99 วัน หน้ากากฆาตลวง (มีอีบุ๊ค)

    ตอนที่ 5: หน้ากากร้าย

            รินเคยไปงานประเภทนี้ในร่างเดิม แต่ในฐานะจิตรกรที่ได้รับเชิญเพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะนามสกุล


            ทุกครั้งนั้นเธอยืนจิบน้ำส้มคั้น มองคนรวยเดินผ่านกันไปมา และสเก็ตซ์ใบหน้าพวกเขาในสมุดโน้ตเล่มเล็กที่ซุกไว้ในกระเป๋า


            ทว่า คืนนี้เธอเป็๲คนที่คนอื่นจับจ้อง


            ชุดราตรีหางปลาสีแดงเพลิงที่สไตลิสต์ของนิชาเลือก ช่วยสร้างภาพลักษณ์สง่าน่าเกรงขาม รินเดินเข้ามาในงานด้วยก้าวย่างที่เธอฝึกมา อกผายไหล่ผึ่ง คางเชิด สายตากวาดไปข้างหน้าโดยไม่หยุดมองใคร


            โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ คลาคล่ำไปด้วยเซเลบริตี้และนักธุรกิจระดับหน้าในชุดราคาหลักหลายแสน แต่ทุกคนในห้องนี้สวมหน้ากาก ใบหน้าของคนที่น่าเชื่อถือ น่าเคารพ น่าร่วมธุรกิจด้วย


            ทว่า รินรู้ดีกว่าใครว่าข้างใต้หน้ากากมีอะไร เพราะเธอเคยรักชายที่สวมหน้ากากได้เนียนที่สุดในห้องนี้


            เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ช้าๆ


            แล้วเจอเขา


            กวินทร์ ศิริวัฒน์ ยืนอยู่ในกลุ่มนักการเมือง เขาสวมทักซิโด้สีดำสนิท รอยยิ้มอบอุ่น แว่นตาพอดีหน้า เขาเอียงหัวฟังคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยท่าทีสนใจอย่างแท้จริง ราวกับไม่มีอะไรในโลกสำคัญกว่าคำพูดของคนตรงหน้า


            รินจำได้ดีว่าสายตาแบบนั้นเคยทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองพิเศษเพียงใด


            แต่ตอนนี้มันกลับทำให้เธอคลื่นไส้


            เธอกำมือแน่น หายใจเข้าลึก กดความโกรธลงไป เพื่อไม่ให้มันออกมาที่ใบหน้า


     

            “คุณนิชาครับ... ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบตัวจริงสักที คุณสวยกว่าที่เขาลือกันอีกนะครับ”


            เธอรู้ว่าเสียงนั้นเป็๲ของใครก่อนที่จะหมุนตัวไปดูเสียอีก เพราะเธอจำเสียงนั้นได้ แม้จะได้ยินมันครั้งสุดท้ายในขณะที่กำลังจะตายก็ตาม


            รินหมุนตัวช้าๆ


            วินยืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มสุภาพ แต่ดวงตาเรียวรีที่อยู่หลังแว่นกลับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา มันเป็๲แววตาที่เธอเห็นแวบเดียวในคืนวันครบรอบ แต่ตอนนั้นเธอไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร


            ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า มันคือสายตาของคนที่กำลังประเมินว่าสิ่งตรงหน้าเหมาะกับคอลเลกชันของเขาไหม


            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณกวินทร์ หรือจะให้เรียกวินก็ดีคะ” รินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทของนิชา


            วินขมวดคิ้ววินาทีหนึ่งก่อนจะอมยิ้ม “ผมตั้งใจชวนคุณเต้นรำสักเพลง จะได้รู้จักกันดียิ่งขึ้น”


            รินจ้องมองมือของวินที่ยื่นออกมา มือเดียวกับที่เคยโอบกอดเธอด้วยความรัก และเป็๲มือเดียวกับที่รัดคอเธอจนสิ้นลมหายใจ ความคลื่นเหียนขึ้นมาจุกที่คอหอย แต่เธอกลับเหยียดยิ้มงดงามที่มุมปาก วางฝ่ามือเรียวบางของนิชาลงบนมือของเขาช้าๆ


            “ด้วยความยินดีค่ะ คุณกวินทร์”


            วินจูงมือเธอเดินตรงไปยังฟลอร์เต้นรำใจกลางห้องโถง แสงไฟวอร์มไลท์สาดส่องลงมากระทบชุดราตรีหางปลาสีแดงเพลิงของเธอ ดนตรีคลาสสิกจังหวะวอลตซ์บรรเลงแ๶่๥เบา


            วินกระชับมือขวาเข้าที่เอวบางของนิชา ดึงร่างของเธอให้ขยับเข้าใกล้ตามจังหวะก้าวถอย


            “คุณเต้นรำเก่งกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีกนะครับ คุณนิชา” วินกระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวล สายตาเรียวรีหลังกรอบแว่นจ้องลึกเข้ามา ราวกับกำลังพยายามมองทะลุเข้าไปในดวงตาของเธอ


            “แค่เต้นตามจังหวะของคนที่คุมเกมน่ะค่ะ” รินตอบพลางขยับกายหมุนไปตามเขา กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของวินที่เธอเคยหลงใหล บัดนี้เหม็นสาบราวกับกลิ่นฟอร์มาลีนในห้องใต้ดินลับ


            “งั้นเหรอครับ ผมรู้สึกเหมือนคุณนิชาจะรู้จักผมดีเป็๲พิเศษ ทั้งที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ” วินยิ้มกว้างขึ้น แววตาแสดงความสนใจกว่าเดิม เขากระชับฝ่ามือที่เกาะกุมมือเธอให้แน่นขึ้น


            “รู้จักดีสิคะ” รินตอบกลับ เสียงเรียบสนิทจนน่าขนลุก เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาแสนดีของฆาตกรโรคจิตจนลมหายใจเป่ารด

    แล้วพูดว่า “บางครั้ง... หน้ากากที่คนเราใส่ มันก็ไม่ได้หนาพอจะบัง ‘เนื้อร้าย’ ที่อยู่ข้างในหรอกค่ะ”


            คำพูดนั้นทำให้วินชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย จังหวะการเต้นรำสะดุดลง แววตาอบอุ่นของเขาวูบไหวไปด้วยความระแวงและสับสน ก่อนที่เขาจะรีบหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเป็๞ธรรมชาติ เพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวบนหน้ากาก


            ในวินาทีที่ร่างของทั้งสองขยับเข้าเบียดชิดกันตามจังหวะดนตรีครั้งสุดท้าย ริมฝีปากของรินพลัน๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความเย็นวาบขึ้นมาชั่วครู่


            พลัง Kiss of Illusion สั่นไหวราวกับรับรู้ถึงเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า ความกระหายอยากจะมอบจุมพิตนรกส่งเขาดิ่งลงสู่อเวจีตอนนี้พุ่งพล่านจนเธอต้องเม้มปากแน่น


            ยังไม่ใช่เวลา... ยังไม่ใช่ที่นี่... มีคนอื่นอยู่รอบข้างมากเกินไป เธอสะกดจิตใจตัวเองให้เยือกเย็น


            ดนตรีจบลงพอดี วินปล่อยมือจากเอวของเธอช้าๆ แต่ยังคงรักษาระยะห่างที่ใกล้ชิด แววตาของเขายังคงจับจ้องที่เธออย่างไม่วางตา ราวกับผู้ล่าที่กำลังพึงพอใจในเหยื่อรายใหม่


            “แค่นี้ยังทำให้คุณไม่รู้จักผมดีพอหรอก… วันเสาร์หน้า ผมขอเรียนเชิญคุณนิชาไปทานข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อได้ไหมครับ มีร้านอาหารริมแม่น้ำเ๯้าพระยาที่บรรยากาศดีและเป็๞ส่วนตัวมากๆ” วินขยับแว่นสายตาพลางคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่แฝงนัย


            รินสบตาเขา นิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ “ตกลงค่ะ วันเสาร์หน้าเจอกัน... ฉันเองก็มีเ๹ื่๪๫ ‘ความงาม’ อีกหลายเ๹ื่๪๫ที่อยากจะแชร์ให้คุณฟังเหมือนกันค่ะ คุณกวินทร์”


            วินยิ้มแสร้งทำเป็๞สุภาพ “เป็๞เกียรติมากครับคุณนิชา แล้วเจอกันวันเสาร์นะครับ”


            “สวัสดีครับคุณกวินทร์ คุณนิชา”


            รันต์เดินเข้ามาจากทางด้านซ้าย ชุดสูทสีเข้มที่ไม่ได้แพงแต่ตัดเย็บดี สายตาของเขามองวินกับนิชาสลับกัน


            “ผู้กองรันต์ มาร่วมงานการกุศลด้วยเหรอครับ ไม่ค่อยเห็นคุณในแวดวงนี้เท่าไรเลย” วินยิ้มทักทาย อบอุ่นและไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย


            “มาเ๹ื่๪๫งานครับ บางทีการมางานพวกนี้ก็ทำให้ได้เบาะแสดีๆ เหมือนกัน อย่างคดีคนหายที่ยังไม่คืบหน้า”


            คำพูดธรรมดาๆ แต่รินสังเกตเห็นว่าวินกระพริบตาช้าลงเสี้ยววินาทีหนึ่ง


            “งั้นเหรอครับ งั้นผมก็จะเอาใจช่วยให้ผู้กองหาตัวรินรดาเจอเร็วๆ นะครับ ถึงเราจะไม่ได้คบกันแล้ว แต่ผมก็เป็๞ห่วงเธออยู่เสมอ” วินพูดเสียงเศร้า


            เป็๞ห่วง เขาพูดคำนั้นได้ราบรื่นเหมือนบอกเวลา ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีรอยสะดุด เหมือนคนที่ฝึกมาดีแล้ว หรือเหมือนคนที่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ และนั่นทำให้มันน่ากลัวยิ่งกว่า


            รันต์เหลือบมาที่รินสักครู่ “ถ้าไม่รบกวน ขอคุยเ๹ื่๪๫กับคุณนิชาสักครู่ได้ไหมครับ คุณกวินทร์”


            “ตามสบายครับ แล้วเจอกันนะครับคุณนิชา” วินโบกมือลา ก่อนเดินจากทั้งคู่ไป



     

            รันต์พาเธอเดินออกไปที่ระเบียงชั้นสองที่เงียบกว่า ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเคร่งเครียดกว่าที่เธอคาด


            “คุณเห็นสายตาเขาไหม” เขาถามเบาๆ


            “เห็นค่ะ”


            “มันเหมือนเสือมองเหยื่อ และคุณกำลังยืนตรงหน้ามันโดยไม่มีอะไรป้องกัน ผมสังเกตเขามาสักพักแล้ว เขาไม่เคยสั่นคลอน ไม่เคยพลาด ถ้าเขารู้ว่าคุณรู้อะไรสักอย่าง...” รันต์พูด เสียงต่ำแต่หนักแน่น


            “เขาจะทำแบบเดิมที่เขาทำกับคนอื่น ฉันรู้ค่ะผู้กอง” รินพูดต่อให้


            รันต์หยุดนิ่ง “แล้วคุณยังอยากทำต่อ?”


            “ยิ่งกว่าเดิมค่ะ”


            รันต์มองเธออยู่นาน สายตาของเขาอ่านบางอย่างบนใบหน้าของเธอ แต่ไม่พูดออกมา ในที่สุดเขาถอนหายใจ “ทีมผมจะอยู่ในงานนี้ทั้งคืน ขอแค่ให้คุณส่งสัญญาณ พวกเราจะเข้ามาในเวลาไม่เกินสามสิบวินาทีครับ”


            “ขอบคุณค่ะ”


            “อย่าขอบคุณ ทำตัวให้ปลอดภัยก็พอ” รันต์พูดแล้วเดินออกไปก่อน


            รินยืนอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มองลงไปที่ห้องงานเบื้องล่าง ใบหน้าสวยคมของนิชาไม่แสดงอารมณ์อะไรเลย


            เธอมองหาวิน เจอเขากำลังรับไวน์ขาวจากพนักงาน หัวเราะกับใครสักคน ชีวิตปกติ งานปกติ คืนปกติ


            เธอจะเปลี่ยนทุกอย่างนั้นเอง


            เหลืออีก 94 วัน และวันเสาร์หน้าเกมจะเริ่มจริงๆ เสียที