อวิ๋นจือจับจ้องพวกเขาประหนึ่งวิงวอนด้วยดวงตาใสแป๋วเป็ประกาย เหล่าดรุณวัยงามสง่าทั้งสี่ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอดมิได้ นึกสงสารจนจับใจ พลันแย่งกันช่วยอวิ๋นจือหาบุปผาหยกกันให้ควั่ก
อวิ๋นจือเดินมาข้างกายจูฉุนอี้ จงใจทำบุปผาหยกหล่นบริเวณที่เขาป้วนเปี้ยนอยู่
นางไพล่มือน้อยๆ ไว้ด้านหลัง ขยิบตาส่งให้อย่างซุกซน “พี่ชายข้ารบกวนพวกท่านเสียแล้ว เดี๋ยวข้าจะเดินไปหาตรงนู้นสักหน่อย” ครั้นพูดจบก็หมุนตัวงามเพริศพริ้งเพี้ยงผีเสื้อ์กลืนหายเข้าสายลม
จูฉุนอี้ยกมุมปากยิ้มประดุจแรงลมวสันตฤดูพัดกวาดพื้นพสุธา จนกระทั่งเงาร่างน้อยๆ อันอ้อนแอ้นอรชรนั้นค่อยๆ ลับตาไป เขาถึงได้ถอนสายตาแล้วก้มหน้าหา
ครั้นหอเมิ่งเสี่ยวขับร้องจบ เสียงโห่ร้องด้านล่างเวทีดังขึ้นมิขาดสาย ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็พลันมีความสุข จึงตกรางวัลให้เขาด้วยเงินบริสุทธิ์อีกหกร้อยตำลึง ทางด้านูเาหินจำลอง จังชิวเสวียนนักพรตเต๋าผู้นั้นทำท่าทำทางลับๆ ล่อๆ ราวกับโจรขโมย ครั้นเห็นฮูหยินผู้เฒ่าลู่ร่ำรวยมือเติบถึงเพียงนี้ก็อดกระหยิ่มได้ใจมิได้ ั์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายโลภลุกวาว
รอจนถึงตอนทำพิธี ‘โกนผมไฟ’ และ ‘ขับไล่ภูตผีปีศาจ’ ให้เด็กๆ ทั้งสองคน เขาก็จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมานิดๆ หน่อยๆ บางทียายเฒ่าอาจจะดีอกดีใจแล้วตบเงินรางวัลมากมายเช่นนั้นให้เขาเหมือนกันก็เป็ได้
ครั้นคิดได้ฉะนี้จังชิวเสวียนก็แสร้งทำทีเป็สะบัดแส้จามรี เดินออกมาจากด้านหลังูเาหินจำลองด้วยท่าทางลึกซึ้งจนมิอาจคาดเดาได้
เหล่าแเื่เห็นดังนั้นก็ค่อยๆ เพ่งมองเขา ในใจพลันคิดไปต่างๆ นานา สรุปแล้วนักพรตเต๋าผู้นี้ใช้วิธีการใดรักษาโรคประหลาดของฮูหยินผู้เฒ่ากันแน่ หรือจะเป็จริงดังข่าวลือที่ว่าเจียงซั่นชูผู้นั้นเล่นของใส่ฮูหยินผู้เฒ่า
คุณหญิงคุณนายทั้งหลายต่างจับจ้องจังชิวเสวียนตาไม่กะพริบ ด้วยนึกฉงนในตัวนักพรตเต๋าอาภรณ์สีม่วงอยู่หลายส่วน
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ค่อยๆ กล่าวแนะนำจังชิวเสวียนกับผู้อื่นทีละคน จนกลีบปากบนและล่างของจังชิวเสวียนขยับ พูดพล่ามพรรณนาถึงอภินิหารความอัศจรรย์ของตนเอง
ทว่าบรรดาขุนนางข้าราชการเหล่านี้ก็ดันหลับหูหลับตาเชื่อ แต่ละคนล้วนเชื่อสนิทใจอย่างไร้ข้อสงสัย แคว้นต้าฉีเลื่อมใสศรัทธาลัทธิขงจื๊อกับเต๋า ฉะนั้นฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงสรรหายอดฝีมือในยุทธภพ มาคิดค้นยาอายุวัฒนะให้พระองค์อยู่ เกรงว่าที่เหล่าขุนนางต่างตั้งอกตั้งใจฟังปานฉะนี้คงจะบังเกิดความคิดอื่นอยู่เป็แน่
อวิ๋นจือมองด้วยตาเกลียดด้วยใจ ยืนปักหลักอยู่ข้างสวนถาดอันวิจิตรงดงามราวกับงานส่งเข้าประกวด พลางกระซิบบอกอิ๋นชุน ว่า “จะเริ่มพิธีอัญเชิญิญญาเมื่อไรหรือ”
“อู๋เฉิงกำลังเตรียมตัวอยู่ข้างนอกเ้าค่ะ คาดว่าน่าจะอีกครึ่งก้านธูป[1]”
ยามนี้จิ่นผินกำลังลูบไล้เรือนผม นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าโหยวผอจื่อ พลางกล่าวอย่างร้อนรนว่า “โหยวผอผอ[2]รู้ไหมว่า บุปผาหยกประดับมุกที่ท่านย่ามอบให้ข้าอยู่ไหน”
โหยวผอจื่อปัดดูผมนาง กล่าวว่า “บางทีนางชุ่ยหูอาจลืมปักให้คุณหนูก็ได้ เดี๋ยวบ่าวให้นางไปหามาให้คุณหนูเองเ้าค่ะ” พูดจบก็เดินไปเรือนกวนจวี
อวิ๋นจือยกมุมปากอย่างเ็า สั่งการอิ๋นชุนว่า “ให้จังจื่ออวิ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้ามา”
อิ๋นชุนขานรับเบาๆ พลันเดินไปห้องเอ่อร์ฝาง แล้วจู่ๆ ก็คิดอะไรออกขึ้นมากะทันหัน หันกลับไปพูดว่า “เมื่อครู่นี้บ่าวเห็นท่านโหว”
“อือ” อวิ๋นจือเอาแต่คิดถึงแผนการของตัวเองจนกะจิตกะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“เขาไปที่เรือนส่วนในเพียงลำพังเ้าค่ะ”
อวิ๋นจืออดตกตะลึงไม่ได้
ท่านพ่อไปเยี่ยมท่านแม่งั้นหรือ
โต้วสือสยาเดินป้วนเปี้ยนวนไปวนมาอยู่ในห้องอย่างกระวนกระวายใจ ครั้นนางนึกถึงดวงตาดำขลับอันน่าสะพรึงกลัวเฉียบคมดุจมีดของอวิ๋นจือ ก็อกสั่นขวัญแขวนอย่างอดไม่ได้
สายตาเยี่ยงนั้น ความพิสดารเยี่ยงนั้น ไหนจะความน่ากลัวเช่นนั้นอีก ช่างละม้ายคล้ายว่าพร้อมจะเชือดคนตายได้ทุกเมื่อ
โต้วสือสยากุมอกพลันทรุดนั่งลงบนเตียง “ไม่ได้! ต้องรีบจัดการแม่ลูกคู่นี้ให้เร็วที่สุด! หากพวกนางไม่หายไป พวกเราแม่ลูกก็อย่าได้หวังจะสงบสุข”
ครั้นโหยวผอจื่อเดินเข้ามา บนดวงหน้าของโต้วสือสยาก็เปล่งประกายยินดีปรีดาทันที “นักพรตจังมาแล้วหรือยัง เ้าไปบอกนักพรตจังว่าเขาต้องรีบปราบผีให้เร็วที่สุด”
โหยวผอจื่อเห็นนางกระวนกระวายคล้ายว่าถูกอะไรบางอย่างกระตุ้นมา หัวคิ้วก็อดขมวดปมไม่ได้ “ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมมีอุบายของนาง ฮูหยินวางใจเถิดเ้าค่ะ พักผ่อนดูแลสุขภาพให้ดีดีกว่านะเ้าคะ”
“วันนี้ยายหนูจือถ่อมาข่มขู่ข้า บอกว่าเหวยซื่อและเหวยเทียนเป็ตัวอัปมงคล นางเจียงซั่นชูคงจะถ่ายทอดวิชามารให้ลูกสาวของนางเป็แน่! โหยวมามาเ้าไปบอกฮูหยินผู้เฒ่าว่า หากเจียงซั่นชูยังไม่ถูกกำจัดให้สิ้นซาก จวนโหวแห่งนี้ก็ไม่มีวันสงบสุข!”
ั์ตาโหยวผอจื่อส่องสว่างเล็กน้อย พลันฉายประกายอำมหิต “วางใจเถิดเ้าค่ะฮูหยิน เหตุที่เชิญนักพรตจังมาในวันนี้ก็ด้วยเป้าประสงค์นี้แลเ้าค่ะ”
ริมฝีปากดั่งผลอิงเถา[3]ของโต้วสือสยาค่อยๆ แย้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ทางฝั่งสวนดอกไม้ด้านหลัง จังจื่ออวิ้นสวมอาภรณ์สีขาว หนวดยาวจรดทรวงอก ส่งกลิ่นอายดั่งเทพเซียนอยู่หลายขุม เขาแข็งใจมาปรากฏกายที่ด้านล่างเวทีในหอมหรสพซึ่งอัดแน่นไปด้วยฝูงชนจนไร้ที่ว่าง
ครั้นเห็นนักพรตชุดขาวปรากฏกายขึ้นอีกคน จังชิวเสวียนก็บ่นในใจ “หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่จะเชิญนักพรตมาร่วมทำพิธีกับเขาอีกคนงั้นหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็แปลกใจเช่นกัน พลันอดมีสีหน้าบึ้งตึงมิได้ จึงเอ่ยปากถามตงเหมยบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างกายว่า “ท่านโหวเชิญมาหรืออย่างไร”
ตงเหมยส่ายหน้าไม่รู้
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่จึงสั่งให้นางไปตามตัวอู๋เฉิงพ่อบ้านประจำจวนมา
“ฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ ท่านโหวหาได้บอกเื่นี้กับบ่าวไว้ไม่” อู๋เฉิงเองก็มิได้รู้เื่รู้ราวเลยสักนิด
ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าเตรียมจะสั่งให้อู๋เฉิงส่งคนไปขับไล่จังจื่ออวิ้นออกไปนั้น จู่ๆ จังจื่ออวิ๋นก็เปล่งวาจากะทันหัน “ข้าเป็นักพรตเต๋าแห่งเขาจื่อหลินนามว่าจังชิวเสวียน! วันนี้ในยามที่บำเพ็ญเพียรอยู่บนูเา ข้าจีบนิ้วสมาธินิมิตเห็นว่ามีเ้าสามหาวผู้หนึ่ง ใช้นามของข้าก่อกรรมทำเข็ญบนโลกมนุษย์! ข้าจึงลงเขามาเพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของคนผู้นั้นเป็การเฉพาะ!” เสียงดังก้องกังวานดั่งระฆัง จนทุกชีวิต ณ ที่แห่งนี้สั่นสะท้านกันถ้วนหน้า ดวงเนตรเฉียบคมกวาดไปยังจังชิวเสวียน สะบัดแส้จามรีครั้งหนึ่งแล้วเดินเข้าใกล้หนึ่งก้าว
ด้านล่างเวทีเริ่มบังเกิดเสียงกระซิบกระซาบ
เซี่ยซีผิง หลิวถิงคังและเฉาหย่งที่บ้างก็กอดอก บ้างก็คลี่พัด ยืนจับจ้องอยู่ตรงนั้น พลางแยกแยะจริงเท็จกันอย่างสนุกสนาน จะมีก็แต่จูฉุนอี้เท่านั้นที่เอาแต่เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ท่ามกลางเหล่าดรุณวัย ั์ตาว่อกแว่กกวาดหาเงาร่างอ้อนแอ้นอรชรไปทั่วทุกมุมมิมีขาดตก
จังชิวเสวียนซ่อนเร้นความผิดของตัวเอง เขาเชิดคอระหง สบตาจังจื่ออวิ้น “ท่านหยุดกล่าววาจาสามหาวเดี๋ยวนี้! ข้าเป็ศิษย์ของท่านอาจารย์ชิวตงไหลชิวแห่งเขาจื่อหลิน!”
จังจื่ออวิ้นและจังชิวเสวียนต่างท้าทาย ลูบคมอันนั้นลับคมอันนี้กันไปมา ซึ่งล้วนแล้วแต่กล่าวว่าตนเป็นักพรตเต๋าแห่งเขาจื่อหลินตัวจริงเสียงจริง
เซี่ยซีผิงฉีกยิ้ม กล่าวว่า “พวกท่านคนใดคนหนึ่งต้องเป็ตัวปลอมเป็แน่ มิสู้ประลองยุทธ์ของพวกท่านกันดูเล่า”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] หนึ่งก้านธูป เท่ากับราวหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นครึ่งก้านธูปเท่ากับราวครึ่งชั่วโมง
[2] ผอผอ เป็คำที่ใช้เรียกสตรีสูงวัย
[3] ผลอิงเถา แปลว่า เชอร์รี่