เขาค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆแสงสว่างจ้าทำให้เขารู้สึกแสบตาไปหมดมือใหญ่ค่อยๆถูกยกขึ้นมาขยี้ไปที่ตาอย่างเบามือเพื่อปรับแสง ดวงตาคมเข้มค่อยๆกวาดวาดสำรวจไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นเคยก่อนจะมองดูเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ซึ่งมันไม่ใช่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เขาชอบแต่กลับเป็เสื้อผ้าของคนในยุคอดีตที่ดูเก่าจนแทบจะดูไม่ออกว่าเป็เสื้อผ้า
“นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้นทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้”เขาบ่นพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจแต่จู่ๆก็มีลำแสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นจนเขาต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดป้องเอาไว้ทันทีที่ลำแสงนั้นค่อยๆจางลงร่างของชายชราก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขา
“อากง(คุณปู่)”เขาเอ่ยขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ชายชรายิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน
“อากง นี่อากงตายไปแล้วไม่ใช่เหรอครับทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“ฮ่า ฮ่าฮ่าลื้อก็ตายแล้วเหมือนกันอาตี๋”
“อะอะไรนะผมตายแล้วงั้นเหรอ”เขาพูดขึ้นด้วยความใก่อนจะนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาพร้อมกับสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไป
“มันก็คงจะเป็อย่างที่อากงพูดนั่นแหละผมคงตายแล้วเพราะความผิดพลาดของผมเองเฮ้อนี่ผมกำลังตกนรกอยู่ใช่มั๊ยครับ”
ชายชรายิ้มให้กับเขา
“ใครว่าลือตกนรกกันตอนนี้ลื้อกลับมาเกิดใหม่แล้วต่างหาก”
“นี่อากงพูดเื่อะไรผมกลับมาเกิดได้ยังไง”
“ก็ลื้อกลับมาเกิดใหม่ในโลกนี้ยังไงล่ะ”
“เกิดใหม่ในโลกใหม่จะเกิดใหม่ได้ยังไงถ้าเกิดใหม่ผมก็ต้องเป็เด็กทารกแรกคลอดสิจะกลับมาเกินในร่างของผู้ชายที่อายุไล่เลี่ยกันได้ยังไงนี่อากงคิดจะหลอกผมงั้นเหรอ”
“อั๊วไม่ได้หลอกลื้อแต่ิญญาของลื้อกลับมาเกิดใหม่ในร่างของลื้อในอดีตชาติยังไงล่ะ”
“อากงพูดอะไรผมไม่เข้าใจ”
“เอาล่ะอั๋วจะพูดให้ลื้อฟังง่ายๆเลยก็แล้วกันตอนนี้ลื้อกำลังอยู่ในโลกของบรรพบุรุษตระกูลโซ่วนั่นก็หมายความว่าลื้ออยู่ในร่างของบรรพบุรุษตระกูลโซ่วแต่จะว่าไปลื้อที่เป็โซ่วอิงหยวนกับบรรพบุรุษโซ่วอิงหยวนก็เป็คนเดียวกัน”
เขามองอากงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและงุนงง
“เฮ้อยิ่งอั๊วอธิบายลื้อก็ยิ่งงงอั๊วก็งงไปด้วยเอาล่ะสรุปง่ายๆก็คือลื้อกลับมาเกิดในร่างของลื้อในยุคอดีตยังไงล่ะ”
“เฮ้อยิ่งอากงพูดผมก็ยิ่งงง สรุปคือผมที่อยู่ในยุคปัจจุบันตายแล้วแต่ิญญาผมดันเข้ามาอยู่ในร่างของผมในยุคอดีตซึ่งผมที่อยู่ในโลกปัจจุบันกับผมที่เป็เ้าของร่างนี้คือคนเดียวกันต่างเพียงยุคสมัยถูกต้องมั๊ยครับ”
ชายชราพยักหน้าให้กับเขา
“แล้วผมต้องใช้ชีวิตยังไงกับโลกนี้”เขาถามขึ้นอย่างกังวลใจ
ชายชรายิ้มให้กับเขา
“อาตี๋ลื้ออย่าได้ห่วงเลยความทรงจำของลื้อในยุคปัจจุบันกับความทรงจำของลื้อในยุคนี้จะค่อยๆหลอมรวมกันจนเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน”สิ้นเสียงพูดนั้นร่างนั้นก็พลันมลายหายไป
“อากง กากง”เขาสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความใก่อนจะเหลือบไปเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังนั่งหลับอย่างเหนื่อยล้าแขนทั้งสองข้างของนางยังคงอุ้มเด็กน้อยที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดด้วยความรัก