บันทึกรัก บันทึกลับ
เื่ที่2 เหยื่ออันโอชะ
ตอนที่ 2. การหลบหนีหัวซุกหัวซุนของคนลวงโลก
ผมโดนลากไปรุมซ้อมจนยับเยินในอีกสองวันถัดมาคืนวันศุกร์ที่ฝนตกกระหน่ำ ในจังหวะที่ลงจากรถหน้าบ้านของเจเล่อยู่ๆก็มีรถตู้สีดำเคลื่อนมาประกบตอนที่กำลังกดกริ่งหน้าบ้านชายฉกรรจ์ไม่ทรายบจำนวนทึ้งร่างผมขึ้นรถ ทุกคนใส่หมวกคลุมหน้ามิดชิดคนที่ร่างใหญ่สุดใช้มือปิดปากผมไว้แน่นก่อนจะยัดผ้ากลิ่นเหม็นสาปเข้าปากและสวมถุงอะไรสักอย่างคลุมหัวผมจนมองไม่เห็นทางตัวผมสั่นเป็เ้าเข้า กลัวตายสุดขีด พยายามขอร้องแต่ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดรถแล่นไปเรื่อยๆ ผมก็ยิ่งหวาดหวั่น กลัวจนแทบอั้นฉี่ไม่ได้ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำจนเวลาล่วงเลยไปเกือบครึ่งชั่วโมงร่างผมก็ถูกโยนลงรถพร้อมกับโดนเท้าและไม้กระหน่ำฟาดจนสลบไป
ผมตื่นขึ้นมาด้วยสภาพยับเยินที่โรงพยาบาลมีตำรวจสองนายสอบสวนเื่ที่เกิดขึ้นแต่สมองผมเบลอมึนด้วยฤทธิ์ยาหรือไม่ก็เพราะแรงปะทะจึงไม่สามารถตอบอะไรได้ตอนที่หมอเย็บรอยแตกก็ได้แต่ชา ในหัวมึนจนไม่รู้เ็ปตาบวมจนลืมไม่ขึ้นทำให้มองอะไรไม่ชัด แล้วผมก็วูบไปอีกรอบตื่นมาก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงคนไข้ในห้องผู้ป่วยรวมพออ่านชื่อโรงพยาบาลแล้วก็ใจหายวูบ เพราะผมมาอยู่คนละมุมเมืองกับบ้านตัวเอง
ตอนกลางคืนนั้นเงียบสงบเพราะทางโรงพยาบาลห้ามญาติผู้ป่วยนอนเฝ้าตอนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นผมก็กระตุกตัววูบเพราะโดนอะไรไม่รู้กดทับจนหายใจไม่ออกผมหลับตาและสวดมนต์ในใจอย่างสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าใครกันที่พยายามจะปิดปากผมในยามนี้
แกร๊ง...
เสียงรถลากของพยาบาลที่ออกตรวจยามดึกช่วยชีวิตผมไว้ได้หวุดหวิดผู้มาเยือนหายวับไปกับความมืดอย่างกับนินจาผมนอนหอบหายใจโรยรินจนต้องปัดแก้วน้ำที่หัวเตียงให้ตกแตก
“เป็อะไรคะ” เสียงพยาบาลวิ่งเอะอะเข้ามาสภาพใบหน้าผมที่ถูกหมอนปิดทับทำให้ถูกย้ายไปห้องพิเศษโดยมีตำรวจมาเฝ้าอยู่ด้านหน้าผมตัวสั่นด้วยความกลัว มองหาข้าวของส่วนตัวก็หาไม่เจอจึงได้นอนหลับไปเพราะยานอนหลับ
รู้สึกตัวอีกทีก็ผ่านไปอีกสามวันเห็นจะได้อาการาเ็ดีขึ้น แต่สภาพยังบวมบูดเหมือนคนเสียโฉม ผมจำอะไรไม่ได้เลยทำให้ตำรวจไม่มีความคืบหน้าอะไรมาให้ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ตำรวจมาเฝ้าตอนกลางคืนเท่านั้น ผมมีญาติ แต่ก็พึ่งพาใครไม่ได้คงเป็เพราะสันดานที่ไม่ดีั้แ่วัยรุ่น ทำให้ทุกคนต่างเอือมระอาเื่นี้จึงไม่มีใครรู้ ผมเก็บตัวกริบในห้องพิเศษพอรู้สึกมีแรงก็เดินไปข้างนอกได้บ้าง ทำแบบนี้ซ้ำๆสองสามวันก็มีบิลค่ารักษาเข้ามาแต่ในนั้นไม่ใช่ชื่อผมผมจงใจใส่ชื่อเพื่อนสมัยม.ปลายที่ตายไปด้วยอุบัติเหตุรถชนแทน ดีที่บัตรประชาชนและเอกสารอื่นๆรวมถึงโทรศัพท์มือถือผมหายไปตอนที่โดนรุมเลยทำให้ไม่มีใครสืบสาวอะไรได้ต่อ
ผมผูกมิตรกับญาติคนไข้ห้องอื่นๆด้วยเื่ราวการถูกรุมซ้อมน่าสังเวชนี้จนเข้าออกหลายห้องได้สบาย ในใจผมนึกถึงค่ารักษาหกหลักอย่างร้อนรน หากยังอยู่ตรงนี้ผมคงหมดตัวเป็แน่ ยังดีที่ผมยักยอกเงินที่หาได้มาไปซ่อนไว้หลายแห่งเลยพอจะอุ่นใจได้ว่า่นี้คงไม่อดตาย แต่แค่อยากรู้ว่าใครทำร้ายผมกันแน่
...แล้วผมก็แอบออกมาจากโรงพยาบาลในเช้าตรู่ของอีกวันหนึ่งโดยมีโทรศัพท์มือถือและกุญแจรถยนต์ของญาติคนไข้ห้องข้างเคียงติดมาด้วย
ผมแวะซื้อซิมการ์ดใหม่ที่ร้านขายของใกล้ๆยังดีที่แอบฉกบัตรประชาชนและเงินมาบ้างด้วยใบหน้าบวมไม่เป็รูปแบบนี้เลยทำให้คนขายไม่เทียบหน้าเท่าไหร่หลังจากที่รีเซ็ตมือถือใหม่หมดผมก็กดเบอร์ที่คุ้นเคย
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงไป
“ครูนุ”
“ชู่ววววว” ผมบอกให้อีกฝั่งเงียบเสียง
“เป็ไงบ้าง”
“ผมสบายดี ไม่เจ็บแล้ว แล้วครูล่ะหายไปไหนมาเป็อาทิตย์” เสียงนั้นร้อนรนสอบถามผมเลยเล่าเื่ที่เจอมาให้ฟังแบบน่าสงสารสุดๆจนอีกฝั่งร้องไห้
“ฮือ น่าจะคนของพี่ชายผมตอนนั้นผมไข้สูงมากจนโดนพาไปโรงพยาบาล ที่บ้านเลยรู้เื่ของเรา” ผมว่าละ...
“ตอนนี้ครูอยู่ไหนอะครับ”
“ครูยังบอกไม่ได้ เอางี้นะเจเล่ครูต้องหลบไปซักพักก่อน คงไปหาเจเล่ไม่ได้แล้ว”
“ฮะ ฮือ ครูจะไปไหน”
“ครูไม่รู้ แต่ครูต้องหลบไปก่อนไม่งั้นที่บ้านเจเล่มาทำร้ายครูอีก เจเล่ยอมเหรอ”
“ไม่แล้ว เจเล่ไม่อยากให้ครูเจ็บ”
“งั้นดีเลยครูจะโทรมาถามเจเล่ว่าพอจะช่วยครูได้มั้ย ตอนนี้ครูไม่มีเงิน ไปไหนไม่ได้เลย”
“ดะ ได้ครับ เดี๋ยวผมโอนไปให้”
“อย่า... เจเล่ไปเดินห้าง xxx นะเอาบัตรเอทีเอ็มไปหลายๆใบแล้วกดเงินออกมา อย่าลืมเอาเป้ใบใหญ่ไปด้วยกดทีละธนาคารแล้วใส่เงินไว้ในนั้น ....” ผมนัดแนะแผน และสถานที่รับของ
“จำไว้นะอย่าให้ใครจับพิรุธได้ และอย่าออกมาเจอครู ไม่อย่างนั้นครูคงไม่รอด”
“ครับ” เจเล่รับคำ ผมกระหยิ่มอย่างน้อยก็พอจะได้ค่าเสียหายมาแหละ
หลังจากนั้นไม่นานผมก็จอดรถไว้ที่ห้างที่นัดกันไว้ก่อนลงจากรถผมเช็ดพวงมาลัยและเบาะจนสะอาดก่อนใส่หน้ากากปิดหน้าเดินหลบมุมไปในข้างในทำตัวให้กลมกลืนและไม่กระโตกกระตากจนกระทั่งได้รับข้อความว่าเงินพร้อมแล้วผมจึงแว้บเข้าไปเอา...
“เห้ย” เสียงนั้นตะคอกดังลั่น ผมใลนลานก่อนวิ่งหลบเข้ามุมเด็กที่ผมจ้างให้ไปเอากระเป๋าโดนจับตัวไว้ด้วยคนของครอบครัวเจเล่ผมมองภาพนั้นอย่างยิ้มเยาะ เพราะว่าที่นัดเอาเงินคือในรถของเจเล่เอง
“ครูนุ” น้ำเสียงดีใจนั้นดังลั่นผมต้องบอกให้ลดเสียง
“ได้เงินมั้ย”
“ได้ครับ ประมาณสามแสนผมไปกดมาสิบบัญชีที่หาได้เลย”
“ดีมาก ขอบใจมากนะ..”ผมรับกระเป๋าก่อนจะเดินออกมา
“ครูครับ” มือนั้นรั้ง ผมเริ่มหงุดหงิด
“ครูต้องไปละนะ จำไว้ว่าอย่าติดต่อครูอีก”
“ครับ ฮือ” เ้าตัวร้องไห้ไปแล้วแต่ไม่ลืมที่ผมสั่ง นั่นคือโทรศัพท์เครื่องใหม่พร้อมใช้เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สนามบินดอนเมือง เสียงรถตำรวจแล่นมาแต่ไกลคงมาสืบหารถที่ผมขโมยมาและจอดไว้ที่ห้าง เมื่อหลุดจากตรงนี้ผมก็ไปถึงที่หมายและฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากของตัวเองด้วยเครื่องรับฝากอัตโนมัติคงไม่ดีแน่ถ้าหิ้วเงินสามแสนขึ้นเครื่องด้วยใบหน้าแบบนี้คนที่ทำร้ายผมคงตามกลิ่นได้ไม่ยาก เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินไปลงที่อุดรธานีในไฟลท์ที่ใกล้ที่สุดและก็แอบเข้าไปหลบด้านในยังดีที่ใบหน้าผมมันบวมบูด เลยผ่านเข้ามาได้แบบงงๆเมื่อถึงปลายทางผมเรียกแกรปจากสนามบินให้ไปส่งที่สถานีขนส่งเพื่อหารถไปที่อื่น ป้องกันการตามกลิ่นเมื่อขึ้นรถได้ในคืนนั้นผมก็โล่งใจ เพราะการตามหาคงสิ้นสุดที่อุดรธานีนั่นเอง
อีกหลายสิบชั่วโมงต่อมาผมก็มาถึงที่หมายสถานีขนส่งอาเขต จ.เชียงใหม่ยังเต็มไปด้วยผู้คนเมื่อคืนผมถอนเงินมาได้ร่วมห้าหมื่นเลยสามารถหารถเช่าด้วยบัตรประชาชนปลอมและขับไปจอดที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ตใกล้กับสนามบินและหาชุดเปลี่ยนแล้วขึ้นรถเหลืองมุ่งไปในที่ๆคุ้นเคยโดยไม่ลืมโทรให้บริษัทรถเช่ามารับรถที่จอดทิ้งไว้
อากาศสดชื่นของชนบทยังดีอยู่ผมไม่ใช่คนเชียงใหม่ แต่เคยมาเรียนที่นี่เพิ่งจบเมื่อสี่ปีแล้วนี้เองตอนที่ปอกลอกเงินจากน้องเจเล่ได้ ผมก็เกิดปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมา ... ใช่ครับผมไม่ได้เข็ดหลาบอะไร การที่ผมถ่อสังขารมาถึงที่นี่ก็เพราะผมมีเป้าหมายอื่นแล้วนั่นเอง
บ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าของเพื่อนสมัยเรียนปิดสนิทผมเจอกับมันตอนที่เข้าชมรมฟุตบอลเลยสนิทกัน มันเรียนหมอ ผมเรียนศึกษาศาสตร์ถึงจะต่างกันมาก แต่เราก็สนิทกัน จนเรียนจบไปก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ที่สำคัญ ผมจากมันไปไม่ค่อยดีนักเนื่องจากวันเลี้ยงส่งปีสี่ เราไปกินเหล้ากันจนเช้าแล้วตื่นมาผมก็พบว่ามันกำลังดูดเอ็นผมอยู่...แล้วนั่นก็เป็ครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอมัน
สันดานคนเลวอย่างผมสอนให้ใจเย็นหลังจากที่เร่ร่อนั้แ่กรุงเทพไปถึงอุดรแล้วต่อมาถึงนี่ก็ทำให้เมื่อยล้าจนเผลอหลับไปที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านจนกระทั่งมีมือใครสักคนมาสะกิด ผมถึงได้สะดุ้งตื่น
“ไอ้นุ”เ้าของบ้านมีสีหน้าประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ผมงัวเงียขยี้ตาและตอบกลับไป
“เออ กูเอง”
“มึงไปทำอะไรมาวะ หน้ามึง”นั่นเป็สิ่งแรกที่มันทักผมเลยกุเื่มาเล่าให้มันสงสารว่าโดนเ้าหนี้ตามเพราะไปกู้เงินให้เมียเก่าไปทำธุระกิจแต่ก็เจ๊งไม่มีเงินไปคืนแถมยังเลิกกันอีก เลยต้องหนีมา
“...กูไม่รู้จะไปพึ่งใครที่ไหนนึกถึงแต่มึงนี่แหละ” หวังว่ามันคงเชื่อนะครับผมอ่านชื่อที่เสื้อกาวน์ของมันอย่างคุ้นเคย นายแพทย์อมร ปัญญาเด่น โรงพยาบาล xxx
“เป็หมอแล้วเท่ห์ชิบหายเลยนะมึง”
“อื้อ” มันตอบแบบเขินๆ
“เข้าบ้านก่อนสิ”ผมเดินตามมันต้อยๆเข้าไปข้างใน แม่เ้า....นี่บ้านหมอบ้านนอกจริงเหรอวะอุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน แถมยังน่าอยู่ชิบหาย
“ขอบใจมากนะมึงที่ช่วย”
“กูช่วยมึงได้ แต่คงให้มึงอยู่ด้วยไม่ได้หรอกนะ”
“อ้าว ทำไมวะ” ผมใจแป้ว
“มึงไม่กลัวเหรอว่าเ้าหนี้มึงจะตามมาเจอสภาพมึงก็ใช่ว่าจะไม่เด่น” ผมลูบหน้าอย่างครุ่นคิดหน้าเป็แผลและเดินทางร่อนไปมาแบบนี้ ไม่ช้าไม่นานก็ต้องสืบเจอ
“เออว่ะ กูลืมคิดไปนี่กูหาเื่เดือดร้อนให้มึงชัดๆ”
“อย่าคิดมาก คืนนี้นอนนี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยไป”อ้าว ชิบหาย...กูกะจะมาพึ่งพามึง ดันไล่กูซะละ ผมกำหมัดแน่นเลยครับนึกอยากให้หน้าหล่อๆตัวเองกลับมาจัง...