วันรับน้องวันแรกของคณะมาถึง
น้องใหม่หลายคนต้องมาที่จุดรวมพลกลางลานใหญ่ของคณะ แต่ละคนสวมป้ายห้อยคอบอกชื่อเล่นและสาขาของตัวเองแล้วนั่งรออยู่บนพื้นโล่ง
สตาฟเชียร์ของคณะเดินเข้ามาด้วยท่าทีเคร่งขรึมเก๊กโหดเต็มที่ แม้นรินทร์จะรู้ว่านั่นเป็เพียงการแสดงที่รุ่นพี่ชอบแกล้งเด็กใหม่ที่เพิ่งผ่านมอหกมาเท่านั้น แต่พออยู่ในสถานการณ์กดดันเขากลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าจะลุกเดินหนีไปจากที่ตรงนั้นแล้ว
นรินทร์รู้สึกประหม่าจนดรัลตบบ่าเบา ๆ กระซิบถาม “ไหวไหมนรินทร์” เขากำลังจะตอบกลับพลันสายตาของมองไปเห็นคนคุ้นเคยที่ยืนโบกมือทักทายอยู่ไม่ไกลนัก
พี่หม่อสาขาคนเดิมยังคงใส่หน้ากากเหมือนวันก่อนเดินเข้ามาหาเขาแล้วยื่นลูกอมให้หนึ่งเม็ด กระซิบบอกว่า “เดี๋ยวพี่ยืนอยู่ตรงนั้นนะ ถ้าไม่ไหวก็ยกมือ พี่จะรีบวิ่งมาหาเลย”
“...” นรินทร์พยักหน้าแล้วแกะลูกอมกิน
ครั้นสายนทีกลับไปยืนรออีกฝั่งหนึ่งก็ทำมือบอกเขาว่า พี่รออยู่ตรงนี้นะ นายไม่ต้องกลัว
ลมหายใจของนรินทร์ค่อย ๆ กลับมาเป็ปกติจึงทำสัญลักษณ์โอเคกลับไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความรู้สึกของเขาในเวลานี้ ฝ่ายนั้นเห็นสีหน้ารุ่นน้องก็โล่งใจไปด้วยพลันยกนิ้วโป้งให้รุ่นน้องคนเก่งของเขา
ระหว่างนั้นพายุเดินเข้ามาหาเพื่อนเพราะนึกว่ากลับหอพักั้แ่เลิกเรียนแล้ว “ไหนว่าจะกลับไปนอนไง แล้วนี่อะไร ิญญาเหรอ”
“เงียบไปเลย” สายนทีดันเพื่อนไปอีกทางเพราะมายืนบังจนมองไม่เห็นนรินทร์
พอพายุเห็นท่าทางของสายนทีแล้วก็อดใจไม่ไหวอยากะโบอกรุ่นน้องคนนั้นเหลือเกินว่าตรงนี้มีคนเป็ห่วง
สุดท้ายแล้วรุ่นพี่อย่างพวกเขาก็ยืนให้กำลังใจรุ่นน้องสาขาเดียวกันั้แ่ต้นจนจบงานรับน้องวันแรก
“โอย ร้อน” ดรัลบ่นกระปอดกระแปดพลันได้น้ำเย็น ๆ จากพายุในฐานะพี่รหัสตัวปลอม “ขอบคุณครับ”
“เก่งมาก” สายนทีเอ่ยปากบอกนรินทร์ทันทีที่ได้พบหน้า แล้วยื่นถุงขนมกับน้ำเย็นให้เขา
“พี่ยังไม่สบายอยู่เหรอ” นรินทร์ถามด้วยความเป็ห่วงเพราะั้แ่วันลงทะเบียนเรียนก็ผ่านมาหลายวันมากแล้วแต่รุ่นพี่คนนี้ก็ยังใส่หน้ากากอย่างเคย
“หายแล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสดใสแต่ที่ยังไม่เปิดหน้าก็เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แถมวันเฉลยพี่รหัสก็ยังเป็อาทิตย์หน้าอีกต่างหาก ระหว่างนี้อยากคอยดูแลนรินทร์โดยที่อีกฝ่ายจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดอย่างครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเจอกันในโรงเรียน
ดวงตาสีส้มอ่อนของนรินทร์เป็ประกายขึ้นมาทันใด “งั้นผมก็เลี้ยงน้ำปั่นพี่ได้แล้วสิ”
“น้ำปั่นเหรอ ขอพี่ไปกินด้วยได้ไหม” พายุถามคนตรงหน้าที่กำลังรอคำตอบของสายนที
“ผมจะเลี้ยงเองถ้าพี่พายุไป” นรินทร์บอกรุ่นพี่พยายามโน้มน้าวใจสายนที
“พี่พายุไปอยู่แล้วล่ะ ร้านตรงห้องสมุดน่ะร้านโปรดเลย” พายุตัวจริงยิ้มแป้นแล้วกอดคอพี่พายุตัวปลอม สายตาบังคับให้ตกลงเพราะอยากกินของอร่อยเต็มที
ดรัลที่กำลังยืนมองสถานการณ์เลิกคิ้วหรี่ตาพยายามทำความเข้าใจอยู่เงียบ ๆ
“ถ้านายอยากเลี้ยงตอบแทนจริง ๆ ล่ะก็ เอาเป็วันเฉลยพี่รหัสก็แล้วกัน” สายนทีบอกคนตรงหน้า “ถ้าตอนนั้นนายยังอยากไปกับพี่อยู่ พี่ก็ยินดี”
“ครับพี่” นรินทร์ยิ้มให้เขา สีหน้าระรื่นกว่าที่เคยจนสายนทีเผลอลูบศีรษะอย่างแ่เบาก่อนจะรีบดึงมือของตัวเองกลับมา “เอ่อ โทษที”
ร่างบางส่ายหน้า “ไม่เป็ไรครับ”
พอตกลงกันได้เรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกลับที่พักของตนเอง
บ้านของนรินทร์
นับั้แ่พ่อแม่ของนรินทร์เสีย โฆษิตผู้เป็พ่อของคณินรับอุปการะนรินทร์เหมือนลูกบุญธรรม ่เวลานั้นนรินทร์จึงได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ตระกูลเรืองคุณานนท์อยู่เกือบปี จนเริ่มทำใจเื่พ่อแม่ได้แล้วจึงย้ายกลับเข้ามาอยู่ในบ้านเดิมของตน
คณินยังคงเป็ห่วงความรู้สึกของเขาจึงตามมาอยู่เป็เพื่อน คิดไปแล้วว่าบ้านนรินทร์คือบ้านของตนเองและแทบไม่ได้กลับไปที่บ้านใหญ่เท่าใดนัก นอกเสียจากว่ามีงานเลี้ยงหรือผู้เป็พ่อนัดพบนาน ๆ ครั้ง
คณินเดินถือแก้วน้ำมาให้เพื่อนพลางถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นอีกฝ่ายสีหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ “วันนี้มีเื่อะไรดี ๆ เหรอ”
“รับน้องวันนี้ก็สนุกดีนะ” เขามองคนตรงหน้า “คณะนายไม่มีเหรอ”
“มีแต่ว่าฉันไม่สนใจเื่พวกนั้นหรอก” คณินทำสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อพูดถึงกิจกรรมของคณะและตัวเขาเองก็ไม่มีเวลาไปทำเื่อย่างนั้นด้วยเพราะว่าเมื่อไหร่ที่ว่างจะต้องเข้าบริษัทเพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานก่อนเข้ามาบริหารเต็มตัว
“...”
“นายอยู่คนเดียวได้แล้วใช่ไหม” เขารับรู้ได้ว่านรินทร์เข้มแข็งขึ้นแต่ก็ยังอดเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดี
“อื้ม” สีหน้ามั่นใจนั้นมีความกังวลแฝงอยู่เล็กน้อยแต่พอนึกถึงใครบางคน เขาก็เชื่อว่าตัวเองต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ครั้นหันมาข้าง ๆ ก็ยังมีกำลังใจที่ดีจากเพื่อนวัยเด็กอยู่อีกด้วย “ฉันมีนายอยู่ตรงนี้ไงคณิน”
“นึกว่าลืมกันไปแล้ว” น้ำเสียงนั้นเจือความน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด “แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ฉันยังอยู่ตรงนี้นะนรินทร์”
“อืม ฉันรู้แล้วก็รู้สึกขอบคุณนายมาก” เขาพยักหน้าแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย “ว่าแต่นายไม่กลับไปที่บ้านใหญ่เหรอ ่นี้ยุ่งกับฝึกงานบริหารนี่นา”
“ไม่อยากกลับน่ะ อยู่กับนายดีกว่า แต่ว่านายน่ะไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วยแล้วเหรอ” เขายีผมสีน้ำตาลอ่อนของนรินทร์อย่างแ่เบาเพราะความรู้สึกของเขาผูกติดกับนรินทร์ไปแล้ว
“เผื่อนายมีแฟนไง อัลฟ่าอย่างนายน่าจะฮอตไม่เบา ฉันไม่อยากเป็ก้างขวางคอ” นรินทร์อธิบายเหตุผลก่อนที่อีกฝ่ายจะพาลเข้าใจผิดว่าเขาไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว
“เฮอะ พูดอย่างกับว่าอยู่บ้านใหญ่แล้วจะไม่มีก้างขวางคอ ทั้งพ่อ แม่เลี้ยงแล้วก็ณิชา ตั้งสามคนเลยนะ” คณินปฏิเสธทันควัน “อีกอย่างฉันไม่มีแฟนหรอกเพราะว่าอยู่กับนายแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”
“ครับ คุณคณิน อย่าให้เห็นนะว่าแอบไปนัดเจอใคร ฉันจะล้อนายยันลูกบวชเลย” นรินทร์เบ้หน้าเพราะรู้ดีว่าวันหนึ่งเพื่อนคนนี้ต้องแต่งงานแล้วก็มีครอบครัวของตัวเอง
คนตรงหน้าคณินยิ้มให้นรินทร์อย่างอ่อนโยนแล้วบอกว่า “ตามใจนาย อยากจะล้อยันหลานบวชเลยก็ได้”
เขามั่นใจว่าเื่นั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะคนที่เขาจะคบและแต่งงานด้วยมีเพียงโอเมก้าที่อยู่ตรงหน้าเขาคนเดียวเท่านั้น
คืนนั้น
นรินทร์นั่งมองหน้าจอมือถือเพราะนอนไม่หลับ ลังเลใจว่าจะส่งอะไรไปให้คนปลายทางดีหรือไม่ เขาแน่ใจว่ารุ่นพี่ที่ชอบสวมหน้ากากเป็สายนทีอย่างแน่นอน
ระหว่างที่นั่งจิ้มสติ๊กเกอร์เล่นก็เผลอกดส่งตัวที่กำลังยิ้มแป้นไปโดยบังเอิญ
ข้อความข้างสติ๊กเกอร์ขึ้นแสดงว่าอ่านแล้วในพริบตา
“พี่ยังไม่นอนเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเองพลันได้รับสติ๊กเกอร์ทำหน้าตาสงสัยและข้อความที่เด้งขึ้นมาถาม “ยังไม่นอนเหรอ”
“แล้วพี่ล่ะ” นรินทร์ถามกลับ
“ทำการบ้านเพิ่งเสร็จน่ะ” สายนทีพิมพ์บอกพร้อมส่งสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนที่หมดแบตแล้วมีงานกองท่วมหัวให้ดู
ทั้งคู่พิมพ์ข้อความคุยกันยาวจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า และนับั้แ่นั้นมา พวกเขาก็มักจะถามไถ่อีกฝ่ายผ่านข้อความอยู่เสมอจนกระทั่งก่อนถึงวันเฉลยพี่รหัส นรินทร์ส่งข้อความไปหาสายนที “พี่รหัสผมเป็คนยังไงเหรอ”
“งั้น ๆ แหละ” สายนทีตอบกลับไปสั้น ๆ เพราะไม่รู้จะอธิบายเื่เกี่ยวกับตัวเองยังไง “ถ้านายเจอเขาแล้ว จะกลัวเขาไหม”
“น่าจะไม่มั้ง เขาดูแลผมดีมากเลยนี่นา ทั้งขนม ชีทกับหนังสือเรียน เนื้อหายาก ๆ ที่อาจารย์บอก พี่เขาเขียนสรุปไว้ในหนังสือหมดเลย” นรินทร์เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว
“ก็หวังว่านายจะไม่กลัวนะ” สายนทีกังวลจนขมวดคิ้วชนกัน คิดว่า่เวลาที่ได้ใกล้ชิดกับรุ่นน้องคนนี้ใกล้จะหมดไปแล้ว
“ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะพี่” นรินทร์ส่งสติ๊กเกอร์รูปนอนหลับฝันดีให้อีกฝ่าย
“ฝันดี นรินทร์”
ติ๊ง!
สติ๊กเกอร์รูปคนส่งจูบพร้อมหัวใจดวงโตปรากฏบนหน้าจอของนรินทร์จนเขาเผลอหัวเราะออกมา
“ส่งผิด ๆ” ข้อความของสายนทีเด้งขึ้นมาตามด้วยรูปหมีนอนหลับ “ฝันดีนะ”
“ครับพี่” เขายิ้มอยู่คนเดียวเพราะมีความสุขที่ได้เห็นมุมนี้ของสายนที พูดในใจว่า พรุ่งนี้จะได้เห็นหน้าพี่สักที