ตอนที่ 11 ลูกแมวน้อย (1)
ทันทีที่เสิ่นซีโหลวเปิดประตู ห้องที่อยู่ตรงข้ามก็เปิดประตูออกเช่นกัน เขาสบตาพลางยิ้มบางให้กู้อู๋เหยียน พลางพูดขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า “อรุณสวัสดิ์”
กู้อู๋เหยียนในฐานะมืออาชีพด้านนอนไม่หลับ เมื่อคืนเขาหลับไม่สนิทเท่าไร จึงมีสีหน้าอ่อนเพลีย เขามองเสิ่นซีโหลวที่สดชื่นกระฉับกระเฉงอยู่ฝั่งตรงข้าม พลางปรือเปลือกตาเอ่ย “อรุณสวัสดิ์”
พี่หลิวเห็นทั้งคู่ลงมาก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในครัว จากนั้นก็ยกอาหารเช้าที่เตรียมเสร็จแล้วออกมา
กู้อู๋เหยียนติดนิสัยอ่านข่าว นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ธุรกิจบางส่วนตอนกินอาหารเช้า สไตล์การใช้ชีวิตของเขาเหมือนคุณปู่แก่ๆ วัยเจ็ดสิบแปดสิบปี
หลังจากเสิ่นซีโหลวนั่งลงก็เอ่ยชมอาหารเช้าที่พี่หลิวจัดเตรียมอย่างปากหวาน ก่อนเริ่มเคี้ยวตุ้ยๆ ขณะคีบเปาะเปี๊ยะที่ชอบกินชิ้นสุดท้าย ตะเกียบของกู้อู๋เหยียนก็มาถึงจานเปาะเปี๊ยะแล้วเช่นกัน
‘ทำไมถึงคีบไม่มา’ กู้อู๋เหยียนที่ใจจดใจจ่อกับหนังสือพิมพ์เงยหน้ามองจานอาหาร ที่แท้เสิ่นซีโหลวก็คีบอยู่หมัดแล้ว และในตอนนี้อีกฝ่ายก็มองเขาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
“ผมคีบก่อนนะ” ตอนแรกเสิ่นซีโหลวคิดว่าจะสู้กับกู้อู๋เหยียนอย่างมีเหตุผล นึกไม่ถึงว่าคนที่อยู่ตรงข้ามกลับไม่สู้กับเขาเหมือนเก่า อีกฝ่ายเพียงชักตะเกียบกลับอย่างง่ายดาย
ทำไมคนคนนี้เปลี่ยนไปล่ะ แต่ไม่แย่งกับตนก็ดีเหมือนกัน ‘เปาะเปี๊ยะแสนอร่อยตกเป็ของเราแล้ว ดีใจจัง!’
เสิ่นซีโหลวที่กินอาหารเช้าเสร็จ หลังเช็ดปากอย่างพออกพอใจก็มองกู้อู๋เหยียนพลางพูด “เราจะออกเดินทางกี่โมง”
กู้อู๋เหยียนพลิกหนังสือพิมพ์ในมือไปหน้าหนึ่งโดยยังไม่ละสายตา “ผมกี่โมงก็ได้”
“แบบนี้เองเหรอ! งั้นผมขอไปเปลี่ยนชุดข้างบน เสร็จแล้วพวกเราก็ไปกันนะ”
หลังได้รับคำตอบ เสิ่นซีโหลวก็วิ่งตรงไปยังห้องตัวเอง...
ขณะที่กู้อู๋เหยียนนั่งเล่นบนโซฟา โทรศัพท์เขาก็มีข้อความเข้าดัง ‘ติ๊ง~~’ เขากวาดมองแวบหนึ่ง เป็ลี่เฟิงที่ส่งข้อความมาถามว่าเขาจะเข้าบริษัทเมื่อไร เขากดตัวอักษรแถวหนึ่งพิมพ์ลงไปอย่างรวดเร็ว
ลี่เฟิงมองข้อความในมือถือที่ประธานกู้ตอบกลับ มือที่กำลังพิมพ์ข้อความพลันชะงัก เขาติดตามอยู่ข้างกายประธานกู้มาสองปี แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทิ้งงานเพราะเื่ส่วนตัวมาก่อน จะต้องมีเื่ปิดบังอะไรแน่ๆ
ลี่เฟิงเสี่ยงตายเลียบเคียงถามไปประโยคหนึ่งว่า ‘การประชุมวันนี้สำคัญมากนะครับ คุณแน่ใจว่าจะไม่เข้าเหรอ’
เขากอดมือถือและเริ่มกระสับกระส่าย ไม่ทันไรหน้าจอก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะปรากฏข้อความหนึ่งที่ยังไม่อ่าน ลี่เฟิงกดเปิดหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา
ตอนแรกเขาคิดว่าด้วยนิสัยบ้างานของประธานกู้จะต้องมาบริษัทแน่ ไม่นึกเลยว่าเ้าตัวกลับตอบว่าจะไปสวนสนุกกับเสิ่นซีโหลว โดยให้เขาทำไปตามที่เห็นสมควร
เขารู้สึกว่ากำลังโดนโอ้อวดใส่อย่างเต็มพิกัด!!
ไม่ใช่ว่าประธานกู้ไม่ชอบสถานที่คนพลุกพล่านเป็พิเศษหรอกเหรอ ปกติสวนสนุกจะมีคนล้นหลาม ่ไฮซีซั่นแบบนี้ ระดับความแออัดเทียบได้กับงานแจกรางวัลของดาราแล้ว
ตอนนี้หากประธานกู้ทำพฤติกรรมอะไรที่ผิดจากเมื่อก่อนออกมาอีก เขาจะไม่รู้สึกว่าแปลกแล้วละ กลับประเทศครั้งนี้มีเื่บ่อนทำลายเยอะเหลือเกิน
กู้อู๋เหยียนที่เพิ่งตอบข้อความกลับไป เงยหน้ามองเสิ่นซีโหลวที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดินลงมา อีกฝ่ายสวมสเวตเตอร์สีขาว เผยคอปกเสื้อเชิ้ตสีชมพู กับกางเกงขายาวสีขาว สวมหมวกสักหลาดทรงกลมใบเล็ก เส้นผมสีบลอนด์น้ำตาลเป็คลื่นน้อยๆ ห้อยตัวอ้อยอิ่งเหนือดวงตารูปดอกท้อที่แจ่มใส ดูขาวผ่องสดชื่นเหมือนลูกแมวตัวน้อย
เสิ่นซีโหลวเห็นกู้อู๋เหยียนยังสวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงสแล็กเหมือนเดิมก็ขมวดคิ้วพูดอย่างระอา “คุณจะใส่ชุดนี้ไปสวนสนุกเนี่ยนะ”
ระหว่างที่สายตาเขาเพ่งพินิจ กู้อู๋เหยียนก็มองสำรวจการแต่งกายของตนเอง พลางเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “ชุดนี้มันเป็ยังไงเหรอ”
ชักจะเป็ปัญหาแล้วสิ มีใครไปสวนสนุกแล้วแต่งตัวทางการขนาดนี้กัน เผลอๆ เกิดมีคนไม่รู้มาเห็น อาจคิดว่าอีกฝ่ายเป็เ้าพ่อไปเจรจาโปรเจกต์
เสิ่นซีโหลวไม่พูดมากความ ลากกู้อู๋เหยียนไปยังห้องของเขาโดยตรง พอเปิดตู้เสื้อผ้าของกู้อู๋เหยียนแล้วเห็นเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กสีเดียวกันในตู้แขวนเป็แถบก็ถึงกับอึ้งงัน
เสิ่นซีโหลวมุ่ยปาก “นอกจากชุดพวกนี้ คุณยังมีชุดอื่นอีกไหม”
กู้อู๋เหยียนได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า!
‘เสื้อผ้าของตานี่จืดชืดเกินไปจริงๆ’ “งั้นปกติเวลาคุณออกไปเที่ยวใส่ชุดยังไง”
คำถามนี้ถึงกับทำให้กู้อู๋เหยียนไปไม่เป็ทันที ปกติตัวเขานอกจากทำงานแล้ว หากจะมีการไปนอกสถานที่ก็คือไปงานเลี้ยง แถมเขายังไม่ชอบไปมาหาสู่ใคร หากไม่มีธุระก็อยู่บ้านอ่านหนังสือ ไม่ก็พาสุนัขเดินเล่น