อภินิหารเทพปฐมภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 37 คนขายน้ำเต้าหู้แดนฟ้าเมฆินทร์

    หวิ๋นเซิงสุ๋ยได้ยินถึงกับสะดุ้งในใจ ห๊ะ! นางมีสามีแล้ว คำกล่าว 'เสือควรอยู่ในป่า ปลาควรอยู่ในน้ำ สตรีหญิงงามควรอยู่ในอ้อมอกเราหวิ๋นเซิงสุ๋ย' ผุดขึ้นมา เขาครุ่นคิดใช้สายตาจับที่วงหน้ายวนเสน่ห์ของถังเอิน เขาเห็นหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนมีสามีอายุรุ่นคราวปู่ไหนเลยทานทนได้ " แม่นางถังเอิน มีน้ำเต้าหู้กี่ถังกี่หม้อ วันนี้เราหวิ๋นเซิงสุ๋ยล้วนเหมาซื้อจนหมดสิ้น " " ท่านพูดจริงรึ! คุณชายท่านนี้ ซื้อจนหมดสิ้นจริงๆ " ถังเอินได้ยินว่ามีผู้คนจะเหมาร้าน นางมองดูถังน้ำเต้าหู้ที่เหลืออยู่สองถัง ก่อนยิ้มแย้มให้เขา" น้ำเต้าหู้ตอนนี้เหลือเพียงสองถังเท่านั้น หากคุณชายต้องการ" หวิ๋นเซิงสุ๋ยหรี่ตาตีสีหน้ากรุ้มกริ่มกะลิ้มกะเหลี่ย นิ้วมือคลึงหนวดร้ายเรียวแหลมพูดกระซิบกระซาบเบาๆว่า " ซื้อจนหมดสิ้น ที่แม่นางเอินขาย แล้วยัง ยัง ยังมีรอยยิ้มเย้ายวนของเจ้า จะขายด้วยหรือไม่ " ถังเอินมองสีหน้า ฟังคำพูดของเขาล้วนส่อเจตนา นางไหนเลยทนทานกับกริยาหยาบคายเช่นนี้ได้ ร่างถึงกลับถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง ผู้ที่อยู่ในร้านที่ได้ยินล้วนหันมามองหวิ๋นเซิงสุ๋ยเหลาชิงหู่แววตาเคร่งขรึมขึ้น กล่าวว่า" คุณชาย ตอนเราเดินทางข้ากล่าวเช่นไร ท่านคงยังมิลืม" " ท่านวิตกเกินเหตุไปแล้วกระมัง "หวิ๋นเซิงสุ๋ยตอบเขานึกถึงเมื่อตอนกลางวันเรื่องขอทานดุร้ายในศาลเจ้าร้างจึงตอบกระอ้อมกระแอ่มไม่เต็มคำนัก ตรงเพิงขายน้ำเต้าฮู้ชายชราผู้นั้นพลันละมือจากหินบดน้ำเต้าหู้ เขาใช้ท่วงท่าเย็นชาเฉื่อยเฉยเช่นเดิมเอื้อมหยิบฝักดาบสีแดงบนเพิงอย่างช้าๆ ถังเอินเห็นสามีนางเอื้อมจับดาบ ถึงกลับถลาไปจับดาบเขาไว้ ร่ำร้องขึ้น " เจี้ยนเค่อท่านโปรดอย่าได้มีโทสะ ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะไม่ทำร้ายผู้คนอีก " ถังเอินนึกถึงภาพอันสยดสยองที่เคยเกิดขึ้นที่ร้านอาหารริมทางของเถ้าแก่เมิ่งแล้วที่พวกเขาเพิ่งจากมาไฉนเลยนางจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ชายชรามองมาที่นาง เขาไม่ปริปากใดๆ ถังเอินเห็นแววตาที่เฉื่อยเฉยของเขามองกลับมาอย่างลึกซึ้งคราหนึ่งนางจึงคลายใจลง หวิ๋นเซิงสุ๋ยเห็นคนขายน้ำเต้าหู้ถึงกลับหยิบอาวุธเข้ามาจะสั่งสอนเขา จึงค่อยๆยืนขึ้น ภายในใจคิดว่าหากเขากำราบสามีของนาง ที่ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ ทำให้นางเห็นโลกกว้างขึ้น บันไดแรกที่จะทำให้หัวใจของหญิงงามสยบยอมคือ บุรุษที่เที่ยงแท้องอาจ ให้นางเปิดแง้มหัวใจออกมาก่อน ที่เหลือเขาจะเป็นผู้เปิดแย้มออกให้หมดทุกสัดส่วนเอง จินตนาการเขาโลดแล่นไปไกลจนหวิ๋นเซิงสุ๋ยรู้สึกปากเดียวยังไม่พออมยิ้ม เหลาชิงหู่เห็นรอยยิ้มชั่วช้านิสัยแรกเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวิ๋นเซิงสุ๋ยจะลุกขึ้นห้าม แต่ถูกเขายกมือขาวเรียวห้ามไว้" ท่านราชครูใหญ่เหลาไม่ต้องห่วง ไม่มีเลือดตกยางออก เพียงจะทำให้มันทิ้งดาบเจียมตัว  กลับไปเป็นเฒ่าชราคู่ควรเพียงจับหินบดน้ำเต้าหู้ขายเท่านั้น " หวิ๋นเซิงสุ๋ยเมื่อเห็นชายชราขายน้ำเต้าหู้ย่ำเท้ามาอย่างช้าๆถึงตรงหน้า เขายิ้มดูถูกอย่างเปิดเผย" เจ้าคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ จงใช้วิชาบดน้ำเต้าหู้ของเจ้าให้เต็มที่ ข้าจะต่อให้เจ้าภายในห้ากระบวนท่า หากแตะถูกตัวข้าแม้เพียงชายเสื้อ ข้ายอม.. " เขาหยุดพูด เนื่องจากเห็นชายชราจับที่โกร่งดาบ จากนั้นรู้สึกมีลมพัดมาวูบหนึ่ง เย็นที่ใบหน้าขึ้น ขณะจะกล่าวต่อ องครักษ์วังฟ้าบาดาลโจวไฮว่ที่อยู่ด้านหลัง กลับส่งเสียงกระตุ้นเตือนเขากะทันหัน " อะ องค์ชายหวิ๋นเซิงสุ๋ย นะหนวดของท่าน ใช่..ใช่"เขาตกใจจนเรียกชื่อเขาออกมา เมื่อมองเห็นกลุ่มเส้นขนแผงหนึ่งที่จำได้ว่าเป็นหนวดร้ายเรียวแหลมของหวิ๋นเซิงสุ๋ยลอยขึ้นด้านบนศีรษะเขาก่อนถูกลมปลิวพัดออกไป  หวิ๋นเซิงสุ๋ยลูบคลำที่เหนือริมฝีปาก หนวดร้ายเรียวแหลมถึงกับหลบหนีหายจากใบหน้ามันไปข้างหนึ่ง หัวใจแทบตกไปที่ตาตุ่ม  " บังอาจนัก " " เจ้า " เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน ตามมาด้วยเสียงอื้ออึงต่อเนื่องของเหล่าองครักษ์และบริวาร เหลาชิงหู่ยืนขึ้นก่อน แม้หวิ๋นเซิงสุ๋ยประพฤติตนไม่สมควร แต่เขาก็เป็นถึงองค์ชายของวังฟ้าบาดาล มีผู้คนล่วงเกินเขา เขาไหนเลยนิ่งเฉยได้ เหลาชิงหู่ใช้สายตาอันคมกริบมองไปที่ชายชราที่ถังเอินเรียกว่าเจี้ยนเค่อ ไฉนแดนฟ้าเมฆินทร์ซุกซ่อนยอดฝีมือไว้ทุกที่ทางเขาคิดอีกมุมหนึ่งว่า' เจี้ยนเค่อผู้นี้ เพียงปัดเป่าเส้นขนโคนหนวดไม่ปั่นคอหวิ๋นเซิงสุ๋ยลงมานับว่ายั้งมือไว้ไมตรีมากแล้ว' จึงกล่าวขึ้นว่า " ยอดคนร้ายกาจแดนฟ้าเมฆินทร์ มีอยู่ทุกหนแห่ง ข้าเหลาชิงหู่ได้แต่ขอรับทราบความร้ายกาจบ้างแล้ว" ชายชราที่ถูกเรียกว่าเจี้ยนเค่อ มองห่วงคู่ที่มีขนาดต่างกันที่โผล่พ้นหัวไหล่ของเขา กลับรู้สึกสนใจเหลาชิงหู่ผู้นี้ขึ้นมา ย่างเท้าออกไปยังพื้นที่โล่งด้านข้าง ความรู้สึกพลุกพล่านกระตุ้นตื่นที่ไม่ปรากฏมาหลายปีบังเกิดขึ้น ชายชราผู้นี้คือ ฉีเจี้ยนเค่อที่มีฉายามารเก้าบินที่อยู่ในยอดคนพิสดาร "หนึ่งหลวงจีน สองมาร สามเซียน สี่อสูร" ที่เคยปรากฏกายที่มณฑลใหญ่ประจิมสังหารเจียงเฉิงเซ่อบุตรชายของเจียงหลันเซ่อประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนงไป แล้วถังเอินตัดสินใจวิ่งติดตามเขามา สุดท้ายทั้งสองถึงกับเกิดความรักต่างวัย กลับใช้ชีวิตเรียบง่ายขายน้ำเต้าหู้ในเพิงเล็กๆของมณฑลใหญ่อุดรนี้ หวิ๋นเซิงสุ๋ยที่เห็นชายชราขายน้ำเต้าหู้ใช้ดาบต่างสายลมพัดหนวดเขาออกข้างหนึ่งเขายังไม่รู้สึกตัว ใยกล้าทำตัวโอหังสยบหัวใจหญิงงามได้อีก เพราะหากชายชรานั้นเปลี่ยนเป็นพัดมาที่ลำคอ ศีรษะเขาคงกระดอนลงถังน้ำเต้าหูจนเลือดแดงไปทั้งถังแล้ว เหลาชิงหู่ตามติดฉีเจี้ยนเค่อออกไปยังพื้นที่โล่งด้านข้าง เขามองฝักดาบสีแดงสดขนาดใหญ่ที่โกร่งดาบเป็นลวดลายมังกรคาบอัญมณีสีแดงสะดุดตาที่ฉีเจี้ยนเค่อถืออยู่ พอดีมีสายลมพัดมาหอบหนึ่ง ชายชรายกแขนที่ชายเสื้อโบกไสวไล่ลมขึ้น แตะจับด้ามดาบยังไม่ชักดาบออก แม้เพียงแตะจับ แต่คล้ายด้ามดาบเป็นส่วนหนึ่งของเขา เงาไม้พาดมาตรงที่เขายืนอยู่ปิดบังใบหน้าเขาไว้ซีกหนึ่งพอดี ทันใดนั้นเหลาชิงหู่รู้สึกชายชราที่อยู่ตรงหน้าแม้ดูเย็นชาเฉื่อยเฉยเมื่อจับกุมด้ามดาบกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน ปานร่างเขาหลอมรวมกลายเป็นดาบเล่มหนึ่งที่มีรังสีสังหารพวยพุ่งออกมา ห่วงพยัคฆ์อัคคีวารีหงสาอันเป็นห่วงคู่สองสัณฐานที่อยู่ด้านหลังถูกเหลาชิงหู่กระชับไว้ในมือ ความรู้สึกกร้าวแกร่งของห่วงพยัคฆ์อัคคี และเย็นยะเยือกของห่วงวารีหงสาแทรกซึมสัมผัสฝ่ามือทั้งสองของเขา ปราณสองสัณฐานทะลักใส่ห่วงคู่ทั้งสองจนคึกคะนองขึ้นมา พลันที่ราชครูใหญ่เหลาชิงหู่ขยับห่วงในมือทั้งสองขึ้น หนึ่งคน สองห่วง ที่ผู้คนแดนพรายฟ้าบาดาลต้องพรั่นพรึงปรากฏขึ้นมา ลมเบาพัดมาอีก ใบไม้แห้งใบหนึ่งลอยขึ้นปลิวมาเหนือร่างคนทั้งสองที่ประจันหน้ากันอยู่ ใบไม้แห้งที่ถูกพัดขึ้นนั้นค่อยๆ พลิกกลับไปมา แล้วร่วงลงที่พื้น เวลาแม้เพียงสั้นๆแต่คนที่ยืนประจันกันอยู่กลับรู้สึกเวลาผนึกยาวนานยิ่ง เสี้ยววินาทีที่ใบไม้แห้งสัมผัสพื้นดินเกิดจุดดำบนพื้น " เชิญ "พลันเสียงฉีเจี้ยนเค่อดังขึ้น เหลาชิงหู่แหงนหน้ากู่ร้อง ห่วงพยัคฆ์อัคคีรวดเร็วปานสายฟ้า ถูกฟาดออกมาดั่งอสนีบาตฟาดทำลาย  " ฟาดได้ดี "ฉีเจี้ยนเค่อหลุดปากชมออกมา หวิ๋นเซิงสุ๋ย และองครักษ์วังฟ้าบาดาลทั้งสามที่ล่วงรู้ฝีมือเหลาชิงหู่หน้าแปรเปลี่ยน ราชครูใหญ่เหลาชิงหู่ที่ฝึกปรือปราณสองสัณฐานหนึ่งร้อนหนึ่งเย็นหนึ่งรับหนึ่งรุก ห่วงพยัคฆ์อัคคีที่มีขนาดเล็กเร้าร้อนรุนแรงบุกโหมทะยาน ห่วงวารีหงสาที่ใหญ่กว่าเยือกเย็นปัดป้องคลี่คลาย อาวุธคู่มือของเขาที่น้อยครั้งใช่ออก เหตุใดเพียงสั่งสอนชายชราผู้หนึ่งเขาถึงกลับทุ่มเทจริงจังถึงเพียงนี้ ....................................

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารเทพปฐมภพ ที่คุณอ่าน