เฟิ่งฮูหยินที่ได้ยินบุตรสาวตนกล่าวออกมาพร้อมน้ำตาอาบแก้มใส ก็เ็ปใจไม่ต่างจากบุตรสาวที่เป็ที่รัก คนเป็มารดาได้แต่คอยซับน้ำตาให้บุตรสาวของตนเองอย่างทะนุถนอม
"โถ่ อาเหิงลูกแม่ ที่แม่ถามเ้าไปเพื่อให้มั่นใจว่าเ้าจักไม่เสียใจภายหลัง แม่ไม่อยากเห็นเ้าต้องเสียน้ำตาแล้ว อาเหิง"
"เ้าค่ะ ท่านแม่ ลูกทราบถึงความหวังดีที่ท่านแม่มีให้ลูกอย่างใจจริงเ้าค่ะ"
"พ่อจะทูลขอกับฝ่าาเื่ถอนหมั้นให้เ้าเอง"
"ท่านพี่//ท่านพ่อ"
สตรีสองคนที่กำลังคุยกันหันไปตามเสียงทุ้มที่ดังมา ปรากฏว่าเป็ประมุขของจวนตระกูลเฟิ่ง'เสนาบดีเฟิ่งจินหยวน'
ที่จริงเฟิ่งจิงหยวนกลับมาถึงจวนสักพักแล้ว เนื่องจากได้ยินข่าวลือบุตรสาวของตนเองไปถึงในวัง ก็รีบกลับมาที่จวนทันที เมื่อมาถึงจวนก็ได้ยืนมองดูสองแม่ลูกที่เป็แก้วตาดวงใจของตนเองกอดกันร้องไห้ คนเป็พ่อที่เห็นบุตรสาวของตนเองร้องไห้ปานจะขาดใจเพราะเื่ที่คู่หมั้นของตนเองไปทานข้าวกับหญิงอื่น เมื่อบุตรสาวตนที่รู้เื่จึงตามไปอาละวาดถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนอ๋องเจ็ดได้ประกาศว่าจะแต่งอี้หลิงฟางเข้าวัง ทำให้เป็ข่าวลือทั่วทั้งเมืองหลวง
"ลูกพ่อ"
"ท่านพ่ออ ฮือออ" เฟิ่งอวี่เหิงเห็นเช่นนั้นก็วิ่งเข้าไปกอดพ่อตนเอง เสนาบดีเฟิ่งก็อ้าแขนรับอ้อมกอดของลูกสาวที่ตนรัก พร้อมลูบหัวปลอบโยนอย่างทะนุถนอม
"เ้าไม่ต้องคิดสิ่งใดให้ปวดหัว เื่ถอนหมั้นพ่อจะไปทูลขอกับฝ่าาเอง"
"ฝ่าาจะทรงยอมให้ถอนหมั้นหรือเ้าคะ"
เสนาบดีเฟิ่งไม่พูดเปล่า เอานิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบมาที่แก้มนวลใสของบุตรสาวตนเองอย่างทะนุถนอม ในใจนึกโกรธแค้นอ๋องเจ็ดที่ทำให้บุตรสาวตนเองเสียน้ำตา ตนรึเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมไม่เคยให้บุตรสาวตนเองมีเื่เสียใจ อ๋องเจ็ดนั้นกล้าดียังไงมาทำให้บุตรสาวตนเองเสียน้ำตาแบบนี้ ยิ่งคิดยิ่งแค้น ไม่น่ายอมให้บุตรสาวของตนเองไปหมั้นกับผู้ชายใจโลเลแบบนั้นเลย หากไม่ใช่เพราะบุตรสาวของตนมาขอร้องกับตนว่าชื่นชอบกันกับอ๋องเจ็ดมีรึที่ตนจะยินยอมให้หมั้นหมาย เพราะตนเองไม่ได้อยากให้บุตรสาวที่รักปานดวงใจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์เลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ว่าวังหลังของราชวงศ์นั้น สตรีแก่งแย่งกันเพียงใดเพื่อให้ได้เป็ที่โปรดปราน ฮึ!! ดีเหมือนกันที่เกิดเื่แบบนี้ ทำให้บุตรสาวตนเองคิดได้ ตนก็ไม่ต้องห่วงว่าบุตรสาวของตนเองนั้นจะต้องไปแย่งเป็ที่โปรดปรานกับสตรีอื่นของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็สามี
"เ้าไม่ต้องกังวลไม่ว่าฝ่าาจะกล่าวเช่นไร พ่อจะเป็คนรับไว้เอง"
เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็กอดพ่อของตนเองอีกรอบพร้อมทั้งคุกเข่าขอโทษต่อหน้าบิดามารดาของตนเอง ทำเอาบิดามารดาใกับท่าทางของบุตรสาว
"ลูกขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่มากเ้าค่ะ ลูกอกตัญญูยิ่งนักทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็ทุกข์ ได้โปรดอภัยให้ลูกที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วยนะเ้าคะ"
เฟิ่งฮูหยินที่ได้ยินบุตรสาวกล่าวโทษตนเอง ก็นำผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาของตนเอง
"โถ่...อาเหิงลูกแม่ลุกขึ้นเถิด พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเ้าเลยแม้แต่น้อย เื่นี้พ่อกับแม่เองก็มีความผิดที่ปล่อยให้เ้าได้เจอเื่เ็ป เ้าอย่าโทษตัวเองเลยนะ"
"ท่านพ่อ ท่านแม่"
ภาพสามคนพ่อแม่ลูกที่กอดกันอย่างรักใคร่ บ่าวในจวนที่เห็นภาพเช่นนั้นถึงกับพากันเช็ดน้ำตา ทำไมจะไม่รู้ว่าคุณหนูของพวกเขานิสัยเป็แบบไหน ไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจแบบที่ผู้คนเขาลือกัน ยิ่งมาเห็นภาพแบบนี้ยิ่งทำให้พวกบ่าวรู้สึกสงสารคุณหนูของตนเอง และก็รู้สึกยินดีที่คุณหนูกำลังจะได้ถอนหมั้นกับชายที่ไม่เห็นคุณค่าความรักที่คุณหนูมอบให้อย่างอ๋องเจ็ดสักที พวกตนได้แต่พากันส่งกำลังใจให้นายของตนเองผ่านเื่ร้ายๆไปเร็วๆ
เช้าของวันใหม่เสนาบดีเฟิ่งรีบเดินทางออกจากจวนั้แ่ยามเฉินเพื่อที่จะเข้าวังหาฮ่องเต้เป็การส่วนตัวเพราะจะทูลขอราชโองการถอนหมั้นบุตรสาวของตนกับอ๋องเจ็ด
วังหลวง
"ถวายบังคมฝ่าา"
"ไม่ต้องมากพิธี ใต้เท้าเฟิ่งมาหาข้าแต่เช้าขนาดนี้ คงเป็เื่คุณหนูเฟิ่งบุตรสาวของท่านใช่หรือไม่"
น้ำเสียงกังวาลที่เอ่ยถามฟังดูน่าเกรงขามแก่ผู้ที่ได้ยิน เบื้องหน้าเฟิ่งจินหยวนมีบุรุษนั่งทรงงานอยู่ด้วยท่าทางที่สง่าสมกับเป็โอรส์
"พะยะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอให้ออกราชโองการถอนหมั้นของบุตรสาวของกระหม่อมกับท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงพะยะค่ะ"
ฮ่องเต้ที่กำลังอ่านฎีกาอยู่ถึงกับถอนหายใจ... คิดอยู่แล้วว่ายังไงต้องมีวันนี้ เสนาบดีเฟิ่งรักลูกสาวตนเองยิ่งกว่าอะไรดี เป็เพราะบุตรชายที่โง่เง่าของตนเองไปคว้าก้อนกรวดแต่กลับทิ้งเพชรในมือไป
"ได้ ข้าจะออกราชโองการถอนหมั้นให้กับคุณหนูเฟิ่งกับอ๋องเจ็ดและข้าจะออกราชโองการให้คุณหนูเฟิ่งเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเองไปด้วยดีหรือไม่"
เสนาบดีเฟิ่งได้ยินแบบนั้นถึงกับคุกเข่าลงด้วยความดีใจ องค์ฮ่องเต้ทรงออกราชโองการให้บุตรสาวตนเองสามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเองได้ ก็แปลว่าไม่มีใครจะมาบังคับให้บุตรสาวตนออกเรือนด้วยได้หากบุตรสาวของตนเองไม่ยินยอมแม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็ไม่สามารถออกราชโองการสมรสพระราชทานให้ได้ ดี ดี เหลือเกิน
"ขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตาบุตรสาวของกระหม่อมพะยะค่ะ"
"เอาเถิดๆ ลุกขึ้นได้แล้วจะคุกเข่าไปทำไมกัน ไม่ใช่ความผิดของบุตรสาวเ้า แต่เป็ความโง่เขลาของบุตรชายข้าเอง พรุ่งนี้ข้าจะให้ฉินกงกงไปว่าราชโองการถอนหมั้นที่จวนให้แล้วกัน"
"ขอบพระทัยฝ่าาพะยะค่ะ"
"เอาล่ะ ท่านไปได้แล้วข้าจะอ่านฎีกาต่อ"
"กระหม่อมขอทูลลาพะยะค่ะ"
หลังจากที่เสนาบดีเฟิ่งเดินออกไปจากห้องทรงอักษร องค์ฮ่องเต้ฟู่เหวยิก็หันไปพูดคุยกับขันทีคนสนิทของตนเอง
"ฉินกงกง เ้ามีความคิดเห็นอย่างไร"
ฮ่องเต้ถามคนสนิทของตนเองด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
"ฝ่าาทรงตัดสินพระทัยได้พระปรีชาพะยะค่ะ ออกราชโองการให้คุณหนูเฟิ่งในการเลือกคู่ได้ด้วยตนเองเพื่อกันไม่ให้เกิดการแก่งแย่งจากเหล่าองค์ชาย ฝ่าาตัดสินพระทัยถูกแล้วพะยะค่ะ"
"ใช่ ที่ข้าต้องออกราชโองการนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะสงสารคุณหนูเฟิ่ง อีกส่วนเพื่อกันความวุ่นวาย เฮ่อออ ข้าอยากพักแล้ววันนี้ข้าไม่อยากพบใคร หากไม่ใช่เื่ตายไม่ต้องให้ผู้ใดเข้ามาพบข้า"
องค์ฮ่องเต้รู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากที่ใช้ความคิดอย่างมาก แค่คิดว่าบรรดาเหล่าสตรีวังหลังได้ยินราชองค์การถอนหมั้นของอ๋องเจ็ดกับคุณหนูเฟิ่ง ต้องรีบพากันมาเข้าเฝ้าตนเองเพื่อขอพระราชทานสมรสกับเหล่าบุตรชายของตนแน่ๆ ไม่พ้นแม้แต่หวงโฮ่วที่จะมาขอพระราชทานสมรสให้กับไท่จื่อ เ้าเจ็ดนี้โง่งมจริงๆ ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ มีเพชรในมือแท้ๆแต่กลับทิ้งเพชรไปคว้าเอาก้อนกรวด อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าได้ยินราชโองการถอนหมั้นนั้นจะเป็อย่างไร ฮ่องเต้ที่พอจะคิดภาพของบุตรชายโง่เง่าของตนเองออก ก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ฮึ ต่อให้เ้าเป็บุตรชายข้า ข้าก็ช่วยอะไรเ้าไม่ได้หรอกนะ เ้าบุตรโง่ เ้าทำตัวเองทั้งสิ้น สมองหมูจริงๆ
จวนตระกูลเฟิ่ง
หญิงสาวในชุดเขียวอ่อนหน้าตางดงามล่มเมืองกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาสระบัวในจวนของตนเองอย่างเงียบๆ นึกถึงเื่ราวที่ผ่านมา มันเริ่มจากตอนไหนกัน
ตอนไหนที่ตนหลงรักฟู่อวิ้นหลง
ตอนที่เขาช่วยข้าที่กำลังตกบันไดที่โรงน้ำชา
ตอนที่เขาขอผ้าเช็ดหน้าจากนางที่เขาเก็บได้ไปเป็ของตนเอง
แล้วชื่อเสียงร้ายกาจของนางเริ่มจากตอนไหนกัน
หญิงสาวนั่งหลับตานึกถึงคำพูดที่ท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงได้พูดกับตน
"เฟิ่งอวี่เหิง เปิ่นหวางว่าเ้าใส่ชุดสีแดงดีหรือไม่ดูเหมาะสมกับเ้าดี"
"เฟิ่งอวี่เหิง ข้าไม่ชอบสายตาบุรุษที่มองดูเ้า เ้าหมั้นกับเปิ่นหวางได้หรือไม่"
"เฟิ่งอวี่เหิง เปิ่นหวางจะมีแค่เ้าแต่เพียงผู้เดียว เปิ่นหวางจะไม่มองหญิงอื่น เ้าสัญญาได้หรือไม่ว่า ว่าเ้าจะมีเปิ่นหวางแค่คนเดียว"
"เปิ่นหวางไม่ชอบใจที่สตรีอื่นมองมาที่เปิ่นหวางนักเปิ่นหวางไม่อยากให้เฟิ่งอวี่เหิงทุกข์ใจ"
"เฟิ่งอวี่เหิง เ้าแต่งตัวใส่เครื่องประดับให้สมกับที่เป็คู่หมั้นของเปิ่นหวางได้หรือไม่"
"เฟิ่งอวี่เหิง เ้าเลิกตามเปิ่นหวางได้หรือไม่ บางทีเปิ่นหวางอยากอยู่คนเดียวเพียงลำพัง"
"เฟิ่งอวี่เหิง เ้าไม่ต้องทำสิ่งของส่งมาให้เปิ่นหวางแล้ว เปิ่นหวางมีทุกอย่างที่เ้าทำมาให้แล้ว"
"เพคะ ท่านอ๋อง.."
"คุณหนู คุณหนูเ้าคะ"
เฟิ่งอวี่เหิงที่กำลังนั่งนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาอย่างเหม่อลอย ก็ได้ตื่นขึ้นจากภวังค์เพราะเสียงสาวใช้เรียกตนเอง
"มีอะไรหรือ ชินชิน"
"คุณหนูกู่มาหาเ้าค่ะ"
"ชิงเอ๋อร์มารึ เ้ารีบไปเตรียมน้ำชากับของว่างมาให้สหายข้าด้วย"
"เ้าค่ะ" คล้อยหลังสาวใช้ไปก็มีสตรีคนหนึ่งใส่ชุดสีชมพูอ่อนรูปร่างหน้าตาที่งดงามไม่น้อยไปกว่านาง เดินด้วยท่าทางราวกับหงษ์ถึงแม้จะรีบเดินก็ไม่ได้ทิ้งท่าเดินที่สง่างามนั้นเลย
"เหิงเหิง" เสียงไพเราะราวกับดนตรีที่เรียกนางด้วยท่าทางสนิทสนม นางคือกู่ม่านชิงสหายเพียงหนึ่งเดียวของเฟิ่งอวี่เหิง บิดานางเป็ถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ถึงตอนนี้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพแล้วเพราะพี่ชายนางขึ้นมารับตำแหน่งนี้แทน แม้ว่าพี่ชายของกู่ม่านชิงจะอายุยังน้อยแต่ด้วยความสามารถในการออกรบ ศัตรูที่ได้ยินแค่ชื่อแม่ทัพกู่จิ้นอันก็ยอมถอยทัพแต่โดยดี
"ชิงเอ๋อร์"
"เหิงเหิง ข้ามาหาเ้าแล้ว เ้าเป็อย่างไรบ้าง"
"ข้าไม่เป็อะไรแล้ว ข้าสบายดีเ้าอย่าได้กังวลไป"
กู่ม่านชิงที่เดินมาถึงก็จับตัวสหายหมุนไปมา ราวกับกำลังหาร่องรอยาแว่าถูกทำร้ายหรือไม่ จนเฟิ่งอวี่เหิงต้องจับมือสหายนางไว้ให้หยุดหมุน ไม่เช่นนั้นคงไม่หยุดหมุนตัวนางเป็อย่างแน่นอน
"ชิงเอ๋อร์ ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ หยุดหมุนข้าได้แล้ว เ้าหมุนข้าจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้วนะ"
"ลองเ้ามีาแดูสิข้าจะไปจัดการถึงที่เลย ทำไมเ้าไม่มาชวนข้าไปด้วย ข้าจะไปช่วยฉีกหน้าสตรีไร้ยางอายกับชายผู้นั้น เหอะ! กล้าดียังไง คนหนึ่งก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่กลับไปกับสตรีอื่น อีกคนก็รู้ทั้งรู้ว่าท่านอ๋องมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังกล้ายุ่งด้วยอีก ข้าไม่ชอบใจเลยจริงๆ เหิงเหิงนะเหิงเหิง แทนที่จะมาชวนข้าไปด้วยกลับไปเพียงคนเดียว เ้าก็น่าจะรู้ตัวนะว่าเ้าไม่ทันมารยาของอี้หลิง เหอะ!! หากเ้าพลาดโดนทำร้ายขึ้นมาเล่า เ้าจะทำอย่างไรเหตุใดถึงไม่คิดถึงคนที่เป็ห่วงเ้าบ้าง"
กู่ม่านชิงได้ระบายอารมณ์ออกมาอย่างเก็บไม่อยู่เพราะนึกแค้นแทนสหายของตนเอง เฟิ่งอวี่เหิงที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ ก็ได้แต่อมยิ้ม จิบชาดื่มรอระหว่างที่สหายของตนเองกำลังพูดระบายอารมณ์ออกมาจนจบ
"คอแห้งหรือไม่ ดื่มชาก่อนเถิด"
"นี้เ้ายังมีอารมณ์ขันอีก ข้านะรึเป็ห่วงเ้าแทบนอนไม่หลับเลยนะ"
เฟิ่งอวี่เหิงเห็นท่าทางของสหายตนที่ทำแง่งอนก็อดขำออกไม่ได้ เมื่อกู่ม่านชิงเห็นว่าสหายของตนมีอารมณ์ขันก็ทำให้ตนเองเบาใจ เพราะเมื่อวานหลังจากได้ยินข่าวลือจากปากคนใช้ของตนเอง ทำเอาแทบนอนไม่หลับเพราะห่วงว่าสหายของตนจะคิดมากเื่ของอ๋องเจ็ดกับอี้หลิงฟาง จะมาหาั้แ่เมื่อวานก็ยามเซินแล้วที่ตนได้ยินข่าวลือเลยได้แต่เก็บความกังวลไว้ พอถึงวันใหม่จึงรีบเดินทางมาหาสหายตนแต่เช้าตรู่
"ข้าไม่เป็อะไรจริงๆนะ"
"เ้าแน่ใจนะว่าเ้าไม่เป็ไร แล้วตอนนี้เ้ายังเสียใจอยู่หรือไม่"
"ถามว่าเสียใจหรือไม่ ข้าตอบตามจริงว่าข้ายังเสียใจ เสียใจที่ข้ามอบหัวใจให้บุรุษเช่นนั้น เสียใจที่ข้าเคยหลงรักบุรุษเช่นนั้น เสียใจที่ข้ามอบความรักให้กับบุรุษที่ไม่เห็นค่า เสียใจที่เคยหลงเชื่อคำสัญญาที่ลวงหลอก เสียใจที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าต้องมาทุกข์ใจเื่ของข้า ทำให้ท่านแม่ท่านแม่ข้าโดนกล่าวหาไปด้วยว่ามีบุตรีที่ร้ายกาจ ข้ายังเสียใจจริงๆ แต่ข้าไม่มีน้ำตาให้ชายผู้นั้นแล้วชิงเอ๋อร์"
กู่ม่านชิงได้ยินสหายตนกล่าวออกมาก็ดึงสหายของตนมากอดเพื่อปลอบโยนทันที เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าเฟิ่งอวี่เหิงรักอ๋องเจ็ดเพียงไหน สหายนางยอมอ๋องเจ็ดทุกอย่างกีดกันสตรีผู้อื่นที่เข้ามาหาคู่หมั้นของตน นางร้ายกับสตรีทุกคน เพียงเพราะอ๋องเจ็ดกล่าวว่าไม่ชอบให้สตรีผู้อื่นจ้องมองดู ร้ายจนตัวเองเป็เหมือนดั่งนางมารร้ายที่ใครๆเขาลือกัน ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยของนาง กู่ม่านชิงยังคงกอดเฟิ่งอวี่เหิงไม่ปล่อยพร้อมทั้งกล่าวคำปลอบโยน
"ข้ารู้ สหายข้าเข้มแข็งและงดงามยิ่งกว่าผู้ใด เ้าอย่าได้เสียใจนานเล่าข้าเป็ห่วง"
"ขอบใจเ้ามากนะชิงเอ๋อร์ ลำบากเ้าแล้ว ข้านี้เป็สหายที่ไม่ได้เื่จริงๆ ทำให้เ้าต้องเป็ห่วงอยู่เรื่อยเลย"
"ไม่เป็ไร เ้าเป็สหายเพียงหนึ่งเดียวของข้า ไม่ให้ห่วงเ้าแล้วจะให้ห่วงผู้ใดกัน"
สตรีงามสองคนคุยกันอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้บรรยากาศดูหดหู่จนปวดใจ แต่ตอนนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว เพราะเสียงหัวเราะของสองสาวงามที่ดังมาเป็ระยะๆ ทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆก็พลอยสุขใจขึ้นมาด้วย
"ได้ยินว่าท่านอ๋องประกาศว่าจะแต่งอี้หลิงฟางเข้าเป็พระชายารองรึ แล้วเ้าเล่าเหิงเหิง"
"ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้สนใจเื่ของสองคนนั้นแล้ว จะแต่งเป็ชายารองหรือชายาเอก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าแล้ว"
กู่ม่านชินที่ได้ยินเช่นนั้นเอียงคอสงสัยกับคำพูดของสหายตน
"ไม่เกี่ยวได้อย่างไร เ้าเป็คู่หมั้นอ๋องเจ็ดไม่ใช่รึ"
"แต่ก่อนนะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว"
"...." กู่ม่านชิง
"ท่านพ่อข้าไปทูลขอราชโองการถอนหมั้นกับฝ่าาให้ข้าแล้ว"
เพล้งงงงง!
กู่ม่านชิงได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับทำจอกชาตกจากมือของตนเองทันที
"จริงรึเหิงเหิง เ้าพูดจริงรึ ข้าดีใจกับเ้าด้วยจริงๆ ในที่สุดเ้าก็โสดเป็เพื่อนข้าแล้ว เย้ แล้วนี่ท่านลุงกลับมาจากวังหรือยัง ฝ่าาจะทรงออกราชโองการถอนหมั้นให้เ้าวันไหน วันนี้หรือพรุ่งนี้ ข้าดีใจแทนเ้าจริงๆ"
เฟิ่งอวี่เหิงเห็นท่าทีของสหายรักตนกับขำออกมา
"เ้าดีใจเพราะข้าจะเป็โสดเหมือนเ้าใช่หรือไม่ชิงเอ๋อร์"
กู่ม่านชิงที่โดนเฟิ่งอวี่เหิงรู้ทันตนก็หัวเราะออกมา จะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร ั้แ่ที่เฟิ่งอวี่เหิงหมั้นหมายกับท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลง สหายตนก็ไม่มีเวลาให้เลยแม้แต่น้อย
"ฝ่าาทรงออกราชโองการถอนหมั้นให้อาเหิงพรุ่งนี้"
"ท่านพ่อ///ท่านลุง"
เฟิ่งอวี่เหิงและกู่ม่านชิงที่กำลังพูดคุยกับหันไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ยเื่หน้ายินดีให้ฟัง
"ลูกคารวะท่านพ่อเ้าค่ะ"
"หลานคารวะท่านลุงเ้าค่ะ"
"นั่งลงเถิดชิงเอ๋อร์ ลุงมีเื่บอกกล่าวกับอาเหิงเ้าก็นั่งฟังด้วยสิ"
กู่ม่านชิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร แล้วรีบนั่งลงข้างๆสหายของตนเองทันที
เฟิ่งอวี่เหิงมองสายตาบิดารู้สึกสบายใจ เพราะสายตาของบิดาที่มองมาหาตนนั้น เป็สายตาที่มีความดีใจอยู่ในนั้น
"อาเหิง ฝ่าาทรงรับปากว่าจะออกราชโองการถอนหมั้นของเ้ากับอ๋องเจ็ดในวันพรุ่งนี้"
"จริงหรือเ้าคะ"
"ย่อมเป็เื่จริง"
สองสาวงามที่ได้ยินแบบนั้นก็กุมมือกันอย่างดีใจ
"ฝ่าายังทรงมีพระเมตตาว่าราชโองการให้เ้าอีกเื่ด้วย"