ตลอดเสาร์และอาทิตย์เวหาให้เรากับเมญาวีอย่างเต็มที่ เขาพาเธอออกไปเดินช้อปปิ้ง ่กลางวันจากนั้นก็พากันไปดูหนัง ทานอาหารเย็นด้วยกัน และต่อด้วยไปฟังเพลงและนั่งดื่มที่บาร์หรูในโรงแรมห้าดาว ก่อนจะพากันกลับมายังคอนโด
เมญาวีเปรียบเสมือนสายน้ำเย็นที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย เขาสบายใจที่ได้พูดคุยกับเธอทุกเื่ ยิ่งได้ใกล้ชิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากจะสร้างครอบครัวกับเธอมากเท่านั้น
แต่เขายังมีเื่ที่ต้องจัดการกับผู้หญิงคนนั้นและลูกสาวของเธอและเขาจะรีบจัดการมันให้เร็วที่สุด แม้ยังไม่รู้ว่าเธอเป็ใครและจะแก้แค้นยังไงแต่เวหาก็คิดว่าถ้าเขารู้ว่าเธอเป็ใคร อยู่ที่ไหน ก็คงคิดแผนแก้แค้นออกได้ไม่ยาก
“เมยครับ ่เช้าพี่มีงานด่วนไหมครับ”
“ไม่ค่ะ แต่่บ่ายคุณมนิดาหัวหน้าฝ่ายบุคคลขอเข้าพบค่ะ”
“ครับ เดี๋ยวเช้านี้พี่ไปส่งเมยที่ทำงานก่อน แล้วพี่ขอไปทำธุระให้แม่นะครับ”
“ถ้าพี่เวย์มีธุระ เดี๋ยวเมยนั่งรถไปเองก็ได้ พี่เวย์จะได้ไม่ต้องเสียวเวลา”
“ไม่เป็ไรครับ ไปส่งเมียทำงาน จะเสียเวลาแค่ไหนกันเชียว”
“เมยเกรงใจ”
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย ให้พี่ได้ทำหน้าที่สามีนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ เมยรักพี่เวย์จัง”
“พี่ก็รักเมยครับ” เวหากอดคนรักและประทับจูบหวานให้เธออีกครั้งก่อนจะพากันออกจากห้อง
“ขับรถดี ๆ นะคะ ถ้ากลับไม่ทันบ่ายก็โทรบอกนะคะ เมยจะเลื่อนนัดให้”
“น่าจะทันนะครับ พี่ไปก่อนนะ”
“ขับรถดี ๆ นะคะพี่เวย์”
หลังจากส่งคนรักที่บริษัทเวหาก็โทรศัพท์นัดอาคมให้ออกมาเจอกันทีร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
“นี่ครับข้อมูลที่คุณ้า”
เวหารับซองสีน้ำตาลมาจากนั้นก็โอนเงินให้กับนักสืบตามที่ตกลงกันไว้
“คุณจะไม่ดูของด้านในก่อนเหรอครับ”
“ผมเชื่อใจคุณ ขอบคุณนะครับสำหรับความช่วยเหลือ”
“ผมขอถามสักข้อได้ไหมครับ”
“ว่ามาครับ ถ้าตอบได้ผมจะตอบ”
“คุณจะทำยังไงกับเธอ”
“ผมยังไม่รู้เหมือนกันครับ คงต้องดูก่อนว่าเธอมีจุดอ่อนตรงไหน”
“ผมหวังว่าคุณจะเปลี่ยนใจ การแก้แค้นไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไปนะครับ”
“ผมทำทุกอย่างก็เพื่อแม่”
“ไม่คิดเหรอครับว่า เื่มันจะวนกลับไปกลับมา แก้แค้นกันไม่จบสิ้น”
“เื่นั้นเอาไว้ผมตัดสินใจเองครับ ขอบคุณมากนะครับ ผมขอตัวก่อน”
เวหาเดินกลับมาที่รถ เขาคิดตามที่คุณนักสืบพูด การแก้แค้นอาจไม่ใช่ทางออกของปัญหาทั้งหมด เขาจะลองกลับไปคุยกับมารดาอีกครั้ง อยากขอร้องให้มารดาปล่อยวาง ชายหนุ่มโยนซองที่ได้จากนักสืบไว้ที่เบาะหลัง เขาหวังว่าจะไม่ต้องใช้ข้อมูลที่ได้มา
ชายหนุ่มขับรถกลับมาที่บ้านในเวลาใกล้เที่ยว เขาอยากแวะมาทานอาหารกลางวันกับมารดาเพราะเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาเอาทิ้งท่านไว้ตามลำพัง
เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาั้แ่เข้ายังเดินไม่ถึงด้านในบ้าน
เวหาไม่คิดว่าบิดาจะกลับมาบ้านและมาทะเลาะกับมารดาหลังจากที่ทั้งสองต่างคนต่างอยู่กันมาเกือบเดือนแล้ว
“คุณมันโง่ มันแต่งงานมีลูกมีผัวแล้วก็ยังไม่ยอมตัดใจ”
“การรักใครสักคนมันไม่ใช่เื่โง่ ผมรักเขา ต่อให้เขาจะแต่งงานอีกกี่ร้อยรอบ มีลูกมีผัวอีกกี่คนผมก็ยังรัก”
“ฉันอยากรู้มันมีอะไรดีกว่าฉัน ทั้งชื่อเสียงเงินทองที่คุณมีอยู่ทุกวันนี้มันก็มาจากครอบครัวของฉัน ถ้าพ่อกับแม่ฉันไม่ช่วย คุณคิดเหรอว่าจะมีใครหน้าไหนมาช่วยบริษัทของคุณ”
“ผมรู้ว่าครอบครัวคุณมีบุญคุณกับผมมาก และผมก็สำนึกบุญคุณนั้นดี ผมถึงได้ทนอยู่กับคุณมานานขนาดนี้”
“คุณทนอยู่และไม่คิดเหรอว่าฉันก็ทนอยู่กับคุณเหมือนกัน”
“แล้วคุณจะทนทำไม ผมขอหย่ากับคุณไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว คุณก็ยังไม่ยอมหย่า”
“ฉันไม่ยอมหย่ากับคุณเพื่อให้คุณไปเสวยสุขกับนังผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นแน่ ๆ”
“เหตุผลของคุณมันงี่เง่า ที่ผมอยากหย่าเพราะผมไม่อยากทนอยู่กับคน ไม่ใช่เพราะผมจะกลับไปหาเขา”
“ก็แน่ล่ะสิ มันแต่งงานไปแล้ว มันลืมคุณแล้ว”
“คุณก็รู้ แต่ทำไมถึงไม่ยอมหย่า คุณจะยื้อไว้ทำไม”
“ถ้าฉันหย่าก็เท่ากับฉันแพ้คุณ ฉันแพ้นังนั่น”
“แค่อยากเอาชนะถึงได้ทนอยู่กับผมอย่างนั้นเหรอ”
“แน่นอนสิ คนอย่างฉันไม่มีทางยอมแพ้ใครง่าย ๆ”
“คุณก็รู้ว่าทำแบบนี้จะยิ่งไม่มีความสุข”
“ฉันไม่มีความสุข คุณก็ต้องไม่มีความสุขเหมือนแฟร์ดีไหมล่ะ”
“คุณมันบ้ากว่าที่ผมคิด” สิงหลส่ายหัว
“คุณสิงหล คุณกล้าดียังไงมาหาว่าฉันบ้า” เธอะโใส่หน้าสามีด้วยความโมโห
“หรือว่ามันไม่จริงล่ะ สิ่งที่คุณทำมันบ้าบอมาก”
“ใช่สิ ฉันมันบ้า นังบ้าคนนี้แหละที่จะทำให้คุณไม่มีความสุขชั่วชีวิต” น้ำเสียงฟังดูเคียดแค้น
“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณนอนกอดทะเบียนสมรสไว้คนเดียวเถอะ ผมคงยู่ร่วมบ้านกับคนบ้าอย่างคุณไม่ได้จริง”
“คุณจะไปไหน คุณสิงหล นอกจากนังนั่นแล้วคุณยังมีคนอื่นใช่ไหม”
“ผมไม่มีใครทั้งนั้นแหละ”
“ฉันไม่เชื่อ ถ้าคุณออกไปจากบ้านนี้ ฉันจะฆ่าตัวตาย”
“คุณไม่กล้าหรอก ผมรู้คุณแค่เรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น และมันก็ได้ผล แต่ก็แค่กับลูกชายคุณเท่านั้นนะ”
“ฉันจะทำให้คุณรู้ว่าคนอย่างฉันพูดจริงทำจริง”
สิงหลหันหลังกลับ เขาไม่คิดว่าภรรยาจะกล้าทำอย่างที่พูดเธอก็แค่ขู่เท่านั้น
โดยไม่ทันระวังวราพรก็หยิบมีดปอกผลไม้ที่ว่างอยู่ตรงหน้าแทงเข้าไปที่หน้าท้องของตัวเอง
“แม่อย่า” เสียงเวหาะโลั่น แต่ก็ยังช้ากว่ามารดาของเขาที่ใช้มีดแทงหน้าท้องของตัวเองอย่างคนบ้าคลั่งซ้ำไปมาหลายครั้งกว่าชายหนุ่มจะะโมาถึงตัว เขารีบถึงมีดออกจากมือมารดาที่ตอนนี้หน้าท้องมีแต่เืเต็มไปหมด
“เวย์ ปล่อยแม่ แม่ไม่อยากอยู่แล้ว” เสียงนั้นเหมือนคนกำลังจะหมดแรงลง
คุณสิงหลหันมามองอย่างไม่เชื่อสายตาตัว เขาไม่คิดเลยว่าภรรยาจะกล้าทำถึงเพียงนี้
“พ่อจะยืนเฉยทำไมเรียกรถพยาบาลเร็ว” เวหาะโสั่ง ขณะที่มือก็กดไปยังบริเวณหน้าท้องเพื่อห้ามเื
โรงพยาบาล
เวหาเดินวนไปมาที่หน้าห้องผ่าตัด มารดาของเขาเข้าไปในห้องนั้นนานเกือบสองชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย เขาไม่คิดเลยว่าเื่ราวมันจะบานปลายถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยว่ามารดาจะทำอย่างนั้นทำไม ทำให้ตัวเองเจ็บทำไม
เขาโทษว่าเป็ความผิดของบิดาที่ไปพูดท้าทายแบบนั้น
“ถ้าพ่อไม่พูดท้าทายแม่ก็คงไม่เป็แบบนี้”
คุณสิงหลรู้ว่าตัวเองทำผิด แต่ก็หยิ่งเกินกว่าจะเอ่ยคำขอโทษ แม้รู้ว่าภรรยามีอาการผิดปกติทางจิตแต่ไม่คิดว่าครั้งนี้เธอจำอะไรรุนแรงต่อหน้าเขาและลูกเช่นนี้
“พ่อไม่คิดว่าแม่แกจะอาการหนักอย่างนี้ ก็เห็นไปไหนมาไหนเป็ปกติ”
“ข้างนอกแม่ก็ดูปกติ แต่แม่ต้องทานยาตลอด พอมีเื่กระทบจิตใจอาการก็เลยกำเริบ ผมว่าครั้งนี้พ่อพูดกับแม่แรงเกินไปแล้ว”
“พ่อไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็แบบนี้ พ่อก็แค่อยากจบก็เท่านั้น”
“ผมรู้ว่าพ่ออยากจบมากแค่ไหน แต่มันคุ้มเหรอครับที่จะพ่อจะแลกด้วยชีวิตของแม่”
สิงหลบังไม่ทันพูดต่อประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก
“อาครับ แม่ผมเป็ยังไงบ้าง”
“ปลอดภัยดี แผลไม่ได้ลึกมากเท่าไหร่ เวย์ไม่ต้องเป็ห่วง แต่ที่ใช่เวลานานเพราะอาพยายามให้แผลออกมาดูดีที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นเวลาเห็นแผล อากลัวว่าอาการจะกำเริบ”
“ขอบคุณนะครับคุณชลิต” สิงหลกล่าวขอบคุณเพื่อนของภรรยา
“ไม่เป็ไรครับ ผมทำตามหน้าที่ แต่หลังจากนี้คงต้องเป็หน้าที่ของคุณกับเวหา”
“ผมต้องทำอะไรบ้างครับอาหมอ”
“ถ้าเธอฟื้นแล้วอาจะให้จิตแพทย์มาประเมินอาการทางจิตดูอีกครั้ง บางทีอาจต้องให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล”
“อาหมอหมายถึงโรงพยาบาลจิตเวชเหรอครับ ผมว่าแม่คงไม่ยอมแน่ ๆ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกที่นี่ก็มีแผนกจิตเวช ถ้าจำเป็จริง ๆ อาจะย้ายท่านไปที่วอร์ดนั้น แต่อย่าเพิ่งคิดไกลเลย รอให้เธอฟื้นก่อน อาแค่บอกเผื่อไว้”
“อีกนานไหมกว่าแม่จะฟื้นครับอาหมอ”
“น่าจะอีกสักสองชั่วโมง เดี๋ยวจะย้ายไปที่ห้องไอซียูก่อน”
“ผมขอเข้าไปดูแม่ได้ไหม”
“อย่าเพิ่งเลยรอให้ออกจากห้องไอซียูแล้วย้ายไปห้องพิเศษก่อนดีกว่านะ”
“ครับอาหมอ”
ระหว่างรอมารดาฟื้นเวหาก็โทรไปหาเมญาวี เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง หญิงสาวบอกให้เขาใจเย็น ทุกอย่างมันอาจไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด แต่เวหาก็ยังไม่อาจใจเย็นอยู่ได้ได้ เขาคิดที่จะแก้แค้นครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นที่เป็ต้นเหตุเื่ราวทั้งหมด
เวหารออยู่หน้าห้องไอซียูจนกระทั่งครบเวลาสองชั่วโมงจากนั้นพยาบาลก็พามารดาของเขาไปยังห้องพักฟื้น เขาจ้างพยาบาลพิเศษเฝ้ามารดาถึงสองคนเพราะอยากให้ช่วยดูแลท่านอย่างดีที่สุด
หลังจากผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงมารดาของเขาก็ฟื้น
“แม่ครับ แม่เป็ยังไงบ้างเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ชายหนุ่มรีบเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง
มารดาของเขาส่ายหน้า สายตาเหม่อลอย พยาบาลที่จ้างมาเฝ้ารีบโทรศัพท์ไปตามแพทย์เ้าทันที
หลังจากตรวจอาการโดยทั่วไปแล้ว แพทย์ก็ระบุว่าอาการของคุณวราพรแย่ลงกว่าครั้งที่แล้ว และจำเป็ต้องเข้ารับการรักษาที่แผนกจิตเวชของโรงพยาบาล
“แม่ผมจะดีขึ้นไหมครับ” เวหาถามแพทย์จิตเวช
“ตอบยากครั้งนี้ อาการที่แสดงออกตอนนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ผมดูแล้วเหมือนตอนนี้ท่านกำลังปิดกันตัวเองจากโลกภายนอกครับ”
“หมายถึงท่านจะลืมเื่ราวในอดีตด้วยไหมครับ”
“ประมาณนั้นครับ มันจะดีกับคนไข้ถ้าลืมเื่ราวในอดีตแต่ในขณะเดียวกันท่านก็ไม่รับรู้ปัจจุบันด้วย”
“คุณหมอหมายถึงท่านจะจำผมได้เหรอครับ”
“ไม่ขนาดนั้นครับ เมื่อสักครู่ท่านก็จำได้ว่าคุณเป็ลูก เพียงแต่อาจมองย้อนไปไกลกว่านั้น มองว่าคุณยังเป็เด็ก ย้อนกลับไป่เวลาที่มีความสุข”
“อาว่าเวย์อย่าเพิ่งคิดมากเลย ถ้าเข้ารับการรักษาท่านอาจดีขึ้น”
“แล้วท่านจะทำร้ายตัวเองอีกไหมครับ”
“เื่นี้ก็ยังคงต้องคอยระวังกันอยู่ อย่าให้คนไข้อยู่คนเป็อันขาด อะไรที่ทำอะไรอันตรายต่อร่างกายได้ก็ควรเก็บให้หมด เราไม่มีทางรู้เลยว่าท่านจะคิดแบบนั้นตอนไหน ทางทีดีก็ควรป้องกันไว้ก่อน”
“ครับอาหมอ”