ผมเดินมากับแม่ดาวด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะได้พบกับชายชุดดำสองสามคนยื่นอยู่เบื้องหน้า และมีเครื่องบินลำใหญ่จอดนิ่งอยู่ด้านหลังพวกมัน
“นะ นี่สินะ สิ่งจะพาเราออกจากไอ้เกาะบ้า ๆ แห่งนี้” สองตาผมเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ทว่า...ในเวลานั้นไอ้พวกชายชุดดำก็ก้าวมาประชิดตัว ก่อนจะจับตัวผมไว้แน่น พร้อมกับใช้ผ้าผืนใหญ่มาพันปิดตา และใช้เชือกมัดข้อมือเอาไว้
“ดะ เดี๋ยวสิแก...!”
“หุบปาก! อยู่นิ่งถ้าไม่อยากเจ็บตัว” มันตวาดเสียงใส่ และผมจำเสียงนี่ได้ดี มันก็คือคนที่จับตัวผมมาในตอนแรกนั้นเอง
“เสร็จแล้ว พวกแกเอาไอ้สองคนนี้ไปรวมกับนังเด็กคนก่อนหน้าที่อยู่บนเครื่อง ถ้าคนที่เหลือมาครบก็เอาเครื่องขึ้นได้ แต่ถ้ามาไม่ครบ...ก็ทำเหมือนเดิม”
“ทำเหมือนเดิม!? หมายความว่าไง ถ้าคนที่เหลือทำภารกิจไม่จบจะเกิดอะไรขึ้น” ผมคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามพวกมัน จากนั้นผมก็ถูกพวกมันบังคับให้เดินขึ้นบันได ซึ่งน่าจะเป็นบันไดของเครื่องบิน ทุกอย่างรอบตัวผมมืดมาก แอบกลัวเหมือนกันว่าพวกมันจะผิดคำพูด เอาผมกับแม่ดาวไปทำอย่างอื่นต่อ แทนที่จะเอาไปส่งที่บ้าน แต่ก็นะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็คงต้องทำใจ..
“เอ้า นั่งลงตรงนี้แล้วอยู่เงียบ เข้าใจไหม” เสียงของชายชุดดำคนหนึ่งตะคอกใส่ ซึ่งผมก็พยักหน้า จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกมันเดินจากไป” ผมนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ ๆ ก่อนจะตัดสินใจ ร้องเรียก กับ ทว่า....ไม่มีเสียงพวกเธอตอบกลับมา
“ไม่อยู่งั้นเหรอ? หมายความว่ายังไง? ทั้งสองคนถูกจับไปนั่งตรงไหน บ้าจริง เริ่มใจคอไม่ดีแล้ว” ความหวาดกลัว ความวิตกกังวลเข้ากัดกินจิตใจของผมอย่างช้า ๆ อยากจะแก้เชือก แก้ผ้าปิดตาใจจะขาดแต่มันก็ทำไม่ได้ สุดท้ายผมจึงต้องนั่งรอในความมืดมิดแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ มันนานเหลือเกิน นานจะผมเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“หือ! นะ นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย? ทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง” ผมเบิกตากว้างในความมืด ก่อนจะตัดสินใจร้องเรียกคนอื่นอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงตอบกลับมา ทว่า....
“จะแหกปากทำไมวะหนวกหู หลับไปตั้งนานก็ดีอยู่แล้ว เออ แต่ก็ช่างเหอะ ถึงพอดี เอ้า ลุกขึ้น” เสียงของชายชุดดำท่าทางดุ ๆ เอ่ยขึ้น มันจับตัวผมลุกขึ้น ก่อนจะพาเดินตรงไปหลายสิบก้าว และแกะเชือกที่ข้อมือผม
“มึง ฟังกูนะ จากนี้ไปให้นับหนึ่งถึงร้อย แล้วค่อยแกะผ้าปิดตาออก ถ้าแกะก่อนถึงร้อย มึงจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีก”
“ขะ เข้าใจแล้ว” ผมพยักหน้าก่อนจะตอบมันด้วยเสียงสั่นเครือ
“เอ้า ใส่หัวไป๋! แล้วก็อย่าสะเออะเป็นหนี้ใครอีกล่ะ” มันพูดจบก็โยนร่างของผมลงพื้นเสียงดัง ตุ๊บ! ไม่เจ็บเท่าไหร่เพราะดูเหมือนจะไม่ได้สูงมาก จากนั้นผมก็เริ่มนับหนึ่งถึงร้อยตามที่มันบอก นับไปเรื่อย ๆ จนครบ จึงทำการแกะผ้าปิดตาออก
อ๊าาาา....าาา แสบตาเป็นบ้า
ผมหรี่ตามองช้า ๆ ก่อนที่จะเริ่มเห็นแสงของดวงอาทิตย์อีกครั้ง
ทะ ที่นี่มันที่ไหนกัน?
ผมพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ริมถนนที่ไหนสักแห่ง มีถนนแสดงว่า ไม่ใช่เกาะแห่งนั้นแล้วแน่นอน
กลับมาแล้วงั้นเหรอ? ความรู้สึกดีใจ มาพร้อม ๆ กับความรู้สึกสับสน จากนั้นผมก็ลุกขึ้นก่อนจะออกเดินทันที และจากนั้นไม่นานก็ได้พบกับชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกนั้น ก่อนจะพบกับความจริงว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ เขาใหญ่!
ใช่ครับ พวกมันเอาผมมาปล่อยที่เขาใหญ่ จังหวัดโคราช ผมก็เลยขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่ไม่ได้บอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่ได้แจ้งความด้วย บอกไปพวกเขาก็คงไม่เชื่อ แถมด้วยอิทธิพลของพวกมัน ผมกับแม่นุชอาจจะซวยไปด้วย อ่ะ จริงสิ
เกือบลืมไปเลย ผมยังไม่ได้บอกสินะว่า ทุกคนเองก็ปลอดภัย ซึ่งพวกเราถูกแยกไปปล่อยตัวไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ใช้เวลาไม่นานก็ติดต่อกันได้ ก่อนจะกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งที่กรุงเทพ...
ตอนที่พบกันผมดีใจมาก ๆ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ไอ้ความรู้สึกผิด ไอ้สิ่งที่พวกเราทำลงไปบนเกาะมันก็เข้ามาแทนที่ อย่างมิอาจที่จะสลัดทิ้งไปได้
พ่อกับแม่นุช สองคนตัดสินใจที่จะหย่ากัน แน่นอนว่าผมเลือกจะอยู่กับแม่ ส่วนพี่เมย์ กับน้องมายด์เลือกจะอยู่กับพ่อ ส่วนจะอยู่กันในฐานะอะไร ผมคงไม่ต้องบอก เรื่องแบบนั้น แม้นจะเกิดขึ้นจากความไม่เต็มใจ แต่พวกเขาก็ถลำลึกเกินกว่าจะถอยออกมาได้อีกแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้มันดำเนินต่อไป ถึงแม้จะเป็นเรื่องน่าละอายที่ไม่สมควรเกิดขึ้นก็ตาม
ส่วนผมกับเจ้าเอก แน่นอนว่าเรามองหน้ากันไม่ติด ไอ้ครั้นจะให้ความรู้สึกกลับมาเหมือนเดิม หรือถึงขั้นว่าแลกแม่เอากันอีกรอบผม กับมันทำใจไม่ได้จริง ๆ เพราะงั้น คงต้องห่างกันสักพัก หรืออาจจะตลอดไป เรื่องแบบนี้คงต้องปล่อยให้เวลาเยียวยาเท่านั้น
ตอนนี้ผมควรจะเวลากับคนที่ผมรักจะดีกว่า ว่ามั้ยครับ...
...
...
นอนคิดอะไรอยู่คะ ไม่ทำต่อแล้วเหรอ? เสียงของแม่นุชเอ่ยถาม ซึ่งผมก็ส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะตอบว่า
“ไม่มีอะไรหรอก... แค่คิดถึงเรื่องเก่า ๆ นะ”
“มันใช่เวลาคิดไหมคะที่รัก หายเหนื่อยแล้วก็มา....”
แม่นุชนอนส่งสายตายั่วยวนผม แล้วแบบนี้มีหรือ ที่ผมจะนอนคิดต่อให้รกสมอง ผมไม่รอช้ารีบลุกขึ้นไปหาเธอ ก่อนจะกอด และประกบปากแลกลิ้นราวกับผัวเมีย สองมือบีบนมแม่ไว้อ้าปากอมเม้มที่หัวนมแล้วใช้ฟันขบเบาๆ แอ่นเอวให้ท่อนเอ็นถูไถแถวร่องหอยบางครั้งก็ไถลไปโดนเม็ดแก่นแตดจนแม่ตัวสั่นเทิ้ม ผมค่อยๆ ไล้เลียลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เนินอกจนมาถึงโคกหี ผมคลุกเข่าอยู่ใต้หว่างขาของแม่ ซึ่งแม่แยกขาออกจากกันโดยอัตโนมัติ ผมแหงนหน้าฝังปากและจมูกเข้าไปในซอกหีที่ขณะนี้น้ำเงี่ยนได้เยิ้มแฉะออกมา แล้วสูดเข้าไปเต็มปอด แล้วใช้ลิ้นเลียปาดไปทั้งรูหีรูตูด และเม็ดแก่นแตด แม่ย่อเข่าลงเล็กน้อยใช้ 2 มือจับหัวผมแน่นแอ่นหีกระเด้าปากผมอย่างเสียวซ่าน
จบตอน