็นพระชายาอีกหรือ ถ้าเป็นข้าล่ะก็ ข้าคงกระโดดน้ำฆ่าตัวตายไปนานแล้ว"


    เว่ยเจียวอิงคิดว่าจะต้องทำท่าทางเสแสร้งอีกหน่อย แต่ใครจะรู้ว่าก่อนที่นางจะพูดจบ ก็ถูกคนอื่นขัดจังหวะด้วยความโกรธเคือง


    เว่ยเจียวอิงถูกขัดจังหวะ แต่กลับไม่โกรธ ตรงกันข้ามยิ่งดีใจมากขึ้น หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่โต แล้วจะได้ดูว่าเว่ยฉางอันจะฟื้นตัวได้อย่างไร


    "เหตุใดข้าถึงไม่มีหน้าเป็นพระชายา แล้วเหตุใดต้องกระโดดน้ำฆ่าตัวตายด้วยหรือ"


    เพียงแค่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของนางเริ่มผุดขึ้น ก็แข็งค้างไปทันที เพราะนางเห็นเว่ยฉางอันเดินตามสาวใช้มาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย


    "อ้าว คุณหนูเว่ย เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แล้ว...แล้วคนในห้องนั้นเป็นใคร?"


    ทุกคนที่เห็นเว่ยฉางอันต่างมีสีหน้าราวกับเห็นผี เพราะมีแค่นางเท่านั้นที่มาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า บวกกับที่เว่ยเจียวอิงตะโกนออกมาเช่นนั้น ทุกคนจึงคิดว่าคนในห้องคือนาง


    แต่ตอนนี้นางกลับยืนอยู่ข้างนอกอย่างสบายใจ และเสียงในห้องก็ยังคงดังอยู่ไม่ขาดสาย


    "ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงไม่อยู่ในห้องล่ะ?"


    เว่ยเจียวอิงเห็นนางก็อึ้งไปเลย รีบเดินเข้ามาถามนางด้วยความร้อนใจ


    "อย่างไร? เจ้าหวังว่าคนในห้องจะเป็นข้างั้นหรือ?"


    เว่ยฉางอันเลิกคิ้ว สายตามีความเย็นชาปะปนอยู่เล็กน้อย ยิ้มเจ้าเล่ห์


    โดนนางถามแบบนี้ เว่ยเจียวอิงถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองเกือบจะเผยความจริงออกมา รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที ทำท่าโล่งอกยิ่งนัก


    "ท่านพี่มาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใด..."


    แม้ในใจของนางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเว่ยฉางอันถึงมาอยู่ที่นี่ แต่ในเมื่อวันนี้จะทำให้นางอับอายขายหน้า ก็จะไม่ปล่อยนางไปง่าย ๆ


    เว่ยเจียวอิงพูดจบ ทุกคนก็ทำท่าอยากรู้เป็นอย่างมาก


    "สาวใช้ที่พาข้ามาปวดท้องกะทันหันระหว่างทาง นางบอกทางให้ข้าแล้วก็วิ่งหนีไป แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาที่ส่วนด้านหลังของจวนเสนาบดี ข้าเลยหลงทาง ดีที่เจอสาวใช้คนหนึ่งพาข้ามาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สุดท้ายก็เจอพวกเจ้าอยู่ที่นี่พร้อมหน้ากัน"


    เว่ยฉางอันเล่าเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าอับจนและลำบากใจ ท่าทางที่ไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องโง่ ๆ ที่ตัวเองหลงทางนี้ ทำให้บรรดาคุณหนูจากตระกูลขุนนางเชื่อในทันที


    ส่วนเงาที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาและมองดูอยู่นั้น อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้ว่าที่พระชายา ฝีมือการโกหกแต่งเรื่องของนางนี่เก่งกว่าเขาเสียอีก


    "ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใครหรือ?"

    คล้ายกับเรื่องผลาญโลหิตพิชิตใจอ๋อง ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801