เสี่ยวหมานเดินไปดูอย่างกล้าๆกลัวๆ ตรวจดูลมหายใจของบุรุษคนนั้น "คุณหนู เขายังหายใจ ทำอย่างไรดีเจ้าคะ? พวกเราจะช่วยเขาหรือไม่?"
ซ่งอวี้มองบุรุษที่นอนอยู่บนพื้นใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบเลือดทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่แผงอกของเขาที่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยบ่งบอกให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตัดสินใจช่วยเขา"คนเป็นหมอย่อมมีความเมตตากรุณา ในเมื่อข้าเจอเขาแล้วเช่นนั้นก็ย่อมต้องช่วยเจ้าแรงเยอะ แบกเขาลงไปกันเถอะ"
เสี่ยวหมานฟังแล้วงุนงงไม่เข้าใจสิ่งที่ซ่งอวี้พูดเข้าใจเพียงว่าจะพาเขากลับไปด้วยจึงพูดด้วยความลำบากใจ "แต่ว่า ก่อนออกจากเรือนพี่อาฝูกำชับบ่าวให้ดูแลความปลอดภัยของคุณหนูห้ามมิให้ชายอื่นสบโอกาสเข้าใกล้คุณหนู หากพาเขากลับไป เช่นนั้นพี่อาฝูต้องตำหนิบ่าวแน่นอนเจ้าค่ะ"
ซ่งอวี้อดไม่ได้ที่จะเอามือตีหน้าผากตนเองก่อนออกจากเรือนสาวใช้ทั้งสองคุยกันลับหลังด้วยหรือ? นางนั่งอยู่ตรงนั้น แต่กลับไม่ได้ยิน
"อาฝูย่อมเข้าใจพวกเราทำไปเพื่อช่วยชีวิตคน ขอเพียงอธิบายให้นางฟัง นางย่อมเข้าใจ"เจตนาของเสี่ยวหมานและอาฝูคือหวังดีกับซ่งอวี้ ถึงแม้จะเป็นนายบ่าวกันไม่ถึงหนึ่งวันแต่การที่พวกนางหวังดีกับตนเช่นนี้ ซ่งอวี้ตื้นตันใจยิ่งนัก ย่อมไม่มีทางตำหนิแต่พูดเกลี้ยกล่อมแทน
นางเป็นแพทย์วันข้างหน้าย่อมประสบพบเจอเรื่องเช่นนี้อีกดูเหมือนว่ากลับไปต้องอธิบายให้ทั้งสองคนฟังเลี่ยงไม่ให้เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ทำให้พวกนางมีปมในใจห่วงเรื่องเล็กจนเสียเรื่องใหญ่
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งอวี้เสี่ยวหมานไม่ได้พูดอะไรอีก แบกบุรุษคนนั้นขึ้นมา ก้าวเดินโดยไม่รู้สึกเปลืองแรงแม้แต่น้อย
ซ่งอวี้ไม่กล้ารอช้า กลัวบุรุษคนนี้จะสิ้นใจระหว่างทางนางพาเสี่ยวหมานลงหุบเขาอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็กลับมาถึงหมู่บ้านแล้ว
"คุณหนูกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ? เสี่ยวหมาน เหตุใดเจ้าจึงแบกบุรุษกลับมาด้วย? นี่...ก่อนออกจากเรือนข้าบอกเจ้าเช่นไร? เจ้า..." อาฝูเปิดประตูเห็นซ่งอวี้ ดวงหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มจริงใจหลังจากนั้นพอมองไปที่เสี่ยวหมานก็ยิ้มไม่ออกทันที
บุรุษ! เสี่ยวหมานแบกบุรุษกลับเรือนเนี่ยนะ!
สีหน้าของอาฝูเปลี่ยนไปทันทีอยากจะขวางทางเอาไว้ ซ่งอวี้เห็นเช่นนั้นจึงอธิบายให้นางฟัง"เป็นคนที่ข้าจะช่วยชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นหนึ่งชีวิต หากข้าไม่ได้พบเจอเขาเข้าเขาจะตายก็ปล่อยเขาตายไปเถอะ แต่ในเมื่อข้าเจอแล้ว เช่นนั้นย่อมไม่อาจทำเป็นมองไม่เห็นวันข้างหน้าพวกเจ้าต้องติดตามข้าไปอีกนาน ไม่ว่าข้าจะซื้อทาสอีกกี่คนพวกเจ้าทั้งสองก็ติดตามข้าตั้งแต่แรกความสัมพันธ์ของพวกเจ้ากับข้าย่อมแตกต่างจากคนอื่น ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะรู้ใจข้า"
เสี่ยวหมานและอาฝูมองหน้ากันตอบตกลงอย่างพร้อมเพรียง
ใบหน้าของบุรุษที่แบกกลับมานั้นเปื้อนไปด้วยเลือดเขานอนนิ่งบนตั่งไม้ราวกับตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น มีเพียงแผงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยทำให้รู้ว่าเขายังมีลมหายใจเสี่ยวหมานทนดูความสกปรกบนเนื้อตัวเขาไม่ได้ นางจึงยกกะละมังมาแล้วเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของบุรุษจนสะอาด
"เอ๋? พี่อาฝูรีบมาดูเร็วเข้า บุรุษผู้นี้ช่างหล่อเหลายิ่งนัก"เสี่ยวหมานจ้องมองด้วยความตกตะลึง ตนเห็นแล้วไม่พอ ยังเรียกอาฝูมาดูใบหน้าของเขาพร้อมกัน
ตอนซ่งอวี้เดินเข้ามาเห็นพวกนางสองคนกำลังยืนมุงดูใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่ยังคงไม่ได้สติก็รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อยใต้หล้านี้มีบุรุษมากมาย แม้ในเรือนจะไม่มีบุรุษก็ไม่จำเป็นต้องแปลกใจถึงขั้นนี้กระมัง?
"เลิกยืนมุงได้แล้วข้าจะทำแผลให้เขา พวกเจ้าเอายานี้ไปต้ม ต้มเสร็จแล้วนำมาป้อนเขา" ซ่งอวี้ส่งสมุนไพรในมือให้ทั้งสองคนแล้วไล่พวกนางออกไป หากพวกนางยังอยู่ที่นี่ ย่อมไม่สะดวกที่จะทำแผลและรักษาบุรุษบาดเจ็บผู้นี้อย่างแน่นอนซ่งอวี้พอจะเดาได้ว่าเมื่อถึงเวลารักษา สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองคนจะเป็นเช่นไร
"เอ๋...หล่อเหลาจริงๆด้วย" ซ่งอวี้ได้ยินคำพูดของเสี่ยวหมานแล้ว แค่ว่าต่อหน้าพวกนางสองคนซ่งอวี้ไม่อาจเดินมาดูโต้งๆ เวลานี้ภายในห้องมีเพียงนางและบุรุษที่นอนไม่ได้สติจึงไม่กลัวว่าคนอื่นจะมองเห็น
ซ่งอวี้เดินไปที่เตียงจับชีพจรให้บุรุษ พบว่าชีพจรของเขาเต้นอ่อนมาก ทว่าเต้นอย่างต่อเนื่อง สงบยิ่งนักดูเหมือนว่าภายในจะไม่ได้เป็นอะไร บาดเจ็บสาหัสแค่ภายนอกเท่านั้นบวกกับเสียเลือดมากจึงทำให้หมดสติ
ตอนรักษาคนป่วยในสายตาของซ่งอวี้ไม่แบ่งแยกชายหญิง ทุกคนล้วนเป็นคนป่วยดังนั้นนางจึงถอดเสื้อของบุรุษโดยไม่ได้รู้สึกลำบากใจแม้แต่น้อยทำแผลที่น่าสยดสยองของเขาให้เรียบร้อย แม้จะมีบาดแผลมากมาย แต่มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคนที่ทำร้ายเขาไม่ได้ต้องการเอาชีวิตบาดแผลล้วนไม่ลึก อย่างมากก็แค่มีเลือดรินไหลออกมาเท่านั้น เมื่อทำแผลทันเวลาก็ไม่เป็นอะไรแล้ว
รออาฝูเดินเข้ามาอีกครั้งซ่งอวี้ก็ทำแผลเสร็จแล้ว นางทอดถอนใจเล็กน้อย "คุณหนูบ่าวและเสี่ยวหมานคือทาสรับใช้ที่ท่านซื้อมาเพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้เรื่องเล็กเพียงแค่นี้ให้พวกบ่าวทำก็พอแล้ว ท่านอย่าให้มือของตนเองต้องแปดเปื้อนเลยประเดี๋ยวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้"
เวลานี้อาฝูตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อซ่งอวี้ไม่อยากให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งทำให้ซ่งอวี้ถูกผู้อื่นนินทาว่าร้าย
ซ่งอวี้ยิ้มบางๆ "แม้จะไม่ใช่เขาก็ย่อมมีคนอื่น ในเมื่อข้าเป็นหมอเช่นนั้นย่อมถูกพูดถึงไม่น้อย เวลาที่อยู่ข้างนอกหากพวกเจ้าได้ยินผู้อื่นพูดอะไรก็ถือเสียว่าไม่ได้ยิน ไม่ต้องไปเสวนากับพวกเขา เมื่อนานวันเข้าก็ไม่มีคนพูดแล้ว"
เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นเรื่องที่ย่อมเกิดขึ้นเช่นเดียวกับที่นางทำเมื่อครู่ เพื่อช่วยชีวิตคนไม่อาจรักษาธรรมเนียมที่ว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันหากทุกครั้งที่ช่วยคนต้องคอยคิดหน้าคิดหลังตลอดเวลาแล้วจะเรียนวิชาแพทย์ไปเพื่อการใด จะเป็นหมอไปเพื่อการใด
นางเข้าใจดีขอเพียงผู้คนยอมรับในวิชาการแพทย์ของนาง วันข้างหน้าคำนินทาว่าร้ายก็จะหายไปเองแล้วเหตุใดเวลานี้จึงต้องสนใจเรื่องเหล่านี้ด้วย
อาฝูไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้แต่นางรู้ดีว่าตนไม่อาจเกลี้ยกล่อมซ่งอวี้ได้ จึงไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงลอบตัดสินใจในใจ หากวันข้างหน้าคุณหนูจะทำเช่นนี้ นางจะอยู่ข้างๆคอยทำแทนคุณหนูเอง ถึงอย่างไรนางก็เป็นหญิงหม้ายเสื่อมเสียชื่อเสียงก็ไม่เป็นไร
ซ่งอวี้ยิ้มแล้วพูดต่อ"อาฝู คราวหน้าอย่าเรียกข้าว่าท่านอีกเลย แม้ข้าจะซื้อพวกเจ้ามาแต่ข้าไม่ได้รู้สึกว่าตนเองสูงส่งกว่าพวกเจ้า สิบปีข้างหน้าหากเจ้าและเสี่ยวหมานอยากจะไถ่ถอนตนเอง ข้าจะไม่ห้ามปราม พวกเจ้ามาบอกข้าก็พอเข้าใจหรือไม่?"
อาฝูเงยหน้าขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ"คุณหนู คุณหนู...ยอมให้พวกบ่าวไถ่ตัวด้วยหรือเจ้าคะ?" ยุคสมัยนี้เมื่อขายตัวเป็นทาสแล้วก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต ทาสที่คอยปรนนิบัติรับใช้มานานรับใช้จนเคยชินแล้วไม่มีเจ้านายคนใดยอมให้ไถ่ถอนทาส ตอนอาฝูและเสี่ยวหมานตัดสินใจมาค้าตัวเป็นทาสพวกนางย่อมยอมรับความจริงที่ว่าจะเป็นทาสตลอดชีวิตแล้ว แต่เวลานี้นางได้ยินว่าอย่างไร?
คุณหนูบอกว่าสิบปีข้างหน้า ยินดีที่จะปล่อยพวกนางไป?!
ซ่งอวี้เข้าใจความรู้สึกของพวกนางในเวลานี้เป็นอย่างดีนางพยักหน้า "แน่นอน ขอเพียงสิบปีนี้พวกเจ้าทำตัวดีๆข้าย่อมให้อิสระกับพวกเจ้า ไปเถอะ ไปบอกเรื่องนี้กับเสี่ยวหมานด้วย"
แท้จริงแล้วซ่งอวี้รู้ดีหากคนคนหนึ่งคิดจะทรยศ แม้จะมีสัญญาทาสอยู่ในมือแล้วอย่างไร คนคิดจะทรยศก็ย่อมทรยศซ่งอวี้ไม่อยากให้คนที่นางมอบความไว้วางใจ คนที่นางเชื่อใจมาแทงข้างหลัง
ดังนั้นซ่งอวี้จึงตั้งใจพูดถึงเรื่องนี้เพื่อแลกกับความจงรักภักดีของพวกนาง พวกนางจะได้รู้ว่าขอเพียงทำตัวดีๆวันข้างหน้าย่อมมีอิสรภาพ