ภายในห้องของเรือนรับรองใหญ่ จ้าวเทียนหยางถูกถอดเสื้อตัวนอกออก จนเห็นแผ่นหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมัดกล้าม ถึงแม้ร่างกายจะขาวเนียนแต่กลับเต็มไปด้วยร่องรอยาแ ที่เหลือทิ้งไว้จากสมรภูมิรบนับครั้งไม่ถ้วน หากแต่นั้นกลับมิได้ดูน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย มันช่วยเสริมให้ชายหนุ่มดูดีและน่าเกรงขามอีกเท่าตัว ที่ไหล่ข้างซ้ายยังคงมีลูกธนูปักอยู่ หยุนไฉครานี้ทำได้เพียงซับเืที่ไหลไม่หยุด เนื่องจากที่นี่เป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ มิได้อยู่ในตัวอำเภอ มีหมอประจำหมู่บ้านแค่คนเดียว ส่วนคนที่พอรู้วิชาแพทย์บ้างอย่างซีอันก็ได้รับาเ็ด้วยเช่นกัน
"เป็เช่นไร"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยถามหมอชาวบ้านเพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้าน ที่เดินออกมาจากห้องนอนภายในเรือนเดียวกัน ถึงแม้เขาจะได้รับาเ็ไม่ต่างกัน เช่นไรครานี้เขาก็นับว่ายังมีสติอยู่ ต่างกับเยี่ยนฝางที่สลบไปแล้ว จีงให้ตรวจดูอาการนางก่อน าแเพียงเท่านี้เขาทนได้ เห็นคงมีเพียงคนรอบตัวชายหนุ่มเท่านั้นที่ทนดูไม่ได้
"เรียนแม่ทัพจ้าว แม่นางเยี่ยนฝางไม่เป็อันใดมาก ร่างกายอ่อนล้าจากการสำลักควัญไฟจนสลบไปเท่านั้นขอรับ"
ท่านหมอไม่เอ่ยเปล่ารีบเดินเข้ามาวางอุปกรณ์ และรีบทำแผลให้ทันที
"ท่านแม่ทัพทานยาแล้วใช่หรือไม่ขอรับ"
ท่านหมอเอ่ยถามชายหนุ่ม ระหว่างที่ตนกำลังรักษาแม่นางเยี่ยนฝาง ได้ให้ทานยาต้มช่วยบรรเทาอาการปวดขณะที่ทำแผลเอาไว้ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็คงบรรเทาได้เพียงแค่สี่ในสิบส่วนเท่านั้น ยาคงออกฤิทธิ์ได้ที่พอดีแล้ว
"อืม"
"ถึงเช่นนั้นก็เจ็บมากอยู่ดี ท่านแม่ทัพทนหน่อยนะขอรับ"
หมอชาวบ้านธรรมดามิเคยรักษาคนระดับนี้ก็รู้สึกประมาทเล็กน้อย กลัวว่าจะทำอันใดผิดไป เขาอายุเพียงเท่านี้ยังอยากรักษาชีวิตเอาไว้ให้ยืนยาว เพราะตนได้ยินมาว่าพวกขุนนางมักฆ่าคนตามใจ โดยที่ไม่รู้สึกผิด
อร๊าก~~~
เสียงร้องด้วยความทรมานดังออกมาอย่างทนมิได้ ถึงแม้เขาจะเป็บุรุษผู้แข็งแกร่ง แต่ก็ยังเป็เพียงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น มือใหญ่จับที่โต๊ะไม้จนเห็นเส้นเืปูดออกมา หากไม้ที่นำมาทำไม่ใช้ไม้หนานมู่ทำที่แข็งแรง ป่านี้คงแหลกละเอียดคามือชายหนุ่มไปแล้ว
"เป็เช่นไรบ้าง"
อี้หนิงหลงเดินเข้ามายังในตัวเรือนหลังจัดการเื่ไฟไหม้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องยกเสื้อปิดหน้าตนเองเอาไว้ เพราะภาพตรงหน้าไม่ค่อยน่าดูมากนัก โลหิตสีแดงที่ไหลออกมาไม่หยุด เลอะทั้งตัวของชายหนุ่มและที่พื้น ถึงแม้ว่าหยุนไฉจะคอยชุบน้ำซับตลอดเวลาก็ตาม ใบหน้าของจ้าวเทียนหยางซีกเผือดเนื่องจากเสียเืมาก
"ออกมาได้ครึ่งหนึ่งแล้วขอรับ ท่านแม่ทัพอดทนอีกหน่อย"
ท่านหมอเอ่ยอย่างปลอบใจ เพราะลูกธนูถูกทำพิเศษมิได้เหมือนธนูที่มีเพียงสองแฉก แต่มีหกแฉกและค่อนข้างลึก ถึงแม้ไม่ได้ถูกอวัยวะอื่นๆที่สำคัญแต่ก็นับว่าอันตรายมาก หากเขาหลบผิดองศาแม้เพียงนิด คงเข้าที่หัวใจชายหนุ่มเต็มๆ
อร๊าก~~~ อ่า~
จ้าวเทียนหยางร้องออกมาอีกครั้ง ที่ปากกัดผ้าขาวไว้จนเห็นสันกรามชัด เม็ดเหงื่อไหลเป็ทาง เยี่ยนฝางที่ฟื้นแล้วเดินหน้าซีดแอบยืนดูสถานการณ์ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปรบกวนการรักษา
เพล้ง!
เสียงลูกธนูตกกระทบที่พื้นเสียงดัง เพื่อบ่งบอกว่าความเ็ปขีดสุดได้จบลงแล้ว มือหนากำผ้าขาวกดที่แผลเอาไว้แน่ แต่ครานี้กลายเป็สีอื่นไปแล้ว โลหิตไหลออกมาตามซอกนิ้วเป็ทาง หยุนไฉรีบเปลี่ยนผ้านับไม่ท้วน จนเวลาล้วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วยาม ก็ทำแผลจนเสร็จ
"โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เ้านี้ดวงดีจริงๆ"
อี้หนิงหลงเอ่ยล้อสหายของตน
"เรือนเก็บศพเป็เช่นไรบ้าง
"ก็ตามคาด ไม่มีอันใดเหลือเลย"
หลังได้ยินเช่นนั้น จ้าวเทียนหยางก็พยักหน้ารับ เพราะสิ่งนี้ก็ไม่ได้ต่างจากที่เขาคิดเท่าใด เพียงแค่ไม่คิดว่าจะลงมือรวดเร็วเช่นนี้ เ้าพักผ่อนเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง"
"ฝากองค์ชายสี่ด้วยขอรับ"
"ข้าหล่ะชอบเ้าที่เรียกช้าเช่นนี้จริงๆ"
อี้หนิงหลงยักใหล่ให้สหาย เดิมทีเคยเรียกเขาเช่นนี้ที่ใดกัน ชายหนุ่มมักชมชอบให้จ้าวเทียนหยางเอ่ยกับตนด้วยคำาาศัพท์ แต่ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางเป็เช่นนั้น ทุกวันนี้ออกคำสั่งตนอย่างกับผู้ช่วยอีกคน ไม่เหลือตำแหน่งองค์ชายให้คนผู้นี้เคารพแม้แต่น้อย เมื่อได้ฟังสิ่งที่ตนพอใจก็เดินยิ้มออกไปจากเรือน หยุนไฉยื่นยาต้มให้ผู้เป็นายดื่ม ก่อนจะเก็บข้าวของให้เรียบร้อยและเดินออกไปจากเรือนเพื่อไปช่วยอี้หนิงหลงอีกแรง กลิ่นของน้ำสีดำในถ้วยทำให้ใบหน้าคมถึงกับต้องเบี่ยงหน้าหนี ควัญขาวลอยออกมาชวนให้รู้สึกคลื่นใส้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยกจรดริมฝีปากและดื่มมันภายในรวดเดียว แต่ขณะที่มือใหญ่กำลังเอื้อมไปวางถ้วยยาก็เห็นร่างหนึ่งกำลังลอบยื่นดูตนจากที่ๆหนึ่งอยู่
"เหตุใดมิพักผ่อน"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเสียงทุ่ม เต็มไปด้วยความอบอุ่นกับหญิงสาว เยี่ยนฝางที่ครานี้ใบหน้าซีดเผือกเนื่องจากยังไม่หายดีบวกกับผิวที่ขาวราวหิมะเดิมตัวนางก็ขาวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ยิ่งน่าสงสารไปใหญ่ นางค่อยๆพาตนเองเดินมาหาชายหนุ่ม
"ข้าถามว่าเหตุใดมิพักผ่อนให้ดี หื่อ"
จ้าวเทียนหยางยังคงเอ่ยด้วยความใจเย็น เพราะสีหน้าของนางดูไม่ดีเสียเท่าไหร ดวงตางามครานี้แดงก่ำเหมือนจะร้องให้ ตอนที่ฟื้นมาซีอันเล่าเหตุการณ์ที่ท่านแม่ทัพได้รับาเ็ให้ฟังแล้ว จึงรู้ว่าด้วยความสามารถของเขาแล้ว ธนูความเร็วเพียงเท่านั้นเขาย่อมหลบทัน แต่ถ้าเขาหลบเกรงว่าธนูดอกนั้นจะพุ่งมาที่นางเต็มๆ
"ท่านแม่ทัพเจ็บมากหรือไม่"
"......"
"เป็ความผิดของข้า"
"เป็ความผิดของเ้าอีกแล้วหรือ เมื่อเย็นเ้าก็พูดเช่นนี้ แต่ข้ากลับไม่รู้ว่าตกลงเ้าทำอันใดผิดกันแน่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
"เพราะท่านช่วยข้าไว้ จึงทำให้ได้รับาเ็"
เสียงหวานเอ่ยอย่างแ่เบา นางยืนดูชายหนุ่มทำแผล เห็นถึงความทรมานเ็ปที่เขาได้รับ ภาพของเขาเหมือนทำให้นางตายให้ได้เลยด้วยซ้ำ นางเอาแต่ก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด หยาดน้ำตาเอ่อล้นจนเต็มไม่กล้าเหงยหน้ามองชายหนุ่ม กลัวว่าเขาจะเห็นว่าตนกำลังจะร้องให้ มือหนาเอื้อมไปััมือเรียวที่กุมอยู่ด้วยความประมาทอย่างเบามือ ความร้อนจากฝ่ามือใหญ่ส่งผ่านมาถึงนางบอกว่าเขาไม่เป็ไร
"จะเป็ความผิดของเ้าได้เช่นไร เื่นี้ข้าคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันจะต้องเกิด"
ชายหนุ่มเอ่ยปลอบหญิงสาว เื่นี้เขาคิดไว้จริงว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เพียงแค่เขาไม่คิดว่านางจะโพล่มาเท่านั้น จึงไม่ได้เตรียมการรับมือไว้ เพราะหากมีเพียงเขาและผู้ช่วยคงจัดการได้ไม่ยาก ถึงแม้คนร้ายจะมีจำนวนมากก็ตาม
"ท่านแม่ทัพรู้ั้แ่แรกแล้วหรือเ้าคะว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้"
"...."
จ้าวเทียนหยางพยักหน้ารับ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี งานท่านแม่ทัพจะราบรื่นเป็ตามแผน หากนางไม่เข้าไปยุ่งจนเกิดเื่และเขาได้รับาเ็มากขนาดนี้
"เ้ามิต้องคิดมาก ไปพักผ่อนเถิด ข้าเองก็มิไหวแล้วจะพักสักหน่อยเช่นกัน"
มือใหญ่ปล่อยนางออกแล้ววางที่ศรีษะนางเบาๆอย่างเอ็นดู
"เช่นนั้น ข้าไปพักนะเ้าคะ"
"ต่อไปจะไปที่ใด สวมรองเท้าด้วยพื้นมันเย็น"
หลังได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หญิงสาวก็ก้มมองเท้าเปล่าที่ัักับพื้นเย็นเฉียบ เยี่ยนฝางพยักหน้างึกเหมือนเด็กน้อย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินไปด้วยใบหน้าที่ยังคงเป็กังวลอยู่
"เยี่ยนฝาง"
"เ้าคะ"
หญิงสาวหันมารับขับชายหนุ่ม นานจนเกินอึดใจเขาไม่พูดอันใด หรือท่านแม่ทัพจะตำหนิเื่ที่เกิดขึ้นกับนางแต่ไม่รู้จะพูดเช่นไรอย่างนั้นหรือ
"ข้าไม่เจ็บแล้ว"
เสียงทุ่มเอ่ยขึ้นในที่สุด แววตาที่ดูเศร้าก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็หายกังวลใจ นางพยักหน้าให้ช่ายหนุ่มเป็คำตอบ และเดินไปยังห้องนอน แต่เมื่อกำลังจะเอื้อมไปเปิดประตูไม้ ก็ต้องชะงักฝีเท้า
"วันนี้เ้าทำดีมาก เป็สิ่งที่เ้าควรทำแล้ว"
เสียงทุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งทั้งแววตาและน้ำเสียงของเขาดูอบอุ่นและจริงใจ ทำให้คนตัวเล็กที่ยืนนิ่งถึงกลับกั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
"เ้าร้องให้ทำไม"
จ้าวเทียนหยางไม่เข้าใจ เขาไม่ได้ว่านางเสียหน่อย
"ขะ.....ข้า คือว่า....ข้าร้องให้ต่อหน้าท่าน ไม่งามเลยเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยพร้อมทำท่าคารวะชายหนุ่มและวิ่งเข้าห้องพักไป เนื่องจากพึ่งเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นางจึงถูกพามาพักที่เรือนรับรองหลัก แทนเรือนเก่าเพื่อป้องกันความปลอดถภัย
"ใครบอกกัน เ้างามแล้ว งามมากแล้ว"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยตามหลังหญิงสาวที่เข้าห้องพักไป
......
เช้าวันถัดมา
ณ ห้องโถงรับรองใหญ่
ทุกคนมาประชุมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อหาข้อสรุปและสาเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เพราะเื่ที่เกิดขึ้นมิใช่การวางเพลิงธรรมดา รวมถึงอาการาเ็ของแม่ทัพจ้าวนอกจากท่านหมอและผู้นำหมู่บ้านแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เนื่องจากตอนที่เกิดเหตุได้หนีอออกไปที่ด้านหลัง เหตุการณ์ชุลมุนเกินกว่าคนจะสังเกต
"ศพถูกเผ่าไม้จนเหลือเพียงกระดูกขอรับ พวกเราพยายามสุดความสามรถแล้ว ไฟแรงมากอีกทั้งยังดับเช่นไรก็ไม่ดับสักที"
ไต้เฉินเหม่าเอ่ยรายงานแม่ทัพจ้าว เยี่ยนฝางมีสีหน้าฉงน การที่ศพจะถูกเผ่าจนไหม้เหลือแค่กระดูกต้องใช้เวลานานหลานชั่วยาม แล้วเหตุใดเพียงครึ่งชั่วยามถึงไหม้จนหมดเช่นนี้ หรือมีสิ่งใดที่ช่วยเร่งให้ศพถูกเผ่าไหม้ได้เร็วขึ้นเช่นนั้นหรือ ที่ถูกต้องคือควรไหม้เกรียมแค่ิัด้วยซ้ำ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ปกติเอาเสียเลย หากท่านแม่ทัพไม่แอบไปชันสูตรและตรวจสอบก่อนเมื่อคืน เกรงว่าการมาที่หมู่บ้านหลงเจิ้นครั้งนี้คงจะเสียเที่ยวเสียแล้ว
"รายงาน มีจดหมายขอรับท่านแม่ทัพ"
ม้าเร็วส่งเสียงมากจากด้านนอก หยุนไฉรู้หน้าที่รีบออกไปรับแล้วนำมามอบให้ผู้เป็นานทันที จ้าวเทียนหยางรับมาเปิดอ่านด้ายท่าทีรีบร้อน ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบไปตามๆกัน สีหน้าของจ้าวเทียนหยางหลังได้อ่านแล้วดูไม่ดีหนัก จึงได้ส่งต่อให้กับองค์ชายสี่
"มีเื่อันใดร้ายแรงหรือขอรับ"
ไต้เฉินหม่าเอ่ยถามออกไปตามตรง เพราะดูท่าทีของทั้งสองคนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ไปตามๆกัน
"อีกสองหมู่บ้านก็มีคนตายลักษณะเช่นเดียวกับที่นี่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเสียงเข้ม ทุกคนที่ได้ยินต่างใไปตามๆกัน เหตุการณ์ที่นี่ยังไม่คลี่คลายก็เกิดเื่ที่อื่นในเวลาไล่เลี่ยกัน
.......
ห้องทำงาน ณ เรือนรับรอง
หลังประชุมเสร็จทุกคนก็แยกย้าย ครานี้จ้าวเทียนหยางกำลังดูแผนที่ของอำเภอหย่าฝู๋ทั้งหมดอย่างระเอียดอีกครั้ง เพื่อหาที่มาที่ไปของคนร้าย เขาตอนนี้เหมือนกับกำลังถูกเล่นเกมส์กับบางสิ่งที่ไม่รู้ว่าตัวตนแท้จริงมันคืออะไร เหมือนกับเขาเป็ผู้ล่าที่ไม่มีจุดหมาย มีแต่เสียมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาช้ามากเท่าไหร่ผู้คนก็ยิ่งสูญเสียมากเท่านั้น
"ยาเ้าคะท่านแม่ทัพ"
เยี่ยนฝางถือยาที่ต้มเสร็จใหม่ๆเข้ามาให้ชายหนุ่ม มือใหญ่เอื้อมไปหยิบถ้วยยาอย่างเคยชินด้วยมือข้างซ้ายที่ถนัด เพราะลืมตัวจึงทำให้เขาต้องกุมที่าแทันที สีหน้าแสดงออกถึงความทรมานจนเห็นได้ชัด
"ท่านเป็อันใดหรือไม่"
เยี่ยนฝางรีบวางยาที่ถือมาแล้วเข้ามาพยุงเขาทันที ดวงตาคมมองมือเรียวที่จับกุมมือตัวเองไว้ หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็รีบปล่อยทันทีอย่างรู้ตัว
"ขออภัยเ้าค่ะ ข้ากังวลจนลืมตัวไปหน่อย"
"เอายามาเถิด"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเพียงสั้นๆ เขาไม่ได้ว่าที่นางมาโดนตัวเขา เพียงแค่นานมากแล้วและนับว่าเป็ครั้งแรกในหลายปี ที่มีสตรีโดนตัวเขาก่อนซึ่งหน้าเช่นนี้ มือหนาเอื้อมไปรับยาจากหญิงสาวและยกดื่มรวดเดียวจนหมด แต่ขณะนั้นเขาต้องประหลาดใจ ที่รสของยาวันนี้ไม่เหมือนกับรสชาติที่ทั้งขมและเหม็นเมื่อคืน
"ท่านหมอบอกว่าสามารถใส่พุทราเชื่อมหวานผสมกับยาได้เ้าค่ะ ช่วยทำให้ยาไม่ขมอีกทั้งไม่ลดคุณสมบัติของตัวยาด้วย"
เยี่ยนฝางรีบอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าของท่านแม่ทัพแปลกไป
"ข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่านะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดคนทั้งสอง เสียงมาก่อนตัวเช่นนี้มีเพียงคนเดียวนั้นก็คืออี้หนิงหลง แต่อีกสองคนที่เดินตามมาทีหลังก็คือหยุนไฉและซีอัน ผู้ช่วยของจ้าวเทียนหยางนั้นเอง เพราะอาการาเ็ของเขาจึงไม่เหมาะหากจะต้องออกไปสืบทุกอย่างเอง
"คารวะองค์ชายสี่เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรีบทำท่าคารวะทันที อี้หนิงหลงเพียงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม
"นี่! รู้หรือไม่ เมื่อคืนเ้าโชคดีนักที่ชันสูตรศพจนเสร็จก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ มิเช่นนั้นการมาครั้งนี้คงเสียเที่ยวมิน้อย รายงานของเ้าละเอียดมาก ฝีมือเ้าดีขึ้นกว่าตอนที่ร่ำเรียนในสำนักศึกษาเสียอีก เห็นทีว่าข้าจะเป็รองเสียแล้ว"
อี้หนิงหลงเอ่ยหยอกล้อสหาย เนื่องจากทั้งคู่เคยเป็สหายกันมาก่อนในวัยเด็ก ทุกเื่เขามักแพ้ชายหนุ่ม มีเพียงเื่นี้ตอนศึกษาอยู่ ที่อาจารย์ในสำนักศึกษาเอ่ยชมเขามากกว่า
"รายงานนี้มิใช่ฝีมือข้า"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยออกไปตามตรง
"นี่เ้าจะบอกว่าฝีมือการตรวจละเอียดเช่นนี้เป็ของหยุนไฉหรือ ผู้ช่วยเ้าฝีมือร้ายกาจเช่นนี้เชี่ยว"
อี้หนิงหลงเอ่ยอย่างไม่เชื่อหูตนเอง หยุนไฉรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัญ
"มิใช่ข้าขอรับองค์ชาย เป็แม่นางเยี่ยนฝาง"
หยุนไฉเอ่ยพลางชี้มาทางหญิงสาว อี้หนิงหลงหมุนตัวที่ชี้จากหยุนไฉมาทางเยี่ยนฝาง
"ข้าลืมเ้าไปได้เช่นไรกัน เมื่อคืนเ้าก็อยู่กับเขาด้วย ดูเหมือนว่าครานี้เ้าจะได้ผู้ช่วยฝีมือดีเสียแล้ว"
อี้หนิงหลงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าบรรยากาศดูตึงเครียด
"องค์ชายสี่เอ่ยชมเกินไปแล้ว"
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางยิ้มกว้างตอบกลับไป
"เห็นทีว่าครานี้จะเป็ผู้ช่วยเ้าเสียมากกว่า"
จ้าวเทียนหยางหลังเห็นทั้งคู่ยิ้มให้กันก็เอ่ยขัดขึ้น
"เราต้องแยกกันเป็สองกลุ่ม หนึ่งไปหมู่บ้านเกาผิง เมื่อคืนนางรู้ว่าต้องตรวจสอบเช่นไร เช่นนั้นให้นางกับซีอันไปกับเ้าที่หมู่บ้านเกาผิง ส่วนข้าจะไปที่หมู่บ้านกวนหยาง หากตรวจสอบเสร็จแล้วไปเจอกันที่ค่าย"
จ้าวเทียนหยางอธิบายให้ทุกคนได้รู้ หากช้าเกรงว่าจะเกิดเื่เหมือนอย่างที่นี่ ดูเหมือนว่าคนร้ายจะแบ่งคนเป็สองกลุ่ม นั้นคือคนที่ก่อเหตุกับคนที่คอยทำลายหลักฐาน ส่วนเหตุที่ว่าทำไมถึงไม่ทำลายหลักฐานในคราเดียว ยังเป็สิ่งที่ชายหนุ่มยังหาคำตอบไม่ได้ ใช้เวลาเพียงไม่นานทุกคนก็พร้อมออกเดินทาง เป็เพราะได้รับาเ็ วันนี้รถม้าจึงถูกเตรียมเอาไว้สองคัน
"ฝากเ้าด้วย"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยกับสหายตนเอง ก่อนจะเหลือบมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง อี้หนิงหลงรู้ดีว่าสหายผู้นี้ไม่ได้เพียงฝากเื่งาน แต่ยังฝากคนผู้หนึ่งด้านหลังอีกด้วย ที่เขากล้าปล่อยนางเพราะรอบตัวของอี้หนิงหลงไม่ได้มีองครักษ์เพียงคนเดียวที่ติดตามอยู่ แต่ยังมีองครักษ์เงานับสิบที่คอยดูความปลอดภัย จึงได้เบาใจไปมาก เพราะคนที่ไม่มีมีวรยุทธเลยในที่นี้ดูเหมือนจะมีเพียงนางผู้เดียว การตรวจสอบจะล่าช้าไม่ได้จึงทำให้เขาจำใจต้องเลือกทำเช่นนี้
"มีต้องเป็ห่วง"
อี้หนิงหลงเอ่ยจบก็เดินขึ้นรถม้าไปก่อน เยี่ยนฝางมองคนตัวโตที่ยืนอยู่กับที่ นางรู้สึกเป็ห่วงเขาไม่น้อย าแยังไม่หายดี ก็ต้องเร่งเดินทางอีกและสืบหาข้อมูลต่อแล้ว เขาทำงานหนักเช่นนี้ตลอดเป็เื่ปกติหรือ แต่ถึงจะเป็ห่วงเขามากเพียงใด นางก็ไม่ได้เอ่ยอันใด มองดูเขาเดินขึ้นรถม้าไปจนสุดสายตา ตนเองจึงได้ขึ้นไปบาง
เพียงไม่นานรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านหลงเจิ้นไปยังจดหมายไปทาง
"เป็ห่วงหรือ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะหญิงสาว นางเอาแต่ทำหน้าเศร้าเหมือนมีเื่อันใดในใจรบกวนอยู่ เหม่อมองออกนอกหน้าต่างตลอดเวลา
"ท่านแม่ทัพทำงานหนักเช่นนี้ตลอดเลยหรือเ้าคะ"
"....."
อี้หนิงหลงไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงหยักหน้าให้หญิงสาว ดูเหมือนว่าคำตอบเขาคงได้รับคำยื่นยันแล้ว บุรุษในใจนางคือสหายของเขาจริงๆ
……
ต่างคนต่างมีใจให้กัน อีกคนคิดว่าตนเองไม่คู่ควร อีกคนก็ปากแข็ง แล้วพวกคุณจะได้รักกันตอนไหนนนนน อิอิ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————