บทที่ 30 ปีนั้นโลกของเธออยู่ในคำพูดของจั้วเยี่ยน
เหตุการณ์ที่ประชาชนหลายร้อยคนในหมู่บ้านจั้วหย่าผูกคอตายพร้อมกัน เนื่องจากเป็เื่ประหลาดเกินไป จึงถูกปิดกั้นข่าวสารทั่วทั้งเครือข่าย
บันทึกรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์นี้มีเพียงแค่ในแฟ้มคดีของสถานีตำรวจเท่านั้น
และในแฟ้มคดีก็บันทึกไว้เพียงว่า ตำรวจเวรได้รับแจ้งความจากเด็กสาวคนหนึ่ง และถูกพาไปยังหมู่บ้านที่แทบจะตัดขาดจากโลกภายนอก
ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน มีศพมากมายนับไม่ถ้วนแขวนอยู่บนต้นไทรใหญ่ และต่อหน้าพวกเขา ต้นไม้ก็ล้มลงมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว
เด็กสาวแนะนำตัวว่าชื่อจั้วหย่า เป็คนในหมู่บ้าน ทุกปีในเดือนเมษายนหมู่บ้านจะจัดพิธีบูชาใหญ่ เพื่อขอพรให้ปีหน้าสงบสุขและราบรื่น ซึ่งศักดิ์สิทธิ์มาก
แต่ครั้งนี้ อาจเป็เพราะเครื่องเซ่นไหว้ที่ถวายผิดพลาด เทพเ้าจึงโกรธ ชาวบ้านทั้งหมดมาสารภาพผิดที่หน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายก็ผูกคอตายเป็เครื่องสังเวยทั้งหมด เหลือเพียงเธอคนเดียวที่รอดชีวิต
ส่วนเครื่องเซ่นไหว้นั้นคืออะไร เด็กสาวบอกว่าเป็สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่นิติเวชพบเืมนุษย์จำนวนมากในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เนื่องจากกำลังคนและทรัพยากรในท้องถิ่นไม่เพียงพอ คดีจึงถูกส่งต่อให้องค์กรระดับสูงกว่าดำเนินการสอบสวนต่อไป
เด็กสาวถูกส่งไปสถานสงเคราะห์
"ยังไงล่ะ? คุณอวดอ้างว่าเป็คนยุติธรรม จะช่วยแก้แค้นให้พวกเขาและรักษาความเป็ธรรมอย่างนั้นหรือ?"
เฉิงหย่าหนิงแสดงสีหน้าเยาะเย้ย
"ก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอก" เจียงชิงฉือกล่าว
ที่นี่ได้รับการทำความสะอาดโดยมืออาชีพแล้ว
ไม่เช่นนั้น การฆ่าตัวตายหมู่ใต้ต้นไทรซึ่งเป็แหล่งรวมพลังอัปมงคล ที่นี่คงกลายเป็แหล่งชุมนุมของผีเฮี้ยน สร้างความเดือดร้อนไปทั่วแล้ว
"ฉันมาที่นี่เพื่อทำสองอย่าง ช่วยฉินเจว๋เอาร่างกายคืนและอีกอย่าง..."
เธอมองไปที่จั้วเยี่ยน "คุณได้อธิษฐานในห้องไลฟ์ของฉัน ขออยู่เคียงข้างเธอในร่างมนุษย์เป็เวลา 12 ชั่วโมง ตอนนี้สมปรารถนาแล้ว คุณควรไปยังที่ที่คุณควรไป"
"แกอยากตายใช่ไหม!"
ทันทีที่พูดจบ เฉิงหย่าหนิงก็พุ่งเข้าโจมตีเธอทันที เจียงชิงฉือที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงป้องกันตัวได้ทัน
"กะต๊าก ๆ ๆ ๆ!"
ฉินเจว๋กลัวว่าจะถูกลูกหลง จึงะโโลดเต้นบินไปมา
"หย่าหนิง! หยุดเดี๋ยวนี้!"
จั้วเยี่ยนเห็นท่าทางของเธอแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก เธอกำลังใช้วิชาจับิญญา!
เธอ้าจับิญญาของเจียงชิงฉือ!
เธอบ้าไปแล้ว!
เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พุ่งเข้าไปหา แต่ฉินเจว๋กลับบินพรวดพราดมาอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนั้น แล้วจิกปากลงบนหัวของเขา
"กะต๊าก ๆๆๆ!"
คู่ต่อสู้ของนายอยู่ตรงนี้!
คืนร่างกายให้ฉัน!
เข้าร่วมา
"หลีกไป! ฉันจะคืน..."
"จับ!"
เขาเพิ่งจะไล่ฉินเจว๋ไปก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่สุด
เฉิงหย่าหนิงใช้มือทั้งสองทำท่าเหมือนกำลังดึงเส้นที่มองไม่เห็น ทำท่าดึงเจียงชิงฉือ
ส่วนเจียงชิงฉือร่างกายไม่ขยับเขยื้อน ราวกับถูกขังอยู่
"ไม่มีใครจะพาจั้วเยี่ยนไปได้! ไม่มีใครทั้งนั้น!"
เห็นได้ชัดว่าดวงตาของเธอเปล่งประกายดุร้าย กำลังจะลงมือ จั้วเยี่ยนก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดึงแขนของเธอ และยืนขวางอยู่ด้านหน้า
"อย่าทำเื่โง่ ๆ!"
"กะต๊าก ๆๆๆๆ!"
อย่าแตะต้องพี่สะใภ้ของฉัน!
ฉินเจว๋ก็บินขึ้นมา จิกเธออย่างบ้าคลั่ง แต่ถูกเฉิงหย่าหนิงตบลงพื้นด้วยฝ่ามือเดียว
"ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ไม่มีใครสามารถพาผมไปได้ แม้แต่ยมทูตก็ทำไม่ได้ ปล่อยเธอเถอะ คุณสัญญากับผมแล้วว่าจะไม่ทำร้ายใคร ปล่อยเธอไปเถอะ"
"ไม่ได้ นี่เป็สิ่งที่เธอหาเื่เอง"
เฉิงหย่าหนิงส่ายหน้าให้เขา
"อุปสรรคทั้งหมดที่ขัดขวางนายจากการได้รับอิสรภาพ ฉันจำเป็ต้องกำจัดทั้งหมด"
"งั้นไม่ควรกำจัดตัวเองก่อนหรือ?"
เจียงชิงฉือไม่มีท่าทีของผู้แพ้แม้แต่น้อย ยังคงยั่วยุเธอให้โมโหมากขึ้น
"เธอพูดปากเปียกปากแฉะว่าอยากให้เขาได้เห็นดอกไม้ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ พระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วง ทะเลในฤดูร้อน และหิมะในฤดูหนาว แต่กลับเห็นแก่ตัวกักขังิญญาเขาไว้ข้างกาย ถ้าหวังดีกับเขาจริง ๆ ก็ควรปล่อยให้เขาไปเวียนว่ายตายเกิด แทนที่จะสนองความรู้สึกบิดเบี้ยวของตัวเอง ปล่อยให้เขาเป็ิญญาเร่ร่อนที่หวาดกลัวและไม่เห็นแสงตะวันตลอดกาล"
"เธอจะรู้อะไร! ฉัน้าแค่จั้วเยี่ยน! ตราบใดที่ิญญาของเขายังอยู่ เขาก็คือจั้วเยี่ยน! ถึงจะไปเกิดใหม่ได้เห็นดอกไม้และทะเล นั่นก็ไม่ใช่จั้วเยี่ยน และไม่ใช่ชีวิตที่ฉันคืนให้เขา!"
เฉิงหย่าหนิงโต้กลับด้วยความเกลียดชัง
"การเวียนว่ายตายเกิดมีกฎเกณฑ์ของมันเอง ในโลกนี้ไม่มีเวทมนตร์ที่ฝืน์ให้คนตายฟื้นคืนชีพ ฉันขอแนะนำให้เธอตื่นจากความฝันเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็ภัยต่อตัวเองและผู้อื่น"
"ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะขืน์เสียเอง ใครก็ตามที่ขวางทางฉัน ไปตายให้หมด!"
"ไม่นะ..."
เธอเกลียดชังถึงขีดสุด ถึงขนาดไม่สนใจจั้วเยี่ยนอีกต่อไป ผลักเขาออกไปอย่างแรง สองมือกำแน่น แขนออกแรงดึงไปด้านหลัง ราวกับกำลังใช้เส้นด้ายที่มองไม่เห็นนั้นดึงิญญาที่มองไม่เห็นเช่นกัน
"นั่นเป็ความยึดมั่นของคุณ ไม่ใช่ของผม!"
จั้วเยี่ยนจับข้อมือของเธอ มองเธอด้วยสายตาวิงวอน
"การตายแทนคุณเป็ความสมัครใจของผม การอยู่ข้างกายคุณด้วยร่างิญญาก็เป็ความเต็มใจ ผมไม่เคยคิดจะให้คุณคืนชีวิตให้ผมเลย ผมไม่มีความยึดมั่นใด ๆ ที่จะยืนอยู่กลางแสงอาทิตย์ นั่นเป็ความปรารถนาของคุณต่างหากจั้วหย่า”
"ผมรู้ว่าคุณกระหายโลกภายนอกบ่อน้ำ ผมเอาทุกสิ่งทุกอย่างของผมแลกให้คุณได้ออกไป แต่ถ้าตอนนี้คุณทำลายมันด้วยมือของคุณเอง จั้วหย่า ผมไม่มีชีวิตที่สองให้ช่วยคุณหาคืนมาอีกแล้ว"
สีหน้าของจั้วหย่าพลันชะงักงัน แต่นิ้วมือยังไม่ได้ผ่อนคลายลง
"เป็ไปได้ยังไงที่คุณจะไม่กระหายโลกภายนอก... คุณเคยเห็นดอกไม้ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตก แล้วจะทนอยู่ในความมืดวันแล้ววันเล่าได้ยังไง..."
เธอเงยหน้ามองปากบ่อที่แทบจะเอามือปิดได้หมด ไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าเธอถึงความรู้สึกทรมานที่ต้องติดอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ เพียงนิ้วเดียว
...
ในหมู่บ้านห่างไกลความเจริญ ซ่อนไว้ซึ่งศาสตร์การจับิญญาที่กำลังจะสูญหายไปจากโลก
ทุก ๆ สิบสองปี จะมีเด็กหญิงพิเศษเกิดขึ้นในหมู่บ้านนี้ พวกเธอเกิดมาพร้อมร่างกายที่มีพลังหยิน เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนศาสตร์นี้
เด็กหญิงเหล่านี้จะได้รับชื่อเดียวกันว่า "จั้วหย่า"
ซึ่งเป็ที่มาของชื่อหมู่บ้านด้วย
ครอบครัวที่จั้วหย่าเกิดจะได้รับสิทธิพิเศษสูงสุดในหมู่บ้าน
ชาวบ้านทุกคนจะส่งของกำนัลมาให้ราวกับเป็เครื่องบรรณาการ บางคนถึงกับส่งคนมาคอยดูแล
ทุกคนในครอบครัวไม่ต้องทำงาน เพียงแค่รับความรุ่งโรจน์และผลประโยชน์อันไม่สิ้นสุดที่มาพร้อมกับการที่จั้วหย่าเลือกมาเกิด
รอเพียงสิบสองปีให้หลัง จั้วหย่าจะถูกบูชายัญแด่์ เพื่อคุ้มครองชาวบ้านทั้งหมด ให้ิญญาได้สถิตอยู่อย่างะไม่มีวันตาย
พวกเขาเชื่อว่าจั้วหย่าคือผู้รับใช้ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะนำพาิญญาของพวกเขาไปเข้าเฝ้าเทพเ้าหลังความตาย เพื่อขอให้ไม่ต้องตกนรกและได้อยู่ในสรวง์ชั่วนิรันดร์
พวกเขารู้สึกว่านี่คือการเลือกของเทพเ้า เป็เกียรติยศอันสูงส่ง
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีจั้วหย่าที่้าหลบหนี
จั้วหย่าที่ตื่นรู้ทางความคิดและพยายามหลบหนีคนนั้น ก็คือรุ่นก่อนของเฉิงหย่าหนิง
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของเฉิงหย่าหนิงไปอย่างสิ้นเชิง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์จั้วหย่าหลบหนีอีก พ่อแม่ของเฉิงหย่าหนิงจึงเสนอที่จะเลี้ยงเธอไว้ในบ่อน้ำแห้งภายในบ้าน
ั้แ่วันที่เธอเกิดจนถึงวันพิธีบูชายัญเมื่ออายุสิบสองปี เธอไม่เคยออกจากก้นบ่อแม้แต่ก้าวเดียว
ทุกวันเธอนั่งอยู่ที่ปากบ่อ เงยหน้ามองขึ้นไป รอคอยให้มีคนมาส่งอาหาร รอดูการเปลี่ยนแปลงของต้นพุทราตามฤดูกาลทั้งสี่
เธอใช้ชีวิตเช่นนี้ั้แ่เกิด จึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ และคิดว่าทุกคนก็เป็เช่นนี้
จนกระทั่งวันนั้น ฝาบ่อถูกเปิดออกอีกครั้ง และลูกพุทราสีแดงเข้มลูกหนึ่งกลิ้งมาอยู่ข้างมือของเธอ
เธอหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่จั้วเยี่ยนปีนลงมาตามเชือก จัดวางอาหาร แล้วยื่นมือออกมาอย่างเงียบ ๆ กำพุทราสีแดงไว้เต็มมือ
"เธอเคยกินไหม? มันหวานมากเลยนะ"
เด็กชายวัยไม่ถึงสิบขวบมองเธอด้วยดวงตาเป็ประกาย
จั้วเยี่ยนเป็เด็กกำพร้า พ่อแม่และพี่สาวเสียชีวิตั้แ่เขาอายุสามขวบ ไม่รู้ว่าเขารอดมาได้อย่างไร แต่ตอนนี้เด็กชายวัย 8 ขวบก็สูงกว่าจั้วหย่าที่อายุ 5 ขวบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรจะส่งไปให้บ้านจั้วหย่า เขาจึงอาสามาทำงานรับใช้เอง
เพราะตัวเล็ก เขาจึงถูกมอบหมายให้ลงไปในบ่อเพื่อส่งอาหารให้จั้วหย่า
จั้วหย่าจึงได้รู้ว่าโลกไม่ได้มีขนาดเท่าปากบ่อ นอกปากบ่อยังมีท้องฟ้าสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และูเาสูงตระหง่านจรดฟ้า
ยังมีดอกไม้ที่บานสะพรั่งเต็มูเาในฤดูใบไม้ผลิ ลำธารที่เต็มไปด้วยปลาและกุ้งในฤดูร้อน ผลไม้ป่าที่ร่วงหล่นจากต้นไม้เองในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมทุกสิ่งในฤดูหนาวอันเงียบสงัด
ตอนกลางคืนยังมีความมืด พระจันทร์ และดวงดาว อีกทั้งยังมีสิ่งที่เรียกว่าแสงไฟ ที่จะส่องสว่างนำความสว่างมาสู่ความมืด
จั้วหย่าไม่เคยเห็น แต่เธอคิดว่า มันคงเหมือนดวงตาของจั้วเยี่ยน
ในปีนั้น โลกทั้งใบของเธอ ล้วนอยู่ในคำพูดของจั้วเยี่ยน