หลังจากวันนั้นกลับไม่มีเหตุการณ์อะไร ถึงนางจะยังหวั่นวิตก นอนระส่ำระสาย เมื่อชีวิตตนตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะการนำผ้าสตรีไปส่งเพียงครั้งเดียว ในเมื่อนางเองก็รักตัวกลัวตาย ยามโหย่วนางลักลอบไปถามบ่าวรับใช้ท่านอาหญิงซึ่งมาทำงานร้านขายผ้า ได้รู้ว่าท่านอาเขยเคยเป็ขุนพลคนสำคัญใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพหยางยี่คุน ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อศึกครั้งไหน ขนาดว่าราชสำนักโจวอ่อนแอลง จากปัญหาภายใน ถิ่นแคว้นต่าง ๆ เปิดศึกรบราแก่งแย่งดินแดน ประชาชนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ถ้าหากว่าเขาไม่เสนอตัวไปกับนางเล่า... นางจะถูกฆ่าปิดปากไหม!
เจียลี่สำนึกในบุญคุณท่านอาผู้คุ้มกะลาหัวนางไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน นางรีบมุ่งตรงไปรับใช้ท่านอาเมื่อเสร็จงานของนาง พบร่างสูงในเสื้อสีนิลหน้าตาคร่ำเครียด ในอุ้งมืออุ้มม้วนกระดาษเข้าไปวางบนโต๊ะในห้องทำงาน
เรือนบ้านสกุลลู่หลังนี้เป็บรรณาการที่ดินจากราชวงศ์มอบให้ท่านอาพักอาศัย เรือนกว้างขวางมีห้องทำงาน ห้องรับรองแขก ห้องนอนเชื่อมถึงกัน เจียลี่รู้จักทุกซอกมุมเป็อย่างดี นางเข้าไปช่วยบ่าวรับใช้ยกของเบา ๆ เข้าเรือน
“เ้านำสุรามาด้วยหรือเปล่า?” เป็คำถามแรกที่เขาถามนาง ขณะมือหยาบกร้านทั้งสองสั่นเทาเมื่อหยิบจิบสิ่งของ หวังเฟยกำลังนึกถึงสุรารสชาติดี
“ในโรงครัวเ้าค่ะ บ่าวกำลังนำมา”
“ขอบใจเ้าเจียลี่ ข้ายังไม่เคยได้ตอบแทนน้ำใจเ้าเื่สุรา”
“ข้ายินดีรับใช้ท่านอา” ในรอยยิ้มจริงใจ ครู่นั้นเจียลี่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เมื่อเขาเคยพูดเื่ผลตอบแทนนางเสียเมื่อไร นอกจากเื่รถม้าและบ่าวรับใช้ของบ้านเขาคอยหยิบยื่นมือช่วยเหลือนางในบางโอกาส นางวางม้วนกระดาษ กล่องพู่กันลงบนโต๊ะทำงาน ร่างสูงสง่าในเสื้อผ้าผู้ดีสีดำสนิทถักทอด้วยด้ายสีชาด เข้ามายืนซ้อนข้างหลังนาง รับรู้ได้ถึงผ้าแพรลื่นเป็เงามัน เอี้ยวกลับไปมองชายร่างสูงกำยำ
ั์ตาลุ่มลึกมากล้นด้วยเสน่ห์ หลุบลงมองร่างผอมบาง นางตัวเล็กกว่าเขามาก ใบหน้าก็จิ้มลิ้ม แก้มน่าหยิก นางยืนเต็มเท้ายังสูงเพียงระดับบ่าของเขา
“ข้าเกิดความรู้สึกเอ็นดูเ้า มิใช่เพียงเื่บุญคุณที่เ้าเฝ้าเอาใจใส่ข้า”
“เื่อะไรเ้าคะ?”
“ก็เ้าช่างน่ารักใคร่... แก้มแดง ๆ ของเ้า กลิ่นเรือนผมของเ้า... เย้ายั่วใจชาย...” ใต้รอยยิ้มมีลับลมคมใน เจียลี่หาได้รู้ใจท่านอา หากเป็ตรงกันข้ามกับท่านอา ราวกับว่าเขาสามารถมองทะลุผ่านดวงตาคู่สวยใส เต็มไปด้วยความรักใคร่หลงใหล แม้นางจะปฏิเสธเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่า
“ท่านอาขี้เมาเ้าค่ะ”
“ขี้เมา... แล้วเ้าไม่ชอบข้าหรือ?”
“นานครั้งสังสรรค์กับมิตรสหายคงไม่เป็ไร ถ้าไม่เมาบ่อย ๆ จะดีกว่า...” แล้วนางจึงเงียบไป ั์ตาหลงใหลเฝ้ามองใบหน้าคร้ามคม บัดนี้แลดูมีชีวิตชีวาเพราะนาง ชายผู้นี้กลับมาหล่อเหลา รูปลักษณ์ตรึงใจสตรี เหมือนเมื่อคราวที่นางเคยริษยาท่านอาหญิง...
ดวงใจเ็ปรวดร้าวเฝ้ามองสองหนุ่มสาวโอบกอดพลอดรักกัน พวกเขาเป็คู่ครองผู้เหมาะสมชนชั้นวรรณะ รูปลักษณ์งดงามราวกิ่งทองใบหยก
นางเคยชิงชังท่านอาหญิงเท่าไร หาได้มีผู้ใดล่วงรู้ความลับของนาง ผู้ทำได้เพียงซุกซบบนหมอนในห้องนอนมืดแคบ ปลดปล่อยน้ำตาให้รินไหลอยู่ภายใน
เจียลี่เอาแต่จ้องท่านอา เขาไม่เคยเฉียดใกล้นางมาก่อนเลยสักครั้ง นางได้กลิ่นหอมอบอวลจากเสื้อผ้าของเขา กลบด้วยบางกลิ่นที่หอมมากกว่า
“กลิ่นอะไรเ้าคะ?”
“กำยาน”
หวังเฟยจุดเทียนหลายเล่มบนโต๊ะเรียบร้อยดีแล้วนางยังคงไม่ละวางตาไปจากเขา เขานึกขบขันนางในใจ มือปัดควันจากกำยานขนาดเท่าฝ่ามือ ทำจากหินสีดำสลักลายด้วยทองคำ ขณะรอยยิ้มมีเลศนัยขยับอยู่ตรงมุมปากหนา
เจียลี่กะพริบตาถาม “ท่านอาพูดจริงหรือ?”
“เื่อะไร?”
“ท่าน... ว่าข้าน่ารักใคร่”
“ใช่...” ในสีหน้าเรียบเฉยตอบ หลังจากที่เขาเกือบจะทำให้นางพูดความในใจด้วยกำยาน
โถสีนิลอันหนึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หวังเฟยรับรู้มาจากท่านอาหญิงของนางว่าหลานสาวน่ะแพ้กลิ่นหอมของเครื่องประทินกลิ่นต่าง ๆ นางมักจะนอนหลับไปเสียเฉย ๆ หากท่านย่าของนางจุดมันที่ใดในเรือน
“เ้าล่ะ ไยเ้ามาเอาอกเอาใจข้าทุกวัน ข้าเป็ชายฉลาดเฉลียวใจ ข้ารู้เื่หญิงสาวดี เ้าบอกข้ามาเถิด”
“ข้ารู้สึกง่วงนอนเ้าค่ะ ข้าไม่ค่อยชอบกลิ่น... กำยาน…”
“เช่นนั้นเ้างีบนอนสักเดี๋ยว ข้าจะปลุกเ้าไปส่งเ้าถึงบ้าน ไม่ให้มีเื่เสื่อมเสีย”
เจียลี่พยักหน้า เปลือกตาที่อ่อนกำลังลงราวกับว่านางจะหลับทั้งยืนได้ นางเดินไปจากท่านอา หย่อนก้นนั่งลงบนตั่งไม้ในห้องรับรองแล้วหลับไป ท่านอาก็คงไม่รู้ว่านางผ่อนคลายสบายในนิทราแสนหวานไปเพราะกำยาน
ท่านอาเขยในนามถือโอกาสโน้มตัวลงช้อนข้อพับเนียนขึ้น แทรกตัวเข้าไปบนตั่งนั่ง วางนางไว้บนหน้าตักแกร่ง เมื่อเห็นว่านางพิงศีรษะชนกำลัง คงนอนหลับไม่สบายนัก นางลืมตาขึ้นครั้งหนึ่งโดยไม่ได้เอ่ยคำประท้วงเื่ชายหญิง หากยังไม่แต่งงานก็ไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน นางพักพิงศีรษะบนแผงอกกว้างอย่างย่ามใจ ด้วยความเชื่อใจว่าท่านอาไม่ล่วงเกินนางแน่