ตามความเข้าใจของโนอาห์ลมปราณและเวทมนตร์เปรียบได้กับหยินและหยาง
พลังทั้งสองรูปแบบเกิดมาโดยมีจุดเริ่มและปลายทางที่แตกต่างกัน ลมปราณเป็การนำพลังวัตรในร่างกายดึงมาใช้ในภายนอก แต่เวทมนตร์คือการนำมานาที่มีอยู่เต็มไปหมดในอากาศมาเพื่อก่อให้เกิดปรากฏเหนือธรรมชาติ
และเหตุนี้เองลมปราณและเวทมนตร์จึงไม่น่าจะอยู่ในที่เดียวกันได้ไม่ว่ากรณีใดๆ
แต่แท้จริงแล้วเพราะผู้ฝึกยุทธ์เองต่างใช้เวทมนตร์ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับจอมเวทที่ไม่อาจจะมีพลังวัตรในร่างกายได้ อาจจะเพราะโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตในโลกสองในมีความแตกต่างกันก็ได้กระมังจึงทำให้มันเป็เช่นนั้น แต่อย่างไรก็ดีมนุษย์เราเป็สิ่งมีชีวิตที่ทดลองสิ่งใหม่ๆอยู่แล้ว
ชิวหลงหรือในตอนนี้ก็คือโนอาห์กำลังทดลองสมมุติฐานที่เขาคิดไว้ในใจ
ทั่วร่างของโนอาห์ในตอนนี้ปนเปไปด้วยกระแสพลังในรูปแบบสีฟ้าอ่อนที่ค่อยๆแผ่ออกมาช้าๆ อาจจะไม่สวยงามดังเช่นมานาสีฟ้าอ่อนของดรากูน อาจจะไม่อลังกาลดังเช่นวงเวทย์ของอารัน แต่ของโนอาห์นั้นกลับรู้สึกดูเบาสบาย สวยงามแบบเรียบง่าย ไม่ต้องมีสิ่งปรุงแต่งอะไรใดๆ หวังสะกดผู้พบเห็นให้ต้องมนต์มายาในตัวชายผู้นี้
จนผู้พบเห็นหลงลืมไปเสียสนิทว่าสิ่งที่โนอาห์กำลังทำอยู่นั้นไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็รูปแบบพลังชนิดอื่น แต่นั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะยังไงเขาสามารถกลบเกลื่อนไปได้ว่าเวทมนตร์ประจำตัวของเขามีรูปแบบแตกต่างกับการใช้เวทมนตร์ทั่วไป
แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของโนอาห์ไม่ใช่การปลดปล่อยคลื่นพลังงาน
หากเป็การร่ายเวทมนตร์ตอนที่โคจรลมปราณอยู่ต่างหาก
ลมปราณมหาเมฆาในตามความเป็จริงแล้วไม่ได้มีพลังวัตรสูงส่งหรือการจับจุดพลังที่ลึกล้ำ หากเป็การแปรเปลี่ยนที่เด่นล้ำกว่าลมปราณชนิดใดๆ ความสามารถที่แท้จริงดูเผินๆจึงเป็การเพิ่มขีดจำกัดทางร่ายกาย ใครเล่าจะรู้ว่าลมปราณมหาเมฆามีความสามารถที่สุดยอดไปยิ่งกว่านั้น ความสามารถที่มิอาจมีลมปราณชนิดใดๆในยุทธภพเทียบเทียมได้ในด้านนี้
เปลี่ยนแปลงกระบวนท่าในชั่วอึดใจ
ปกติแล้วกระบวนท่าชนิดๆต่างจะถูกกำหนดไว้ชัดเจนไม่อาจปรับแต่งได้ หรือถ้าได้ก็ไม่อาจคงรูปแบบได้ดังเดิมเปลี่ยนเป็คนละวิชาหรือคนละกระบวนท่าไปเลย แต่ลมปราณมหาเมฆามาช่วยอุดช่องโหว่นั้น เมื่อบรรลุถึงระดับหนึ่งแล้วต่อให้วิชาสายกระบี่ก็สามารถใช้ออกโดนทวนหรือกระบองแม้กระทั่งมือได้อย่างไม่ยากเย็น
ดังนั้นจุดสำคัญของการฝึกฝนลมปราณมหาเมฆาคือพลังความคิดที่ล้ำลึก
พูดกันง่ายๆในอีกนัยหนึ่งก็คือจินตนาการ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ก็คือสองวิชาของโนอาห์ ท่าเท้าล่องนภา และฝ่ามือนวดารา สองวิชานี้แท้จริงแล้วเป็วิชาที่มีจุดกำเนิดเหมือนกัน แต่ด้วยผลของการโคจรลมปราณมหาเมฆาทำให้วิชาเท่าเท้าล่องนภาสามารถใช้ออกผ่านมือได้ และวิชานวดาราก็สามารถใช้ออกได้ด้วยเท้าเช่นกัน
โนอาห์ใช้เวลาอยู่แรมปีในการคิดค้นสองวิชาที่มีการพัฒนาไปพร้อมๆกันดังเช่นเส้นคู่ขนาน หนึ่งคือวิชาตัวเบาที่เป็เลิศด้านการเคลื่อนไหว ผลที่ออกมาแม้จะเป็รองแค่เซียนดาวตกแต่ก็ถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่งแล้ว อีกหนึ่งคือวิชาสายฝ่ามือที่มีจุดเด่นในการพลิกแพลง ถึงความพิศดารจะไม่เทียบเท่าฝ่ามือมายาเหมันต์ก็ตามที
วิชาท่าเท้าเขาตั้งชื่อให้ว่าท่าเท้าล่องนภา วิชาฝ่ามือเขาตั้งชื่อให้ว่าฝ่ามือนวดารา
สองวิชาที่ไม่มีล่วงรู้นอกจากเ้าตัวว่าเป็วิชาเดียวกันต่างกันแค่การใช้งาน
ผลตอบแทนของความพยายามนับสิบปีของเด็กชายคนหนึ่งได้ส่งผลออกมาเช่นนั้น
ดังนั้นในตอนนี้โนอาห์จึงคิดว่าถ้าเกิดร่ายเวทมนตร์ในขณะที่โคจรลมปราณมหาเมฆาสิ่งใดจะเกิดขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงแต่ก็เป็ความเสี่ยงที่น่าลอง เนื่องจากั้แ่ก้าวเท้าเข้ามายังโลกอิซซูมีลเ้าตัวไม่แม้แต่จะร่ายเวทมนตร์ขณะโคจรลมปราณมหาเมฆาเลยซักครั้ง
เวทย์ธาตุไฟระดับ 1 บอลไฟ
โนอาห์เลือกที่จะใช้เวทมนตร์ระดับต่ำเพื่อทดลองในขั้นต้น ไม่ใช่ว่าเขาอยากเริ่มต้นด้วยเวทมนตร์ง่ายๆสั้นๆ แต่ในความเป็จริงนอกจากโล่มนคราที่เคยใช้ในงานประลอง ก็มีแต่บอลธาตุเท่านั้นที่เขาพอจะร่ายเวทย์ได้โดยไม่ติดขัด ชายหนุ่มอดนึกย้อนไปในตอนที่ลองร่ายเวทย์ใหม่ๆในคืนแรกที่มายังโลกนี้ได้ไม่หาย หอกสายฟ้าที่ร่ายโดยเขากลับกลายเป็แส้สีเหลืองๆขนาดเท่าเส้นด้าย กำแพงหินผาดันแปรสภาพเป็กำแพงดินเหลวที่ละลายในทันทีที่ปรากฏขึ้นมา
บอลไฟสีแดงเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกินฝ่ามือของเขาถูกร่ายขึ้นมาอย่างง่ายๆ ลอยอยู่บนมือชายหนุ่มผมดำที่บัดนี้คลี่รอยยิ้มช้าๆ รอยยิ้มที่ชวนให้เพื่อนของเขาที่นั่งอยู่หลายคนอดขนลุกขึ้นมาไม่ได้
ลมปราณมหาเมฆา เคล็ด ปรับเปลี่ยน
ออร่าสีฟ้าอ่อนรอบๆตัวโนอาห์สั่นไหวชั่วครู่ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์บางสิ่งที่ถึงกับทำให้หลายๆคนอ้าปากค้างไม่แม้แต่เ้าตัวคนใช้เอง
บอลไฟลูกกลมๆบัดนี้แปรเปลี่ยนไปเป็บอลไฟทรงสี่เลี่ยมมีมุมมีด้านอย่างชัดเจนซึ่งกรณีเช่นนี้แทบจะแหกบรรทัดฐานความเข้าใจในศาสตร์คาถาอาคมไปไม่มีชินดี หลังจากนั้นพอโนอาห์ตั้งสติได้จึงเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความยินดี เพราะอย่างน้อยสิ่งที่เขาคิดไว้ก็เป็ความจริง ลมปราณมหาเมฆายังคงมีผลกับเวทมนตร์
เมื่อเห็นว่าได้ผลเขาจึงทำให้บอลไฟในมือระเหยกลายเป็ไอในอากาศด้วยผลของลมปราณมหาเมฆาอีกเช่นเดิม ก่อนจะลองใช้โล่มนตราที่ตอนนี้มีสภาพเป็โล่ขนาดใหญ่คุ้มกายด้านหน้ามิดถึงหัว และมันก็ค่อยๆเปลี่ยนมาคลุมทับร่างทั้งร่างเปรียบเสมือนิัอีกชั้นอย่างน่าอัศจรรย์
คนที่ดูว่าตกตะลึงแล้ว แต่สีหน้าของเ้าตัวตอนนี้กลับตกตะลึงยิ่งกว่า
มากซะจนะโโลดเต้นไปมาจนโดนอาจารย์โดโรธีเอ็ดเข้าให้
“ไม่อยากจะคุย แตทุกคนก็คงจะเห็นกันแล้ว นั้นแหละเวทมนตร์มหาเมฆา เวทมนตร์ประจำตัวของฉันเอง”
พ่อมดตัวดีที่บัดนี้มาสาธยายโมเมเอาว่าลมปราณของตนเป็เวทมนตร์ประจำตัวไปซะอย่างนั้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ภายในห้องโถงของชั้นปีที่มีเพื่อนๆหลายคนรายล้อมฟังเขาด้วยท่าทีสนอกสนใจ
“ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่ามีเวทมนตร์ที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเวทมนตร์ได้ นายนี่เจ๊งกว่าที่ฉันคิดไว้ตอนแรกอีกนะ” ราเชล ทิวดอร์น หนุ่มหน้าจืดที่สุดในชั้นปี แต่กลับเป็หนึ่งในไม่กี่คนสร้างเสียงหัวเราะไม่ก็เป็ลูกคู่ให้กับทุกๆคนในวงสนทนาได้อย่างดี เอ่ยขึ้นมาขณะที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เป็ไปตามที่ราเชลว่า ในโลกอิซซูมีลถึงจะมีจอมเวทในอดีตหลายท่านหรือสิ่งมีชีวิตบางเผ่าพันธ์ที่สามารถปรับแต่งเวทมนตร์ให้ดูแปลกตาไปกว่าของเดิมได้ แต่ก็ทำได้อย่างมากแค่เพิ่มขนาดหรือความเร็วไม่ก็ผลที่เกิดเท่านั้น ไม่เคยมีใครบันทึกไว้ว่ามีคนที่สามารถทำเช่นเดียวกับโนอาห์ได้มาก่อน
ทุกคนในที่นั้นต่างก็สงสัยเช่นเดียวกัน แต่ถามไปทีไรเ้าตัวกลับไพล่บอกแต่ว่าความสามารถส่วนบุคคล ยังมีย้อนกลับมาอีกว่าเขาเองก็ทำเหมือนคนอื่นไม่ได้ ทำให้คำถามเ่าั้ค่อยๆจางหายลงไป
มีแต่โนอาห์และอารันเท่านั้นที่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ทั้งสองต่างฉลาดเกินกว่าจะบอกความจริง โนอาห์เลยได้ทีบรรยายขายเสียงไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่อารันก็นั่งเงียบนั่งฟังไปกับคนอื่นเขาด้วย
“ก็แค่บังเอิญเท่านั้นแหละมั้ง อีกอย่างฉันว่าหมอนี่จะทำได้แบบนั้นในเวทมนตร์ขั้นที่สูงไปกว่านี้น่ะ” เซเรน่าพูดขึ้น รอยยิ้มหยันเด่นชัดประดับบนใบหน้างามจนดูน่ารักมากกว่าน่ารังเกียจ โนอาห์เองแทนที่จะตอบโต้จึงยิ้มเจื่อนตอบกลับแทนคำพูด
เซเรน่าก็ยังคงเป็เซเรน่า
อย่างไรซะที่เธอพูดก็เป็ความจริง แค่เธอไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเขาใช้ได้แค่เวทมนตร์พื้นฐานของพื้นฐานเท่านั้น เื่ที่จะให้ใช้เวทมนตร์ระดับสูงกว่านั้นขอให้ลืมไปได้เลย ชายที่ชื่อว่าโนอาห์ไม่มีปัญญาทำถึงขนาดนั้นในสถานภาพตอนนี้
“แต่ยังไงสิ่งที่คุณโนอาห์ทำมันก็สุดยอดอยู่ดีนี่คะ ข้อนี้ไม่ว่าใครที่เห็นคงปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว” เสียงหวานใดดังขึ้นมาจาก เลฟิเอ้ เวียร์ร่า สาวงามเพียงหนึ่งเดียวของป้อมที่พวกผู้ชายต่างพากันยกนิ้วให้ว่าเป็ที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับคนที่เหลือ น่ารัก เรียบร้อย พูดน้อย ขี้อาย ไม่มีความร้ายกาจเจือปน จึงเป็หนึ่งในสาเหตุที่ใครต่อใครในบ้านซูซาคุชั้นปี 1 ต่างเอ็นดูเธอประดุจน้องสาว
บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆตามประสาชีวิตนักเรียนที่ไม่มีอะไรทำเนื่องจากวันนี้ก็ไม่มีอาจารย์ท่านใดสั่งงานเลย ่เช้าก็วิชาเวทมนตร์พื้นฐานกว่าทุกคนในห้องจะโชว์เวทมนตร์ประจำตัวก็หมดเวลาซะก่อนที่จะได้ทำอะไรเพิ่มเติม วิชาต่อมาซึ่งก็คือวิชาภาษาอักขระโบราณซึ่งจากปากคำให้การของโนอาห์กล่าวเอาไว้ว่าน่าปวดหัวกว่าวิชาคำนวณเป็ร้อยเป็พันเท่า และภาคบ่ายนอกจากวิชาอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ดูน่าเบื่อเพราะน้ำเสียงเนิบนาบของ โยฮัน แฮเรียส อาจารย์ชราหนวดเครายาวฟุ้งที่ดูเหมือนคนสอนวิชาเวทมนตร์มากกว่าวิชาอุปกรณ์เวทมนตร์
บางทีอาจจะโดนอัปเปหิมา หลายๆคนในห้องว่ากันแบบนั้น
จนเสียงพูดคุยต่างพากันเงียบลงหลังจากมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามายังห้องโถงของชั้นปีผ่านทางประตูหน้า คนแรกเป็อาจารย์เซโน่ที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่คณะบุคคลที่ตามมากลับต้องทำให้นักเรียนชั้นปี 1 บ้านซูซาคุต้องเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ
คนที่สองถัดไปจากเซโน่เป็ชายหนุ่มร่างสูง เสื้อผ้าบ่งบอกว่าอยู่ในชั้นปี 1 และหน้าตาที่ชี้ชัดว่าอยู่ที่หอซูซาคุ ไอล์ สควอโร่ห์ บุรุษหน้าตาคมคาย เรือนผมสีเงิน นัยต์ตาสีนิลเปรียบได้กับตาเหยี่ยวภายใต้แว่นกรอบดำ บุคคลที่ทุกคนในชั้นปีรู้ดีว่าไม่ชอบสุงสิงกับใครเท่าไหร่นัก มักอยู่เงียบๆคนเดียวมากกว่า ในเื่ความสันโดษแล้วอาจจะมากกว่าเฟียน่าซะด้วยซ้ำ เพราะรายนั้นยังมีปฏิสัมพันธ์กับพวกผู้หญิงอยู่บ้าง
แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่สนิทกับใครเลยแม้แต่คนเดียว
คนสุดท้ายเป็หญิงสาวในเครื่องแบบของนักเรียนปี 3 ที่แม้จะไม่ได้สวยเทียบเท่าเฟียน่าหรือน่ารักขนาดซายากะ แต่ให้ความรู้สึกที่สองคนนั้นไม่มี โนอาห์คิดว่าคงจะเป็ออร่าของความเป็ผู้นำ ผมสีน้ำตาลยาวมัดหางม้าเอาไว้ นัยต์ตาสีน้ำตาลลูกหว้ารับกันได้ดีสีผม และเธอเป็ที่น่าถูกจับจ้องมากที่สุดในบรรดาคนทั้งสาม เนื่องด้วยเพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มาก่อน
และสองประเด็นที่สำคัญที่สุด เธอเป็ผู้หญิง
“สวัสดียามเย็นทุกๆคน ในวันนี้ไม่ต้องสงสัยว่าฉันพาสาวสวยกับเพื่อนของพวกเธอมาทำไม ก็เื่ประชุมที่คุยกันไว้ั้แ่ตอนบ่ายๆ” อาจารย์วัยกลายคนเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มแต่กลับต้องหุบยิ้งลงในบันดลหลังจากมีเสียงทัดทานดังออกมาภายในหมู่นักเรียนที่นั่งจ้องตาแป๋ว
“ไม่เห็นจะรู้เื่เลยครับอาจารย์” ไรอันกล่าว
“นั้นน่ะสิ ประชงประชุมอะไรไม่ยักรู้ว่าจะมี” เดรคเป็ลูกคู่รับทันที
“เป็ครูบาอาจารย์มาขี้ตู่กันซึ่งๆหน้าแบบนี้บางทีก็ไม่ไหวเหมือนกันนา ใช่ไหมพวกเรา” และปิดท้ายด้วยน้ำเสียงร่าเริงของโนอาห์ที่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างคับคั่งจากผู้ชายแทบทุกคนในห้อง
ภาพที่เห็นถึงกับทำให้เซโน่ต้องกุมขมับตัวเองเบาๆก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“เอาเป็ว่าก่อนหน้านี้จะเป็อะไรก็ช่างมัน ตอนนี้มีประชุมก็ถือว่าพอแล้วล่ะนะ” สิ้นประโยคเรียกใบหน้าเหวอจากนักเรียนหลายๆคนได้เป็อย่างดี
“ประชุมเื่อะไรกันล่ะครับ?” อารันยกมือขึ้นถาม เซโน่อดโล่งอกไม่ได้เมื่อเห็นว่ายังพอมีคนที่มีมารยาทอยู่บ้าง อาจารย์วัยกลางคนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“อย่างที่รู้ๆกันว่าในหอพักหนึ่งหอจะมีกลุ่มคนที่คอยประสานกับส่วนกลางหรือสภานักเรียน ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละหอ แต่พวกเธอยังไม่ต้องสนใจในตอนนี้เพราะถึงรู้ไปก็สมัครไม่ได้หรือบางคนอาจจะพอรู้อยู่บ้างแล้ว ดังนั้นเื่ที่ฉันจะมาพูดในวันนี้ก็คือเื่ของหัวหน้าชั้นปีที่คอยประสานงานกับชั้นปีอื่นๆรวมถึงสภาภายในป้อม” เซโน่เอ่ยพลางมองดูปฏิกิริยาของนักเรียนแต่ละคนซึ่งส่วนมากล้วนแล้วแต่ฮือฮาตื่นเต้นเสียเป็ส่วนใหญ่
ในโรงเรียนอวาลอนถึงแม้การเรียนการสอนและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญๆจะขึ้นอยู่กับคณะอาจารย์ แต่ถึงอย่างนั้นใน่หลังมานี้การดูแลกิจกรรมหรือกฎระเบียบต่างๆกลับขึ้นอยู่กับสภานักเรียนและสภาในแต่แต่ละบ้านมากกว่า ซึ่งแต่ละบ้านจะมีประธานหนึ่งคนและคนในการปกครองคอยดูแลส่วนต่างๆแตกต่างกันออกไป อย่างบ้านซูซาคุจะเป็สองผู้คุมกฎ เก็นบุจะเป็สามมหาปราชญ์ เบียคะโกะจะเป็ห้าผู้พิทักษ์ และเซย์ริวจะเป็สี่เสนาธิการ
นอกจากตำแหน่งเหล่านี้จะคอยดูแลความเป็ไปในแต่ละหอแล้วยังรวมถึงการทำงานที่ครอบคลุมไปทั้งโรงเรียน เช่น สองผู้คุมกฎของบ้านซูซาคุคอยดูแลกฎระเบียบและจับกุมคนที่กระทำความผิด ห้าผู้ทักษ์ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นหัวหน้าบ้านหรือประธานของแต่ละบ้านต่างขึ้นอยู่กับสภานักเรียนซึ่งเป็คณะทำงานส่วนกลางอีกทอดหนึ่ง
หรือให้สรุปง่ายๆสั้นๆก็คือหอทั้งสี่หอทำงานแยกกันเป็กิจจะลักษณะ จะมีปรึกษาหารือระหว่างบ้านก็ต่อเมื่อในงานใหญ่ๆหรือวาระฉุกเฉินซึ่งมีไม่บ่อย และพวกสภานักเรียนคือส่วนกลางที่คอยประสานงานอีกที รวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่างๆของแต่ละบ้านก็ถือว่าถูกบรรจุอยู่ในสภานักเรียนไปโดยปริยาย ไม่เว้นแม้แต่ประธานของบ้านๆนั้น
และที่เป็หัวข้อประชุมอยู่ในขณะนี้ก็คือตำแหน่งหัวหน้าชั้นปี 1
คนที่ได้รับตำแหน่งก็นับได้ว่าอยู่ในสภานักเรียนด้วยเช่นกัน รวมทั้งเป็โปรไฟล์ชั้นดีหลังจากเรียนจบรวมถึงการเป็ที่รู้จักในวงกว้างและประสบการณ์การทำงานที่ได้ใกล้ชิดพวกรุ่นพี่
ใครเล่าจะไม่อยากเป็
“และเบื้องบนได้พูดคุยกันไปแล้วเรียบร้อยว่าใครจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าชั้นปี 1 แน่นอน การประชุมในครั้งนี้จึงเป็เหมือนการแนะนำตัวเสียมากกว่า ในส่วนของฉันก็คงจะหมดแค่นี้ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ของคนรับผิดชอบโดยตรงจะดีกว่า” เซโน่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้แถวๆนั้น เปิดทางให้กับคนที่ได้รับหน้าที่ให้มาพูดจริงๆ ทำให้เสียงพูดคุยทั้งหมดในห้องพากันเงียบลงในบันดล
“สวัสดี ฉันชื่อ ไซเรน โซแรนด์ ตอนนี้ดำรงตำแหน่งหนึ่งในสองผู้คุมกฎ ได้รับมอบหมายจากประธานให้มาพูดเื่นี้แทนเ้าตัวที่ติดธุระ มีใครมีคำถามอะไรไหม” เสียงหวานใสของหญิงสาวผู้คุมกฏสร้างความแตกตื่นกับนักเรียนส่วนหนึ่งเป็อย่างมาก ก่อนที่จะมีผู้กล้านายหนึ่มยกมือขึ้นช้าๆ และคนอื่นๆต่างพากันเงียบลงอย่างรู้นาน
“รุ่นพี่จะหมายความว่าคนที่ได้รับตำแหน่งนั้นคือไอล์เหรอคะ?” เป็เซเรน่าที่ยกมือขึ้นมาถาม ไซเรนเองก็พยักหน้าน้อยๆก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน ในขณะที่นายไอด์ที่ว่ายังคงยืนนิ่งเป็รูปปั้นเหมือนเดิม
“ใช่แล้วล่ะ เขาเป็คนที่ได้คะแนนสอบเข้ามากที่สุดในบรรดาพวกเธอทั้งหมด และเป็แค่ที่ 2 ถ้าวัดกันทั้งระดับชั้น เพราะงั้นคงไม่มีข้อกังขาอะไรกันใช่ไหม?” ไซเรนเลิกคิ้วถามกลับแต่สิ่งที่ได้คือความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องโถงแห่งนี้แทน เพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะชั่งใจอยู่ว่าควรที่จะแสดงท่าทีอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนที่ความเงียบนั้นจะถูกพังทลายลงด้วยเสียงหัวเราะของชายคนหนึ่ง
“ข้อกังขาน่ะมีอยู่แล้วล่ะ อย่างน้อยๆคนบางคนในห้องนี้ก็คงไม่ยอมรับแน่ๆ คะแนนมากกว่าใช่ว่าจะเก่งกว่าเสมอไปไม่ใช่เหรอ” โนอาห์กล่าวขึ้นทั้งที่ยังหัวเราะอยู่ ดึงความสนใจให้ทุกคนในห้องหันมามองเขาเพียงคนเดียวไม่เว้นแม้แต่ไอด์ที่ยังคงรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้ โนอาห์เห็นดังนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า
“แถมเ้าตัวดูเหมือนจะไม่อยากรับหน้าที่นี้เท่าไหร่อีกต่างหาก ทางที่ดีเรามาคิดใหม่ทำใหม่ดีกว่านะว่าจะเอาใครเป็หัวหน้าชั้นปีดี” ไซเรนหัวเราะเบาๆให้กับประโยคของโนอาห์ ก่อนจะตอบกลับอย่างหยั่งเชิงว่า
“แล้วจะทำยังไงกันล่ะเธอถึงจะยอมรับได้น่ะ” ไซเรนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อทุกคนกังขาฉันคิดว่ามันเป็เื่ของฝีไม้ลายมือ อย่างที่โนอาห์บอก คะแนนสอบเยอะกว่ามันไม่ใช่ตัวตัดสินทั้งหมด ผมจึงเห็นว่าใครอยากได้ตำแหน่งนี้ก็ให้ไปสู้กับไอล์ซะให้สิ้นเื่สิ้นราว คิดว่ายังไง” แต่เสียงที่ตอบกลับเป็ เลชาน ลาฟิโอ้ ที่เงยหน้าจากหนังสือ ชายหนุ่มเ้าของเรือนผมสีดำสนิท ดวงตาสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างผอมบางจนเหมือนผู้หญิง วันๆไม่ทำอะไรนอกจากอ่านหนังสือในสายตาของเดรคที่เป็รูมเมท แต่ในด้านมนุษย์สัมพันธ์แล้วยังดีกว่าไอล์มากนัก
“น่าสนใจดีเหมือนกัน เอางี้ดีกว่า พวกเธอเสนอตัวขึ้นมาไม่ก็ให้ใครก็ได้เสนอตัวแทน ถ้าเ้าตัวมีความประสงค์อย่างนั้นจริงๆก็ให้มาประลองกับไอล์เขาโดยที่ต้องได้รับเสียงโหวตจากคนมากกว่าครึ่งห้อง เธอเองก็คงไม่มีปัญหาสินะ?” รุ่นพี่ผู้คุมกฏหันหน้าไปถามคนที่แต่เดิมจะกลายเป็หัวหน้าชั้นปีกลายๆ
“ผมเองไม่มีปัญหา หรือจะให้เข้ามาพร้อมกันหลายๆคนก็ย่อมได้” เป็ครั้งแรกที่ชายหนุ่มผมสีเงินพูดออกมา แต่เพียงแค่ครั้งแรกก็ถึงกับจุดชนวนใครหลายๆคนได้เป็อย่างดี หลายคนในห้องจับจ้องไปที่คนปากดีอย่างไม่วางตา ในขณะที่อีกหลายคนรวมถึงโนอาห์กลับมีสีหน้าครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง
ที่แท้ก็วางแผนให้เป็อย่างนี้แต่แรกแล้ว
พวกรุ่นพี่เองก็คงรู้ว่ายังไงซะพวกปีหนึ่งก็คงไม่ยอม เลยกะให้จุดตัดสินเป็การประลองอยู่แล้ว
แบบนี้สิยิ่งน่าสนุก แต่เขาขอเป็คนช่วยให้มันสนุกขึ้นก็แล้วกัน
“ฉันขอเสนออารัน!!” โนอาห์เห็นทีโพล่งขึ้นมาฉับพลันทันใด เรียกใบหน้าเหรอหราจากเพื่อนของเขาได้เป็อย่างดี รวมถึงความเงียบที่เข้าปกคลุมภายในห้องนี้อีกด้วย เพราะแปลกใจไม่น้อยที่คนอย่างเขาไปเสนอชื่อคนอื่นมากกว่าจะรับหน้าแทน
“มันเป็พ่อค้า” โนอาห์ว่าไปนั้น “เพราะงั้นฉันมั่นใจว่ามันจะต้องทำหน้าที่ได้เป็อย่างดีนอกจากนี้มันอาจจะคิดนโยบายหารายได้เข้าป้อมก็ได้ใครจะไปรู้ จริงไหม” โนอาห์กล่าวต่อหลังจากเห็นไม่มีใครว่าอะไร แทบทั้งห้องหัวเราะให้กับคำพูดของเ้าตัวเว้นเสียแต่คนที่กำลังถูกพาดพิงอยู่
“และเื่ฝีมือฉันยิ่งมั่นใจ พวกนายน่าจะได้ยินเื่ของพ่อค้าคนนี้ในวันสอบเข้าไม่ก็ในตอนวิชาเวทมนตร์พื้นฐานกันบ้างแล้ว รับรองไม่มีผิดหวัง” มาถึงตรงนี้หลายๆคนเริ่มคล้อยตามเห็นด้วยพลางนึกย้อนไปในวันสอบเข้าถึงผู้เข้าสอบประหลาดที่ใช้ยันต์เวทมนตร์แทนการร่ายเวทมนตร์ แต่สิ่งที่เขาทำได้กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการคว่ำผู้เข้าสอบสองคนภายในเวลาชั่วอึดใจ
มันกำลังเล่นอะไร!!
อารันมองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่ยังเหวออยู่นิดๆ แต่เ้าตัวดีกลับยักคิ้วเป็เชิงบอกว่าไว้เป็หน้าที่ของฉันเอง และนั้นยิ่งไม่ทำให้อารันวางใจได้เลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ ถ้าในเมื่อทุกคนเห็นด้วย ฉันก็ขอเสนอชื่อ อารัน อลันเซียร์ ให้ไปท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าชั้นปีบัดเดี๋ยวนี้!!” เสียงตอบรับอย่างล้นหลามดังขึ้นมาลูกคู่แม้จะมีคนบางคนมองมาที่เขาด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัยก็ตาม ชายหนุ่มผมดำลอบยิ้มในใจอย่างยินดีนอกจากจะผลักภาระออกจากตัวเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเสนอชื่อเขาจึงชิงตอบก่อน และได้เอาคืนพ่อค้าตัวดีที่กวนประสาทเขามาหลายต่อหลายวันใน่หลัง
“นี่พวกนายถามฉันกันซักคำหรือยัง...” อารันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนซึ่งดูท่าจะไม่มีใครสนใจเลยซักคน เพราะเสียงของเ้าตัวถูกกลบทับด้วยเสียงเชียร์เย้วๆจากบรรดาเพื่อนร่วมชั้นปีที่มีนายโนอาห์เป็แกนนำโดยสิ้นเชิง
“อารันจงเจริญ!!!”