ตอนที่ 7 ฉันจะทำให้เธอเลิกรักเขาเอง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ริมฝีปากของเราสองคนยังคงเกี่ยวกันอย่างไม่ลดละ จนลืมไปเลยว่าฉันกำลังจะทำอะไร
สติเลือนหายไปชั่วขณะ จนกระทั่งมืออุ่นร้อน เริ่มล้วงเข้าไปในเสื้อ…นั่นแหละ เลยทำให้ฉันลืมตาเพราะความใ จนรีบทุบที่หน้าอกของเขาอย่างแรง
“อา!! จะทำอะไร!!”
“…” อาติถูกฉันดันตัวออกก็ยิ่งแสดงความไม่พอใจ แถมยังประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีกเท่าตัว ลมหายใจถูกดูดกลืนจนแทบใกล้จะหายใจไม่ออก
อะไรกันเนี่ย!! อาจะมาทำอะไรแบบนี้ไม่ได้นะ!!
“อื้อ!!”
เพียะ!!
ด้วยความที่ฉันพยายามจะตีหน้าอกของเขาเพื่อเรียกสติ ทำให้มือพลาดไปโดนแก้มของอาติอย่างจัง จนดูเหมือนฉันตบเขา
แต่ฉันไม่ได้ตบนะ แค่พลาดไปโดนเฉยๆ
อาติผละร่างฉันออก ก่อนจะมองจ้องหน้าด้วยแววตาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเพราะอารมณ์โกรธกันแน่ น่ากลัวจัง…
“หนู…หนูไม่ได้ตั้งใจ แค่มือไปโดนเฉยๆ ก็…ก็หนูหายใจไม่ออก”
สายตาที่อาติมองมา ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่ว่า มันดูแปลกไป ไม่เหมือนอาติคนที่ฉันเคยรู้จักเลยสักนิด
จู่ๆอาติก็เอื้อมมือมาแตะริมฝีปากของฉันแล้วใช้นิ้วโป้งััเบาๆ
“ได้จูบมันหรือเปล่า”
“คะ…อะไรนะ”
“เธอ…ได้จูบมันหรือเปล่า”
จูบเหรอ ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหลังจากพูดประโยคนั้นไป ผู้ชายคนนั้นได้จูบฉันหรือเปล่า แต่…
“หน้าไม่อาย”
“…” อะไรกัน อยู่ๆก็มาด่า
“ไหนบอกว่าชอบฉัน เธอมันก็ง่ายเหมือนคนอื่นนั่นแหละ”
อาติพูดจบก็ดันฉันออก ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถโดยไม่สนใจฉัน ที่ยังยืนนิ่งกับคำพูดของเขาอยู่
อุตส่าห์เป็ห่วงเพราะกลัวเขาจะเป็อะไร ถึงได้ถ่อมาถึงนี่ แต่ดูท่า น่าจะปล่อยให้โดนข่มขืนไปเสียเลย!!
“ทำตัวเป็เด็กไปได้” ฉันกรอกตาบ่นพึมพำ ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ
________________________
วันต่อมา
08.02 น.
ครืด ครืด ครืด ครืด
“อื้อ…”
ครืด ครืด ครืด ครืด
ฉันเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์ที่ปกติมันมักจะอยู่บนโต๊ะข้างเตียงด้วยความี้เีก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหล…”
[คุณชญาณ์ภัทรหรือเปล่าคะ]
“ค่ะ ใครคะ”
[ติดต่อมาจากบริษัท Tin Entertainment นะคะ ยินดีด้วยค่ะ คุณผ่านเข้ารอบแล้ว วันนี้่บ่าย คุณสามารถเข้ามาที่บริษัทได้หรือเปล่าคะ]
“โอเคค่ะ”
[ได้ค่ะ]
ฉันนอนหลับตาอยู่บนเตียงนอนในห้องคอนโดของอาจี เพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับมาก็ดึกแล้ว ถ้าจะกลับไปที่บ้าน คงได้โดนอาม่าบ่นแน่
เดี๋ยวนะ!! เมื่อกี้ใครโทรมานะ บริษัท Tin?
“อะไรนะ!!” ฉันเด้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความใ ไม่ได้นึกว่าตัวเองจะแคสผ่าน คนมีความสามารถมากกว่าฉันตั้งเยอะแยะ ทำไมผ่านได้วะ แต่ช่างมันเถอะ “เย้!!”
______________________
13.23 น.
บริษัท Tin
หลังจากไปพบกับผู้หญิงที่โทรหาฉันเมื่อเช้าเสร็จแล้ว ฉันก็ขึ้นลิฟต์มาข้างบน เพื่อมาหาอาติที่ห้องทำงาน
“คุณอาเจียวคะ” ฉันหันไปมองเลขาฟ้าที่นั่งอยู่หน้าห้อง
“ค่ะ”
“ตอนนี้คุณติสรณ์มีแขกค่ะ คงไม่สะดวก เชิญคุณรอก่อนนะคะ”
ฉันกอดอกถอนหายใจก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวยาวหน้าห้อง เลขาฟ้าก็เป็ผู้หญิงอีกคนที่ชอบอ่อยอาติ ไม่ได้คิดเองนะ แต่เพราะหล่อนชอบใส่กระโปรงสั้น เสื้อเชิ้ตรัดติ้ว จนเห็นหน้าอกนูนออกมา ดูไม่เหมาะสมกับการเป็เลขาเท่าไหร่เลย ไม่รู้ทำไมอาถึงทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ทั้งที่หล่อนทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้
ฉันเคยแอบเห็นหล่อนโก้งโค้งลำตัวให้อาติเห็นร่องอก จนบางทีก็อยากจะเอาเล็บสวยๆของตัวเองไปข่วนหน้าสักทีสองที
2 ชั่วโมงผ่านไป
ฉันนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มาสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววใครเดินออกมาสักที หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะโกหก อ่อ เธอคงกันไม่ให้ฉันเข้าไปหาอาติที่ห้องสินะ
ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเธอที่โต๊ะทำงาน
“เมื่อไหร่อาจะว่าง”
“ไม่ทราบค่ะ”
“มีคนอยู่ในห้องนั้นจริงหรือเปล่า สองชั่วโมงแล้วนะ ยังไม่เห็นใครออกมาเลย”
“คุณติสรณ์มีแขกอยู่ค่ะ ดิฉันไม่ทราบหรอกนะคะ ว่าทำไมถึงนาน”
“หวังว่าคุณจะไม่ได้โกหกฉันหรอกนะคะ”
“ฉันมีเหตุผลอะไรถึงต้องโกหกคุณด้วยคะ”
“ก็เพราะว่าคุณไม่อยากให้ฉันเจอกับอาติไง”
ฉันกับคนชื่อฟ้ามองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เหมือนอยู่กลางสมรภูมิขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตแลกกับชีวิต เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง
แกร๊ก
แต่เพราะเสียงประตูที่ฉันเฝ้ารอมานานถูกเปิดออก ก็ทำให้ฉันหันไปมองอย่างรวดเร็ว
“ติอย่าลืมไปหาโยที่บ้านด้วยนะคะ จะได้ไปคุยเื่ของเรากับครอบครัว”
“ผมบอกแล้วไง…”
“อาคะ” ฉันเอ่ยแทรกและเดินไปยืนข้างกายอาติ “อาว่างหรือยัง” พลางทำดวงตาบ้องแบ้วเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
“มาทำอะไรที่นี่”
“หนูมาหาอา”
“ใครกันเหรอคะ” หญิงสาวตัวสูงหน้าสวยถามขึ้น และหันมามองฉันอย่างสงสัย
“หลานของจี”
“โอ๊ะ หลานของจี แสดงว่านี่คืออาเจียวสินะ ฉันอยากเจอมานานแล้ว สวยจังเลยนะน้องอาเจียว”
“…” รู้ไหม ว่าคำพูดที่ชมและน้ำเสียงที่เอ่ย มันทำให้รู้สึกหมั่นไส้มากแค่ไหน
“กลับไปได้ล่ะ”
ขณะที่อาติกำลังจะปิดห้อง ฉันก็เอื้อมมือไปกอดแขนเขาไว้และค่อยๆเขยิบเท้าตามเขาเข้าไปด้วย
“ติคะ ชายหญิงอยู่ในห้องสองต่อสอง โยว่าไม่ค่อยดีนะคะ”
“เธอเป็หลานผม”
“แต่อาเจียวชอบคุณไม่ใช่เหรอ เธอไม่เคยคิดกับคุณแค่อา แค่นี้ก็ดูไม่ดีแล้วนะคะ”
ผู้หญิงคนนี้ ้าขัดขวางฉันหรือไง ให้ตายสิ หล่อนคิดว่าตัวเองสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!!
“อีกอย่าง ติมีคู่หมั้นแล้ว อย่าลืมนะคะ”
คำพูดของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เตือนอาติหรอก แต่กำลังเตือนฉันต่างหาก ซึ่งฉันก็ลืมไปสนิทเลย อีกอย่างหล่อนก็คือคู่หมั้นของอา เพราะงั้นก็เท่ากับว่า ฉันคือคนนอกที่เข้ามาขั้นกลางระหว่างพวกเขาสองคน
“โย…”
“หนูกลับก่อนดีกว่า ขอโทษที่รบกวนนะคะ”
ฉันฝืนยิ้มให้อากับสาวสวยคนนั้นก่อนจะเดินออกไปจากที่นั่นทันที ไปทั้งเจ็บๆแบบนี้นี่แหละ อยากมาสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวคนอื่นดีนัก
22.02 น.
ผับ W
“ไหนบอกมาฉลองไง” ดรีมเอ่ยขึ้น
“ก็ฉลองอยู่นี่ไง”
“ฉลองของแก เหมือนมานั่งกินเหล้าย้อมใจเลยค่ะแม่คุณ” ฉันหยิบขวดเหล้าแล้วกระดกเข้าปากอย่างมืออาชีพ ความจริงก็ไม่ได้ดื่มเก่งหรอกนะ เพียงแต่ดื่มกับแก้วไม่ค่อยสะใจ
“เฮ้อ”
“สรุป เื่ที่มิกเล่า จริงหรือเปล่า”
“อะไร”
“ก็เื่ที่อาติของแกมีคู่หมั้นแล้ว”
“อืม”
“แล้วฐานัสล่ะ”
“ฐาไหนวะ”
“ก็คนที่บอกว่าเป็แฟนแกไง แกรู้ไหม เขาเป็นักกีฬาของโรงเรียน เป็เดือนมหาลัย 3 ปีซ้อน และยังเป็นายแบบให้นิตยสารชื่อดังอีก”
“แล้วไง”
“อาเจียว แกลองคิดตามฉันนะ คนที่เหมาะสมกับแกคือใคร อาติเคยสนใจอะไรแกบ้างไหม นอกจากขมวดคิ้วและดุแกไปวันๆ แถมอายุก็ปาไป 32 แล้วด้วย แต่กับฐานัสเขาอายุเท่าแก เป็ผู้ชายดูดีมีเสน่ห์ และที่สำคัญโสด ไม่มีแฟน แกคิดว่า ใครเหมาะกับแกมากกว่ากัน”
“อาติ”
“อาเจียว!! แกคิดหน่อยสิ”
“จะคิดอะไรเล่า ก็เขาคือผู้ชายในอุดมคติของฉัน ฉันชอบของฉันมาตั้งนาน จะมาให้เลิกชอบได้ยังไง อีกอย่าง ฐานัสอะไรนั้นเป็ใครก็ไม่รู้ จะมาดีกว่าอาติของฉันเหรอ ไม่มีทาง!!”
“เฮ้อ ฉันเข้าใจก็วันนี้แหละ ว่าความรักทำให้คนตาบอดยังไง”
“ไม่ได้ตาบอดสักหน่อย!!”
“จ๊ะ”
ฉันนั่งขมวดคิ้วกับคำพูดของเพื่อน พลางครุ่นคิดไปด้วยว่าสิ่งที่ ดรีมพูด มันเป็จริงกี่ส่วน จะว่าไปแล้วั้แ่ที่ฉันแสดงออกว่าชอบอาติ ก็ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากเขาอีกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้น อาติเอ็นดูฉัน คอยดูแลฉัน อ่อนโยนกับฉันมาตลอด ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร
“อาเจียว…นั่น”
“อะไรของแก”
“นั่นฐานัสหรือเปล่า ทำไมบังเอิญขนาดนี้วะ”
“ไหน” ฉันเอี้ยวตัวหันไปมองตามที่ดรีมชี้ ก็เจอผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาในผับพร้อมกับเพื่อนข้างกายสามสี่คน “ก็แล้วไงอ่ะ”
“ไหนเขาบอกว่าเป็แฟนแกไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่ใช่แฟนเขา”
“เอ้า”
“เลิกมโนได้ล่ะ” ฉันหันกลับมามองขวดเหล้าในมือก่อนจะยกขึ้นดื่มอีกครั้ง เฮ้อ คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องเลิกชอบเขาจริงๆแล้วสินะ ไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะมีวันนี้
“ไง” เสียงชายหนุ่มปริศนาเอ่ยทัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันหันไปมองแต่อย่างใด ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าใคร
“หวัดดีฐานัส”
“อือ ทำไมมากันสองคนล่ะ”
“ใครบอกนายว่าเรามากันสองคน” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาก่อนจะยกยิ้ม “เรามากันสิบคน นายดูสิ ที่นั่งหัวโด่อยู่เนี่ย ไม่เห็นเหรอ” ฉันพูดแล้วใช้นิ้วชี้ไปยังบริเวณที่ไม่มีคนนั่ง ก็แค่อยากแกล้งเล่นเฉยๆ เผื่อเขาจะเชื่อว่าฉันเห็นผี
“อาเจียว…ฉันกลัวนะ” ดรีมรีบขยับเข้ามากอดแขนฉันแน่นพร้อมทั้งมีสีหน้าแววตาหวาดกลัวจนฉันอดขำไม่ได้
“ฉันล้อเล่น ฮ่าๆๆ” ฉันตบโต๊ะเบาๆแล้วขำไปด้วย ดูเหมือนสนุกสนาน ความจริงแค่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกภายในใจต่างหาก “ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา”
ฉันลุกจากที่นั่งเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำหลังร้าน โดยไม่รู้หรอกว่ามีใครเดินตามมาข้างหลัง จนกระทั่ง
“สาวน้อย…สวยจังเลยนะ” มีผู้ชายหัวล้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉัน กำลังจะเอื้อมมือขึ้นมาแตะใบหน้าของฉัน…
ให้ตายเถอะ!!
หมับ!!
“อย่ายุ่งกับเธอ”
“อะไรวะ ไอ้ฐา ฉันเจอก่อน ใครดีใครได้”
“ผู้หญิงคนนี้เป็แฟนฉัน”
“…” พูดอย่างเดียวไม่พอ ยังกอดไหล่ฉันแน่นจนแทบขยับไปไหนไม่ได้ ไอ้บ้านี่!!
“แกมีแฟนั้แ่เมื่อไหร่”
“แล้วฉันจำเป็ต้องบอกแกด้วยหรือไง”
ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเขาเป็เพื่อนกันซะอีก ทำไมกลายเป็ศัตรูกันแล้วล่ะ บรรยากาศรอบข้างก็ดูขนลุกแปลกๆ อะไรวะเนี่ย
“โอเค ตามสบาย โทษทีแล้วกัน” ผู้ชายหัวล้านยกมือขึ้นเป็เชิงยอมแพ้ ยักไหล่ให้ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งฉันกับผู้ชายที่ชื่อฐานัสไว้
“นี่นาย ฉันบอกเลิก…”
พรึ่บ!!
เขาจับไหล่ฉันไว้ แล้วดันให้หลังติดกำแพง สายตาจ้องมองมาเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง
“ฉันบอกเธอเหรอ ว่าจะเลิก”
“แต่ฉันเป็คนบอกเลิกไง”
“ฉันไม่รับ”
“ได้ไง”
“เธอได้ฉันแล้วจะทิ้งงั้นเหรอ”
“ฉัน…” ฉันได้กับนายแล้วเหรอ “บ้าน่า อย่ามาตลก ฉันไม่ขำ”
“เธอจำเื่คืนวันนั้นไม่ได้จริงๆเหรออาเจียว”
ก็จำไม่ได้ไง วันนั้นเมาเละเป็โจ๊กขนาดนั้น แค่จำว่าตัวเองชื่ออะไรได้ก็บุญล่ะ
“เธอเป็คนเริ่มก่อนเองนะ จะมาจบง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง”
โอ๊ย!! ไม่เคยรู้สึกปวดหัวเท่านี้มาก่อนเลย ทำไมต้องมามีปัญหากับเื่อะไรไม่เป็เื่ด้วยนะ
“นายชื่ออะไรนะ ชื่อฐานัสใช่ปะ งั้นฐานัส นายฟังฉันนะ ฉันจำไม่ได้ และฉันก็ไม่สนหรอกนะว่าเรามีอะไรกันหรือไม่ได้มีอะไรกัน แต่ฉันจะไม่คบกับใครทั้งนั้น”
“เพราะอะไร เพราะผู้ชายที่เธอตามจีบคนนั้นนะเหรอ”
“จะเพราะอะไรก็เื่ของฉัน!!”
“เธอรู้ใช่ไหม ว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว”
“…”
“และเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากยอมรับความจริงเื่ของพวกเขาสองคน”
“…”
“ให้โอกาสฉันได้ไหม ฉันจะทำให้เธอลืมผู้ชายคนนั้นเอง”
“นาย…นายว่าอะไรนะ”
“คบกับฉัน ฉันจะทำให้เธอเลิกรักเขาเอง”
“…”