ตอนที่ 13 : ปีสอง – วันแรกที่ได้เป็“พี่รหัส”
ลมเช้าริมแม่น้ำโขงยังพัดสม่ำเสมอเหมือนทุกวัน
คลื่นน้ำเล็ก ๆ ซัดเข้าหาฝั่งเบา ๆ ดังซ่า ๆคล้ายเสียงกระซิบไม่รู้จบ
ชัยยศในวัยเจ็ดสิบ นั่งอยู่บนม้านั่งปูนเดิมใต้ต้นกันเกรา
ข้าง ๆ มีถ้วยน้ำชาที่เย็นแล้วเหลือครึ่งหนึ่ง
สายตาเขามองไปบนผิวน้ำ แต่ในใจ…กำลังมองเลยผ่านไปไกลกว่านั้น
พอฟ้าสว่างขึ้นทีละน้อย
ภาพบางอย่างในหัวก็เริ่มชัดขึ้น
จากกลิ่นดินริมโขง
ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างหน้าคณะ
จากเสียงน้ำโขงกระทบตลิ่ง
กลายเป็เสียงรองเท้านักศึกษากระทบพื้นซีเมนต์
เสียงหัวเราะ เสียงเป่านกหวีดรับน้อง
เขายิ้มบาง ๆ คนเดียว
“…ปีสองของเราเริ่มตรงนั้นแหละ วันแรกที่ได้เป็ ‘พี่รหัส’”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ลานหน้าคณะสังคมศาสตร์ในเช้าวันนั้นคึกคักกว่าปกติ
ต้นไม้ใหญ่สองสามต้นให้ร่มเงาคลุมพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้
แสงแดดยามสายส่องลอดช่องใบไม้ลงมาเป็ดวง ๆ
สนามหญ้าเปียกชื้นจากน้ำค้างเมื่อคืน
เก้าอี้หินอ่อนที่เคยนั่งเงียบ ๆ ตอนเปิดเทอมปีหนึ่ง
วันนี้เต็มไปด้วยรุ่นพี่ปีสองที่ยืนกระจายกันอยู่
เสียงหัวหน้ารุ่นพี่ะโผ่านโทรโข่ง
“น้องปีหนึ่งยืนเรียงแถวหน้ากระดานนะครับ เดี๋ยวจะเริ่มจับพี่รหัสแล้ว!”
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังจากกลุ่มน้องใหม่
บางคนหน้าเกร็ง
บางคนหัวเราะขำเพื่อน
บางคนก้มดูรองเท้าตัวเองเหมือนใช้มันบังความประหม่าในหน้า
ชัยยศยืนอยู่ข้างเพื่อนสนิทกลุ่มเดิม
สมศักดิ์ – หัวเราะเสียงดัง พูดจาโผงผาง แต่ใจดี
สมเกียรติ – ท่าทางจริงจังกว่าคนอื่น ใส่แว่น ขยันอ่านหนังสือ
จรูญ – คนที่ชอบเงียบ ๆ แต่มักตอบคำถามแทงใจทุกครั้ง
สมศักดิ์หันมาหาเขา
“โห ปีที่แล้วเรายังยืนหน้าเกร็งเป็ควายเข้าคอกอยู่เลยปีนี้ได้มาเป็พี่รหัสคนอื่นเขาแล้วโว้ยยศ”
“พูดดีไปเถอะ” ชัยยศหัวเราะ “ปีที่แล้วนี่แหละมึงยังเกือบร้องไห้ตอนโดนสั่งให้ร้องเพลงหน้าแถว”
สมศักดิ์ทำเสียงดุ
“อย่าพูดดัง เดี๋ยวเสียภาพพจน์พี่ปีสอง”
สมเกียรติส่ายหัว
“กูว่าให้รุ่นน้องมาเป็พี่รหัสพวกมึงแทนดีไหมจะได้สงสารน้องมัน”
“พอเลย ๆ” จรูญพูดขึ้นบ้าง เสียงเรียบ “มึงนั่นแหละยศระวังหน่อยนะ ได้เป็พี่รหัสคนแล้ว อย่าไปทำเื่วุ่นวายเหมือนตอนปีหนึ่งอีก”
คำว่า “ตอนปีหนึ่ง” ทำให้หัวใจเขากระตุกเล็กน้อย
ภาพปีใหม่แวบเข้ามาในหัว
ทั้งรอยยิ้ม
ทั้งคอนโด
ทั้งคืนที่เขาตื่นมาบนเตียงแล้วพบว่าเธอหายไปมีเพียงจดหมายแผ่นเดียว
เขาไม่ได้ตอบอะไร แค่ถอนหายใจเบา ๆ
สมศักดิ์แกล้งสะกิด
“เออ จริงของจรูญ ปีที่แล้วมึงไปหลงพี่รหัสซะหัวทิ่มหัวตำปีนี้อย่าให้ซ้ำรอยล่ะวะ”
สมเกียรติมองหน้าเขาอย่างรู้ทัน
“แล้ว…่นี้กับนิ่มเป็ยังไง”
เขาชะงักน้อย ๆ
ั้แ่โทรไปคุยกับนิ่มคืนวันนั้น
หลังปีใหม่ออกไปจากชีวิตของเขาอย่างเด็ดขาด
ทั้งคู่ก็เริ่มคุยกันบ่อยขึ้น
ไม่ได้คุยกันหวาน
ไม่ได้เรียกว่าคบกัน
แต่ก็ไม่ใช่แค่คนรู้จักห่าง ๆ
เขายิ้มจาง ๆ
“ก็…ยังคุยกันอยู่เรื่อย ๆ น่ะแหละ ไม่ได้ทะเลาะกันเพิ่มถือว่าดีละ”
สมศักดิ์ทำเสียงลากยาว
“โห ท่าทางในอนาคตพวกกูจะต้องไปกินเลี้ยงงานแต่งของมึงกับนิ่มแหง ๆ”
“พูดมาก” เขาตบหัวสมศักดิ์เบา ๆ
เสียงโทรโข่งดังขึ้นอีกครั้ง
“รุ่นพี่ปีสอง เตรียมตัวนะครับเดี๋ยวเราจะเรียกน้องปีหนึ่งมาแนะนำตัวทีละคน แล้วจับคู่พี่รหัสให้!”
เสียง “เฮ” ดังลั่นจากทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง
สายลมยามเช้าอุ่นขึ้นเล็กน้อย
หัวใจเขาก็เต้นเร็วกว่าปกติไปด้วย
ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นที่จะเป็พี่รหัส
หรือเพราะใจลึก ๆ กลัวว่าจะพลาดซ้ำอีก
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
น้องปีหนึ่งถูกเรียกขึ้นแนะนำตัวทีละคน
“ชื่ออะไร มาจากไหน โรงเรียนเดิมอยู่ที่ไหน ชอบทำอะไร”
คำถามเดิม ๆ
แต่ใบหน้าที่ขึ้นมาพูดกลับหลากหลาย
ทั้งเด็กบ้านต่างจังหวัดที่ยังพูดติดสำเนียง
ทั้งเด็กกรุงเทพฯ ที่ดูคล่องแคล่ว
ทั้งคนที่มองพื้นตลอด
ทั้งคนที่กล้าสบตารุ่นพี่เต็ม ๆ
ทุกคนรายงานตัวและจับสลากได้ชื่อพี่รหัสครบทุกคน
จนกระทั่ง…
“ต่อไป…น้องผู้หญิงนะครับ ชื่อสุภาภรณ์”
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาข้างหน้า
เสื้อเชิ้ตนักศึกษายังดูแข็งเพราะเพิ่งซื้อใหม่
กระโปรงดำยาวคลุมเข่า
รองเท้านักศึกษากัดข้อเท้าเล็กน้อยจนเห็นรอยแดง
ผมยาวประบ่ามัดรวบหลวม ๆ
เธอยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งแถวอย่างเก้อ ๆ
“สวัสดีค่ะ ชื่อสุภาภรณ์ค่ะ… เรียกปุ๊กก็ได้ค่ะ มาจากเขตคลองสาน ที่บ้านเปิดร้านขายของชำค่ะ”
เสียงพูดชัด
ไม่เบา ไม่ดัง
แต่สุภาพ และจริงใจ
รุ่นพี่บางคนแซวเบา ๆ ว่า
“งั้นเวลาซื้อของชำต้องไปขอส่วนลดหน่อยแล้ว”
รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ควบคุม “เอาหละ...จับสลากเถอะ”
ปุ๊กหัวเราะเก้อ ๆ
ยิ้มที่มุมปากของเธอดูเป็ธรรมชาติไม่มีการเสริมแต่ง
เหมือนคนไม่ถนัดการแสดงออก แต่พร้อมจะพยายาม
พลางล้วงมือจับสลากรายชื่อพี่รหัสของเธอขึ้นมา
“ชัยยศ” เสียงรุ่นพี่ประกาศชื่อพี่รหัสของเธอ
ชัยยศมองเธอเงียบ ๆ
ไม่ใช่ความรู้สึกตะลึงแบบตอนเห็นปีใหม่
ไม่ใช่แรงดึงดูดแรง ๆ แบบในผับ
แต่เหมือนเห็น “เด็กจากบ้านคล้าย ๆ กัน”ที่กำลังพยายามปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่
หัวหน้าใช้สายตากวาดมาระหว่างน้องใหม่กับพี่ปีสอง
ก่อนหันชี้มือมาทางเขา
“คนนี้แหละคือพี่ยศนะ เป็พี่รหัสเรา เขาอยู่ปีสองแล้วช่วยงานเก่ง ใจเย็น น่าจะดูแลเราได้ดี”
ปุ๊กหันมามองเขา
เธอรีบยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีค่ะพี่ยศ”
เขารีบยกมือรับไหว้
รู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ ไม่ต่างจากเธอ
“อืม…สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
เสียงหัวเราะแ่ ๆ ดังจากเพื่อนข้างหลัง
“ไอ้ยศ ได้น้องรหัสแล้วโว้ย!”
สมศักดิ์กระซิบ
“จำคำตัวเองไว้นะมึง ‘อย่าซ้ำรอยเดิม’” จรูญพูดเบา ๆ
เขายืดหลังขึ้นเล็กน้อย
สบตาปุ๊กอีกครั้ง
ในหัว…เหมือนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“คราวนี้…ลองเป็พี่รหัสให้ดีสักครั้งเถอะยศ
ไม่ใช่คนรัก
ไม่ใช่คนที่มึงจะลากเขาเข้าไปอยู่กลางไฟ
แค่อยู่ข้างเขา…ในฐานะพี่ที่เธอไว้ใจได้ก็พอ”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
่สายหลังการรับน้องรหัส
แดดแรงขึ้นจนพื้นเริ่มร้อน
แต่ใต้ต้นไม้ใหญ่แถวข้างตึกเรียนยังพอมีร่มเงาให้หลบ
ชัยยศพาปุ๊กมานั่งที่เก้าอี้หินอ่อนตรงมุมเงียบ ๆ ของคณะ
ที่นี่เป็มุมที่เขาและเพื่อน ๆ ชอบมานั่งรอเวลาเรียน
สมศักดิ์ สมเกียรติ และจรูญนั่งอยู่ด้วย
สมศักดิ์เปิดก่อน
“นี่ ๆ ปุ๊ก นี่พี่สมเกียรติ นี่พี่จรูญ เพื่อนพี่ยศ รหัสเดียวกันแต่อย่าไปเชื่อมันมากนะ มันชอบโม้
ส่วนพี่ชื่อสมศักดิ์ เป็คนดีเชื่อถือได้”
ปุ๊กหัวเราะเบา ๆ
“สวัสดีค่ะพี่สมศักดิ์ พี่สมเกียรติ พี่จรูญ”
สมเกียรติยกมือไหว้รับ
“เราเป็เพื่อนยศ ถ้าอะไรไม่กล้าถามเขา ถามเราก็ได้”
จรูญพยักหน้า
ไม่พูดมาก แต่ยิ้มบาง ๆ อย่างเป็มิตร
บรรยากาศไม่ตึง
ไม่ฝืน
ชัยยศมองปุ๊ก
เธอนั่งหลังตรง มือนิ่งบนตัก แต่สายตายังมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้
“บ้านเราอยู่ไหนนะ” เขาเริ่มถาม
“อยู่เขตคลองสานค่ะ ไกลจากบางเขนมาก หนูคิดว่าจะมาอยู่หอพักแต่หอพักมหาวิทยาลัยจะให้สิทธิ์คนที่มาจากต่างจังหวัดก่อนหนูเลยต้องไปเช่นหอพักข้างนอกไกลมหาวิทยาลัยนิดหน่อย ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่”
“พ่อแม่ล่ะ”
“แม่ขายของชำค่ะ พ่อช่วยส่งของกับขับรถให้มีหนูเรียนคนเดียวในบ้าน”
คำว่า “มีหนูเรียนคนเดียวในบ้าน”
ทำให้ใจเขาขยับ
เขานึกถึงตัวเองตอนสอบติด
นึกถึงพ่อตอนถือจดหมาย
นึกถึงสายตาพ่อที่พูดไม่เก่ง แต่ดูภูมิใจเงียบ ๆ
“พอได้รู้ว่าติด มหาวิทยาลัย แม่ร้องไห้เลยค่ะ” ปุ๊กพูดต่อ“แม่บอกว่า…ดีใจที่อย่างน้อยลูกก็มีโอกาสไปไกลกว่าตัวเอง”
ประโยคนั้น…แทงเข้าใจเขาอย่างแรง
สมเกียรติพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“พ่อแม่รุ่นนั้นเขาคิดแบบนั้นกันเยอะ”
สมศักดิ์หัวเราะกลบความซึ้ง
“ดีแล้ว ๆ ต่อไปเวลาไปซื้อของชำจะได้ขอเครดิตได้เนอะ”
ทุกคนหัวเราะ
บรรยากาศค่อย ๆ ผ่อนคลาย
ชัยยศสังเกตปุ๊กอย่างเงียบ ๆ
เธอไม่ใช่คนที่พูดเก่ง
แต่ตอบทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีท่าทีเสแสร้ง
ไม่มีสายตาแบบคนที่อยากเข้าหาเพื่อผลประโยชน์
เขารู้สึกว่า เด็กคนนี้…คล้ายตัวเองตอนปีหนึ่งในบางมุม
ต่างตรงที่เขาไม่มีใครคอยจับมือ
แต่เธอมีเขากับเพื่อน ๆ อยู่ตรงนี้
“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจเื่เรียน เื่คณะ เื่อาจารย์…”เขาพูดช้า ๆ “ถามพี่ได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
ปุ๊กพยักหน้า
ดวงตาเป็ประกายขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะพี่ หนูจะพยายามไม่ทำให้พี่ลำบากใจมากค่ะ”
“ไม่ลำบากหรอก” เขายิ้มบาง ๆ “แค่ตั้งใจเรียนก็พอ”
คำพูดนั้น…เหมือนคำที่ปีใหม่เคยพูดกับเขาในห้องสมุดเมื่อปีที่แล้ว
แต่คราวนี้
เขาอยู่ในฝั่งของ “คนให้” ไม่ใช่ “คนรับ”
มันคือความรู้สึกที่ทั้งคุ้นเคย
ทั้งแปลกใหม่
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เย็นวันนั้น หลังเลิกกิจกรรม
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอ่อน
ลมเย็นขึ้น
ชัยยศเดินไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าประตูมหาวิทยาลัย
ดึงสมุดโน้ตเล็ก ๆ ที่จดเบอร์โทรบ้านนิ่มออกมา
เหรียญในมือกระทบกันเบา ๆ
เขาคิดถึงรอยยิ้มของนิ่ม
คิดถึงเสียงเธอที่บอกว่า
“ถ้าจะกลับมา ขอให้กลับมาด้วยหัวใจที่เลือกเราเองจริง ๆ นะ”
เขานิ่งไปชั่วครู่
แล้วเก็บเหรียญกลับใส่กระเป๋า
“วันนี้ยังไม่ต้องโทร”
เขาคุยกับตัวเองในใจ
“แค่จัดการหัวใจตัวเองกับโลกตรงหน้าก่อน”
เขาเดินกลับหอพักที่เช่าอยู่
ลมเย็นพัดผ่านหน้า
เสียงคนคุยกันข้างทาง
กลิ่นอาหารจากร้านหน้ามหาวิทยาลัยลอยมา
ในหัวเขามีทั้งภาพของปีใหม่
ทั้งเสียงของนิ่ม
และทั้งรอยยิ้มของน้องใหม่ที่ชื่อ “ปุ๊ก”
ชีวิตในปีสอง
ดูจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
แต่ลึก ๆ แล้ว
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า—
ต่อจากนี้ไป
ดงรักของเขา
กำลังจะเริ่มแตกกิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งอย่างช้า ๆ
และคราวนี้…เริ่มต้นจากคำง่าย ๆ คำเดียว
“พี่รหัส”