เริ่มออกเดินทาง 1/2
'นี่มันงดงามเกินไปแล้ว...'
'งดงามยิ่งนักราวกับนางเซียนแปลงกายลงมา...'
'กล่าวว่าคุณหนูสุ่ยเเคว้นเต่าดำคือหญิงงามอันดับหนึ่ง เเต่หากเทียบกันเเล้วกับคนผู้นี้ นางจะนับเป็อันใดได้'
ในขณะที่ชายชุดดำที่เหลือต่างตกอยู่ในสภาวะพร่ำเพ้อถึงใบหน้างดงามนี้ไม่น้อยคงมีเพียงเเต่หัวหน้าของภารกิจที่สามารถดึงสติได้ก่อนจึงเอ่ยถามออกไปว่า
''เ้าคือผู้ใดกัน??ในภารกิจนี้ไม่มีชื่อเเละภาพวาดของเ้าขอจงอย่านำตัวมาขัดขวางไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!''
''เวรรรมเสียจริง...เ้ามาสังหารผู้ใดถึงไม่มีข้อมูลในมือเล่า''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มเยาะอยู่ในที
''หุบปากของเ้าซะ...ภารกิจของข้าคือฆ่าให้หมดทุกคนเเละนำหัวคุณชายหนิงอ้ายกลับไปเพียงผู้เดียวหรือว่าเ้าไม่จริงหน่า''ชายหัวหน้าชุดดำเอ่ยขึ้นว่าราวกับว่าไม่เเน่ใจ
''ข้านี่เเหละหวังหนิงอ้ายบุตรชายของท่านเเม่หวังเยว่ซินเเห่งเเคว้นเต่าดำ...จะทำอะไรก็รีบลงมือเถิดข้าอยากพบท่านตากับท่านยายเเล้วเเค่นี้ก็ทำข้าเสียเวลาชีวิตไปไม่น้อย...''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดี
''ข้าว่าอยู่เเล้วเหตุใดศิษย์น้องของข้าจึงไม่กลับสำนักหลังจากที่ได้รับภารกิจลอบสังหารที่เรือนตระกูลจาง...นี่คงเป็ฝีมือพวกเ้าละสิท่าเอาละ!!คุณชายหนิงอ้ายหากท่านยอมให้ฆ่าดีๆพวกข้าจะละเว้นผู้คนในรถม้านั่นดีหรือไม่??''ชายคนเดิมเอ่ยอีกครั้งเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่เหลือทันที
''หากคิดว่าทำได้ก็ลองดู...พวกสุนัขรับใช้ไร้สมอง!!''หนิงอ้ายเอ่ยตอบไปยั่วยุอีกครั้ง
''ก็ได้เช่นนั้นข้าจะไม่ออมมือเเล้ว!!!''ชายชุดดำคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้งเเละร่ายบทเวทย์ในทันที โดยมุ่งโจมตีไปยังรถม้าที่จอดอยู่ก่อน
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีวาโยมรณะพิฆาต!
วูบ!
ตู้ม! ตู้ม!
ทันใดนั้นเช่นกันด้านหลังของหนิงอ้ายนั้นพลันปรากฏวงเเหวนิญญาหนึ่งชั้นเปล่งประกายรัศมีสีเขียวเเสดงถึงระดับพลังิญญาจักรพรรดิขั้นสามัญทำเอาผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นใไม่น้อยกับระดับพลังิญญาของร่างบาง
อัญเชิญบทเวทย์ป้องกันปราการวารีอหังการ!
วูบ!
ตู้ม! ตู้ม!
ทันใดนั้นบริเวณโดยรอบของรถม้าพลันปรากฏม่านพลังที่คล้ายกับคลื่นน้ำที่พริ้วไหวหมุนวนโดยรอบมองดูคล้ายกับการระบำของสายน้ำที่งดงามที่เเม้ภายนอกจะดูเหมือนม่านพลังน้ำธรรมดาเเต่ด้วยเพราะหนิงอ้ายนั้นยกระดับบทเวทย์นี้เป็ระดับเซียนจึงส่งผลให้การโจมตีด้วยบทเวทย์ที่ระดับต่ำกว่าจึงไม่สามารถทำอะไรได้ อีกทั้งหากมีสิ่งเเปลกปลอมที่้าจะทะลุม่านน้ำเข้าไปก็จะพบกับเเรงตัดของน้ำมหาศาลที่สามารถตัดร่างกายเป็ชิ้นๆได้
ชายชุดดำที่เป็หัวหน้าในการรับภารกิจครั้งนี้เเม้จะใไม่น้อยถึงเกราะป้องกันที่ทรงพลังตรงหน้าที่ไม่สามารถััระดับพลังได้ ย่อมหมายความว่าบทเวทย์ดังกล่าวคงมีระดับที่สูงกว่าบทเวทย์ของตน เมื่อเห็นว่าหนิงอ้ายนั้นกำลังวุ่นวายกับการใช้เกราะป้องกันดังกล่าว ตนจึงไม่ลังเลที่จะโจมตีทันที
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีอัคนี์สังหาร!
วูบ!
ตู้ม! ตู้ม!
เเทนที่ผลลัพธ์จะออกมาตามที่หวังเเต่กลายเป็ว่าหนิงอ้ายที่กำลังร่ายบทเวทย์ป้องกันอยู่สามารถออกบทเวทย์ต่อสู้ ตอบโต้กลับได้โดยทันที ซึ่งปกติเเล้วผู้ฝึกตนต่างสามารถใช้บทเวทย์ได้ครั้งละหนึ่งเท่านั้น
อัญเชิญบทเวทย์โจมตีพสุธะปฐีมายา!
วูบ!
ตู้ม! ตู้ม!
สิ้นเสียงของหนิงอ้ายนั้นพลันปรากฏกำเเพงดินสูงสามเมตรที่ตั้งรับบทเวทย์โจมตีได้อย่างทันท่วงทีอีกทั้งยังส่งเเรกกระเเทกกลับไปไม่น้อยทำเอาชายชุดดำคนดังกล่าวได้กระอักเืออกมาเมื่อเป็เช่นนั้นจึงส่งสัญญาณให้คนที่เหลือเลิกโจมตีเกราะป้องกันดังกล่าวให้มาจัดการกับหนิงอ้ายเสียก่อนเพราะหากผู้ใช้บทเวทย์สิ้นไปบทเวทย์ดังกล่าวก็จะสลายไปด้วย...
''ใครสามารถตัดหัวคุณชายหนิงอ้ายได้ข้าจะมอบเงินรางวัลครึ่งหนึ่งในส่วนของข้าจากภารกิจครั้งนี้ให้เป็การตอบเเทน...''ชายชุดดำหัวหน้ากล่าวขึ้นมาเเต่ทันใดนั้นเอง
''อ้ากกกซ์ ช่วยด้วยย ช่วยข้าด้วย!!''
''นี่มันคืออันใดกัน....พิษเช่นนั้นรึ อึกก!!''
''เหตุใดร่างกายข้าถึงเดินพลังปราณไม่ได้กัน โอ้ยยย!!''
หนิงอ้ายตัดสินใจใช้พิษของเจียวซิ่นในทันที ด้วยเพราะว่าตั้งเเต่ที่ตนได้ผูกพันธะกับเจียวซิ่นเเล้วนั้นตนยังไม่เคยลองใช้พิษของเจียวซิ่นเลยสักครั้ง
''หึหึ...พวกเ้าติดพิษของข้าเเล้วละพวกเ้าโชคดีมากเลยนะข้าไม่เคยใช้พิษนี้กับผู้ใดมาก่อนเเต่พวกเ้าได้รับเกียรตินี้ไป...พวกเ้าดีใจหรือไม่''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นในขณะที่ตนสลายบทเวทย์เกราะป้องกันวารีที่เมื่อครู่นี้ได้ปกป้องรถม้าคันดังกล่าว
''อ็อค....ข้าไม่ไหวเเล้ว!!!!''
''พิษอันใดกันช่างรุนเเรงเช่นนี้ อ้ากกกก!!''
เหล่าบรรดานักฆ่าทั้งสิบคนต่างดิ้นทุรนทุรายบนพื้นด้วยท่าทางที่ทรมานยิ่งนัก ซึ่งพิษของหนิงอ้ายนั้นเมื่อถูกดึงใช้จากสัตว์อสูรในพันธะของตน อีกทั้งในตอนนี้เจียวซิ่นเองก็มีระดับณที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้ความรุนเเรงของพิษนั้นทวีเพิ่มขึ้นหลายเท่านัก อีกทั้งยังคงไร้สีไร้กลิ่นสามารถเเทรกซึมเข้าไปตามบาดเเผล ของร่างกาย รวมไปถึงลมหายใจเข้าออก เพียงไม่กี่อึดใจนั้นร่างกายของนักฆ่าทั้งหมดเเปรเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำเเละตายตกลงไปในที่สุด
ซึ่งในครั้งนี้หนิงอ้ายใช้พิษไปเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น เพราะหากตนใช้เต็มสิบส่วนจริงๆรับรองได้ว่าร่างกายของนักฆ่าเหล่านี้จะถูกกัดกร่อนไปทั้งสิ้นรวมไปถึงเสื้อผ้าเครื่องประดับเช่นกัน
''พวกเ้าต่างคิดร้ายสังหารข้าก่อนทั้งสิ้นอีกทั้งที่ผ่านมาพวกเ้าต่างเข่นฆ่าก่อกรรมมาไม่น้อยถือเสียว่าตายขดใช้กรรมเสียเเล้วกัน''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจด้วยเพราะตนนั้นใช้บทเวทย์เนตรเเห่ง์อยู่จึงสามารถรับรู้เื่ราวความเป็มาบางส่วนของคนเหล่านี้ได้หลังจากที่ตนจัดการเก็บพวกอาวุธต่างๆเเล้วนั้นจึงควบคุมและดูดพิษกลับคืนมาเเละเก็บร่างของนักฆ่าเหล่านี้ไว้รอให้เจียวซิ่นตื่นจากการยกระดับพลังเมื่อใดตนจะมอบร่างของนักฆ่าพวกนี้เป็ของรางวัลให้
หากถามว่าในใจของหนิงอ้ายนั้นรู้สึกผิดอันใดหรือไม่ ต้องบอกว่าไม่ว่าจะเป็โลกเก่าที่ตนเคยอยู่หรือเเม้เเต่โลกนี้ทุกคนที่เขาลงมือฆ่านับได้ว่าเป็คนที่ไม่ดีเสียเกือบหมดด้วยเพราะพลังจิตที่ตนมีตั้งเเต่เกิดจนกระทั่งได้มาเกิดใหม่ในโลกใบนี้ ความสามารถพิเศษของตนเกี่ยวกับพลังจิตยังตามติดมาด้วยซึ่งพลังจิตนี้นอกจากที่จะสามารถควบคุมสิ่งของรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตเเล้วนั้นยังสามารถััได้ถึงจิตใจที่ซ่อนเร้นของตัวคนที่มีอยู่อยู่ว่ามีความดำมืดเพียงใด อีกทั้งในโลกของผู้ฝึกตนนี้ย่อมต้องมีความเเข็งเเกร่งทั้งร่างกายเเละจิตใจ หากเเม้นว่ามีผู้ใดที่หมายเป็ศัตรู้าสังหารตนนั้นให้ชิงลงมือก่อนเสมอเพราะนี่คือกฎของยุทธภพซึ่งผู้ที่เเข็งเเกร่งเท่านั้นจึงจะปลอดภัยซึ่งผู้ที่ชนะเท่านั้นถึงจะเป็ผู้เขียนหน้าประวัติศาสตร์ได้...
''หนิงอ้ายเป็ไงบ้าง...เ้าได้รับาเ็ตรงที่ใดหรือไม่??''เยว่ซินเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเเละขึ้นบนรถม้าเเล้ว
''ขออภัยที่ทำให้ท่านเเม่ต้องเป็ห่วงรวมไปถึงลู่ซีเกอท่านลุงจางปินท่านน้าหรันหรูด้วยนะขอรับ...ข้าอยากทดสอบใช้พลังพิษของเจียวซิ่นเเต่ด้วยความที่ข้าพึ่งเคยใช้ครั้งเเรกจึงไม่อยากให้พวกท่านไปเสี่ยงด้วย''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับมองไปด้วยรอบเเละกล่าวย้ำซ้ำๆ ว่าตนไม่เป็ไรเเละตอนนี้สามารถเดินทางได้เลยเพราะเสียเวลาไปไม่น้อยเเล้ว
ทุกคนที่อยู่ในรถม้าเเม้ว่าตนจะไม่ได้ออกไปก็จริงเเต่ถึงอย่างนั้นก็ย่อมได้ยินเสียงสนทนาเเละการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเเม้ว่าจะเป็ห่วงเด็กหนุ่มไม่น้อยเพราะพวกตนััได้เช่นกันว่าครั้งนี้นั้นมีนักฆ่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวอีกทั้งพลังิญญาก็อยู่ในระดับจักรพรรดิหลายคนยังไม่นับรวมถึงประสบการณ์ลอบฆ่าในการทำภารกิจหลายปีซึ่งคนพวกนี้ต่างถูกฝึกฝนตั้งเเต่อายุยังน้อยย่อมมีประสบการณ์เเละมีฝีมือค่อนข้างมาก
ในคราเเรกตั้งใจว่าหากหนิงอ้ายเพลี่ยงพล้ำพวกตนจะขอร่วมสู้ด้วยเเต่ใครจะคิดเพียงเเค่ไม่กี่เค่อเท่านั้น เด็กหนุ่มสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่วิถีฝึกตนเพียงเเค่ปีกว่าเท่านั้นยังมีความสามารถขนาดนี้ เห็นทีว่าหากพวกตนถึงตระกูลหวังคงถึงเวลาที่จะต้องฝึกฝนตัวเองเพิ่มบ้างเสียเเล้ว
.......................
ในขณะที่เหตุการณ์ในรถม้าคันดังกล่าวดูปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเเละหนิงอ้ายหาััได้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ตกอยู่ในสายตาของคนสองคนที่แอบดูอยู่โดยใช้พลังปกปิดขั้นสูงของตนอำพลางตัวอยู่
''ไปตามสืบมาว่าเป็ผู้ใดจ้างวานภารกิจครั้งนี้...''ชายผู้สวมหน้ากากสีดำลายพยัคฆ์เอ่ยขึ้นกับคนข้างๆ ของตน
''ขอรับนายท่านข้าจะจัดการให้เร็วที่สุดขอรับ''ชายอีกคนตกคำรับปากตามที่นายของตนสั่ง
''สักวันคงได้เจอกันนะเสี่ยวไป๋ทู่ตัวน้อยหึหึ''ชายผู้สวมหน้ากากสีดำลายพยัคฆ์เอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่ทั้งสองจะหายไปในทันทีราวกับบริเวณนี้ไม่เคยมีคนอยู่ทั้งสิ้น
........................
หลังจากที่ความวุ่นวายเมื่อครู่นั้นได้จบสิ้นลงทุกสิ่งคืนสู่สภาพตามเดิมปกติราวกับว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น ก็ถึงเวลาที่คณะเดินทางของหนิงอ้ายนั้นจะต้องเดินทางต่อไปเสียทีเส้นทางของรถม้านั้นเป็เส้นทางสายหลักที่มีผู้คนใช้กันอย่างเป็ประจำ สังเกตได้จากรอยรถม้าที่ถูกลากไปกลับซ้ำๆ จนปรากฏเป็เส้นทางดินเเละหินละเอียดปะปนอยู่ซึ่งดูปลอดภัยเเละมีความกว้างพอที่จะให้รถม้าสองคันวิ่งสวนกันได้นับได้ว่าเป็เส้นทางที่ค่อนข้างจะสะดวกรวดเร็วไม่น้อยเลยทีเดียว
ตามเส้นทางนี้ที่มุ่งสู่ใจกลางมหานครเเคว้นเต่าดำนั้นเเม้ว่าจะไม่มีซึ่งแผนที่หรือเข็มทิศชี้นำทางเเต่หนิงอ้ายนั้นไม่ได้กังวลใจเลยสักนิดด้วยเพราะก่อนหน้านี้มารดาของเขาเล่าให้ฟังว่า เเม้นางจะไม่ได้กลับมายังเเคว้นเต่าดำหลายปีเเล้ว เเต่เกือบทุกเส้นทางเข้าออกของเเคว้นนั้นนับว่านางขึ้นชื่อว่าเป็หนึ่งในผู้ที่คุ้นชินเเละเชี่ยวชาญในเื่ของเส้นทางไม่น้อยเลยเช่นกัน
ด้วยเพราะบิดาหวังจิ่งหลงหรือท่านตาของหนิงอ้ายนั้นได้พามารดาเหมยฮวาเเละนางนั้นเดินทางไปยังเเคว้นต่างๆที่มีอาณาเขตติดกับเเคว้นเต่าดำอยู่เสมอเพื่อเดินทางไปพบปะคู่ค้าของกิจการบ้างก็เป็การไปตรวจกิจการทำเหมืองผลึกธาตุตลอดไปจนถึงการเสาะหาสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ ตั้งเเต่นางจำความได้เสียด้วยซ้ำ
อีกทั้งยังทุ่มเทพร่ำสอนเเละให้ความรู้ทุกอย่างในทุกด้านให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถถ่ายทอดให้แก่บุตรสาวคนเดียวของตนด้วยเพราะรู้ดีว่าในวันหนึ่งเยว่ซินนั้นจะต้องมีเส้นทางชีวิตที่เป็ของนางเอง ซึ่งตัวเขาเเละภรรยาไม่สามารถจะดูเเลนางได้ตลอดชีวิตทั้งที่ในใจนั้นอยากทำเเบบนั้นเสียด้วยซ้ำไปดังนั้นหน้าที่ของบิดาหรือมารดาคือการมอบความรู้ติดตัวที่จะสามารถทำให้นางนั้นเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ต่างๆ นั่นเองซึ่งสิ่งที่บิดาเเละมารดาของเยว่ซินได้สั่งสอนเเก่นางนั้นได้หล่อหลอมให้เยว่ซินนั้นเพียบพร้อมในคุณสมบัติของบุตรีจากตระกูลใหญ่
ทำให้นางนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็ยอดพธูของเเคว้นอีกทั้งในด้านของผู้ฝึกตนการต่อสู้รวมไปถึงการใช้พลังธาตุถือว่าเป็สตรีที่มีฝีมือเก่งกาจเเละกล้าหาญจนได้รับการยอมรับจากผู้คนในยุทธภพชื่อของหวังเยว่ซินบุตรีของประมุขหวังหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เเห่งเเคว้นเต่าดำอยู่เสมอสิ่งต่างๆนั้นที่นางได้พบเจอมาทำให้เยว่ซินนั้นชื่นชอบการผจญภัยการพบเจอสิ่งใหม่ๆเเละไม่มีความเกรงกลัวใดใดทั้งสิ้นอีกทั้งยังคงสามารถเผชิญโลกกว้างอย่างมั่นคงด้วยตนเองอีกด้วย
การเดินทางยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างไม่ค่อยรีบร้อนเท่าใดนักตลอดเส้นทางเดินรถม้านั้นได้ตัดผ่านหมู่บ้านน้อยใหญ่มากมายเเต่สิ่งหนึ่งที่หนิงอ้ายสังเกตได้นั่นก็คือยิ่งเข้าใกล้ใจกลางมหานครเเคว้นเต่าดำมากเท่าใดความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองรวมไปถึงความคึกคักของตลาดเเลกเปลี่ยนสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นไปตามนั้นเช่นกัน
'ตระกูลหวัง เป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเเคว้นเต่าดำ ซึ่งห่างจากจวนของตระกูลหวังไปไม่เท่าไหร่นักก็จะเป็ป่าหมอกทมิฬสินะ... '
'อยากจะรู้จัง...ว่าอีกสามตระกูลใหญ่ที่เหลือนั้นส่วนมากจะเป็ผู้ฝึกตนปราณธาตุใดเเละมีฝีมือเเค่ไหนเพราะแม้ว่าเเคว้นเต่าดำจะขึ้นชื่อว่าเป็แคว้นที่มีผู้ฝึกตนธาตุน้ำเสียเป็ส่วนใหญ่เเต่การเเต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ก็ทำให้มีเชื้อสายผู้ฝึกตนธาตุอื่นอยู่ไม่น้อยเช่นกันสินะ... '
''ข้างหน้าจะเป็ตลาดก่อนถึงจวนตระกูลหวังพวกลูกทั้งสองคนจักเเวะก่อนหรือไม่''เยว่ซินเอ่ยถามเด็กหนุ่มทั้งสองขึ้นเพราะอีกไม่ไกลจะเป็จวนตระกูลหวังของตนเเล้ว
''เเวะขอรับท่านเเม่...ข้าว่าจะหาซื้อของติดไม้ติดมือไปฝากท่านตากับท่านยายขอรับ''หนิงอ้ายเอ่ยตอบมารดาของตนไปในทันทีด้วยเพราะว่าในโลกเดิมของเขานั้น สำหรับการเข้าพบปะผู้าุโที่มีอายุมากกว่าตนมักจะมีของติดมือไปฝากเสมอ ด้วยเพราะเป็การเเสดงถึงความเคารพเเละความจิงใจนั่นเอง
มหานครเเคว้นเต่าดำนั้นนับว่าผิดไปจากที่หนิงอ้ายเคยคิดไว้ไปเสียมาก...อาจด้วยเพราะตัวเขานั้นไม่ค่อยออกจากจวนเท่าใดนักจึงไม่คุ้นชินอีกทั้งมหานครเเคว้นเต่าดำนั้นนับว่ามีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตอาคารบ้านเรือนสองข้างทางนั้นช่างดูโอ่อ่าอีกทั้งเต็มไปด้วยเหลาอาหาร โรงเตี๊ยมเเละโรงน้ำชาที่มีอย่างหลายหลายถนนหนทางจากทุกมุมเมืองที่มุ่งเข้าสู่ใจกลางของมหานครของเเคว้นนั้นถูกปูด้วยก้อนอิฐที่มีขนาดใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีหลากหลายสีซึ่งดูเเล้วเจริญหูเจริญตาเป็อย่างมาก มีผู้คนมากมายออกมาจับจ่ายซื้อของอย่างคึกคักเเละเเน่นขนัด ซึ่งเเตกต่างจากทุกเมืองที่เขาได้ผ่านมา
''โอ้...ช่างดูคึกคักเสียจริง''เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น
''เเม้จะขึ้นชื่อว่าเป็เมืองหลวงของเเคว้นเหมือนกันเเต่หากพินิจดีๆเเล้วนั้นเเคว้นเต่าดำนั้นจะเจริญมากกว่าหนึ่งขั้นเ้าว่าหรือไม่หนิงอ้าย...''ลู่ซีเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังพื้นที่โดยรอบเเม้ว่าก่อนหน้านั้นตนจะเป็ขอทานในกลางเมืองของเเคว้นหงส์เเดงมาก่อนเเต่กลิ่นอายความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองเเคว้นนั้นเเตกต่างกันอย่างชัดเจน
''ข้าว่าจะหาซื้อผลไม้สดไปฝากท่านตากับท่านยายเกอว่าเป็อย่างไรดีขอรับเพราะถ้าเป็สิ่งของเครื่องประดับเเละของมีค่าต่างๆข้าว่าท่านทั้งสองคงจะมีมากมายเเล้วละขอรับ'' หนิงอ่ายเอ่ยถามลู่ซีเพื่อตัดสินใจอีกครั้ง
''เกอว่าเอาตามที่เ้า้าได้เลย''ลู่ซีเห็นด้วยกับหนิงอ้ายจึงเอ่ยตอบตกลงไป
''หลีกไป หลีกไป อย่าขวางทาง!!! หากไม่อยากเจ็บตัวให้ถอยไปให้ห่างรถม้าซะ...''
เสียงของรถม้าเเละฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับที่คนขี่ม้านำขบวนได้ตระโกนไล่ผู้คนให้หลีกทางดังกล่าว
''อะไรกันเนี่ย...''หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นในขณะที่ตอนนี้ตนได้ของที่้าเเละกำลังจะไปยังรถม้าที่มารดาของตนรออยู่เมื่อเห็นเหตุการณ์วุ่นวานดังกล่าวในใจอดที่จะสงสัยเช่นกัน...