กลิ่นอายและฝีมือของเสี่ยวหวนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมกลายเป็ความเด็ดเดี่ยวเ็า ฝีมือรวดเร็วปานสายฟ้า เพียงลงมือครั้งเดียวก็สร้างอาการาเ็สาหัสให้แก่หัวหน้าโจรที่มีค่าพลังต่อสู้ราว 40 ผู้นั้น
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้พวกโจรโดยรอบต่างตกตะลึงจนตาค้าง มือที่ถือมีดของแต่ละคนสั่นเทา มองดูสาวใช้ที่ถือกระบี่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ จนชั่วขณะหนึ่งถึงกับทำตัวไม่ถูก
"สำเร็จแล้ว ข้าอัญเชิญดวงิญญาของฮวาหมู่หลานออกมาได้สำเร็จจริง ๆ ..." โตซางมองดูเด็กสาวที่ยืนตระหง่านถือกระบี่ ในใจเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
เขารู้ดีว่า สาวใช้ผู้ต่ำต้อยและขี้ขลาดนามว่าเสี่ยวหวนคนเดิมนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือฮวาหมู่หลาน วีรสตรีผู้ปลอมตัวเป็ชายแทนบิดาเข้ากองทัพเพื่อต่อต้านชาวซยงหนู
"พวกเ้ายังมัวยืนบื้ออะไรอยู่ จัดการนังนี่ซะ แล้วสับพวกมันทั้งสองคนให้เป็เนื้อบด!" หัวหน้าโจรแขนขาดที่นอนอยู่บนพื้นะโโวยวายด้วยความโกรธแค้น
เห็นได้ชัดว่าเขาเป็คนมีความรู้น้อย ไม่เคยได้ยินความเก่งกาจของฮวาหมู่หลาน จึงคิดว่ากระบี่เมื่อครู่เป็เพียงเพราะสาวใช้อาศัยจังหวะที่ตนไม่ระวังตัว โชคดีที่ลอบโจมตีจนเขาตั้งตัวไม่ทัน
"ฆ่านังผู้หญิงคนนี้ซะ"
"ล้างแค้นให้หัวหน้า!"
พวกโจรที่ตกตะลึงเริ่มได้สติ กลับมามีท่าทางดุร้ายอีกครั้ง ต่างพากันคำรามด่าทอ กวัดแกว่งมีดเล่มใหญ่ พุ่งเข้าล้อมฆ่าฮวาหมู่หลานและโตซาง
ดวงตาคู่สวยของฮวาหมู่หลานหรี่ลงเล็กน้อย ในแววตาดุจดวงดาวไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางกระชับกระบี่ยาวในมือแน่น โดยไม่หันกลับมามองแล้วกล่าวว่า "นายท่าน โปรดตามข้ามาให้ติด อย่าห่างจากตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว"
"วางใจเถอะ นายท่านอย่างข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้น ข้าจะไม่ห่างจากเ้าแม้แต่ครึ่งก้าวเลย" โตซางไม่ต้องให้นางเตือน เขาะโเข้าไปประชิดตัวทันที เบียดอยู่ด้านหลังฮวาหมู่หลานจนเกือบจะกอดนางไว้
"ดีมาก เช่นนั้นข้าก็สามารถเริ่มการสังหารได้แล้ว!" ฮวาหมู่หลานคำรามเบา ๆ สิ้นเสียงคำพูด ร่างกายก็เคลื่อนไหว กระบี่ยาวที่เปื้อนเืพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า
ฉึก!
เืสาดกระเซ็น พร้อมเสียงครางในลำคอ โจรคนแรกที่พุ่งเข้ามายังไม่ทันเห็นว่าฮวาหมู่หลานออกท่าอย่างไร หน้าอกก็ถูกแทงทะลุอย่างไร้ความปรานี
ข้อมือเนียนบางของฮวาหมู่หลานสะบัดวับ ชักกระบี่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว นางอาศัยจังหวะฟังเสียงจำแนกทิศทางโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไปมอง ตวัดกระบี่ลากผ่านม่านหมอกเืฟันเฉียงออกไปทันที
ศีรษะที่โชกเืปลิวขึ้นสู่กลางอากาศ โจรอีกคนที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้างถูกตัดศีรษะในทันที
จากนั้น ฮวาหมู่หลานไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย กระบี่ยาวในมือร่ายรำขึ้นลง ฟันซ้ายขวา ทุกครั้งที่กระบี่ฟันออกไป จะต้องมีโจรหนึ่งคนถูกสังหาร
ชั่วขณะนั้น ละอองเืสาดกระจาย เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว กลุ่มโจรอ่อนแอราวกับหุ่นฟางที่ไร้ทางสู้ พากันล้มตายลงเป็ใบไม้ร่วง ถูกฮวาหมู่หลานบั่นศีรษะเก็บเกี่ยวชีวิตอย่างง่ายดาย
"แม่เ้า นี่มันเก่งเกินไปแล้ว ค่าพลังต่อสู้ 70 เก่งขนาดนี้เลยหรือ ถ้าอัญเชิญวีรชนที่มีค่าพลังต่อสู้ 100 อย่างเซี่ยงอวี่ออกมา ไม่ใช่ว่าจะลงมือกระบวนท่าเดียวก็สังหารพวกมือสังหารกลุ่มนี้ได้ในพริบตาเลยหรือ?" โตซางมองดูฮวาหมู่หลานที่ไร้ผู้ต้านทานและสังหารศัตรูไปทั่ว ในฐานะผู้อัญเชิญเขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความทึ่ง
ใน่เวลาที่เขากำลังทึ่งอยู่นั้น โจรราว 20 คนก็ถูกฮวาหมู่หลานสังหารไปแล้ว โจรที่รอดชีวิตรวมถึงหัวหน้าแขนขาดที่นอนอยู่บนพื้น เหลือไม่ถึงแปดคน
"นังผู้หญิงนี่มันเป็ใครกัน ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้"
"จบสิ้นแล้ว พวกเราสู้ไม่ได้ รีบหนีเร็ว ไม่อย่างนั้นต้องถูกนางฆ่าตายหมดแน่"
พวกโจรขวัญหนีดีฝ่อโดยสิ้นเชิงเมื่อเห็น ‘นางมาร’ ตรงหน้า ไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้าอีก ต่างพากันหันหลังเตรียมวิ่งหนี
โตซางเห็นท่าไม่ดีจึงะโลั่น "กล้าลอบสังหารข้า อย่าหวังว่าจะรอดไปได้แม้แต่คนเดียว หมู่หลานฆ่าไอ้พวกระยำนี่ให้หมด!"
"นายท่านมีบัญชา ฆ่าให้หมด!" ฮวาหมู่หลานคำรามเบา ๆ ะโพุ่งเข้าโจมตี กระบี่ยาวเปื้อนเืฟันใส่ศัตรูที่กำลังหนีตาย
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
แสงกระบี่ผ่านไป ไม่เหลือชีวิตรอด มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง พวกโจรที่เหลือรอดเปราะบางราวกับต้นข้าว ถูกพายุกระบี่ของฮวาหมู่หลานกวาดผ่าน ล้มลงในกองเืทั้งหมด
ฮวาหมู่หลานเก็บกระบี่ด้วยท่าทางสง่างาม การสังหารจึงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
"หมู่หลาน ทำได้ดีมาก" โตซางตบไหล่ฮวาหมู่หลาน พยักหน้าแสดงความพอใจในผลงาน พร้อมกับรับกระบี่ที่เดิมทีเป็ของตนคืนมา
เขามองไปรอบ ๆ โจรสามสิบกว่าคนถูกสังหารเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังไม่ตายสนิท นอนร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอยู่บนพื้น
"ข้าขอมาดูหน่อยว่า ไอ้ระยำอย่างเ้าเป็ใครกันแน่?" โตซางใช้กระบี่เขี่ยผ้าคลุมหน้าสีดำของหัวหน้าโจรออก จ้องมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกและโกรธแค้นนั้นอย่างละเอียด และจำตัวตนของเขาได้ในทันที
คนผู้นี้ชื่อ ‘จางกุ้ย’ เป็หัวหน้าทหารคนสนิทของเตียวหุย เมื่อครั้งที่โตเกี๋ยมยังไม่ตาย โตซางเคยเห็นเตียวหุยพามันเข้าออกจวนเ้าเมืองอยู่หลายครั้ง
"ถึงกับส่งหัวหน้าทหารคนสนิทออกมา ดูท่าพวกเ้าคงอยากให้ข้าตายจริง ๆ สินะ" มุมปากของโตซางยกยิ้มเ็า กระบี่เปื้อนเืจ่ออยู่ที่คอของเขา "สารภาพมาดี ๆ จะได้รับการลดหย่อน ขัดขืนจะถูกลงโทษหนัก บอกมาซะว่าเป็เตียวหุยหรือเล่าปี่ที่้าให้ข้าตาย"
“ไม่มีใครสั่งการข้าทั้งนั้น! เป็เพราะข้าทนดูเ้าเศษสวะอย่างเ้าไม่ได้เอง ข้าทำเองข้ารับเอง หากมีสัจจะลูกผู้ชายก็จงฆ่าข้าเสียเถิด" จางกุ้ยพ่นเืออกมาพร้ะโกนอย่างองอาจ ดูท่าทางจะไม่กลัวตาย
โตซางไม่ใช่คนโง่ หากไม่มีคำสั่งจากเล่าปี่หรือเตียวหุย ลำพังแค่หัวหน้าทหารคนสนิท ต่อให้มีความกล้าเพิ่มขึ้นสิบเท่าก็ไม่กล้ามาฆ่าบุตรชายคนโตของอดีตเ้าเมืองอย่างเขา อีกทั้งโตซางกับเขาก็ไม่มีความแค้นต่อกันแต่เดิม เขาคงไม่ว่างพอที่จะมาลอบสังหารตนเองโดยไม่มีเหตุผล
"ที่แน่นอนตอนนี้คือเตียวหุย้าฆ่าข้า ส่วนเล่าปี่จะมีคำสั่งหรือไม่นั้นบอกยาก แต่อย่างน้อยเล่าปี่ก็คงยอมรับโดยปริยาย สามพี่น้องนี่ตั้งใจจะกำจัดข้าจริง ๆ น่าขำที่พวกเ้าไม่รู้ว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่ข้า โตซาง แต่เป็ลิโป้ที่ซุ่มกำลังอยู่ในเมืองเสียวพ่ายต่างหาก..."
หลังจากครุ่นคิดและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียในใจ แววตาของโตซางก็ฉายแววสังหาร เขาสะบัดมือแทงกระบี่เข้าที่หน้าอกของจางกุ้ย
คิ้วสวยของฮวาหมู่หลานขยับเล็กน้อย ถามด้วยความสงสัยว่า "นายท่าน ทำไมไม่เก็บเขาไว้ไปเผชิญหน้ากับเล่าปี่ที่เมืองแห้ฝือเ้าคะ?"
"เผชิญหน้า? นั่นเป็เื่โง่ ๆ ที่มีแต่เด็กเท่านั้นที่ทำ ตอนนี้อำนาจการทหารและการเมืองทั้งหมดของเมืองซีจิ๋วอยู่ในมือเล่าปี่ กำปั้นต่างหากคือความถูกต้อง หากข้าไปเผชิญหน้ากับเล่าปี่ตอนนี้ นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว ยังจะทำให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้น และยิ่งบีบให้เขาต้องกำจัดข้าโดยไม่เลือกวิธีการ"
โตซางวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น เขาเริ่มมั่นใจว่า แม้พลังต่อสู้ของฮวาหมู่หลานจะไม่ด้อย ทว่าสติปัญญาและการมองการณ์ไกลกลับมีจำกัดยิ่งนัก
ฮวาหมู่หลานกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย ดูเหมือนว่าสติปัญญาของนางยังไม่อาจทำความเข้าใจได้ในทันที
[ติ๊ง... นายท่านสังหารศัตรูที่มีค่าพลังต่อสู้ 40 ขึ้นไปหนึ่งคน ได้รับแต้มโเี้ 3 แต้ม] ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบก็ดังขึ้นในหัว
โตซางรู้สึกยินดีอย่างมาก ไม่คิดว่าการฆ่าคนเพียงคนเดียวจะได้รับแต้มโเี้ในทันที เมื่อมองไปรอบ ๆ ยังมีโจรที่ยังไม่ตายสนิท หากเขาสังหารพวกมันด้วยมือตัวเอง จะได้รับแต้มโเี้อีกมากมายใช่หรือไม่
ทันทีที่ความคิดนี้เกิดขึ้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง [ไม่ว่าจะเป็แต้มเมตตาหรือแต้มโเี้ จะสามารถได้รับจากบุคคลที่มีค่าสถานะด้านใดด้านหนึ่งเกิน 40 ขึ้นไปเท่านั้น จากการสแกนศัตรูที่ยังรอดชีวิตในบริเวณใกล้เคียง ไม่มีผู้ใดมีค่าสถานะเกิน 40 นายท่านจะไม่สามารถได้รับแต้มโเี้เพิ่มได้]
มารดามันเถอะ ที่แท้ก็เป็แบบนี้เอง ขุนพลหรือกุนซือที่มีค่าสถานะเกิน 40 หากอยู่ในเกมคงเป็พวกขยะ แต่ในประชากรหลายสิบล้านคนของราชวงศ์ฮั่น พวกเขาคือตัวตนที่หายากยิ่ง จะไปเจอได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร ดูเหมือนระบบนี้จะมีข้อจำกัดเยอะจริง ๆ ทั้งแต้มเมตตาและแต้มโเี้หาได้ยากเหลือเกิน
"นายท่าน ในเมื่อไม่ไปเมืองแห้ฝือ ตอนนี้เราจะไปที่ใดเ้าคะ?" ฮวาหมู่หลานขัดจังหวะความคิดของโตซาง
"ฆ่าโจรที่ยังหายใจอยู่ให้หมด อย่าให้เหลือรอด เรายังคงไปรับตำแหน่งที่ไห่ซีตามแผนเดิม" โตซางทำท่าเชือดคอ
แม้ตอนนี้เขาจะมีระบบอัญเชิญวีรชน แต่ความแข็งแกร่งยังคงอ่อนแอ ตอนนี้ต้องอดทนไว้ก่อน ลอบอัญเชิญวีรชนเพิ่มเพื่อสะสมกำลัง รอจังหวะที่เหมาะสมจึงจะโจมตีเล่าปี่ให้ถึงตาย ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเผยความสามารถก่อนเวลา เพื่อไม่ให้เล่าปี่รู้ว่าเขามีลูกน้องที่ทรงพลังอย่างฮวาหมู่หลาน
"รับทราบเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานประสานมือรับคำสั่ง หยิบกระบี่ขึ้นมาสังหารโจรที่เหลือ และเพื่อความมั่นใจ นางได้แทงซ้ำศัตรูที่ตายแล้วทุกคนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครรอดชีวิต
หลังจากฆ่าปิดปากจนสิ้นแล้ว ฮวาหมู่หลานก็จูงม้าศึกที่เหลือรอดเพียงตัวเดียวมา นางกุมบังเหียนม้านั่งอยู่ด้านหน้า พลันดึงร่างโตซางผู้เป็นายท่านให้ขึ้นมานั่งซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของนาง
"ย่าห์!" ยังไม่ทันที่โตซางจะนั่งให้มั่นคง ฮวาหมู่หลานก็สะบัดบังเหียน ควบม้าทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
โตซางใจนตัวโยน สัญชาตญาณทำให้เขาแนบหน้าอกเข้ากับแผ่นหลังของมู่หลานอย่างแนบชิด สอดแขนทั้งสองข้างผ่านใต้รักแร้ของนาง และโอบกอดเอวของนางไว้มั่น
เมื่อเขาโอบกอดเช่นนี้ ผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ ฝ่ามือของเขาก็ััได้ถึงความนุ่มนิ่มราวกับก้อนแป้ง ซึ่งนั่นคือหน้าท้องที่เรียบเนียนของมู่หลาน
สบายจัง...
ในใจของโตซางเปี่ยมไปด้วยความสุข
หากเป็ร่างกายเดิมของเสี่ยวหวน ต่อให้ััก็คงไม่มีความรู้สึกรุนแรงขนาดนี้ แต่เมื่อคิดว่าร่างกายที่เขากำลังััอยู่นี้ มีิญญาของสตรีผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์อย่างฮวาหมู่หลานอยู่ภายใน ความรู้สึกภาคภูมิใจก็ยิ่งขยายความสุขให้เพิ่มพูนขึ้นจนรุนแรงอย่างยิ่ง
"จริง ๆ แล้วสตรีนอกจากรูปร่างหน้าตาจะสำคัญแล้ว กลิ่นอายก็สำคัญมากเช่นกัน สตรีธรรมดากับสตรีผู้เลื่องชื่อนี่ช่างแตกต่างกันจริง ๆ ..."
ขณะที่โตซางกำลังใจสั่น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าฮวาหมู่หลานััได้ถึงความรักของนายท่าน นายท่านได้รับแต้มเมตตา 5 แต้ม]