บทที่ 12 ต้าซาบซึ้งจนร้องไห้
“ลดไม่ได้หรอก แถมถ้าคุณจะรับซื้อนะ ต้องลูกละสองร้อยหยวน”
เย่เฟิงพูดราคาออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย ทำเอาเจิ้งไคเฟิ่งและเฉินซู่ซู่อึ้งไป
เฉินซู่ซู่แทบอยากจะเอามือไปแตะหน้าผากเย่เฟิงดูว่าเขาเป็ไข้หรือเปล่า เขากำลังเพ้ออยู่แน่ๆ
คนอื่นเขารับซื้อก็ต้องต่อราคาให้น้อยลง แต่นี่กลับขึ้นราคา
“ฮ่าๆๆ เถ้าแก่เย่ ล้อเล่นหรือเปล่า?”
“เถ้าแก่เจิ้ง ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ผมเอาแตงโมไปขายลูกละร้อยหยวน แค่ลองตลาดเฉยๆ ตอนนี้ผมขายให้คุณลูกละสองร้อยหยวน ถือว่าถูกมากแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะแตงโมของผมเพิ่งเริ่มขาย ผมอยากจะขายลูกละห้าร้อย ถึงพันหยวนเลยด้วยซ้ำ” เย่เฟิงพูดอย่างจริงจัง
“เถ้าแก่เย่ ดูเหมือนว่าคุณไม่อยากร่วมงานกับผมนะ ถ้าอย่างนั้นแตงโมของคุณก็เก็บไว้เน่าเล่นเถะ” เจิ้งไคเฟิ่งพูดอย่างโมโห
“อยากไปไหนก็เชิญ ผมไม่ได้ห้าม คนรับซื้อแตงโมไม่ได้มีแค่นายคนเดียวหรอก พอแตงโมผมขายดี ยังไงก็มีคนมารับซื้ออีกเพียบ
ถึงตอนนั้น สองร้อยหยวนผมก็ไม่ขายให้” เย่เฟิงพูดอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะหลีกทางให้เจิ้งไคเฟิ่ง
เฉินซู่ซู่ร้อนใจ คิดว่าเย่เฟิงบ้าไปแล้ว แตงโมลูกเดียวจะขายแพงอะไรขนาดนั้น แต่เย่เฟิงรั้งเธอไว้ไม่ให้พูดอะไร
เจิ้งไคเฟิ่งที่กำลังจะเดินออกไปชะงักฝีเท้า หันกลับมาถาม “เถ้าแก่เย่ ลดให้หน่อยไม่ได้จริงๆเหรอ?”
“ครับ เถ้าแก่เจิ้ง”
“เอาอย่างนี้ก็ได้ สองร้อยก็สองร้อย แต่ผมขอรับซื้อแค่ส่วนหนึ่งก่อน ลองตลาดดูก่อน ถ้าขายดีฉันจะกลับมารับซื้อทั้งหมดทีหลัง”
“ได้เลย แต่ถ้ากลับมารับซื้ออีก คราวนี้คงไม่ใช่สองร้อยแล้วนะครับ”
เจิ้งไคเฟิ่งส่ายหัว “คุณนี่ต่อราคาเก่งจริงๆ” เขาทำธุรกิจมานาน เพิ่งเคยเจอคนแบบเย่เฟิงนี่แหละ ถ้าแตงโมไม่อร่อยจริงเขาคงไม่เสียเวลามาต่อรองด้วยนานขนาดนี้
สุดท้าย เจิ้งไคเฟิ่งจึงสั่งให้คนงานขนแตงโมไป 500 ลูก เพื่อทดลองตลาด ถ้าขายดีค่อยกลับมารับซื้อเพิ่ม ถึงขาดทุนก็คงไม่มากเท่าไหร่
แตงโม 500 ลูก ลูกละสองร้อยหยวน รวมเป็เงิน 100,000 หยวน บวกกับห้าพันหยวนก่อนหน้านี้ ภายในเวลาไม่ถึงแปดวัน เย่เฟิงก็หาเงินได้ 105,000 หยวน เรียกได้ว่ากำไรมหาศาล
หลังจากที่เจิ้งไคเฟิ่งไปแล้ว เฉินซู่ซู่ก็อดรนทนไม่ไหว “เย่เฟิง ทำไมคุณถึงขึ้นราคากับเถ้าแก่เจิ้ง”
“พี่เฉิน แตงโมของเรามันอร่อยไหมล่ะ?” เย่เฟิงถาม
“อร่อยก็จริง แต่อร่อยแล้วไง มันแพงเกินไป!”
“พี่เฉินลองคิดดูนะ มะม่วงหรือแอปเปิ้ลนำเข้าแค่ไม่กี่ลูกยังราคาหลายร้อยหรือเป็พันหยวน แตงโมของเราไม่ได้ด้อยกว่าผลไม้พวกนั้นเลย ราคานี้ไม่ได้แพงไปหรอก”
เฉินซู่ซู่ถอนหายใจ “เถ้าแก่เจิ้งคงไม่กลับมาร่วมงานกับนายอีกแล้ว โอกาสดีๆ แบบนี้ก็เสียไปเพราะนายแท้ๆ”
“ใครบอก พี่เฉินเชื่อผมเถอะ เถ้าแก่เจิ้งต้องกลับมาอีกแน่” เย่เฟิงพูดอย่างมั่นใจ
“ไม่มีทางหรอก เขาไม่ใช่คนโง่” เฉินซู่ซู่แย้ง
“เอาอย่างนี้ไหมพี่เฉิน เราพนันกันถ้าเถ้าแก่เจิ้งกลับมาพี่ต้องล้างเท้าให้ผม ถ้าผมแพ้ผมจะล้างเท้าให้พี่เอง”
“ตกลง ถ้าเถ้าแก่เจิ้งกลับมา ฉันจะล้างเท้าให้นายตลอดชีวิตเลย”
ทันทีที่เฉินซู่ซู่พูดจบ เธอก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป เธอพูดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พูดจบเธอก็หน้าแดงด้วยความเสียใจ
“พี่เฉิน นี่พี่พูดเองนะ เตรียมตัวล้างเท้าให้ผมตลอดชีวิตได้เลย ฮ่าๆๆ” เย่เฟิงหัวเราะลั่น
“ชิ! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเถ้าแก่เจิ้งจะกลับมาอีก” เฉินซู่ซู่พูด
แต่ลึกๆแล้ว เฉินซู่ซู่ก็หวังว่าเจิ้งไคเฟิ่งจะกลับมา เพราะมันเกี่ยวกับรายได้ของเย่เฟิง
แน่นอนว่าเธอหวังว่าเย่เฟิงจะหาเงินได้เยอะๆ เพื่อที่จะเลี้ยงดูเสียวเสี่ยวได้อย่างสุขสบาย
สองวันต่อมา เย่เฟิงไม่มีอะไรทำ ก็เลยเล่นกับเสียวเสี่ยว
“พ่อคะ ทำไมเ้าต้าหวงไม่เห่าหอนเลยล่ะคะ มันเป็ใบ้หรือเปล่า?”
เสียวเสี่ยวลูบหัวต้าหวงพลางพูด
“ได้ยินไหม เสียวเสี่ยวอยากฟังเสียงนายนะ” เย่เฟิงมองต้าหวง
ลูกหมาป่าตัวน้อยนี้ดื่มน้ำวิเศษของเย่เฟิงทุกวัน ตอนนี้โตขึ้นมากแล้ว เริ่มดูเหมือนหมาป่า แต่ก็ยังดูเหมือนหมาป่าผสมหมาบ้านมากกว่า
อาวู้!
ลูกหมาป่าตัวน้อยเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหอน
มันหอนแบบหมาป่า แต่เสียงยังดูเหมือนลูกสุนัข
“ต้าหวง ทำไมเสียงนายแปลกจัง ต้องเห่า โฮ่ง ๆ สิ” เสียวเสี่ยวพูด
“ได้ยินไหม?” เย่เฟิงพูด
ลูกหมาป่าตัวน้อยได้ดื่มน้ำวิเศษ ทำให้มันฉลาดขึ้น จึงเข้าใจสิ่งที่เย่เฟิงและเสียวเสี่ยวพูด
มันรู้สึกอึดอัดมาก ฉันเป็หมาป่านะ ไม่ใช่หมาบ้าน!
“ให้เห่าก็เห่าสิ ทำไม? ไม่เชื่อฟังฉันแล้วเหรอ?” เย่เฟิงจ้องลูกหมาป่าตัวน้อย
ลูกหมาป่าตัวน้อยแทบจะฉี่ราด
สัตว์จะไวต่อความรู้สึกมากกว่ามนุษย์ โดยเฉพาะเวลาเผชิญอันตราย
ต้าหวงมองเย่เฟิง เหมือนกำลังมองเทพเ้า
เพราะมันรู้สึกได้ว่าเย่เฟิงน่ากลัวมาก
“อาว โฮ่งๆ…”
ต้าหวงเห่าอย่างเสียไม่ได้ น้ำตาคลอเบ้า มันรู้สึกน้อยใจมาก
ฉันเป็หมาป่านะ ไม่ใช่หมาบ้าน
“พ่อ อย่าไปแกล้งต้าหวงสิ ต้าหวงเป็เพื่อนรักของหนูนะ” เสียวเสี่ยวพูดพลางกอดต้าหวง
ต้าหวงเลียหน้าเสียวเสี่ยวสองที คิดในใจว่า เ้านายตัวน้อยยังดีกับฉันเสมอ
“โอเคๆ พ่อไม่แกล้งมันแล้ว” เย่เฟิงส่ายหัว “เ้าตัวน้อย ของดีๆ นี่เป็ของนายแล้ว”
เย่เฟิงหยิบไข่มุกวิเศษที่ได้มาจากการฆ่าปลาหมึกั์ที่บ่อน้ำเย็นออกมา แล้วใส่เข้าไปในปากของต้าหวง
ต้าหวงเบิกตากว้าง มองเย่เฟิงด้วยความซาบซึ้ง
มันรู้สึกได้ว่าเย่เฟิงให้ของดีกับมัน
ใช่แล้ว เ้านายยังไงก็ดีกับฉันที่สุด!
ต้าหวงร้องไห้ ร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
เฮ้อ สมัยนี้ แม้แต่ลูกหมาป่ายังรู้จักประจบสอพลอ