ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 104 จุดสูงสุดระดับ 2

    แมงมุมซวนเซไปข้างหน้าหลายก้าว ช่วงเวลาต่อมามันก็เกิดความรู้สึกล่องลอย คล้ายกับช่วงลำตัวส่วนหลังของมันเบาขึ้น

     

    “โครม!”

    ร่างใหญ่ร่วงแน่นิ่งลงกับพื้น พรากพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายไปจากมันจบชีวิตลงทันที

     

    การต่อสู้ดังกล่าวเหมือนจะนานแต่เพียงผ่านไปไม่กี่วินาที

    นาฟถอยฉากออกมา หอบหายใจชุดใหญ่ เหลือบไปมองกล่องกลไกที่เริ่มสั่นไหวขึ้นเรื่อยๆ 

    “ฟุบ!”

    อยู่ๆ ชายอ้วนสวมปีกกลไก ลอยลงมายืนอยู่ข้างนาฟ  “สถานการณ์ดูจะคับขันนะสหาย ให้ข้าช่วยยังไง!

    นาฟชี้มือไปที่กล่องกลไกที่วางอยู่หน้าม่านพลัง 

    “ของสิ่งนั้นกำลังจะปลดปล่อยม่านสีดำเบื้องหน้านี้คาดว่าในม่านปราการนี้ น่าจะขังคนของสมาคมใต้ดินระดับปราชญ์เอาไว้

    “ระดับปราชญ์!คากิชักสีหน้าทันที

    “อะไรนะ ระดับปราชญ์ของสมาคมใต้ดิน กลุ่มเอโรซ่าที่พึ่งมาถึงเอ่ยอย่างตกใจ

    กลุ่มของเอโรซ่าที่มองเห็นการต่อสู้จากระยะไกลเลยเร่งรุดมาอย่างรีบด่วน พอมาถึงก็ได้ยินสิ่งที่นาฟเอ่ยกับคากิ

    เอโรซ่าก้าวเข้ามา มองนาฟที่ไม่ได้สวมหน้ากากแล้ว และมองผ่านไปเห็นอิงอิงที่กำลังใช้พลังลุกไล่ อีกฝ่ายอยู่

    ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเองทันที

    “เปรี้ยง!”

    สายฟ้าดำฟาดเข้าใส่ เพลิงโลหิตโลกันต์ ทันทีพายุไฟสีเลือดแทบจะสูญสิ้นพลังไปแทบทั้งหมดแล้ว ชายในเปลวไฟทรุดกาย เอามือยันพื้นไว้  “อ๊ากก!” กู่ก้องเสียงเจ็บปวดออกมาเป็นระยะ

    จู่ๆ มวลพลังสีฟ้าเข้มในกายของชายดังกล่าวลุกโหมกระพือขึ้นอย่างรุนแรง เส้นเลือดปูดโปนบนใบหน้าแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ปลุกเร้าพลังอันเข้มข้นกระจายตัวออก“ฟู่!”

    ส่งคลื่นพลังระดับ4ขั้นปลายออกมา สร้างเปลวเพลิงสีแดงเลือด ดั่งคุกโลหิต

     

    เป็นวงกลมรอบบริเวณ คลอบคลุมอยู่เบื้องหน้าม่านปราการสีดำปกป้องกล่องกลไกที่กำลัง สั่นอย่างรุนแรงขึ้นทุกที

    “คลื่น!” ๆ ม่านพลังสีดำเริ่มส่งสัญญาณโยกไหวไปมา สายลมกระเพื่อมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆม่านสีดำสนิท สีสันเริ่มจืดจางลงไปทีละน้อย

    กลุ่มคนทั้งหมดขยับตัวเข้ามารวมอยู่ใกล้ๆ กันทุกคนล้วนมีสีหน้าวิตกกังวลเป็นอย่างมากนาฟสังเกตเห็นแววตาของทุกคนบ่งบอกว่าเหตุการณ์นี้ร้ายแรงแค่ไหน

     

    กล่องกลไกยิ่งสั่นไหวส่งคลื่นพลังเอ่อล้นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ  นาฟรู้สึกได้เพียงเลือดในกายของเขากำลังเดือดพล่าน สติเริ่มพร่าเลือน เม็ดเหงื่อไหลซึมออกจากผิวหนังสีหน้าซีดเซียว ทำได้เพียงกดข่มอารมณ์ไว้

    ณ เวลานี้ไม่มีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของนาฟเพราะแต่ละคนล้วนแต่ตึงเครียดกันอยู่

     

    ทุกคนล้วนค้นหาวิธี ฝ่าม่านเพลิงโลหิตเบื้องหน้านี้แต่โดยเร็ว

       “ข้าจะไม่ยอมแกอีกแล้ว เจ้าของเหลวอัปมงคล!นาฟที่กัดฟันจนเลือดซึมออกจากมุมปาก  ตั้งสติควบรวมพลังทั้งหมดส่งไปยังประสาทสัมผัสตื่นรู้ทั้งหมด  ในห่วงความคิดเกิดการต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงระหว่างจิตวิญญาณของเหลวสีแดงที่พยายามแทรกตัวเข้าสู่จิตสำนึก เหมือนดั่งพายุเข็มนับหมื่นเล่ม ทิ่มแทงเข้ามาที่สมอง สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนาฟที่กัดฟันหนักกว่าเดิม เลือดเริ่มซึมออกมาจากปากทั้งสองข้าง  สุดท้ายอาศัยสิ่งที่เรียกว่า“สัมผัสแห่งห่วงเวลา”เข้าช่วย

    พุ่งประสาทสัมผัสอันเฉียบคมที่สุดออกไปทั่งทั้งร่างคอยปัดป่ายสิ่งที่พยายามแทรกตัวเข้ามาในช่วงเวลาสุดท้าย แม้จะจู่โจมมามากมายแค่ไหนก็ไม่ผ่านห้วงแห่งการรับรู้อย่างละเอียดจนสุดท้ายก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง

    “ฟู่!”

    อยู่ๆร่างกายของนาฟก็ปลดปล่อยควันขาวจางๆ ออกมาอย่างแผ่วเบาโดยที่ทุกคนไม่ได้สังเกต  ร่างกายกลับมามีกำลังมากกว่าเก่า วิสัยทัศน์เบื้องหน้าแจ่มชัดยิ่งกว่าเดิมรู้สึกถึงมวลพลังแก่กล้ามากขึ้นเป็นอย่างมาก อาการบาดเจ็บที่ได้รับก่อนหน้านี้ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ความแข็งแกร่งทางกายภาพของนาฟกลับคืนมาสู่สภาวะสูงสุดอีกครั้งไร้ซึ่งร่องรอยใดๆของความเหนื่อยล้า!

    “ยอดเยี่ยม!”ความแข็งแกร่งได้พัฒนาไป สู่จุดสูงสุดของระดับ2 สินะ!

    ราวกับปาฏิหาริย์ ถือเป็นการฝึกฝนที่เสี่ยงเป็นอย่างมากแต่ก็คุ้มค่ายิ่งนัก เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปเพียงเสี้ยวนาทีมีแต่นาฟคนเดียวที่รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่นานแสนนาน

    “ช้าไม่ได้แล้ว! ข้ามีอุปกรณ์ที่สามารถดูดเปลวไฟนั้นให้เบาบางลงได้! คากิเอ่ยขึ้นมา ก่อนหยิบอุปกรณ์ออกมา

     

    “จัดการเลยคากิ ที่เหลือเป็นหน้าพวกข้าเอง!เอโรซ่าเร่งกล่าว

    คากิกระพริบตาเปล่งแสงบางๆออกจากดวงตามือทั้งคู่เริ่มประกอบอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว

    เอโรซ่าหันมองคนในกลุ่ม “ฟังนะ!พวกเราจะผลัดกันโจมตี จนกว่าจะเปิดม่านเพลิงนั้นได้จากนั้นใครพร้อมก่อนให้รีบจู่โจม

     

    แต่ในตอนนั้นเองก็เริ่มปรากฏเสียงดัง”กรอบแกรบ!”ๆ ขึ้นภายในม่านสีดำ ท่ามกลางหมอกควันสลัวในสถานที่ซึ่งมิอาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แม้เป็นแค่เสียงเดินอย่างแผ่วเบา กลับมีเสียงครึกโครมดังขึ้นในความคิด

    เสียงดังกล่าว แฝงไว้ด้วยกาลเวลาอันเนิ่นนาน เปรียบดั่งสุ่มเสียงที่ก้องจากสถานที่อันมืดมิดกำลังคืบคลานเข้ามา

    จิตใจคนทั้งกลุ่มสั่นไหวไปชั่วครู่

    แต่นาฟไม่สนใจหลังจากหลุดพ้นการแทรกแซงของจิตวิญญาณอัปมงคลนั้น

    ก็สร้างให้พลังจิตในกายของนาฟแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยนาฟสนใจเพียงชายอ้วนด้านข้างที่ประกอบอุปกรณ์พิเศษอย่างรวดเร็วจนอดทึ่งในทักษะชายคนนี้ไม่ได้

    “ฟุบ!”อุปกรณ์ดังกล่าวลอยมาตกอยู่เบื้องหน้าม่านเพลิง “วิ๊ง!”“วิ๊ง!” “วิ๊ง!” จู่ๆเกิดแรงกระทำบางอย่างเกิดขึ้น

    เปลวเพลิงสีเลือดที่มีรูปลักษณ์ที่หนาแน่นมาก กลับสั่นไหวไปมา ขอบเปลวไฟด้านนอกเริ่มถูกอุปกรณ์ดังกล่าวดูดมวลพลังออกไปเรื่อยๆ “ตอนนี้ล่ะ!”


    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน